สมรภูมิชาเขียววันนี้ต้องถือว่าไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อไหร่ โดยเฉพาะสองยี่ห้อทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ที่ออกมาหั่นราคากันเป็นว่าเล่น พร้อมกับแคมเปญการตลาดกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ทั้งโออิชิและอิชิตัน
ล่าสุดอิชิตันเริ่มทำบุกตลาดนอกเหนือจาก 7-Eleven ที่ถือว่ากินโออิชิได้ยากยิ่งเพราะที่ผ่านโออิชิทำการตลาดใน 7-Eleven มาอย่างต่อเนื่องจนแบรนด์แข็งแรงมากจนใครก็เจาะยากแม้แต่คุณตันเองก็ตาม โดยตลาดที่อิชิตันเริ่มบุกรอบใหม่ในครั้งนี้ คือร้านโชห่วย หรือร้านของชำโดยทั่วไปที่มีทั่วทุกแห่งตั้งแต่ริมถนนจนถึงในซอยลึก

อิชิตัน ร่วมกับ สยามแม็คโครจัดแคมเปญลุ้นทองลุ้นรถ
แคมเปญการตลาดล่าสุดของอิชิตันทำการจับมือกับบริษัท สยามแม็คโครซึ่งเป็นแหล่งจับจ่ายของร้านโชห่วยทั้งหลายรวมทั้งคนที่ชอบซื้อของเข้าบ้านทีเยอะๆ ด้วยการจัดโปรโมชั่น อิชิตันลุ้นโชค ฟรี!! ขับทั้งบ้าน หน้าบานรับทอง เมื่อซื้อเครื่องดื่มอิชิตัน กรีนที และอิชิตัน ดับเบิ้ลดริ๊ง ครบทุก 299 บาท รับคูปองลุ้นโชค 2 ใบ รางวัลที่ 1 นิสสัน มาร์ช, ซูซูกิ แครี่, ยามาฮา ฟีโน่ และแอลเอไบซิเคิล โดยไม่ต้องเสียภาษี ณ ที่จ่าย ฟรีค่าธรรมเนียมการโอน ฟรีประกันชั้น 1 และเติมน้ำมันให้เต็มถัง รางวัลที่ 2 ลุ้นรับสร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึง 100 รางวัล รวมมูลค่าทั้งหมดกว่า 1.4 ล้านบาท
กลุยทธ์นี้มุ่งเจาะช่องทางการจำหน่ายที่มีอยู่จำนวนมากเช่นกันและมีอิทธิพลต่อผู้ซื้อมาบริโภคตไม่น้อยและไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า 7-11 เพราะร้านค้าโชห่วยหรือร้านค้าเล็กๆเหล่านี้ไม่สามารถบรรจุสินค้าได้หลากหลายเท่ากับ 7-Eleven แต่จำเป็นต้องเลือกสินค้าที่มีสภาพคล่องสูงๆ สามารถขายได้ง่ายและคนซื้อติดปากพร้อมที่จะหยิบให้เลย
แต่ที่แน่นอนว่าร้านโชห่วยเหล่านี้มีจำนวนมากกว่า 7-Eleven ขึ้นอยู่กับว่าแคมเปญต่อเนื่องหลังจากนี้จะทำให้เกิดการขายอิชิตันในร้านโชห่วยเหล่านี้ได้อย่างไร และทำอย่างไรให้ร้านเหล่านี้หยิบอิชิตันให้ลูกค้า
ขณะเดียวกัน ร้านโชห่วยเหล่านี้ยังเป็นผู้ช่วยในการตัดสินใจการซื้อแทนคนซื้อด้วย เนื่องจากร้านโชห่วยจำนวนมากยังเป้นผู้หยิบสินค้าให้กับผู้ซื้อสินค้าอยู่ เมื่อบอกซื้อชาเขียวหลายๆร้านก็จะเอาชาเขียวโออิชิให้ เมื่อแคมเปญที่ดึงดูดให้ร้านโชห่วยนำสินค้าไปลองขายดูผ่านการลุ้นรถและบ้าน น่าจะทำให้ชาเขียวอิชิตันกระจายไปได้ทั่วถึงมากขึ้นและอาจส่งผลไปยังยอดขาย7-Eleven อีกทอดหนึ่ง

แคมเปญใหม่ของโออิชิ
อีกฝากหนึ่งค่ายโออิชิก็ออกมาสู้ด้วยการออกแคมเปญกับข้าวเกรียบคาลบี้ โดยเมื่อซื้อข้าวเกรียบคาลบี้ห่อละ 20 บาท ที่หัวมุมซองสามารถนำมาแลกกับโออิชิกล่องราคา 10 บาทได้ฟรีที่ 7-Eleven ซึ่งเสมือนว่าซื้อข้าวเกรียบได้ในราคา 10 บาท การออกแคมเปญออกมาเช่นนี้เพื่อที่จะรักษายอดขายไว้พร้อมกับทำให้กลุ่มที่กินขนมขบเคี้ยวที่กินเสร็จก็ต้องกินน้ำต่อเห็นโออิชิเป็นตัวเลือกแรกๆในการกิจคู่กับขนมขบเคี้ยวอย่างข้าวเกรียบกุ้ง โดยก่อนหน้านี้ไม่ถึงสัปดาห์มีข่าวจากทางโออิชิว่าจะไม่เล่นสงครามราคาในตลาดนี้แต่จะหันไปใช้กลยุทธ์อื่นๆแทน นี่คือตัวอย่างของการใช้กลยุทธ์การขายพ่วงที่น่าสนใจ
SIU ยังมองว่าสงครามชาเขียวคงไม่จบลงง่ายๆ เพราะส่วนแบ่งการตลาดกลายเป็นเป้าหมายของทั้งสองฝ่ายที่แย่งชิงกันสุดตัว ในอีกด้านของการแข่งขันกันดุเดือดคือทำให้ตลาดใหญ่ขึ้น เวลานี้ตลาดชาเขียวอยู่ที่ เจ็ดพันล้าน และถ้าสู้กันกันเช่นนี้ตลาดชาเขียวอาจถึงหมื่นล้านบาทได้ไม่ยาก เพราะมีตัวแม่เหล็กการตลาดอย่างคุณตัน พร้อมกับแบรนด์โออิชิอยู่
SIUวิเคราะห์ว่าความน่าสนใจของแบรนด์อิชิตันก็คือ คุณตัน ภาสกรนที รู้จักรสชาติของชาเขียวรสต่างๆเป็นอย่างดี ทำให้เมื่อมาเปิดแบรนด์อิชิตันของตัวเองสามารถปรับสูตรให้ถูกปากของผู้ดื่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบก่าแบรนด์โออิชิที่ติดตลาดด้วยรสชาติดั้งเดิมแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรสชาติได้ เพราะอาจกระทบกับกลุ่มฐานลูกค้าเดิมที่คุ้นเคยกับรสชาติ
อีกทั้งตัวคุณตันเมื่อครั้งทำแบรนด์โออิชิ ได้มีส่วนการทำแคมเปญโปรโมชั่นส่งเสริมการขายที่น่าสนใจทั้ง “โออิชิเปิดฝาลุ้นล้าน” ที่แจกจริงและสร้างความฮือฮาเป็นกระแสสังคม หรือรายการ “ไปแต่ตัวทัวร์ยกแก๊งค์” ซึ่งมีลูกเล่นในการส่งเสริมการขายที่แตกต่างไปโดยผู้โชคดีจะสามารถชวนเพื่อนไปเที่ยวญี่ปุ่นได้อีก 3 คน
โดยในปีแรกนั้นโออิชิใช้แม่เหล็กโดยการชวนให้ผู้โชคดีไปเที่ยวกับดาราที่ชื่นชอบ เช่น ออย ธนา หรือ จิ๊ก เนาวรัตน์ และปีที่สองยิ่งสร้างความฮือฮาโดยการแจกพ็อกเกตมันนี่ให้ผู้โชคดีกลุ่มละ 1ล้านเยนไปใช้จ่ายเต็มที่ แต่หลังจากคุณตัน ออกจากโออิชิโครงการดังกล่าวกับกระแสแผ่วลง โดยปีที่ผ่านมา ผู้โชคดีต้องเลือกระหว่าง การกิน การเที่ยว หรือการช๊อป เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง และยิ่งที่เกิดเหตุการณ์สึนามิในช่วงจะแจกรางวัลทำให้ผู้โชคดีที่ได้รางวัลเกิดความตื่นกลัวเรื่องปัญหากัมมันตภาพรังสี จนทางแบรนด์โออิชิต้องเสนอทางเลือกด้วยการแจกเป็นเครื่องบินทองคำแทน
น่าจับตาว่ารายการส่งเสริมการขายครั้งนี้ของอิชิตัน ที่มีคุณตันเป็นหัวเรือใหญ่จะสร้างความฮือฮาได้ขนาดไหน แต่แบรนด์คู่แข่งต่างๆต้องตื่นตัวเป็นอย่างมากแน่นอน
ส่วนสินค้าชาเขียวของยี่ห้ออื่นเช่นของค่ายยูนิฟ หรือ เพียวริคุหรือแม้แต่ Tea Break ก็สามารถเกาะกระแสสมรภูมิที่ห้ำหั่นของค่ายใหญ่สองค่ายเพิ่มยอดขายของตนเอง โดยสองค่ายนี้มีชาเขียวรสอื่นๆที่ไม่ใช่รสคลาสสิคอย่าง ชาเขียวดั้งเดิม หรือ ชารสมะนาวที่ครองตลาดอยู่ เมื่อคนอิ่มตัวกับแคมเปญการตลาดของสองแบรนด์ใหญ่ ผู้บริโภคอาจหันมาลองรสชาติอื่นๆของชาเขียวก็เป็นไปได้
