ในคำสัมภาษณ์ของกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เขาเอ่ยถึงโครงการในฝันคือการย้ายท่าเรือคลองเตยออกไป แล้วสร้างเป็นสวนสาธารณะขึ้นมาแทน รวมถึงแนวคิดเรื่องการปรับชายฝั่งภาคใต้ให้กลายเป็นพื้นที่การท่องเที่ยวเช่นเดียวกับ Riviera
แม้ไอเดียการย้ายหรือปรับปรุงท่าเรือของตัวเมือง (โดยเฉพาะเมืองท่า หรือเมืองหลวงที่มีการค้าขาย) หรือแนวคิดเรื่องพื้นที่ท่องเที่ยวแบบ Riviera ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีหลายประเทศและมีหลายเมืองทำมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ SIU มองเห็นว่ากรณีศึกษานี้เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ SIU จึงขอยกตัวอย่างการพัฒนาพื้นที่ทั้งสองแบบมานำเสนอในครั้งนี้
กรณีศึกษาการพัฒนาพื้นที่ท่าเรือเก่า: Hafencity ของฮัมบูร์ก
Hafencity เป็นการพัฒนาพื้นที่ท่าเรือสินค้าปลอดภาษี (freeport) เก่าของเทศบาลเมืองฮัมบูร์ก ซึ่งในระยะหลังเริ่มลดความสำคัญลงเพราะผลจากการเปิดเขตการค้าเสรีภายใต้ข้อตกลงสหภาพยุโรป

ผัง Hafencity ที่จะมีการปรับปรุงใหม่โดยแบ่งพื้นที่เป็นย่านต่าง ๆ เช่นย่านที่พัก อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า ฯลฯ (คลิกเพื่อดูรูปใหญ่ขึ้น)
Hafencity จะกลายเป็นเมืองยุคใหม่ที่ซ้อนอยู่ในใจกลางเมืองเก่า แต่ทว่ายังคงมนต์สเน่ห์แบบเมืองท่าเรือของยุโรปเหนือ อย่างน่าสนใจ
ที่สำคัญ Hafencity เป็นโครงการลงทุนร่วมระหว่างรัฐและเอกชน (PPP – Private Public Partnership) ซึ่งมิติการพัฒนาสินค้าและบริการสาธารณะร่วมระหว่างรัฐและเอกชนเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นทุกที
แผนหลักของการพัฒนาเมือง Hafencity ได้ระบุถึงพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับความเป็นเมืองศูนย์กลางธุรกิจ เมืองท่าเรือ การแสดงสินค้า และมหาวิทยาลัย นอกจากนี้แล้ว วัตถุประสงค์หลักของหลักการพัฒนาเมืองก็คือ การขยายพื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำงาน และพื้นที่พักผ่อน โดยขอบเขตของการพัฒนานั้น จะขยายไปจนถึงด้านเหนือของแม่น้ำ Elbe อุปสรรคสำคัญในการพัฒนาเมืองอีกอย่างหนึ่งก็คือ การจำกัดการใช้พื้นที่ทรัพยากร
ตามการกำหนดทิศทางของหลักการออกแบบเมือง Hamburg ถูกกำหนดให้มีลักษณะพิเศษ คือเป็นเมืองท่าหลักริมแม่น้ำเป็นเมืองศูนย์กลางธุรกิจ และเป็นเมืองสีเขียว และการ รวมพื้นที่ของ Hafencity นั้น จัดได้ว่าเป็นการเพิ่มขึ้นของศักยภาพในการใช้ประโยชน์ของ การออกแบบอาคารต่าง ๆ ในพื้นที่เขตเมืองชั้นใน ซึ่งจัดได้ว่าเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของ เมืองและความหนาแน่นของอาคารต่าง ๆ จะเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะทางด้านเหนือของ Hafencity
ในระบบของการกำหนดตำแหน่งทางเศรษฐกิจนั้น พื้นที่ของ Hafencity ได้ถูกกำหนดให้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในทางตอนใต้ของ Hamburg ซึ่งแถบนี้มีผู้อยู่อาศัยมากกว่า 3 ล้านคน และในการวางแผนระดับภาคนั้น เพื่อต้องการให้เศรษฐกิจของ Hamburg เกิดความมั่นคงขึ้น ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่ ก็จะช่วยให้บริเวณท่าเรือเกิดบรรยากาศของการเป็นเมืองท่า และมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น
แผนการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แสดงถึงพื้นที่วางแผนในส่วนของบริเวณท่าเรือ โดย Kehrwie- derspitze ประกอบไปด้วยพื้นที่ก่อสร้างแบบผสมผสาน มีการกำหนดที่ตั้งในบริเวณรอบ นอกเขตท่าเรือ ตาม Hafen-EG พื้นที่ระหว่าง Oberhafen และ VermannstraBe ต่างก็มีจุดที่สังเกตง่ายภายในพื้นที่ ก็คือมีการก่อสร้างทางรถไฟ ซึ่งเป็นสถานีที่มีกำลังสูง และใน ทางตอนเหนือของ Strandkai ก็ได้ถูกกำหนดให้เป็นบริเวณที่จะมีการก่อสร้างด้วยเช่นกัน
ในส่วนของพื้นที่ท่าเรือทางด้านเหนือของ Binnenhafen , Zollkanal , Oberhafen , Billhafen และ Oberhafenkanal ก็กำลังจะมีการก่อสร้างเกิดขึ้น แต่ในบริเวณนี้ก็เป็นเขตควบคุมน้ำท่วม (มีกำแพงกั้นน้ำสายหลัก) ด้วย
โดยแผนการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ครอบคลุมบริเวณ Am Sandtorkai , Brooktorkai , Brooktor และ VermannstraBe ซึ่งต่างก็เป็นถนนสายหลักด้วย นอกจากนี้แล้ว ยังรวมถึงพื้นที่ทางตอนเหนือของ VermannstraBe ซึ่งเป็นส่วนของเส้นทางรถไฟสายหลักที่เชื่อมต่อเข้าไปในเขตเมือง Rothenbrugsort และ Veddel
นอกจากกรณีของ Hafencity ของฮัมบูร์กแล้ว ยังมีท่าเรือเก่า V&A Waterfront ของเมืองเคปทาวน์ในแอฟริกาใต้ ที่พัฒนาเป็นศูนย์การค้าและท่าจอดเรือยอร์ช กับ เกาะจำลอง Odaiba ที่อ่าวโตเกียวซึ่งพัฒนามาเป็นศูนย์การค้าริมทะเลขนาดใหญ่ของนครโตเกียว ที่สามารถใช้เป็นกรณีศึกษาในการพัฒนาพื้นที่ริมทะเลเดิมในเชิงพาณิชย์และการท่องเที่ยว
Riviera ของอิตาลี
นี่เป็นอีกไอเดียหนึ่งของกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เขาบอกกับทีมงาน SIU ระหว่างการสัมภาษณ์ว่าการขุดคอคอดกระจะสร้างความขัดแย้งภายในประเทศ จนไม่สามารถดำเนินการได้ในทางปฏิบัติจริง
เขาเสนอให้ปรับยุทธศาสตร์ชายฝั่งทะเลของประเทศไทยใหม่ โดยให้พื้นที่ชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ตั้งแต่เพชรบุรีเรื่อยไปถึงชุมพร สร้างบูติกรีสอร์ทขนาดเล็กตามแนวชายหาด เลียนแบบ “ริเวียร่า” ตามชายฝั่งของอิตาลี-ฝรั่งเศสตอนใต้ ที่มีมนต์สเน่ห์แห่งเมดิเตอเรเนียนดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างน่าหลงใหล และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวได้อย่างมหาศาล
“ริเวียร่า” (Riviera) เป็นชื่อเรียกของชายฝั่งแคบๆ ที่ต่อเนื่องจากภาคเหนือของอิตาลี ไปยังภาคตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส อยู่ถัดลงมาจากเทือกเขาแอลป์ใจกลางทวีป และอยู่ติดกับทะเลลิกูเรียน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลเมดิเตอเรเนียน
ชายแดนริเวียร่าแบ่งเป็นสองส่วน ณ จุดพรมแดนของทั้งสองประเทศ โดยฝั่งของอิตาลีเรียกว่า Italian Riviera หรือ Ligurian Riviera มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองเจนัว ท่าเรือใหญ่ของอิตาลี และส่วนของฝรั่งเศสมีชื่อเรียกว่า French Riviera
ด้วยสภาพอากาศอุ่นสบาย ภูมิประเทศสวยงาม บวกกับสถาปัตยกรรมเก่าแก่สมัยเจนัวเฟื่องฟูด้านการเดินเรือในยุคกลาง ทำให้บรรดาเมืองเล็กๆ ในริเวียราได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก และกลายเป็นอุตสาหกรรมอันดับหนึ่งของแคว้นลิกูเรียของอิตาลี (รายได้จากการท่องเที่ยวคิดเป็น 14.7% ของรายได้ทั้งหมดในแคว้นลิกูเรีย)


