Practical Report ย้อนรอย รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 “ปรากฎการณ์” และ “เบื้องลึก”

10 มีนาคม 2549 :

บทความของ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ในประชาไท deja vu ทักษิณ VS นายกฯพระราชทาน, พิบูล-เผ่า VS สฤษดิ์

ถ้าคุณตั้งโจทก์ว่า ทักษิณเป็น Evil Number One ต้องเอาออกให้ได้
คุณก็เกือบจะหลีกเลี่ยงผลลัพธ์ “นายกฯพระราชทาน” ไม่ได้
เพราะพวกคุณเอง (ที่เรียกกันว่า “ประชาชน” “ภาคประชาชน”) ไม่มีกำลังพอของตัวเอง (ที่ผมเขียนว่า “ไม่มี candidate ของตัวเอง”)
ความจริงแล้ว “คณิตศาสตร์” นี้ “ง่าย” มาก ถ้าคุณจะหยุดคิด

แต่ตอนนี้ทุกคนเหมือนกำลัง “เลือดเข้าตา” “มันส์” “สะใจ” ได้ตีทักษิณ ได้ตี “รัฐ” อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

ผมถามอีกครั้ง

ระหว่างให้ทักษิณอยู่ (ไม่ได้ห้ามการวิจารณ์ รณรงค์ในอนาคต) กับ ให้มี นายกฯพระราชทาน จะเอาอะไร?

28 มีนาคม 2549 :

- เคเบิลสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย หมายเลข 06BANGKOK1872

อาสา สารสิน ราชเลขาธิการในพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ บอกกับทูต ราล์ฟ แอล บอยซ์ ว่า ราชสำนักมองว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีการแทรกแซงจากราชสำนัก และเชื่อว่า ทักษิณจะถูกกดดันให้ลงจากตำแหน่ง

7 กรกฎาคม 2549 :

- เคเบิลสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย หมายเลข 06BANGKOK4038

ทูต ราล์ฟ แอล บอยซ์ พูดคุยกับ พล.อ. สนธิ บุญรัตนกลิน ในงานเลี้ยงฉลองเอกราชสหรัฐฯ ที่สถานทูตสหรัฐฯ ว่าดูเหมือนสถานการณ์การเมืองปัจจุบันไม่อาจหยุดยั้งได้ แต่กองทัพตั้งใจจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องแต่อย่างใด นอกจากนี้กำลังในกองทัพที่สนับสนุนทักษิณนั้น “อยู่ภายใต้ความควบคุม”

19 กรกฎาคม 2549 :

คำสั่งกองทัพบกที่ 423/2549 เรื่อง ให้นายทหารรับราชการจำนวน 129 นายในระดับผู้บังคับกองพัน ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2549 จึงออกมาอย่างสายฟ้าแลบในรูปแบบการโยกย้ายนอกฤดูกาล ที่อยู่ในอำนาจของ ผบ.ทบ.โดยตรง

20 กรกฎาคม 2549 :

- เคเบิลสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย หมายเลข 06BANGKOK4373

กงสุล ซูซาน เอ็ม ซัตตัน วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองไทยว่ากำลังเข้าสู่ความร้อนแรง จากคำสั่งการโยกย้ายนายทหารระดับกองพันจำนวน 129 นาย นอกจากนี้ยังมองกันว่าอาจมีการตีจากของนักการเมืองระดับอาวุโสในพรรคไทยรักไทยอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ทักษิณเร่งการปลุกเร้าฐานเสียงผู้สนับสนุนซึ่งเป็นคนชั้นรากหญ้า ในขณะที่ในหลวงทรงเข้ารับการผ่าตัด

1 กันยายน 2549 :

เคเบิลสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย หมายเลข 06BANGKOK5423


ทูตราล์ฟ แอล บอยซ์ รายงานการพบปะสองต่อสอง (four-eyes meeting) กับ พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2549 โดย พล.อ. สุรยุทธ มองว่าไทยรักไทยมีปัญหาอย่างหนักกับมุ้งต่าง ๆ ในพรรค และคาดว่ามีทุนน้อยกว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา แต่หากไทยรักไทยชนะการเลือกตั้ง ทักษิณก็จะกลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง คาดกันว่า พล.อ. สุรยุทธ์ จะถูกวางตัวเป็นผู้นำประเทศคนถัดไปจากทักษิณ แต่เขายังโลว์โพรไฟล์ นอกจากนี้เขายังปฏิเสธความเป็นไปได้ของการรัฐประหาร และไม่แสดงความเห็นไปในทางหนึ่งทางใดเกี่ยวกับเรื่องคดีคาร์บอมบ์ที่จะทำร้ายทักษิณ

D: 19 กันยายน 2549 :
เช้า : (ข้อมูลจาก “คมชัดลึก” ปฐพี 149 ผ่าแผนโค่นทักษิณ)

พล.ท.สพรั่ง กัลยาณมิตร แม่ทัพภาคที่ 3 ได้เดินทางเข้ากรุงและเข้าพบ “ผู้ใหญ่ที่นับถือ” โดยมีวัตถุประสงค์ในการปรึกษากับผู้ใหญ่ท่านนั้นว่า “ไม่สามารถที่จะทนต่อสภาพปัญหาของบ้านเมืองได้อีกต่อไป” และขณะนี้ได้เคลื่อนกำลังพลมาเตรียมพร้อมในเขตปริมณฑลเรียบร้อยแล้ว

ผู้ใหญ่ ท่านนั้นย้ำว่า “จะใช้แค่กำลังของทัพภาค 3 ทำไม่ได้ ถ้าจะทำต้องขอความร่วมมือจากผู้นำเหล่าทัพทั้งหมด ตามชั้นยศและสายการบังคับบัญชา”

ดังนั้น พล.ท.สพรั่ง จึงรีบรุดเข้าพบ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. อันเป็นช่วงจังหวะเวลาเดียวกับที่ พล.อ.สนธิ ปฏิเสธเข้าร่วมประชุม ครม.ที่ทำเนียบรัฐบาล

พล.ท.สพรั่ง ได้เล่ารายละเอียดของการเตรียมการ ตลอดจนความในใจและความจำเป็นในการทำรัฐประหารโค่นล้ม “ระบอบทักษิณ” พร้อมทั้งแจ้งว่าก่อนเดินทางมานี้ได้ ตนเข้าไปหารือกับผู้ใหญ่ที่นับถือเป็นการเรียบร้อยแล้ว

เมื่อ พล.อ.สนธิ รับฟังเสร็จสิ้น จึงตัดสินใจในนาทีนั้นว่า “ต้องทำรัฐประหาร”!!

พลันที่ตัดสินใจ “กดปุ่ม” รัฐประหารในช่วงสายของวันที่ 19 กันยายน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน (ผบ.ทบ.) ก็ได้สั่งการถึง พล.ท.อนุพงษ์ เผ่าจินดา แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ท.สุเจตต์ วัฒนสุข แม่ทัพภาคที่ 2 พล.ท.สพรั่ง กัลยาณมิตร แม่ทัพภาคที่ 3 ให้เคลื่อนกำลังเข้ายึดอำนาจทันที ส่วน พล.ท.องค์กร ทองประสม แม่ทัพภาคที่ 4 ให้อยู่แก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ต่อไป

เมื่อสั่งการไปแล้ว ต่อมา พล.อ.สนธิ จึงได้โทรศัพท์ถึง “ผู้ใหญ่ที่นับถือ” เพื่อรายงานสถานการณ์ให้ทราบ ซึ่งก็เห็นพ้องด้วยกับการตัดสินใจของ ผบ.ทบ.

[ทำเนียบรัฐบาล]

มีคำสั่งจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เรียกผู้นำทุกเหล่าทัพเข้าประชุมร่วมกับคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล แต่ไม่มีผู้นำเหล่าทัพคนใดเข้าร่วม ยกเว้น พล.ต.อ. โกวิท วัฒนะ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทำให้ช่วงบ่ายมีกระแสข่าวลือการปฏิวัติรัฐประหารแพร่สะพัดไปทั่วทำเนียบรัฐบาลและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีข่าวลือว่ารัฐมนตรีและนักการเมืองร่วมรัฐบาลหลายคนได้หลบหนีออกนอกประเทศแล้ว ช่วงพลบค่ำมีข่าวว่ากำลังทหารหน่วยรบพิเศษจาก จ.ลพบุรี เคลื่อนกำลังเข้ากรุงเทพฯ

 

 

 

 

 

[ดึก]

 

 

 

โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยออกอากาศทางสถานีทุกช่อง ขึ้นคำประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พร้อมขออภัยในความไม่สะดวก และเปิดเพลง “ความฝันอันสูงสุด” ประกอบ ด้านสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นและบีบีซีเผยแพร่ข่าวรถถังและกำลังทหารควบคุมสถานการณ์ภายในกรุงเทพมหานคร[14] หลังจากนั้น พล.ต.ประพาศ ศกุนตนาค อดีตโฆษก ททบ.5 ได้อ่านแถลงการณ์คณะปฏิรูปการปกครองฯ ที่แสดงไว้ในหน้าจอก่อนหน้านี้ซ้ำถึงสองครั้ง

เกือบเที่ยงคืน ผู้บัญชาทหารทุกเหล่าทัพเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต

พล.ต.ประพาศ ศกุนตนาค อ่านแถลงการณ์คณะปฏิรูปการปกครองฯ

 

 

การวางกำลังทหารตามจุดต่างของ CG ในแผนปฐพี 149

บทความของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล : ความเห็นต่อสิ่งที่เกิดขึ้น


ผมอ่านบันทึกการสัมมนาที่เชียงใหม่ ที่ลงในฟ้าเดียวกัน ฉบับล่าสุด ด้วยความรู้สึกผิดหวัง เศร้า และโกรธ พร้อมๆกัน สิ่งที่ชวนสะดุดใจอย่างยิ่งในการสัมมนานั้นคือลักษณะ ไม่มีความรับผิดชอบทางการเมืองแทบจะสิ้นเชิง ของปัญญาชนใหญ่ๆของเรา (เช่น) บางคนพูดราวกับว่า การที่ครั้งหนึ่งเคยสนับสนุน เชียร์ รัฐธรรมนูญ หรือสนับสนุน เชียร์ กระแส ที่นักวิชาการบางคนเรียกว่า Network Monarchy เป็นอะไรบางอย่างที่เป็นเรื่อง “เล็กๆ” … ดังที่รู้ๆกันว่า คำอย่าง “ระบอบทักษิณ” ที่กลุ่มพันธมิตร ฯลฯ ใช้ในหลายปีนี้ ปรากฏตัวครั้งแรกอย่างเป็นระบบชัดเจน โดยผ่านการสัมมนาที่ ฟ้าเดียวกัน จัดก่อนหน้านี้ “วาทกรรม” แอนตี้ทักษิณต่างๆ รวมทั้งกระแสเชียร์บางสถาบัน ความจริง ก็มาจากปัญญาชนกลุ่มนี้หลายคน (eg. ประเวศ วะสี หรือ ธีรยุทธ บุญมี มี “ชื่อเสียง” และ “ฐานะ” ดังปัจจุบันได้อย่างไร ถ้าไม่ใช่ ในบริบทของวัฒนธรรมการเมืองที่ปัญญาชนกลุ่มนี้มีส่วนสร้างขึ้น?) ผมเคยยกตัวอย่าง และขอยกถามซ้ำในที่นี้อีกครั้งว่า แม้แต่ในงานอภิปรายที่ว่ากันว่า “คัดค้าน ม.7″ ของนิธิ ในงานนั้น นิธิยังกลาวชมเชย ประเวศ และงานที่ประเวศทำ ขอถามว่า กระแส monarchism ที่ “พันธมิตร” ฯลฯ ชู ไม่ได้มีส่วนมาจากผลงานของปัญญาชนเหล่านี้หรือ? ปัญญาชนเหล่านี้ ควรรบผิดชอบอะไร หรือจะรับผิดชอบอะไร กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น….

ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นในกรณี รัฐธรรมนูญ 40 จะบอกอะไรแก่เรา ผมคิดว่า คำตอบคือ คงไม่เกิดอะไรขึ้น ปัญญาชนใหญ่ๆทั้งหลาย ก็คงแสดงโวหารทางการเมืองของตนต่อไป โดยไม่ต้องรับผิดชอบในทางการเมือง หรือทาง moral ใดๆ ต่อการทำตัวเป็น “คลังอาวุธทางความคิด” ให้กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น (ได้ฟังแถลงการณ์ฉบับล่าสุดหรือไม่? อีกไม่นาน คงมีคำประเภท “ระบอบทักษิณ” อยู่ในแถลงการณ์…)

D+1 : วันที่ 20 กันยายน 2549

ในช่วงเที่ยงวัน ร.ต.ฉลาด วรฉัตร และ นายทวี ไกรคุปต์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทำการประท้วงการรัฐประหารที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย บริเวณถนนราชดำเนิน นายทวีกางป้ายขนาดใหญ่สองป้ายระบุว่า “กระผม นายทวี ไกรคุปต์ ขออดข้าวประท้วงผู้ที่ล้มล้างประชาธิปไตย ทำให้บ้านเมืองถอยหลังและแตกแยก” พร้อมทั้งทำการแจกจ่ายจดหมายเปิดผนึกของตนให้กับบรรดาสื่อมวลชนด้วย ในเวลาต่อมาได้มีเจ้าหน้าที่ทหารเชิญตัว ร.ต.ฉลาด ขึ้นรถมิตซูบิชิ ที่มีรถบัสทหารติดตามระบุ ร.๑ พัน๑ รอ. ไปที่หน่วยบังคับบัญชา จากนั้น 3 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 7 นาย ได้ล็อกตัวนายทวีขึ้นรถตู้สีขาวและขับออกไปทันที โดยระหว่างขึ้นรถนายทวีมีอาการขัดขืน จากนั้นทหารบางส่วนได้เข้าเก็บป้ายประท้วงออกจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

 

 

แถลงการณ์จากฟ้าเดียวกัน :

แถลงการณ์ฉบับที่ 1 รัฐประหารไม่ใช่คำตอบในการแก้ปัญหา แต่จะสร้างวิกฤตตามมา

ตามที่คณะบุคคลที่ใช้ชื่อว่า “คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” ที่นำโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก ได้กระทำการยึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยอ้างว่า “การบริหารราชการแผ่นดินโดยรัฐบาลรักษาการทำให้เกิดความขัดแย้ง แบ่งฝ่าย สลายความรู้รักสามัคคีอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติไทย ต่างฝ่ายต่างมุ่งหวังเอาชนะด้วยวิธีการหลากหลายรูปแบบ และมีแนวโน้มนับวันจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น” นอกจากนั้นยังได้อ้างว่า “ประชาชนส่วนใหญ่เคลือบแคลงสงสัยการบริหารราชการแผ่นดินอันส่อไปในทางทุจริต ประพฤติมิชอบอย่างกว้างขวาง หน่วยงาน องค์กรอิสระถูกครอบงำทางการเมืองไม่สามารถสนองตอบต่อเจตนารมณ์ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทำให้การดำเนินกิจกรรมทางการเมืองเกิดปัญหาและอุปสรรค ตลอดจนหมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแห่งองค์พระมหากษัตริย์อยู่บ่อยครั้ง”

สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ในฐานะเป็นสื่อมวลชนและสมาชิกในกองบรรณาธิการเป็นประชาชนไทยผู้ที่ยอมสละสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลที่มีมาแต่กำเนิดเพื่อมาอยู่ภายใต้กรอบกติกาของสังคมที่ถูกวางไว้โดยกรอบกติกากฎหมายรัฐธรรมนูญ ขอใช้สิทธิขั้นพื้นฐานในการแสดงความคิดเห็นและจุดยืนต่อกรณีดังกล่าวดังต่อไปนี้

1. การบริหารประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั้นได้ก่อให้เกิดปัญหามากมายไม่ว่าจะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน การมีผลประโยชน์ทับซ้อน การแทรกแซงองค์กรอิสระ การมีส่วนในการสร้างความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ฯลฯ นั้นเป็นความจริง แต่การขึ้นสู่อำนาจของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั้นเป็นไปตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่ประชาสังคมได้มีส่วนในการออกแบบ/ระดมความเห็น กันมากที่สุดฉบับหนึ่ง

ดังนั้นการแก้ปัญหาตัวบุคคลโดยยอมฉีกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับนั้นจึงเป็นเหตุผลที่เราไม่อาจจะยอมรับได้ ถึงแม้ในทาง “นิตินัย” รัฐธรรมนูญ 2540 จะสิ้นสภาพไปภายหลังจากการรัฐประหารสำเร็จ แต่ในฐานะประชาชนผู้มีเจตจำนงเสรีที่ไม่อาจบังคับได้โดยปากกระบอกปืน เราขอยืนยันสิทธิตามรัฐธรรมนูญ 2540 มาตรา 65 ที่ว่า “บุคคลย่อมมีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธีซึ่งการกระทำใดๆ ที่เป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่ง มิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ” และข้ออ้างที่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทำลายเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญนั้นแม้จะเป็นความจริง แต่คณะรัฐประหารก็ได้ทำลายรัฐธรรมนูญยิ่งกว่า

ส่วนข้ออ้างที่ว่า “รัฐบาลได้ก่อให้เกิดความแตกแยก” จึงเป็นเหตุให้มีการฉีกรัฐธรรมนูญนั้น เป็นตรรกะที่เราไม่อาจยอมรับได้เพราะความขัดแย้งเป็นเรื่องปกติของทุกสังคม การมีประชาธิปไตยก็เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้ง การทำลายประชาธิปไตยโดยการฉีกรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องที่ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าคณะรัฐประหารชุดนี้ไม่มีความเข้าใจประชาธิปไตยแม้แต่น้อย
2. การใช้ข้ออ้างความต้องการของประชาชนที่จะให้มีการรัฐประหาร โดยการระดมให้ข้อมูลตามสื่อโทรทัศน์ และวิทยุ อยู่ขณะนี้ เรามีความเห็นว่า นี่เป็น “ลูกไม้ตื้น ๆ” ของบรรดานักรัฐประหารที่นิยมใช้มาทุกยุคทุกสมัย เพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตนเอง ประวัติศาสตร์ระยะสั้นเพียง 15 ปีที่แล้ว คณะรสช. ก็ได้ใช้วิธีเดียวกันนี้ในการยึดอำนาจจากรัฐบาลพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ และตามมาด้วยการร่างรัฐธรรมนูญที่ฉ้อฉล, การสืบทอดอำนาจ และการนองเลือดเมื่อเดือนพฤษภา 2535 เราในฐานะของประชาชนคนไทยที่ต้องการหลีกไปให้พ้นจาก “วงจรอุบาทว์” ขอเรียกร้องต่อสื่อมวลชนทุกแขนงว่า ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีความคิดเห็นแตกต่างจากคณะรัฐประหารได้มีพื้นที่ในการแสดงความคิดเห็น เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีทางเลือกในการตัดสินใจ

ปรากฏการณ์ปิดกั้น/คุกคาม สื่อของ “คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” นี้ก็ไม่ต่างจากพฤติกรรมของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรแต่อย่างใด

อนึ่ง เพื่อที่จะให้การรัฐประหารซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ได้รับการยอมรับในทางสากล ดังความเห็นของ นายโคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติที่ว่า “นี่เป็นวิธีการที่ไม่ควรได้รับการสนับสนุน เพราะในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาประเทศไทยได้ สถาปนาระบอบประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง” จึงไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าคณะรัฐประหารจะตั้งบุคคลที่เป็นที่ยอมรับในทางสังคมมาร่วมคณะรัฐมนตรี ดังนั้นเราจึงขอเรียกร้องต่อผู้ที่มีใจรักในประชาธิปไตยทุกท่านยกเว้นการร่วมสังฆกรรมกับคณะรัฐประหารชุดนี้ในทุกกรณี

นายธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน
20 กันยายน 2549

- เคเบิลสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย หมายเลข 06BANGKOK5799

ข้อเสนอการดำเนินการมาตรการการแทรกแซง จำแนกโดย ทูต ราล์ฟ แอล บอยซ์

สถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยเสนอมาตรการการแทรกแซงให้กับวอชิงตันหลายประการ เพื่อโน้มน้าวให้ประเทศไทยเคารพต่อปทัสถานด้านประชาธิปไตย มาตการแทรกแซงเหล่านี้เช่น การระงับการสนับสนุนโครงการทางทหาร การระงับการสนับสนุนทั้งหลายควรจะเป็นมาตรการที่ไม่เกิดปัญหาร้ายแรงต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ เอง มาตรการเหล่านี้จะดำเนินไปจนกระทั่งประเทศไทยมีการแต่งตั้งรัฐบาลชั่วคราวพลเรือนที่ได้รับการยอมรับแล้ว

D+2 : 21 กันยายน 2549

บทความจากสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล : นักวิชาการ แอ๊กติวิสต์ “2 ไม่เอา” มีส่วนรับผิดชอบทางการเมือง-ศีลธรรมต่อการรัฐประหารครั้งนี้เพียงใด?

ผุ้ที่ต้องการเอาทักษิณออก (แค่เอาเฉพาะตัว ไม่ต้องพูดถึงเอา “ระบอบทักษิณ” – ไม่ว่านั่นคืออะไร – ออก) ไม่มีทางจะเอาออกได้ด้วยวิธีทางเลือกตั้ง ซึ่งก็คือ ด้วยวิธีการเอาชนะใจประชาชนส่วนใหญ่ ให้หันมาเลิกสนับสนุนทักษิณ

กลุ่มสนธิ-จำลอง-พันธมิตร (และบรรดาบุคคลลึกลับแอนตี้ทักษิณทั้งหลาย) ล้วนเข้าใจข้อนี้ดี

ยุทธวิธีของพวกเขาตั้งแต่ต้นจนจบ คือ การสร้าง สถานการณ์ทางการเมือง ให้เกิดภาวะ “ทางตัน”
เพื่อให้ “อำนาจนอกรัฐธรรมนูญ” ซึ่งก็คือ “อำนาจนอกการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ” เข้าแทรกแซง

สมมุติเป็นจริงว่า พวกคุณคัดค้าน ไม่เห็นด้วยกับ “อำนาจนอกรัฐธรรมนูญ” ซึ่งก็คือ คัดค้านการรัฐประหารครั้งนี้จริงๆ

พวกคุณเองไม่คิดจะถามตัวเองบ้างหรือว่า พวกคุณมีความรับผิดชอบทางการเมืองและศีลธรรมอย่างไร ในการมีส่วนทำให้เกิดสถานการณ์ ที่ปูทางให้เกิดการใช้ “อำนาจนอกรัฐธรรมนูญ” ครั้งนี้?

ถ้าพวกคุณสังกัดขบวนการหรือพรรคการเมืองเช่นสมัยก่อน (พคท., ขบวนการนักศึกษา)
ทิศทาง และกิจกรรมทางการเมืองในระยะที่ผ่านมาของพวกคุณ (ไม่ใช่เฉพาะ 1 ปี แต่ย้อนหลังไปถึง วาทกรรม “แอนตี้นักการเมือง” “ยอมรับสถาบัน” ของพวกคุณ)

ต้องถือเป็นความผิดพลาดทางยุทธวิธี ทางนโยบายครั้งใหญ่ที่ต้องแสดงความรับผิดชอบ

- เคเบิลสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย หมายเลข 06BANGKOK5832

รายงานการพูดคุยกับ อดีตนายกรัฐมนตรี นาย อานันท์ ปันยารชุน กับทูต ราล์ฟ บอยซ์ เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2549: มองว่ารัฐประหารป้องกันเหตุรุนแรง

อานันท์ระบุกับทูตราล์ฟ บอยซ์ ว่า ตนมองการรัฐประหารเป็นการยับยั้งความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างฝ่ายยสนับสนุนและฝ่ายต่อต้านทักษิณ อานันท์มองว่าทักษิณได้กระตุ้นให้มีขบวนการภาคประชาชนที่เป็นประชาธิปไตยซึ่งอาจสามารถขับทักษิณลงจากอำนาจได้อย่างสันติแล้ว เขารู้สึกเสียใจที่ คปค. ฉีกรัฐธรรมนูญ 2540 แต่มองว่าประเทศไทยอาจได้รับผลพวงในแง่ดีจากการปฏิรูปรับธรรมนูญ โดยเฉพาะการสร้าง วุฒิสมาชิกประเภทใหม่ขึ้นมา อานันท์แนะให้รัฐบาลสหรัฐฯ กดดัน คปค. ให้สลายตัวลงหลังจากการแต่งตั้งรัฐบาลพลเรือนที่ได้รับการยอมรับแล้ว นอกจากนี้ยังมองในแง่บวกว่าสถานการณ์ในภาคใต้น่าจะดีขึ้น

D+3 : 22 กันยายน 2549
บทความจาก สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล : ปัญญาชนสาธารณะทั้งหลาย “มึง” ควรละอายใจต่อตัวเอง

สำหรับผม ด้านที่น่าสะอิดสะเอียนที่สุด ของสิ่งที่เกิดขึ้นในระยะไม่กี่วันที่ผ่านมาคือ

เมื่อเปรียบเทียบท่าทีที่บรรดาปัญญาชนสาธารณะทั้งหลาย มีต่อรัฐบาลเลือกตั้ง ต่อนักการเมือง (“นักเลือกตั้ง” “เลือกตั้งธิปไตย” ที่พวกเขาประนาม)

กับ

ท่าทีที่มีต่อนักข่มขืนทางการเมือง

ไหนล่ะ ความ “ปากกล้า” ที่เคยแสดงต่อพวกแรก?

ไหน “แถลงการณ์ประนาม”?

- การประท้วงรัฐประหารครั้งแรกของเครือข่ายนักศึกษา และนักกิจกรรมที่หน้าพารากอน สยาม โดยมีผู้ประท้วงประมาณ 20-100 คนหรือมากกว่า

- เคเบิลสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย หมายเลข 06BANGKOK5874

ประเมินสถานการณ์ในไทย : จำแนกโดย ทูต ราล์ฟ แอล บอยซ์
คปค. เริ่มลดการออกสื่อลง เพื่อเตรียมหลีกทางให้กับรัฐบาลรักษาการพลเรือน มีการแต่งตั้งผู้บริหารระดับอาวุโสที่รองจากรัฐมตรีในส่วนความมั่นคง ทักษิณออกแถลงการณ์จากลอนดอนแจ้งว่า เขาต้องการพักผ่อน และเตือนให้มีการเลือกตั้งให่ ในขณะที่ภริยาและบุตรสองคนยังอยู่ในกรุงเทพฯ สุรเกียรติ์ เสถียรไทย กลับกรุงเทพ พยายามรักษาระยะห่างจากทักษิณ ในขณะที่ดูเป็นกันเองกับคปค. พันธมิตรที่ใกล้ชิดทักษิณหลายรายตกอยู่ในความควบคุมของ คปค. นอกจากมีการประท้วงเล็ก ๆ แห่งหนึ่งเกิดขึ้นเท่านั้น

D+4 : 23 กันยายน 2549
บทความจาก สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล : ถึง บรรดาปัญญาชน แอ๊กติวิสต์ ที่ชอบพูดว่า “เลือกตั้งตัดสินอะไรไม่ได้”

การยืนกรานเรื่อง ต้องให้การเลือกตั้งตัดสิน ผิดตรงไหน?
สังคมสมัยใหม่ ที่แต่ละคนมีความคิดของตนเอง ที่แตกต่างกัน ถ้าไม่ใช่ให้การเลือกตั้งตัดสิน แล้วจะให้อะไรตัดสิน? กษัตริย์ ทหาร ? หรือ ปัญญาชน ตัดสินให้แทน ว่าอะไรคือ “ทางเลือก” หรือ “ไม่มีทางเลือก”

การไม่ยอมให้เลือกตั้งตัดสิน และ ว่า “เลือกตั้งตัดสินอะไรไม่ได้” แต่ยอมรับการตัดสินของกษัตริย์และทหาร (และปัญญาชน) ต่างหาก ที่เป็นสิ่งที่พวกที่อ้าง “ประชาธิปไตย” และ “ประชาชน” ต้องอธิบาย

D+5 : 24 กันยายน 2549
บทความจาก สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล : วาทกรรม “แอนตี้ทักษิณ-นักการเมือง” ผิดตรงไหน? และความรับผิดชอบต่อการรัฐประหาร

การผลิตวาทกรรม “แอนตี้ทักษิณ-แอนตี้นักการเมือง” เหล่านี้ ผิดหรือไม่?

ผมยืนยันว่าผิด

ไม่ใช่เพราะไม่เป็นความจริง

หลายส่วนของวาทกรรมเหลานี้เป็นจริง (หลายส่วน แต่ไม่ใช่ทั้งหมด มีบางส่วนสำคัญที่ผิดความจริง หรือไม่สมเหตุสมผล แต่ขอผ่านประเด็นนี้ไป)

แต่การผลิตวาทกรรมเหล่านี้ เป็นเรื่องผิด เพราะว่า

ในขณะที่ผลิตวาทกรรมเหล่านี้จนล้นหลาม พวกคุณไม่ได้บอก หรือ พยายามจะบอก ประชาชนไปพร้อมๆกันด้วยว่า ที่คุณสามารถผลิตวาทกรรมแอนตี้คนเหล่านี้ได้ แท้จริงแล้ว ก็เพราะคนเหล่านี้ เป็นนักเลือกตั้ง คือเป็นผู้ที่มาจากการเลือกตั้งนั่นเอง

พวกคุณไม่ได้บอก หรือ พยายามจะบอกประชาชนว่า คุณไม่สามารถผลิตวาทกรรมแอนตี้ ผู้มีอำนาจกลุ่มอื่น ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งได้

พวกคุณไม่เคยระบุ หรือพยายาม ระบุ ว่า ผู้อำนาจที่คุณแตะต้องด้วยวาทกรรมลักษณะเดียวกันไม่ได้ มีใครบ้าง

พวกคุณไม่ได้บอก หรือ พยายามจะบอกประชาชนว่า ถ้าคุณมีเสรีภาพที่จะประยุกต์ประเด็นต่างๆที่คุณใช้ ในการ แอนตี้ทักษิณ-นักการเมือง กับ ผู้มีอำนาจกล่มอื่นบางกลุ่ม นั้น ก็จะได้ประเด็นที่สมควรแอนตี้ไม่แพ้กัน หรือในบางกรณีอาจมากกว่าด้วยซ้ำ

แม้แต่คำว่า “ระบอบทักษิณ” ที่พวกคุณใช้ พวกคุณไม่เคยบอก หรือ พยายามบอกประชาชนว่า คุณไม่สามารถใช้คำลักษณะเดียวกันนี้ กับกลุ่มอำนาจบางกลุ่มอื่นได้

นี่ไม่ต้องพูดถึงว่า พวกคุณไม่เพียง “ละเว้น” การบอก หรือพยายามบอกเรื่องเหล่านี้แก่ประชาชนเท่านั้น บ่อยครั้ง พวกคุณกลับพูดเป็นนัยตรงกันข้ามด้วยซ้ำ ว่า กลุ่มอื่นที่คุณแตะต้องไม่ได้ หรือไม่ยอมแตะต้อง “ดีกว่าทักษิณ-นักการเมือง”

วาทกรรม “แอนตี้ทักษิณ-นักการเมือง” ในหลายปีที่ผ่านมา (โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมา) ในทางเป็นจริง จึงเป็นการทำงาน ทางวัฒนธรรม-อุดมการณ์ ให้กลุ่มอำนาจกลุ่มอื่น ที่พวกคุณไม่ต้องการ ไม่พยายาม ไม่มีปัญญา หรือ ไม่มีความกล้าหาญพอจะแตะต้องนั้น

วาทกรรม “แอนตี้ทักษิณ-นักการเมือง” จึงมีลักษณะ “บิดเบือน” ในทางภววิสัย โดยตลอด ตั้งแต่ต้น

“บิดเบือน” ในที่นี้ ไม่ใช่หมายความ “ไม่จริง” ในตัวเอง แต่ “บิดเบือน” เพราะเป็น วาทกรรมที่สร้างขึ้น ในบริบทของการละเว้นอย่างรุนแรง (radical exception) ดังกล่าว

ความรับผิดชอบทางการเมือง-ศีลธรรม ต่อการบ่อนทำลายทางอุดมการณ์ ต่อประชาธิปไตย ต่อการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญยิ่งยวดของประชาธิปไตย ต่อการสร้างอุดมการณ์ดัดจริต ศักดินา ผู้นำนิยม กล่าวอย่างสรุปคือ ต่อการปูทางทางวัฒนธรรม การเมือง อุดมการณ์ ให้แก่การรัฐประหารครั้งนี้….

อยู่ที่พวกคุณ

- ประกาศ คณะคัดค้านคณะรัฐประหาร ฉบับที่ ๑

ขอเชิญชวนเข้าร่วมอารยะขัดขืนภาคปฏิบัติ

“อารยะขัดขืนภาคปฏิบัติ คัดค้านคณะรัฐประหาร”

ด้วยการชุมนุมทางการเมืองเกิน ๕ คน เสวนาในหัวข้อ “ทำไมต้องต้านรัฐประหาร”

รายนามผู้เข้าร่วมสัมมนา

อ.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
น.ส.อรุณวนา สนิกะวาที นักศึกษา คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นายเมธัส บัวชุม ศิษย์เก่า คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นายธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน

ดำเนินรายการโดย นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง ผู้ประสานงานศูนย์ข่าวกิจกรรมนักศึกษา

วันจันทร์ที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๔๙ เวลา ๑๗.๐๐ น. ณ ลานโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

D+6 : 25 กันยายน 2549
- กิจกรรมต้านรัฐประหารที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


จดหมายเปิดผนึก : ถึงคณบดีคณะรัฐศาสตร์ และคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

- เคเบิลสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย หมายเลข 06BANGKOK5895

ประเมินสถานการณ์ในไทย : จำแนกโดย ผู้ช่วยทูต อเล็กซานเดอร์ เอ อาร์วิซู
คปค ออกระเบียบห้ามการดักฟังโทรศัพท์ และกิจกรรมทางการเมืองที่ต่อต้านผลประโยชน์ของคปค. โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยแพร่ภาพ ผู้นำรัฐประหาร เข้าเฝ้าในหลวงและราชินี คปค. แต่งตั้ง คตส. เพื่อสืบสวนการคอรัปชั่นของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ เกิดเหตุระเบิดเมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมาที่ปัตตานี ถือเป็นเหตุรุนแรงครั้งแรกหลังการรัฐประหาร

 

- บทความของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล : ไม่มีความกล้า ไม่มีความละอาย ของ นิธิ เอียวศรีวงศ์

ผมขอสารภาพว่า ผมนึกว่า ระดับความโกรธของตัวเอง ที่เห็นปฏิกิริยาของบรรดาปัญญาชนใหญ่ๆของเรา ได้ peaked (คือขึ้นสู่ระดับสุดแล้ว) เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

แต่เมื่อผมได้อ่านบรรทัดแรก ในบทความของนิธิในมติชนวันนี้ ผมจึงรู้ว่า ตัวเองสามารถโกรธยิ่งกว่าที่โกรธเมื่อหลายวันก่อนได้

ข้อเขียนนี้ ผมเขียนด้วยความยากลำบาก เพราะโกรธเสียจน ต้องหยุดเขียนเป็นระยะๆ และสงสัยว่า คงเขียนได้น้อยกว่าที่อยากจะเขียนเยอะ

ในบทความวันนี้ นิธิ ขึ้นต้นว่า

“จะผิดหรือจะถูก จำเป็นหรือไม่จำเป็น สมควรหรือไม่สมควรก็ตาม สิ่งที่ทำไปแล้วก็คือสิ่งที่ทำไปแล้ว ปัญหาคือจะประคองสิ่งที่ทำไปแล้วให้ออกมาเป็นผลดีที่สุดได้อย่างไร”

ตกลงว่า ในความเห็นของนิธิ รัฐประหารครั้งนี้ ผิดหรือถูก?
รัฐประหารครั้งนี้ จำเป็น หรือ ไม่จำเป็น?
รัฐประหารครั้งนี้ สมควร หรือ ไม่สมควร?

สำหรับคนที่จะมาแก้ต่างแทนนิธิว่า นิธิ ไม่สามารถเขียนว่า “รัฐประหารครั้งนี้ผิด” เพราะถ้าเขียนแล้ว บ.ก.ก็คงไม่สามารถลงให้ได้ ขอให้คิดก่อนพูด

นิธิเป็น “เจ้าภาษา” ความสามารถในการใช้ภาษา โดยเฉพาะในการด่านักการเมือง ในระยะหลายปีที่ผ่านมา ไม่จำเป็นต้องพูดอีก popularity ของเขาในหลายปีที่ผ่านมา อยู่บนพื้นฐานของสิ่งนี้

นิธิสามารถเขียนง่ายๆว่า “ผมไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารครั้งนี้ ผมเห็นว่าไม่จำเป็น และไม่สมควร”

ผมค่อนข้างเชื่อว่า บ.ก. ยังไงก็ไม่ถึงกับกลัวจนไม่กล้าลงบทความที่มีประโยคเรียบๆง่ายๆเช่นนี้

D+7 : 26 กันยายน 2549

- เคเบิลสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย หมายเลข 06BANGKOK5908

ทูตราล์ฟ แอล บอยซ์ รายงานสถานการณ์การถ่ายโอนอำนาจของ คปค. หลังจากหารือกับ พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี

การหารือได้เกิดขึ้นวันที่ 25 กันยายน 2549 เขาต้องการตรวจสอบสถานภาพของเปรมว่ายังสุขสบายเป็นปกติ หลังจากได้รับข่าวลือว่าทักษิณพยายามควบคุมตัวเปรมในคืนวันรัฐประหาร เปรมดูผ่อนคลาย เต็มไปด้วยความมั่นใจ และรู้สึกยินดีกับเหตุการณ์ที่ผ่านพ้นไป และยืนยันว่าเขายังคงปกติสุขดี

ทูตได้แจ้งกับเปรมถึงการสนทนาเมื่อวันก่อนกับบวรศักดิ์ อุวรรณโน ที่เป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราวว่า คปค อาจแต่งตั้งนายกรัฐนตรีพลเรือนในช่วงอาทิตย์แรกของเดือนตุลาคม และได้เน้นกับเปรมว่าประชาคมนานาชาติกำลังจับตาดูอยู่ คปค อาจถูกวิจารณ์หากพ้นกำหนดสองอาทิตย์ที่ตนได้ตั้งไว้เอง เปรมบอกว่าควรเริ่มนับวันที่ 20 ไม่ใช่วันที่ 19 เพราะคปค.ยังต้องการเวลาเพื่อให้ทุกอย่างเข้าที่ (สนธิระบุช่วงเวลาสองอาทิตย์ ในวันที่ 20)

- บทความจาก สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล : บางครั้งผมจนปัญญาหาคำด่าไม่ได้ ในกรณีอย่างเสน่ห์ จามริก, ชัยวัฒน์ สถาอานันท์

เหตุผลสร้างความชอบธรรมสำคัญที่คนเหล่านี้ supply ให้กับการรัฐประหารคือ

“ความจริงรัฐธรรมนูญตายไปนานแล้ว” [the constitution was long dead] (ถูก “ระบอบทักษิณ” ทำลายไปนานแล้ว) และ “สมัยรัฐบาลทักษิณเป็นเผด็จการอย่างลึกซึ้งมานานแล้ว..” [Thaksin government was not democratic in the profound sense of the term] นี่คือคำพูดของชัยวัฒน์ สถาอานันท์ [Bangkok Post, 25 September 2006, p12] แต่ชัยวัฒน์ มีวิธีเขียนที่แนบเนียน (นี่เป็น typical ของเขา ถ้าใครฉลาดพอจะสังเกตได้ในเรื่องอื่นๆด้วย) เขาเขียนทำนองว่า ความเห็นเหล่านี้เป็นคนอื่นเสนอ ซึ่งถ้าอ่านไม่ดี ตาไม่ไว อาจจะข้ามที่เขาพูดในไม่กี่บรรทัดต่อมาว่า เขาเห็นด้วยว่า เหตุผลที่ (“คนอื่น”) ให้เหล่านี้ เป็นความจริง [those who believe that these reasons are probably true...I count myself among them] (ประโยคช่วงนี้ของเขาเขียนวกวนมากจนถ้าไม่ตาไวๆ จับไม่ได้จริงๆ) ซึ่งก็คือเป็นความเห็นของเขาด้วยนั่นเอง

นัยยะของการให้เหตุผลแบบนี้คือ

“เพราะฉะนั้น จะว่ารัฐประหารนี้ ฉีกรัฐธรรมนูญ หรือเป็นเผด็จการ ไม่ได้”
(เพราะทั้ง 2 อย่างนั้นเกิดมานานแล้ว โดยทักษิณ)

สัปดาห์ที่ผ่าน ผมบอกหลายคนว่า ในขณะที่ผมไม่เคยหลงคารมของนักวิชาการเหล่านี้ ไม่เคยเป็น “แฟน” ของคนเหล่านี้ ผม (นี่พูดด้วยความจริงใจสุดๆ ไม่ใช่โวหาร) ก็คาดไม่ถึงจริงๆว่า พวกนี้จะ “จมได้ต่ำขนาดนี้”

เอาละ ลองมาทำการทดลองทางปัญญาดู

“สมัยทักษิณ รัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย ตายไปนานแล้ว”

ในช่วงที่ผ่านมา ผมเห็นคนจำนวนมาก เขียนการ์ตูนล้อถือป้าย “หน้าเหลี่ยม” ไม่เห็นมีใครถูกจับ

ถ้าผมเขียนการ์ตูนล้อ หน้า พลเอกสนธิ แล้วเขียนทำนองเดียวกัน “หน้า…” ไปยืนประท้วงหน้ากองทัพบก ผมคงไม่ถูกจับ?

ถ้าผมเขียนบทความประนามคณะชื่อยาว แบบเดียวกับที่ท่านนักวิชาการทั้งหลายเขียนประนามทักษิณ, ถ้าผมทำการประท้วงด้วยวิธีต่างๆ (ล่าลายชื่อถอดถอน, ฟ้องศาลปกครอง ศาลอาญา จัดเวทีไฮด์ปาร์ค จัดอภิปรายในหอประชุมธรรมศาสตร์ ฯลฯ ฯลฯ) ผมคงไม่โดนจับเหมือนกัน?

ถ้าผมซีเรียส ประกาศจะต้อง “โค่น ระบอบ…” แบบที่มีการประกาศจะ “โค่นระบอบทักษิณ” มาเป็นปีๆ ผมคงปลอดภัยเหมือนกัน?

ถ้าผมจะทำรายงานข่าว สืบสาวต้นตอของกลุ่มรัฐประหาร ว่ามีใครอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังบ้าง แล้วนำมาเสนอแบบเดียวกับที่มีหลายคนทำเรื่อง เทมาเส็ก กุหลาบแก้ว ฯลฯ ผมก็คงปลอดภัยเหมือนกัน?

ถ้าผมเรียกร้องให้พวกยึดอำนาจตอนนี้เปิดเผยทรัพย์สินของตัว ของลูกเมีย คนรอบข้าง…
ถ้าผมเรียกร้องให้สื่อมวลชนทำการสอบสวนการจัดซื้อหาในกองทัพ ระดับเงินเดือน โบนัส ของนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ฯลฯ

  • คนความรู้น้อย

    อำนาจตามระบอบประชาธิปไตย แบ่งเป็น 3 อำนาจ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ซึ่งจะถ่วงดุลอำนาจกัน แต่ประเทศไทยเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่ยอมรับ รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ก็เพื่อให้ระบอบฯ ดำรงคงอยู่ รัฐประหาร, ผู้มีอำนาจฯ คงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับระบอบฯ

  • มาช้าแต่มาแล้ว

    อืมม…………………สมชื่อครับ ความรู้น้อยจริงๆ…………………….

  • http://www.facebook.com/peter.srithep ปีเตอร์ ศรี มีเฌอเป็นลูกรัก

    สัปดาห์ที่ผ่าน ผมบอกหลายคนว่า ในขณะที่ผมไม่เคยหลงคารมของนักวิชาการเหล่านี้ ไม่เคยเป็น “แฟน” ของคนเหล่านี้ ผม (นี่พูดด้วยความจริงใจสุดๆ ไม่ใช่โวหาร) ก็คาดไม่ถึงจริงๆว่า พวกนี้จะ “จมได้ต่ำขนาดนี้”
    เอาละ ลองมาทำการทดลองทางปัญญาดู
    “สมัยทักษิณ รัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย ตายไปนานแล้ว”
    ในช่วงที่ผ่านมา ผมเห็นคนจำนวนมาก เขียนการ์ตูนล้อถือป้าย “หน้าเหลี่ยม” ไม่เห็นมีใครถูกจับ
    ถ้าผมเขียนการ์ตูนล้อ หน้า พลเอกสนธิ แล้วเขียนทำนองเดียวกัน “หน้า…” ไปยืนประท้วงหน้ากองทัพบก ผมคงไม่ถูกจับ?
    ถ้าผมเขียนบทความประนามคณะชื่อยาว แบบเดียวกับที่ท่านนักวิชาการทั้งหลายเขียนประนามทักษิณ, ถ้าผมทำการประท้วงด้วยวิธีต่างๆ (ล่าลายชื่อถอดถอน, ฟ้องศาลปกครอง ศาลอาญา จัดเวทีไฮด์ปาร์ค จัดอภิปรายในหอประชุมธรรมศาสตร์ ฯลฯ ฯลฯ) ผมคงไม่โดนจับเหมือนกัน?
    ถ้าผมซีเรียส ประกาศจะต้อง “โค่น ระบอบ…” แบบที่มีการประกาศจะ “โค่นระบอบทักษิณ” มาเป็นปีๆ ผมคงปลอดภัยเหมือนกัน?
    ถ้าผมจะทำรายงานข่าว สืบสาวต้นตอของกลุ่มรัฐประหาร ว่ามีใครอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังบ้าง แล้วนำมาเสนอแบบเดียวกับที่มีหลายคนทำเรื่อง เทมาเส็ก กุหลาบแก้ว ฯลฯ ผมก็คงปลอดภัยเหมือนกัน?
    ถ้าผมเรียกร้องให้พวกยึดอำนาจตอนนี้เปิดเผยทรัพย์สินของตัว ของลูกเมีย คนรอบข้าง…ถ้าผมเรียกร้องให้สื่อมวลชนทำการสอบสวนการจัดซื้อหาในกองทัพ ระดับเงินเดือน โบนัส ของนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ฯลฯ

  • http://www.facebook.com/peter.srithep ปีเตอร์ ศรี มีเฌอเป็นลูกรัก

    สัปดาห์ที่ผ่าน ผมบอกหลายคนว่า ในขณะที่ผมไม่เคยหลงคารมของนักวิชาการเหล่านี้ ไม่เคยเป็น “แฟน” ของคนเหล่านี้ ผม (นี่พูดด้วยความจริงใจสุดๆ ไม่ใช่โวหาร) ก็คาดไม่ถึงจริงๆว่า พวกนี้จะ “จมได้ต่ำขนาดนี้”
    เอาละ ลองมาทำการทดลองทางปัญญาดู
    “สมัยทักษิณ รัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย ตายไปนานแล้ว”
    ในช่วงที่ผ่านมา ผมเห็นคนจำนวนมาก เขียนการ์ตูนล้อถือป้าย “หน้าเหลี่ยม” ไม่เห็นมีใครถูกจับ
    ถ้าผมเขียนการ์ตูนล้อ หน้า พลเอกสนธิ แล้วเขียนทำนองเดียวกัน “หน้า…” ไปยืนประท้วงหน้ากองทัพบก ผมคงไม่ถูกจับ?
    ถ้าผมเขียนบทความประนามคณะชื่อยาว แบบเดียวกับที่ท่านนักวิชาการทั้งหลายเขียนประนามทักษิณ, ถ้าผมทำการประท้วงด้วยวิธีต่างๆ (ล่าลายชื่อถอดถอน, ฟ้องศาลปกครอง ศาลอาญา จัดเวทีไฮด์ปาร์ค จัดอภิปรายในหอประชุมธรรมศาสตร์ ฯลฯ ฯลฯ) ผมคงไม่โดนจับเหมือนกัน?
    ถ้าผมซีเรียส ประกาศจะต้อง “โค่น ระบอบ…” แบบที่มีการประกาศจะ “โค่นระบอบทักษิณ” มาเป็นปีๆ ผมคงปลอดภัยเหมือนกัน?
    ถ้าผมจะทำรายงานข่าว สืบสาวต้นตอของกลุ่มรัฐประหาร ว่ามีใครอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังบ้าง แล้วนำมาเสนอแบบเดียวกับที่มีหลายคนทำเรื่อง เทมาเส็ก กุหลาบแก้ว ฯลฯ ผมก็คงปลอดภัยเหมือนกัน?
    ถ้าผมเรียกร้องให้พวกยึดอำนาจตอนนี้เปิดเผยทรัพย์สินของตัว ของลูกเมีย คนรอบข้าง…ถ้าผมเรียกร้องให้สื่อมวลชนทำการสอบสวนการจัดซื้อหาในกองทัพ ระดับเงินเดือน โบนัส ของนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ฯลฯ