Practical Report ประวัติศาสตร์มนุษย์ฉบับย่อ : แสวงหา “กลยุทธ์” ท่ามกลางความสำเร็จล้มเหลวของบรรพบุรุษ

ผู้คนส่วนใหญ่ในโลกนี้ ล้วนปรารถนาหนทางแห่งความสำเร็จ แต่ทว่าจะมีสักกี่คนที่สามารถค้นพบ “กลยุทธ์” เฉียบคมในการนำพาชีวิตไปพิชิตความฝันดังที่ได้ตั้งปณิธานไว้

กระแสเห่อกลยุทธ์และหนังสือแนว How to จึงเบ่งบานยิ่งในเมืองไทย แต่น้อยคนจะตระหนักว่าวิถีกลยุทธ์ที่แท้จริงนั้น อาจไม่ได้ค้นพบได้ในท่ามกลางกองหนังสือกลยุทธ์ฮาวทูอันใด หากทว่ากลับซ่อนเร้นอยู่ในภาพวาดโบราณ วารสารวิทยาศาสตร์ หรือแม้กระทั่งบทบันทึกประวัติศาสตร์ที่สะท้อนเรื่องราวการต่อสู้ที่ดุเดือดเข้มข้นของมวลมนุษยชาติ

ประวัติศาสตร์มนุษย์ฉบับย่อ คือ หนังสือที่พยายามสรุปสังเคราะห์ “วิถี(Tao)” ที่กำหนดโชคชะตาทั้งสำเร็จล้มเหลวของมนุษย์ตลอด 5000 ปี โดยตกผลึกเป็นถ้อยคำอันเรียบง่ายว่า Human Web

ทวีปแอฟริกาอาจเป็นถิ่นกำเนิดดั้งเดิมของมนุษยชาติ แต่เนื่องจากเป็นดินแดนแห่งโรคร้าย และพื้นที่โดยรวมไม่เอื้อต่อการเดินทางเชื่อมต่อของผู้คน จึงทำให้ยากที่จะเพิ่มจำนวนประชากรและแลกเปลี่ยนความหลากหลายของแต่ละชนเผ่า ที่นำไปสูการก่อกำเนิดของอารยธรรม

ในทางตรงข้าม เมโสโปเตเมียกลับเป็น “ศูนย์กลาง” การคมนาคมระหว่างยุโรปและเอเซียจึงทำให้เกิดความหลากหลายของผู้คนที่สามารถสัญจรแลกเปลี่ยนสัตว์เลี้ยง พืชพันธุ์ รวมถึงความรู้และเทคนิคในการบริหารจัดการชนเผ่า เพาะบ่มเพิ่มพูนจนบังเกิด “สุเมอร์” อารยธรรมแห่งแรกของโลกขึ้นที่นี่

Human Web คือ โครงข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างมนุษย์ที่แตกต่างหลากหลาย ซึ่งนอกจากให้กำเนิดอารยธรรมสุเมอร์แล้ว ยังทำให้อารยธรรมที่มาทีหลังอย่างอียิปต์สามารถสร้างอักษรเฮียโรกลิฟิกได้รวดเร็ว โดยไม่ต้องใช้เวลายาวนานในพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไปเหมือนดั่งการประดิษฐ์อักษรคูนิฟอร์มของชาวสุเมอร์ ยังไม่นับว่าพีระมิดเริ่มแรกของชาวอียิปต์ก็หยิบยืมรูปแบบมาจากสถาปัตยกรรมของชาวสุเมอร์

นอกจากนี้ อาณาบริเวณที่มีพื้นที่ราบลุ่มกว้างขวางเพียงพอในการเอื้ออำนวยให้ผู้คนที่แตกต่างหลากหลายได้สร้าง Human Web เพื่อแลกเปลี่ยนสิ่งของและความรู้กันอย่างเข้มข้น ก็ย่อมบรรลุการสร้างอารยธรรมเหมือนกับสุเมอร์ ไม่ว่าจะเป็นจีน อินเดีย รวมถึงทวีปอเมริกาโบราณ

ถ้าพิจารณาเฉพาะพื้นที่ของแต่ละอารยธรรมแล้ว ทวีปอเมริกาก็หาได้มี Human Web ที่เข้มข้นน้อยกว่าอารยธรรมอื่นเลย แต่เนื่องจากอารยธรรมในผืนยุโรปและเอเซียสามารถติดต่อเชื่อมโยงกันได้ง่ายกว่าตั้งแต่ยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลางจนถึงจีนและอินเดีย จึงทำให้ระดับการพัฒนาและหยิบยืมความรู้ซึ่งกันและกันของอารยธรรมยุโรปและเอเซียนั้น ในที่สุดก็เหนือล้ำกว่าอเมริกาโบราณจนชาวยุโรปสามารถเข้าพิชิตได้ในช่วง 500 ปีที่ผ่านมาแล้ว

Human Web ยังมีพลังในการอธิบายความรุ่งเรืองและเสื่อมโทรมของอารยธรรมได้อีกด้วย เนื่องจากอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่เหนืออารยธรรมอื่นในช่วงเวลาเดียวกันนั้น มักจะหลงตัวเองและไม่ค่อยซึมซับเรียนรู้จากอารยธรรมที่ด้อยกว่า ในที่สุดจึงถูกอารยธรรมที่ด้อยกว่าหยิบยืมความรู้ไปผสมกับความรู้เดิมของตน จนพัฒนาเป็นความรู้และเทคโนโลยีที่ก้าวแซงและเอาชนะได้ในท้ายที่สุด

ตัวอย่างเช่น อารยธรรมอียิปต์ที่รุ่งเรืองขึ้นมาเพราะหยิบยืมจากอารยธรรมสุเมอร์นั้น ก็กลับพ่ายแพ้ให้กับอารยธรรมกรีกที่หยิบยืมความรู้มาจากอียิปต์มาต่อยอดจนสามารถเอาชนะได้ เช่นเดียวกับมหาอาณาจักรโรมันที่ครั้งหนึ่งเคยป่าเถื่อนก็ได้นับถือชาวกรีกเป็นกูรูทางด้านความรู้และศิลปะทั้งมวล และในที่สุดก็สามารถกลืนกินชาวกรีกมาเป็นเมืองขึ้นได้สำเร็จ

ในความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมันและจีน อารยธรรมที่สร้าง Human Web ที่ซับซ้อนลุ่มลึกจนสามารถพิชิตดินแดนอันกว้างใหญ่ได้นั้น ก็กลับพ่ายแพ้ให้กับภัยธรรมชาติและโรคระบาด จึงเปิดโอกาสให้เผ่าชนเร่ร่อนในทุ่งหญ้าสเตปป์ทางเหนือของจีนและยุโรปเข้ามารุกรานอารยธรรมทั้งสองจนล่มสลายลงและนำไปสู่ประวัติศาสตรหน้าใหม่ของอารยธรรม

อารยธรรมจีนค่อนข้างโชคดีที่มี “ศูนย์กลาง” อารยธรรม 2 แห่ง จึงทำให้ถึงแม้ลุ่มแม่น้ำฮวงโหจะโดนชนเผ่าป่าเถื่อนพิชิตได้ แต่อารยธรรมลุ่มแม่น้ำแยงซีก็ยังสามารถรักษาความเจริญสืบเนื่องมาได้ และในที่สุดก็สามารถสร้างการหลอมรวมทางวัฒนธรรมกับชนเผ่าป่าเถื่อนจนกลายเป็นอารยธรรมจีนใหม่ได้สำเร็จในสมัยราชวงศ์ถังอันยิ่งใหญ่

ในทางตรงข้าม อารยธรรมโรมันตะวันตกที่ได้ถูกชนเผ่าป่าเถื่อนยึดครองไปนั้น กลับไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้อีกเลย จึงทำให้ชนเผ่าป่าเถื่อนที่เข้ามายึดครองนั้นต้องพัฒนาอารยธรรมไปตามวิถีของตน แต่ในท่ามกลางความโชคร้ายนั้น ก็กลับมีความโชคดีแฝงอยู่ เพราะเนื่องจากการแยกเป็นหลายประเทศของชาวยุโรปได้เอื้ออำนวยต่อการสร้าง Human Web ที่หลากหลายและซับซ้อนกว่าอาณาจักรจีนที่รวมเป็นหนึ่งเดียว โดยเฉพาะเมื่อแต่ละประเทศในยุโรปนั้นต้องแข่งขันและร่วมมือกันอย่างสลับซับซ้อนเพื่อเอาตัวรอดในยุคที่ไม่มีใครเป็นผู้ชนะเบ็ดเสร็จ

ยิ่งกว่านั้น ในเชิงภูมิศาสตร์การเมือง (Geopolitic) ประเทศจีนและตะวันออกกลางอยู่ใกล้กับทุ่งหญ้าสเตปป์มากกว่าในยุโรป จึงต้องเผชิญการรุกรานจากชนเผ่าป่าเถื่อนที่ยังไม่อาจหลอมกลืนเข้ากับวิถีอารยธรรมโดยสมบูรณ์ แต่ก็ได้พัฒนาตัวเองจากการหยิบยืมทั้งจากอารยธรรมจีนและมุสลิมจนสามารถสร้างภัยคุกคามให้กับอาณาจักรทั้งสองได้ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งในการถ่วงรั้งการพัฒนาระบบทุนนิยมของทั้งจีนและมุสลิมไปในท้ายที่สุด

นอกจากนี้ ยุโรปยังได้ขยาย Human Web ไปสู่ทวีปแอฟริกาและอเมริกา ที่สามารถหยิบยืมแรงงานทาสและผลผลิตทางการเกษตรมาหล่อเลี้ยงโรงงานอุตสาหกรรมที่กำลังเฟื่องฟู รวมถึงหยิบยืมความรู้ด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์จากมุสลิม ความรู้ด้านอุตสาหกรรมจากจีนและอินเดียที่ได้พัฒนาล้ำหน้ายุโรปไปในช่วงที่ยุโรปยังจมปลักกับยุคมืดอันยาวนาน ทั้งหมดได้หลอมรวมกันเป็นชัยชนะของยุโรปที่มีเหนืออารยธรรมอื่นใดในพื้นปฐพี

สัจธรรมของ Human Web ได้เวียนมาบรรจบอีกครั้ง ในเมื่อจีนที่เคยทระนงในความยิ่งใหญ่ของตน ได้พบความเจ็บปวดในศตวรรษที่แล้ว จึงได้อ่อนน้อมกลับมาหยิบยืมเรียนรู้ระบบทุนนิยมจากอเมริกาและยุโรป จนสามารถหลอมรวมกับความรู้ดั้งเดิมของตน จนกลายเป็น “ทุนนิยมตะวันออก” ที่พัฒนาเหนือล้ำกว่าต้นฉบับ และกำลังเบียดแซงมาแข่งขันกับ “อเมริกา” ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นคนยากไร้จากยุโรปที่ได้หยิบยืมความรู้และคนเก่งจากยุโรปโดยเฉพาะในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จนผงาดขึ้นเป็นเจ้าโลกได้ในปัจจุบัน

จากบทเรียนในความรุ่งเรืองและเสื่อมโทรมของอารยธรรมในรอบ 5000 ปี ทำให้ได้ข้อสรุปที่ไม่อาจมองข้ามได้ นั่นคือ การสร้าง Human Web ที่เข้มแข็งและหลากหลายในการหยิบยืมความรู้ เทคโนโลยี และคนเก่งจากทั่วทุกมุมโลก โดยไม่ทระนงเย่อหยิ่งในความยิ่งใหญ่ของตนเอง แต่กลับกระหายและสอดส่ายในการหยิบยืมไปทุกหนแห่ง ทั้งจากคนที่เหนือกว่าและคนที่ด้อยกว่า เพื่อนำมาเป็น “วัตถุดิบ” ในการคิดค้นนวัตกรรมยิ่งใหญ่ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับตนเองในท้ายที่สุด

สำหรับประเทศไทยและคนไทยแล้ว ย่อมสามารถประยุกต์ใช้บทเรียนจาก Human Web โดยการพัฒนาจุดแข็งด้านวัฒนธรรมที่สนุกสนานเบิกบาน มาสร้างบรรยากาศในการทำงานและใช้ชีวิตที่รุ่มรวยและมีเสน่ห์สีสัน เพื่อดึงดูด “คนเก่ง” จากทั่วทุกมุมโลกทั้งชาติเล็กและชาติใหญ่ ให้เข้ามาทำงานและร่วมลงทุน จนกลายเป็น Human Web ที่เข้มข้นหลากหลาย ในการแลกเปลี่ยนความรู้ เทคโนโลยี และทรัพยากรธรรมชาติ อันนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมสร้างสรรค์ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และวัฒนธรรม ที่หลุดพ้นจากวังวนอันหลอกหลอนของความด้อยพัฒนาและขัดแย้งไม่สิ้นสุดในปัจจุบันนี้ไปตลอดกาล

  • joofer

    อย่างนี้หมายความว่าถ้าเราไม่ปรับเพื่อกลืนกินผู้มีอารยธรรมสูงกว่า ก็จะถูกผู้มีอารยธรรมต่ำกว่าพัฒนาและกลืนกิน แล้วเราจะเอาไงกับ เวียดนาม เขมร ลาว และ สิงคโปร์ดี