ประชาไทแปลบทความ ‘I am very weak’ Melbourne author tells parents in Christmas letter จากหนังสือพิมพ์ Manningham Leader เมื่อ วันที่ 20 มกราคม 2009 เขียนโดย แฮร์รี่ นิโคไลดส์ ชาวเมลเบิร์นที่ถูกคุมขังในประเทศไทย ส่งถึงพ่อและแม่ที่เมลเบิร์นช่วงก่อนจะถึงวันคริสต์มาส

ภาพจาก dailylife
แม่ครับ
ผมคิดถึงแม่และพ่อมากเหลือเกิน ยิ่งในช่วงสองสามวันมานี้ เป็นช่วงเวลาที่คริสต์มาสใกล้จะมาถึง ความหวังเดียวของผมที่จะผ่านพ้นสิ่งนี้ไปได้ คือการที่แม่และพ่อยังคงมีสุขภาพแข็งแรงดี
หากเกิดอะไรขึ้นกับพ่อหรือแม่ ผมจะไม่สามารถผ่านพ้นมันไปได้
ผมอ่อนแอเหลือเกิน หัวใจของผมรวดร้าวด้วยความเศร้าโศกและสิ้นหวัง
สิ่งเดียวที่จะหยุดความเศร้าโศกได้ชั่วขณะคือการคิดถึงปัจจุบัน
ในห้วงเวลาใดที่ผมหยุด…แล้วเริ่มหวนคิดถึงเรื่องราวในอดีต หรือยึดมั่นกับอนาคต มันทำให้ผมตกอยู่ในห้วงแห่งความโศกเศร้า
ผมสูญเสียแรงปรารถนาที่จะดูแลสุขภาพและจิตใจของตัวเอง
ปัจจุบันเป็นการถูกทำร้ายความรู้สึกและสภาพจิตใจของผม อย่างไม่มีการผ่อนปรน
ผมคิดถึงการกลับคืนสู่ชิวิตของผมเองอีกครั้ง หลังจากที่เรื่องทั้งหมดนี้จบสิ้นลง
แต่ผมจะถูกหลอกหลอนด้วยความทรงจำเหล่านี้หรือไม่?
กลิ่นเหม็นของขยะเน่าเสียจะลบเลือนไปจากจมูกของผมหรือไม่?
ผมจะเดินก้มศีรษะอยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้เหยียบเท้าตัวเองหรือไม่?
ฝุ่นที่ติดอยู่ตามเนื้อตัวของผมจะชำระล้างออกให้หมดจดได้หรือไม่?
มันเป็นเวลาที่เนิ่นนาน นับจากครั้งสุดท้ายที่ได้ดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ ได้อาบน้ำอุ่น กินอาหารที่มีอุณหภูมิเหมาะสม
ผมไม่ได้ใช้ช้อน ส้อม จาน มาเป็นเวลาสามเดือน
ผมกินอาหารจากถุงพลาสติก
ผมเหนื่อยหน่ายกับการนั่ง ยืน คุกเข่า บนพื้นคอนกรีต
ผมโกนหนวดและล้างหน้าโดยไม่มีกระจก
ผมรอเวลาที่จะได้สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดอีกครั้งหนึ่งโดยไม่ต้องกังวลว่ามีการติดเชื้อ
ผมปรารถนาถึงการนอนหลับสนิท ไม่ใช่ต้องอดทนนอนครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่บนพื้นคอนกรีต
ผมปรารถนาถึงการใช้ห้องน้ำอย่างเป็นส่วนตัว ไม่ใช่อยู่ท่ามกลางผู้ชายคนอื่นๆ อีกห้าสิบคน
แม้ ปัจจุบันเป็นเรื่องที่เลวร้ายสำหรับผม แต่มันยังดีกว่า การคิดถึงความทรงจำที่มีต่อเมลเบิร์น หรือเรื่องเกี่ยวกับอนาคตที่จะเกิดขึ้น
ความคิดเหล่านี้ย้ำเตือนถึงการสูญเสียสิ่งต่างๆ ไป ผมพยายามจะไม่คิดถึงชีวิตข้างนอก แต่ผมก็ไม่สามารถทำได้นาน
ผมเห็นภาพในหนังสือแมกกาซีนฉบับหนึ่ง ได้ยินเสียงเรียกชื่อผม แล้วทันทีทันใดความทรงจำต่างๆ ก็ผุดพรายขึ้นมา ผมถูกปลุกให้ตื่น เมื่อผมรู้ตัวว่า ตอนนี้ผมอยู่ที่ไหน
ผมคิดเรื่องการเดินทางในชีวิตของพวกเรา
พวกท่านอยู่เคียงข้างผม ให้การศึกษาผม และรักผม
แม่และพ่อเดินทางจากไซปรัสมายังออสเตรเลียในปี 1955
พวกท่านอยู่ในประวัติศาสตร์ออสเตรเลียมาครึ่งศตวรรษ
ผมมาจบลงที่นี่ ในประเทศไทย ที่ซึ่งผมถูกยืดเวลาการกักขัง ซึ่งทำลายประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของพวกเราลงไป
นี่คือเรื่องราวของเรา ประวัติศาตร์ครอบครัวของเรา และสายตระกูลของพวกเรา
เราต้องไม่ให้มันถูกทำลายและถูกทำให้แตกสลาย
ผมจะเข้มแข็งและมุ่งมั่น หากพวกท่านจะเข้มแข็งเช่นเดียวกัน
ผมไม่มีวันที่จะทิ้งแม่ไป และผมขออ้อนวอนให้ท่านไม่มีวันที่จะทิ้งผมไป
ลูกรักของพ่อแม่ตลอดไป
แฮรี่
รายงานข่าวเผยข้อมูลเพิ่มเติม โดยอ้างคำเปิดเผยของนายสตีเฟน สมิธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลียว่า ว่า ได้ส่งหนังสือมายังนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย เพื่อแสดงการสนับสนุนของรัฐบาลออสเตรเลีย ต่อข้อเรียกร้องของนายแฮรี่ นิโคลายด์ นักเขียนวัย 41 ปี ในการขอพระราชทานอภัยโทษ หลังจากถูกศาลตัดสินจำคุกเป็นเวลา 3 ปี ในข้อหาหมิ่นสถาบัน จากการเขียนบทความจาบจ้วงสถาบันลงในหนังสือที่มีการตีพิมพ์เมื่อปี 2548
นายศักดิ์ศรี พรหมโยธี อัครราชทูตที่ปรึกษาไทยประจำกรุงแคนเบอร์ร่า บอกว่า กฎหมายหมิ่นสถาบันถูกนำมาใช้อยู่ในปัจจุบันเพราะรัฐธรรมนูญไทยได้บัญญัติให้ กษัตริย์ไทยอยู่เหนือการเมือง และเพื่อคุ้มครองพระองค์จากการถูกโจมตีส่วนพระองค์ อย่างไรก็ตาม เขาคิดว่า กรณีดังกล่าว ชาวต่างชาติที่เผชิญข้อหาดังกล่าวมีโอกาส 99 % ที่จะได้รับการอภัยโทษและถูกส่งตัวกลับประเทศ
อ่านข่าวเพิ่มเติม : นักเขียนออสซี่จำคุก 6 ปี สารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งคดีหมิ่นฯ
