หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล เผยแพร่รายงานว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ไอบีเอ็มเตรียมแผนเลิกจ้างพนักงานในสายงานให้บริการทางธุรกิจและย้ายงานทั้งหมดไปอินเดีย ทั้งนี้ไอบีเอ็มเลี่ยงการเผยข้อมูล การเลิกจ้างต่อสาธารณะ และไม่มีการระบุจำนวนพนักงานที่ถูกเลิกจ้างในสหรัฐได้
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าไอบีเอ็มได้ยื่นจดหมายเพื่อเลิกจ้างพนักงานจำนวน 4,600 คนทั้งในส่วนของซอฟต์แวร์, การขาย, เซมิคอนดักเตอร์ และกลุ่มการเงิน นอกจากนี้วอลล์สตรีทเจอร์นัลยังได้อ้างเอกสารภายในที่ระบุว่า ส่วนบริการธุรกิจทั่วโลกของไอบีเอ็ม ซึ่งมีรายงานว่าเป็นเป้าหมายของการเลิกจ้างพนักงานนั้น เป็นหน่วยงานที่ใหญ่ที่สุดทั้งในแง่การจ้างงานและการทำรายได้ของไอบีเอ็ม เนื่องจากมีพนักงานจำนวน 1.8 แสนคนทั่วโลก
ด้านจำนวนพนักงานไอบีเอ็มทั่วโลกอยู่ที่ 3.98 แสนคน เมื่อสิ้นปี 2008 (พ.ศ. 2550) ในขณะที่มีจำนวนพนักงานในสหรัฐอเมริกาที่ 1.15 แสนคน ลดลงจาก 1.21 แสนคนเมื่อสิ้นปี 2007 (พ.ศ. 2549) ทั้งนี้ไอบีเอ็มเป็นบริษัทขนาดใหญ่น้อยรายที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจ เนื่องจากมีเงินสดในมือ และหลักทรัพย์ที่สามารถขายในตลาดรองได้ รวมถึง 1.29 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (4.5 แสนล้านบาท)
ที่มา – กรุงเทพธุรกิจ อ้างอิงจาก AFP
ความเห็น SIU
รายงานจากวอลล์สตรีทเจอร์นัลที่เป็นข่าวใหญ่ เกี่ยวกับไอบีเอ็มออกมาสองฉบับติด จากฉบับแรกรายงานเรื่องการเตรียมเข้าซื้อซัน และรายงานฉบับนี้เกี่ยวกับการย้ายงานไปอินเดีย ซึ่งกระแสเรื่อง outsourcing ก็เป็นเรื่องที่ทราบกันดีอยู่แล้ว
ความจริงเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกในแวดวงซิลิคอนวัลเลย์เลย ดูเหมือนเป็นข่าวเพื่อเตรียมสร้างกระแสอะไรบางอย่างให้กับไอบีเอ็ม ที่อาจจะมี big move ในช่วงเวลาถัดจากนี้
ความเคลื่อนไหวของหุ้นไอบีเอ็มล่าสุด (ห้วงระยะเวลา 1 ปี), ที่มา – marketwatch
นอกจากนี้คู่แข่งของไอบีเอ็ม ไม่ว่าจะเป็นบริษัทอย่าง เดลล์, ไมโครซอฟต์, อินเทล, เอชพี หรือยักษ์เล็กเกิดใหม่อย่างกูเกิ้ล ก็ยังคงปรับตัวได้ดี และไม่ถือว่าได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจมากนัก ไม่น่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนาดการพลิกโฉมวงการไอทีแต่อย่างใด
การให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง การเทคโอเวอร์บริษัทคู่แข่ง, รายงานที่มีเงินสดและสภาพคล่องจำนวนมากในมือ, การลดจำนวนพนักงาน ตลอดจนการ outsourcing แรงงานออกไปยังประเทศที่มีค่าแรงต่ำ ล้วนแล้วแต่เป็น องค์ประกอบที่ดีในการสร้างราคาหุ้น เป็นอย่างยิ่ง
