SIU ได้นำเสนอ “สงครามชาเขียว” ที่นำโดย 2 ยักษ์ใหญ่ “โออิชิ” และ “อิชิตัน” มาอย่างต่อเนื่อง และวันนี้มีความเคลื่อนไหวอีกครั้งจากฝั่ง “อิชิตัน” ของตัน ภาสกรนที
อิชิตัน เปิดราคาที่ 16 บาท โดยมีขนาดเล็กกว่าโออิชิเล็กน้อย ตันให้เหตุผลของขนาดขวดที่เล็กลงว่าเหมาะสำหรับเด็กและผู้หญิงมากขึ้น เพราะประสบการณ์จากโออิชิ เขาพบว่าคนมักดื่มชาไม่หมดเนื่องจากขวดใหญ่เกินไป ส่วนราคา 16 บาทก็จูงใจซื้อได้ง่ายขึ้น
โออิชิปรับทัพสู้สงครามราคา โดยลดราคามาอยู่ที่ 16 บาทเช่นกัน (ในขนาดขวดที่ใหญ่เท่าเดิม) ซึ่งราคานี้มีผลเฉพาะในร้าน 7-Eleven เท่านั้น ไม่รวมช่องทางการขายอื่นๆ
จากนั้น ฝ่ายอิชิตันได้ใช้แคมเปญการตลาดชั่วคราวสู้ศึก ซึ่งก็คือการ “ขายพ่วง” ดับเบิลดริงค์กับอิชิตันอย่างละขวด ในราคา 21 บาท (ตกขวดละ 10.5 บาท) ซึ่งเป็นแคมเปญชั่วคราวที่เรียกลูกค้าได้ระดับหนึ่ง แต่ก็มีเสียงวิจารณ์ว่า “ดับเบิลดริงค์” น้ำผลไม้ของฝั่งตัน ภาสกรนที ไม่โดนใจผู้บริโภคมากเท่ากับชาเขียวที่พิสูจน์ตัวเองในตลาดมานานแล้วว่าขายได้
ระหว่างนี้เราก็เห็นชาเขียวรายอื่นๆ คือ ยูนิฟ และ ฟูจิฉะ เข้ามาร่วมแจมสงครามราคา โดยอยู่ในแคมเปญทั้งลดราคาและขายเป็นแพ็กคู่ อาศัยช่องว่างทางการตลาดบางเซกเมนต์ที่สองรายใหญ่เหลือเอาไว้
สถานการณ์ล่าสุดคือ ฝ่าย “อิชิตัน” เปิดสงครามราคาอีกครั้งจากที่เป็นฝ่ายเริ่มในตอนแรก โดยลดราคาจากขวดละ 16 บาทลงมาเหลือ 14 บาท ซึ่งเป็นการขายแยกแบบขวดเดียวไม่มีขายพ่วง ราคานี้จะมีผลเฉพาะในร้าน 7-Eleven ระหว่างวันที่ 26 ก.ค. – 25 ส.ค. หรือระยะเวลานาน 1 เดือน

อิชิตัน ลดราคาเหลือ 14 บาท
การลดราคาของฝ่ายอิชิตันครั้งนี้ถือว่าน่าจับตามาก เพราะเพดานราคา 14 บาทนั้นลงมาใกล้กับชาขวดเล็กราคา 12-13-14 บาท ซึ่งเป็นอีกตลาดที่สู้กันระหว่าง “เพียวริคุ” กับ “โออิชิ ฟรุตตี้” ทำให้การลดราคาของอิชิตัน จะทำให้เส้นแบ่งราคาระหว่างเซกเมนต์เริ่มเบลอ และอาจส่งผลกระทบถึงเพียวริคุที่ไม่มีฐานชาขนาดอื่นๆ ได้
อีกประเด็นหนึ่งที่น่าจับตามองคือ การลดราคาเหลือ 14 บาทเป็นภาพสะท้อนว่า “อิชิตัน” กำลังเพลี่ยงพล้ำหรือเปล่า หลังจากที่โออิชิปรับราคาลงมาสู้ และอิชิตันไม่สามารถช่วงชิงความได้เปรียบได้จากแคมเปญขายพ่วงกับดับเบิลดริงค์
ประเด็นสุดท้าย จะเห็นว่าสงครามราคาทั้งหมดมีสมรภูมิอยู่ที่ร้าน 7-Eleven เท่านั้น ไม่ลุกลามไปถึงช่องทางการขายอื่นๆ อย่างโมเดิร์นเทรดหรือร้านค้าปลีกทั่วไปด้วย นี่อาจแสดงให้เห็นว่าอิทธิพลของ 7-Eleven ต่อยอดขายของ “ชาเขียว” นั้นสูงมากเพียงใด และแสดงให้เห็นว่ากลุ่มผู้บริโภคชนชั้นกลางที่เป็นลูกค้าหลักของชาเขียว เลือกซื้อสินค้าผ่าน 7-Eleven มากกว่าช่องทางอื่นมาก
