Practical Report ไอซีทีเรียกเว็บ “มีปัญหา” เข้าพบ เตรียมแก้ไขกม. คอมพิวเตอร์ มั่นลดงบเกตเวย์ทันควันใช้แค่ 100 ล้านก็พอ

แหล่งข่าวได้รายงานว่า ไอซีทีเรียกเว็บ “ที่อาจมีปัญหา” กับข้อความหมิ่นฯ เข้าพบเพื่อชี้แจงและสรุปแนวทางการแก้ไขปัญหา ซึ่งจากข้อมูลพบว่ามีรายชื่อทั้งหมด 14 เว็บ ส่วนใหญ่เป็นรายชื่อซ้ำกับที่นายเทพไทเคยนำมาเปิดเผยและเรียกร้องให้ปิดเว็บเหล่านั้น นอกจากนี้ยังมีเพิ่มเว็บบอร์ดใหญ่โดนไปด้วย

“ไอซีที” เล็งร่างแก้ไข กม.คอมพิวเตอร์

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) หารือร่วมกับตัวแทนสภาความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงวัฒนธรรม สำนักงบประมาณ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางดำเนินการกับเว็บไซต์ที่มีข้อความหมิ่นสถาบันเบื้องสูง โดยภายหลังการประชุม นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที กล่าวว่า ที่ประชุมได้เสนอให้เร่งดำเนินการแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 โดยเฉพาะการเพิ่มอำนาจให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาแก้ไขภายในวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ พร้อมกันนี้ยังได้มอบหมายให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ไปประชุมหารือเพื่อขอความร่วมกับผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ไอเอสพี) กว่า 120 ราย ในวันที่ 5 พฤศจิกายนด้วย

“ปัญหาที่ผ่านมา ในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดคือ ติดขัดด้านกฎหมาย การปิดกั้นโดยทันทีไม่สามารถทำได้ ทั้งที่เมื่อพบผู้กระทำความผิดแล้วควรทำได้เลย ไม่ต้องรอแจ้งตำรวจก่อน โดยให้อำนาจกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง นายมั่นกล่าว และว่า การจัดซื้อเครื่องมือเกตเวย์ สำหรับตรวจสอบและบล็อคเว็บไซต์นั้น ทางศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค เสนอว่าการลงทุนไม่น่าจะถึง 100-500 ล้านบาท หรือใช้เพียงประมาณ 75-100 ล้านบาท ก็สามารถดำเนินการได้เช่นกัน

ปชป.เผยเสนอร่างกฎหมายเข้าสภาก่อนแล้ว

นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการ (กมธ.) กำกับติดตามป้องกันและปราบปรามการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า ได้ยื่นร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 เข้าสู่สภาเพื่อให้บรรจุระเบียบวาระ เนื่องจากคณะอนุ กมธ.ติดตามปัญหาการกระทำการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่าน มาพบว่าปัญหาสำคัญเกิดจากการทำงานไม่เอาจริงเอาจังกระทรวงไอซีทีอ้างว่า ไม่มีอำนาจหน้าที่ทางกฎหมายที่ชัดเจน ทำให้ไม่สามารถหาข้อมูลได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้โยนความรับผิดชอบไปมาทำให้การดำเนินคดีล่าช้า

“ผมจึงเสนอร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมสภา เพื่อให้มีความชัดเจน เรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์สืบสวนสอบสวนและการพิจารณาคดีที่ต้องดำเนินการโดย เร็ว และมีมาตรการป้องกันไม่ให้ผู้กระทำผิดหลบหนีการจับกุม จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสนใจและดำเนินการแก้ปัญหาการหมิ่นพระบรมเด ชานุภาพอย่างจริงจัง และเร่งพิจารณาเรื่องดังกล่าวโดยด่วน” นายพีระพันธุ์กล่าว

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที (เงา )กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลและหน่วยงานด้านความในคงมีข้อมูลอยู่แล้วว่า ใครที่เกี่ยวข้องกับเว็บหมิ่นสถาบันบ้าง ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องเลือกจัดการต้นตออย่าละเว้น เพราะเชื่อว่าหลายคนที่ทำเรื่องแบบนี้มีสายสัมพันธ์กับคนในรัฐบาล ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่า เว็บไซต์หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ที่มีอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ปรากฏสูงขึ้นผิดปกติตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ที่มีการพิพากษาลงโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมถึงเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมาด้วย

พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) กล่าวว่า เรื่องจาบจ้วงสถาบัน หรือการดึงสถาบันมาโยงกับการเมืองน่าเป็นห่วงเพราะไม่เกิดผลดี บางคนที่ความเคารพนับถืออยู่ เมื่อถูกชักจูงอาจจะคล้อยตามและหลงเชื่อได้ ทำให้เกิดการต่อต้านขึ้นได้ ดังนั้น ประชาชนจะต้องมีวิจารณญาณและดุลพินิจในการพิจารณาในสิ่งที่นำมาเขียนกัน เพราะขณะนี้ข้อมูลข่าวสารไปเร็วมาก และเชื่อว่าการจับกุมทำได้ยาก ดังนั้น ผู้ที่เข้าไปอ่านในเว็บไซต์ต่างๆ ต้องหนักแน่ และช่วยกันประณามการกระทำของคนเหล่านี้

ที่มา – แหล่งข่าว, มติชน