โดย เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์
ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือที่รวมเป็นเล่มมากกว่า “นิตยสาร”
เพราะรู้สึกว่า “นิตยสาร” รวมเรื่องราวที่หลากหลายแต่ไม่ลึกซึ้ง
เมื่อหลายเดือนก่อน ผมค้นพบความจริงว่า “เพื่อนผู้แสนดี” ซึ่งเป็นคนที่มีไอเดียบรรเจิดตลอดเวลานั้น ในบริษัทส่วนตัวของเขาได้มี “นิตยสาร” จากต่างประเทศมากมายไว้บริการพนักงาน
แต่ผมก็ยังรู้สึกว่า “ไม่คุ้ม” ที่จะมี “นิตยสาร” เหล่านั้นไว้ในครอบครอง ที่สำคัญ ผมยังเชื่อว่าสามารถแสวงหา “สุดยอดไอเดีย” ได้จากหนังสือดีๆทั่วโลก ถึงแม้จะช้ากว่านิตยสารชั้นแนวหน้าเหล่านั้นไปบ้างก็ตาม
จนกระทั่งวันนี้ ที่เผอิญบนโต๊ะทำงานของผม มีนิตยสารชั้นสูงจากต่างประเทศถึง 3 เล่ม The Economist, Fast Company และ Monocle วางอยู่ให้เลือกอ่าน ในตอนแรกผมแค่รู้สึกว่า นิตยสารเหล่านี้ไม่ใช่ธรรมดา แต่ละหน้า แต่ละตอน ล้วนประกอบด้วยถ้อยคำและเนื้อหาอันล้ำค่า ที่สำคัญยังมีรูปภาพและสีสันประกอบที่ละเมียดละไม ทำให้ “การอ่าน” นิตยสารที่กลืนยากเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องเข็ญใจอีกต่อไป
แต่ในห้วงที่กำลังดื่มด่ำอยู่นั้น ผมกลับค้นพบ “ความจริง” ที่สำคัญอย่างหนึ่งว่า เนื้อหาที่ลุ่มลึก และภาพประกอบที่ล้ำค่านั้น ไม่ได้ทำงานของมันอย่างโดดๆ แต่ได้บรรจบกันสร้าง “ประสบการณ์แห่งแรงบันดาลใจ” ซึ่งทำให้ผมเกิดไอเดียสร้างสรรค์มากมาย ขณะที่สัมผัสแต่ละหน้าของ “นิตยสาร” ชั้นนำเหล่านี้อย่างละเลียดโหยหา
ถึงเวลาหรือยัง ที่รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับ การอำนวยความสะดวกให้ประชาชนคนไทยได้มีโอกาสเข้าถึง “นิตยสารระดับแนวหน้าของโลก” อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิด “ไอเดีย” ดีๆ ในการสร้างสรรค์ประเทศไทย ในการเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันในเวทีโลก
ผมคิดว่า เมืองไทยในวันนี้ มีโอกาสดีๆ เพิ่มมากขึ้น ในการอ่านหนังสือดีชั้นนำจากต่างประเทศ แต่ขณะเดียวกัน หากประเทศไทยจะก้าวไปสู่ “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” (Creative Economy) อย่างที่รัฐบาลประกาศปาวๆอยู่นั้น
“รัฐบาลควรจะลงทุนจัดสร้าง “1 อำเภอ 1 ห้องสมุดไอเดีย (iDea Library)” ที่มี “นิตยสารชั้นนำ” จากต่างประเทศ จัดหาไว้ให้ “คนไทย” ได้มีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดในทุกๆสัปดาห์”
ความเข้าใจผิดที่กล่าวไปเบื้องต้นของผม ได้เกือบทำให้ผมพลาด “แหล่งผลิต” ไอเดียชั้นเลิศของผมไป ด้วยการประเมินคุณภาพของ “นิตยสารชั้นเลิศ” ต่ำเกินไป
ในวันนี้ ผมจึงอยากให้รัฐบาลของเรา “ตระหนักรู้” อย่างจริงจัง ถึงความสำคัญของการจัดเตรียมบรรยากาศที่ดีให้กับคนไทยในการคิดสร้างสรรค์
รัฐบาลไม่ควรละลืม อิทธิพลของ “นิตยสารชั้นเลิศ” ที่ถูกออกแบบมาอย่างดีให้จุดประกายความคิดสร้างสรรค์บรรเจิดจ้าให้กับผู้ อ่าน ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นคนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดี สามารถซื้อสิ่งพิมพ์ที่มีราคา 200-700 บาท ได้ทุกๆเดือน เืดือนละหลายๆเล่ม นี่เองจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ “คนรวย” ยิ่งรวยยิ่งขึ้น
อย่ามองข้าม “พลานุภาพ” ของนิตยสารเล่มเล็กๆ ที่อาจจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยได้ หากบริหารจัดการอย่างถูกวิธี
