Practical Report ไอเอ็มเอฟชี้ประเทศที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการส่งออกต้องเสริมตลาดภายในประเทศ

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (The International Monetary Fund หรือ IMF) ออกรายงานฉบับใหม่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยปรับคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจสำหรับภูมิภาคเอเชียใหม่ลงเหลือ 1.3% ในปีนี้ จากที่ก่อนหน้านี้ยังประเมินอยู่ที่ 2.7% ส่วนการประมาณการในปีหน้าก็ปรับลดลงเหลือเพียง 4.3% จากที่เคยประมาณการไว้ที่ 5.1%

ทั้งนี้ไอเอ็มเอฟมองว่า ตัวการส่งออกจากท่าเรือทั่วเอเชียกำลังหดตัวลงอย่างมาก อันเนื่องมาจากความต้องการสินค้าโลกอ่อนตัวลง ดังนั้นประเทศเอเชียซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นประเทศที่เน้นการพึ่งพาการส่งออกเป็นหลักจะต้องปรับเศรษฐกิจให้มาเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้น เพื่อชดเชยการส่งออกที่หดหายไป

“ทั้งโลกผลิตสินค้า และป้อนสินค้าให้ผู้บริโภคในสหรัฐฯ แต่ตอนนี้ผู้บริโภคสหรัฐฯกำลังใช้จ่ายเท่าที่มี หลังจากยุคของการกู้ยืมเงินมาเพื่อการบริโภคอันยาวนาน นั่นหมายถึงผลกระทบต่อผู้ผลิตและผู้ส่งออกทั่วโลก ซึ่งก็หมายถึงว่ายุทธศาสตร์การพึ่งพาการส่งออกของประเทศเอเชียที่ปฏิบัติกันมาอย่างยาวนานจะถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย”

ไอเอ็มเอฟยังมองว่ารัฐบาลประเทศในเอเชียจะต้องยังคงใช้แผนงบประมาณแบบกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปจนถึงปีหน้า เพื่อต่อสู้กับความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะย่ำแย่ไปกว่านี้อีก

ไอเอ็มเอฟยังส่งคำเตือนด้วยว่า วิกฤติเศรษฐกิจที่มีอย่างต่อเนื่องอาจจะส่งผลต่อภาคเอกชน แม้ว่ารัฐบาลพยายามจะช่วยเหลือด้วยมาตรการการลดดอกเบี้ย หรือการสนับสนุนสินเชื่อด้วยมาตรการอื่น แต่การดิ้นรนของภาคเอกชนในขณะที่ยังคงมีส่วนเกินการผลิตอย่างล้นเหลือ และสถาบันการเงินยังคงจำกัดสินเชื่ออย่างเข้มงวด อาจทำให้มีบริษัทหยุดการชำระหนี้มากขึ้น เป็นไปได้ว่านี่จะนำมาสู่การว่างงาน ซึ่งย่อมจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังการบริโภคและการลงทุน แต่ไอเอ็มเอฟก็ยังมองว่าปัญหาของภาคเอกชนครั้งนี้จะไม่รุนแรงเหมือนวิกฤติต้มยำกุ้งที่เกิดขึ้นในเมืองไทย เมื่อ 10 ปีที่แล้ว

เรียบเรียงจาก – CNA