Practical Report ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ให้สัมภาษณ์ SPIEGEL : ในเมืองไทยผู้แข็งแรงเท่านั้นจะอยู่รอด

เมื่อวันที่ 20 เมษายน นิตยสาร “แดร์ สปีเกล” นิตยสารรายสัปดาห์ระดับหัวแถวของเยอรมันนีและภาคพื้นยุโรป นำเสนอบทสัมภาษณ์ของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในฐานะราชสกุล และพระญาติในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีนายเจอร์เก้น เครมบ์ ผู้สื่อข่าวประจำภูมิภาคเอเชียของสปีเกลเป็นผู้สัมภาษณ์ มีเนื้อหาของคำถามและคำตอบบางส่วนที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

สปีเกล : ดูเหมือนเมืองไทยจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว อย่างที่เห็นในการประท้วงครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ การจราจลที่เราเห็นเมื่ออาทิตย์ก่อนเป็นเรื่องย่ำแย่ที่สุดที่บอกเราเรื่องนี้

ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ : ถ้ามองในแง่เชิงภูมิศาสตร์ มันก็ดูจะเลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยพบมา แต่สำหรับการประท้วงเมื่อปี 2516, 2519 และ 2535 มีคนตายมากกว่านี้

สปีเกล : แต่ในปี 2516 และ 2519 เป็นการประท้วงของนักศึกษาไม่ใช่หรือ

ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ : ตอนนี้มีความรุนแรงที่ไม่มีเหตุผลเกิดขึ้นในหลายส่วนของกรุงเทพฯ ผู้คนพากันจุดไฟเผาแล้วก็ทำร้ายซึ่งกันและกัน

สปีเกล : หลายสิ่งเกิดขึ้นในช่วงวันหยุดก่อนสิ้นสุดลงไป ซึ่งกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) ซึ่งเป็นกลุ่มสนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ประสบความสำเร็จในการยับยั้งการประชุมอาเซียนที่รีซอร์ทในพัทยา นั่นไม่เป็นข้อบ่งชี้ว่าเป็นความผิดพลาดของกองทัพ และกำลังตำรวจหรอกหรือ

ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ : เราต้องยอมรับความผิดพลาดนั้น สถานที่จัดการประชุมอยู่บนเนินเขา และมีถนนแคบๆเพียงสามสายเข้าถึงได้ พวกเขาไม่ควรผ่านเส้นทางนี้เข้าไปได้ หัวหน้าตำรวจปฏิเสธจะจัดการ และกองทัพก็มาถึงในนาทีสุดท้าย ตอนนั้น นายกฯ อภิสิทธิ์ก็ถูกกักไว้ที่นั่น

สปีเกล : รถของเขาก็ถูกทุบ คนขับก็ถูกตี ถ้าเป็นประเทศอื่นการ์ดจะมาถึงพร้อมอาวุธ ทำไมเมืองไทยถึงไม่มีเรื่องแบบนี้

ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ : ไม่มีคำสั่งให้ยิงที่นั่น มันมีช่องว่างซึ่งทำให้ผู้ประท้วงกระทำการอย่างที่เห็น

สปีเกล : ก่อนหน้านี้ไทยเคยถูกยึดถือว่าเป็นเมืองพุทธ แต่ทุกวันนี้ถูกกล่าวถึงในแง่ประเทศแห่งสงครามกลางเมืองและกลียุค

ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ : มีความแตกแยกระหว่างคนรวยและคนจนอยู่เสมอมาใน สังคมไทย และมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างชุมชนเมืองและชนบทอยู่เสมอเช่นเดียวกัน แต่ทั้งหมดนั้นถูกควบคุมได้เสมอมาโดยฉันทามติที่ไม่มีการพูดถึงในทุกๆ ส่วนของผู้นำทางการเมืองทั้งหลาย นั่นคือมีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ควรไปแตะต้อง



ภาพ ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร, ที่มา – PoliticalBase

มีความเห็นพ้องต้องกันว่า บรรดาผู้นำทางการเมืองทั้งหลายอาจทะเลาะเบาะแว้งกันได้ในหมู่ของตน แต่ต้องไม่ทำให้ความขัดแย้งนี้ขยายขอบเขตออกไปจนถึงขั้นกระทบกระเทือนต่อ สถาบัน หรือลุกลามกลายเป็นที่ระคายเคืองภาคส่วนนี้ของสังคม

สปีเกล : ในทันทีทันใด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้เล่นไปตามกฎเกณฑ์ของกลุ่มการเมืองเก่า

ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ : สิ่งที่เกิดขึ้นในยุคของ พ.ต.ท.ทักษิณ คือว่า เขาไม่ได้เล่นไปตามกฎเกณฑ์อีกต่อไปแล้ว จริงๆ แล้วเขาพยายามจะเอากฎของตัวเองมาบังคับใช้ นั่นอาจจะเป็นไปด้วยเหตุผลที่ดี ผมไม่สงสัยในข้อนี้ แต่มันมีกฎเกณฑ์อยู่ว่า มีบางสิ่งบางอย่างที่คุณต้องไม่ทำ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะบุคลิกภาพของตัวเขา (พ.ต.ท.ทักษิณ)เอง และอีกส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะชัยชนะในการเลือกตั้ง 3 ครั้งของเขา ฉันทามติที่ว่านี้ในสังคมของเราถูกทำลายลงแล้วก็ไม่มีกลไกใดๆ มาปรับแก้ให้เข้าที่เข้าทางในเวลานี้

สปีเกล : กลุ่มเสื้อแดงร้องว่าไม่มีประชาธิปไตย และไม่มีความเป็นธรรมในไทย เพราะผู้นำของตนถูกจับ แต่ผู้นำเสื้อเหลืองซึ่งปิดกั้นท่าอากาศยานกรุงเทพ เมื่อปีที่แล้วยังเป็นอิสระ

ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ : ข้อเท็จจริงเห็นได้ชัดเจน ความไม่เป็นธรรมมีอยู่เสมอในสังคมไทย แต่ภายใต้ทักษิณ มีความเป็นธรรมหรือ? ที่นี่ใช้กฎแห่งป่ากันเสมอ (ผู้แข็งแรงกว่าย่อมเป็นผู้อยู่รอด ผู้มีอำนาจย่อมถูกต้อง) นี่เป็นปัญหาประการหนึ่งในไทย

ในช่วงปี 2545 และ 2548 เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณปกครองประเทศ พ่อค้ายาเสพติดและผู้ก่อการร้ายนับพันคนถูกฆ่า ผมไม่ได้พูดว่า ทักษิณเป็นคนสั่งฆ่า แต่มีคนถูกฆ่านับพันคน พวกเขาหายสาบสูญไป แล้วสื่อก็เงียบ

ถ้าถามว่า อย่างไหนดีกว่ากัน ระหว่างผู้คนไปปิดสนามบินแล้วไม่ถูกลงโทษ กับการที่คนบริสุทธิ์ต้องถูกฆ่า?

ผมไม่สามารถให้อภัยการกระทำที่ไม่เป็นธรรมได้ ความเป็นจริงที่น่าเศร้าคือว่า กฎแห่งป่าคือสิ่งที่มีอำนาจเหนือกว่า มันเป็นข้อเท็จจริงที่ว่าสมุนของทักษิณไม่ใช่เทพ และเราประชาธิปัตย์เองก็ไม่ใช่เหมือนกัน

สปีเกล : ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่ทหารโค่นล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อ 19 กันยายน 2549 นั่นเป็นความล้มเหลวใช่หรือไม่

ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ : ผมไม่ได้ชื่นชมการรัฐประหารและไม่ได้เข้าข้างการ ยึดอำนาจหนนั้นเหมือนกัน แต่ถ้าผู้นำการรัฐประหารรู้สึกว่า ควรจะรัฐประหาร คนเหล่านั้นก็ควรดำเนินการให้ไปสู่ข้อสรุปที่เป็นที่สุดของมัน

สปีเกล : หมายความว่าอย่างไร

ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ : พวกเขาไม่ได้ทำเต็มกำลังพอ ประการแรก ผู้นำการรัฐประหารฉีกกฎหมายสูงสุดของประเทศคือรัฐธรรมนูญ แต่หลังจากนั้นกลับไม่กล้าที่จะฉีกกฎหมายเล็กๆ น้อยๆ ถ้านายพลเหล่านี้ทำลายเครือข่ายของทักษิณเสียตั้งแต่ต้น และถ้ายึดทรัพย์ของทักษิณทั้งหมดโดยตรงในทันที เราอาจจะไม่เผชิญกับภาวะกลียุคอย่างที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้

สปีเกล : ทหารพลาดตรงไหน

ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ : งี่เง่า พวกเขางี่เง่า อย่างไรก็ตาม ความนิยมในตัวทักษิณก็อยู่ในภาวะขาลงเหมือนกัน

สปีเกล : พาสปอร์ตของทักษิณถูกริบ คิดว่า ผู้สนับสนุนเขาจะทำอย่างไร ถ้าถูกส่งตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนกลับมากรุงเทพฯเพื่อดำเนินคดีคอร์รัปชั่น และยุยงให้เกิดการลุกฮือต่อต้านรัฐบาล

ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ : พวกนั้นก็จะบ้าดีเดือดโดยสมบูรณ์แบบ

สปีเกล : การเลือกตั้งใหม่เป็นทางออกเพื่อฟื้นฟูสันติขึ้นหรือไม่

ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ : ไม่ ผลจะเป็นเหมือนอย่างที่เคยเป็น เราจะเผชิญกับกลุ่มคนขนาดใหญ่พอๆ กัน เผชิญหน้าซึ่งกันและกัน ผมคิดว่าจะดีกว่าถ้าหากรัฐบาลยังอยู่ในอำนาจจนกระทั่งครบวาระ จากนั้นผู้มีสิทธิออกเสียงจะเป็นผู้ตัดสิน แต่ไม่ใช่บนท้องถนน แต่ยังไม่มีใครมีมนต์วิเศษเพื่อแก้ปัญหาในเวลานี้

สปีเกล : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสบ่อย ครั้งในฐานะทรงเป็นกำลังขวัญของประเทศ นี่แสดงหรือไม่ว่านักการเมืองไทยไร้วุฒิภาวะเกินไปที่จะนำพาประเทศไปด้วย ตนเอง

ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ : จริงๆ แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ได้ทรงออกมาบ่อยครั้งนัก ทรงเข้ามาเพียง 2-3 กรณีเท่านั้น แต่ทุกครั้งที่ทรงเข้ามาคลี่คลายจะมีความสำคัญมากเสมอ

สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ เราที่เป็นผู้นำทางการเมืองพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไร้วุฒิภาวะในการแก้ปัญหา ความแตกแยกในหมู่ของเราเอง ดังนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงเป็นที่ต้องการ แต่ด้วยข้อเท็จจริงที่ว่าเ รามีพระองค์ทรงคอยให้ความช่วยเหลืออยู่เสมอ ทุกครั้งที่เรามีปัญหายุ่งยาก ทำให้เราขาดวุฒิภาวะ

สปีเกล : เมื่อถึงเวลาที่พระองค์ทรงไม่อยู่ที่นั่นอีกแล้ว ประเทศไทยจะตกสู่ภาวะกลียุคหรือไม่ กลัวที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นหรือไม่

ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ : แน่นอน ผมกลัว ผมไม่เคยกลัวอย่างนี้มาก่อน แต่ตอนนี้หลังจากมีการแตกแยกแบ่งขั้วทางการเมืองมานานสองสามปีแล้ว ผมคิดว่าภาวะแยกขั้วทางการเมืองจะยิ่งก่อให้เกิดความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

สปีเกล : พระองค์ทรงเจริญพระชนมพรรษา 81 พรรษาแล้ว ทุกครั้งในวันเฉลิมพระชนมพรรษา จะทรงอ่านพระราชดำรัสต่อคนทั้งชาติทุกปี ปีที่แล้วเป็นครั้งแรกที่ไม่ได้มีพระราชดำรัสด้วยพระองค์เอง นั่นแสดงว่าพระองค์อาจจะทรงประชวร หรือนี่เป็นเหตุผลที่ทำให้คุณเป็นกังวลและกลัว

ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ : ทุกคนเป็นกังวลในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แม้เมื่อพระองค์เสด็จฯไปทรงตรวจพระวรกาย ประชาชนก็ตื่นตระหนก แน่นอน เราทุกคนเป็นกังวล

สปีเกล : พระอาการประชวรหนักหรือไม่?

ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ : ขอพูดอย่างนี้ดีกว่า พระองค์ทรงไม่สามารถปฏิบัติพระราชกรณียกิจเหมือนอย่างที่ทรงปฏิบัติเมื่อ 10 ปีก่อนได้

สปีเกล : ดังนั้น นี่ควรเป็นจังหวะที่ควรจะออกมาตำหนิ พ.ต.ท.ทักษิณก่อนที่จะสายเกินไปหรือเปล่า

ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงไม่เคยประสบความล้มเหลว จนเป็นที่มาของคำเล่าขานที่ว่าพระองค์ไม่มีวันทำอะไรผิด แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่แน่นักว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะรับฟังพระองค์ ถ้าไม่รับฟังแล้วจะทำอย่างไร

นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมพระองค์ทรงต้องใคร่ครวญอย่างละเอียดถี่ถ้วนว่า ควรจะมีพระราชดำรัสเมื่อใดและมีพระราชดำรัสว่าอย่างไร

สปีเกล : ท่านเป็นพระญาติ ดังนั้น ต้องรู้เรื่องกฎมณเฑียรบาลเป็นอย่างดี การสืบราชสันตติวงศ์จริงๆ แล้วมีกระบวนการอย่างไร

ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ : โดยทั่วไปแล้วมีอยู่ 2 แนวทาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสามารถเลือกผู้สืบราชสันตติวงศ์ด้วยพระองค์เอง

สปีเกล : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยังไม่ตัดสินพระราชหฤทัย

ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ : เท่าที่เรารู้กัน ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดังนั้น รัชทายาทอาจต้องเลือกตามกระบวนการในกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พ.ศ.2467 ซึ่งจำเป็นจะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา

สปีเกล : ถ้าเป็นอย่างนั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร หรือหนึ่งในพระราชธิดาของพระองค์ อาจจะเป็นผู้สืบราชสันตติวงศ์

ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ : ไม่ ตามกฎมณเฑียรบาลยังไม่เปิดโอกาสให้พระราชธิดาสืบราชสันตติวงศ์

สปีเกล : ทางเลือกเดียวก็คงเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ : เท่าที่เรารู้ ใช่

ที่มา – Spiegel.de, แปลและเรียบเรียงโดย มติชน

หมายเหตุ :
SIU พบว่ามติชนไม่ได้แปลบทสัมภาษณ์ทั้งหมด จึงได้ทำการแปลเพิ่มเติม (โดยเฉพาะตอนต้นของบทสัมภาษณ์) อย่างไรก็ดี มีคำถามหนึ่งคำถามของสปีเกลที่เราเห็นว่าหมิ่นเหม่ต่อกฎหมายไทย ซึ่งมติชนไม่ได้แปล (อยู่ช่วงท้ายของบทสัมภาษณ์) แต่เราก็เห็นว่า การตอบคำถามถือเป็นการปฏิเสธความเห็นอย่างสิ้นเชิง เราจึงตัดสินใจไม่แปลบทสัมภาษณ์ส่วนนั้นเพิ่ม

ข้อมูลเพิ่มเติม :

  • big

    น่าสนใจมากครับ
    ผมไม่เคยสนใจ “ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์” เลย
    จนกระทั่งได้มาอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่พูดถึงเขา
    แต่ผมไม่สามารถบอกชื่อหนังสือเล่มนี้ได้

  • สารวัตรอาเคจิ

    หวังว่าจะไม่ไช่ Big Secret นะครับ

  • เจริญชัย

    ไม่ใช่ครับ ไว้พบกันคราวหน้า ผมจะบอกชื่อหนังสือให้ครับ
    อย่าลืมทวงละกัน

  • Mutant

    คุณชายสุขุมพันธ์เคยเป็นหนึ่งใน Candidate ในสภาวะที่เฉียดไปเฉียดมา ก็อาจจะทำให้ความรู้สึกนึกคิดแตกต่างจากคุณชายทั่วๆไปที่ไม่เคยอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน และสร้างผลงานดีๆออกมาได้

  • victor

    555 เป็นกลางจิง ๆ เย้ย…..