Practical Report “ในคืนวันอันมืดมิด”

โดย เกษียร เตชะพีระ

แถวรถเกราะขับเคลื่อนเกลื่อนถนน แถวทหารชุมพลเดินดาหน้า

กระบอกปืนยื่นยาวจ่อเข้ามา เสียงปืนแตกน้ำตาและความตาย

ตาคู่นี้ไหวหวั่นสั่นสะท้าน ตาคู่นั้นแดงฉานโฉดกระหาย

ตาคู่นี้ปวดร้าวและเสียดาย ตาคู่นั้นโหดร้ายและเลือดเย็น

ปากถูกปิดเอ่ยอ้อนเสียงวอนขอ ปากที่สั่งเมินต่อความทุกข์เข็ญ

ปากถูกปิดทวงถามตามประเด็น ปากที่สั่งกลับเห็นเป็นวุ่นวาย

มือหยาบกร้านอานทุกข์จึงลุกสู้ มือกุมปืนยื่นขู่ข้อกฎหมาย

มือหยาบกร้านแค้นข้นจนลืมตาย มือกุมปืนส่องส่ายจะเหนี่ยวไก…..



ไม่ว่าจะเรียกว่า กบฏ”, “สงครามประชาชนหรือ การลุกขึ้นสู้ความเป็นจริงพื้นฐานของสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นก็คือ พวกเขายอมตาย แต่ไม่ยอมให้คุณปกครอง

ในภาวะเช่นนี้ คุณมีทางเลือกไม่มาก หากไม่ฆ่าพวกเขาให้ตายราบคาบไป ก็ต้องปรับการปกครองให้รองรับความเรียกร้องต้องการของพวกเขาบ้างตามแต่จะเจรจาต่อรองกันได้

รุ่นพี่ผู้ผ่านเหตุการณ์ทำนองนี้มาหลายครั้งเคยบอกว่าการเมืองไทยกล่าวให้ถึงที่สุดแล้วก็เป็นเรื่องแค่นี้ คือมีคนหมดความกลัว ลุกขึ้นและบอกว่ากูไม่ยอมให้มึงข่มเหงรังแกอีกต่อไป เอาไงก็เอากัน หากผู้ที่ลุกขึ้นมีจำนวนมากพอและเข้มแข็งพอจนงัดกันไม่ลงแล้ว ผู้มีอำนาจก็ค่อย ๆ เรียนรู้ที่จะปรับตัว


%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%

อดีตการฆ่าฟันที่ผ่านพ้น บรรจบผลเป็นการฆ่าฟันใหม่

แผ่นดินเคยฝังกลบศพปู่ใคร ลูกหลานยังคลั่งไคล้ใคร่ฆ่ากัน

คนเคยเชือดเลือดเขียนประวัติศาสตร์ พลิกหน้าใหม่ยังวาดด้วยเลือดนั่น

บทเรียนที่ใครใครรู้ไม่ทัน ก็คือชีวิตนั้นราคาแพง

จากต่อสู้สันติอหิงสา เมื่อแรงมาก็แรงไปไล่ยุทธแย่ง

จากเลือกตั้งยุบสภามาเปลี่ยนแปลง กลายเป็นความรุนแรงจลาจล

เลือดเข้าตาเร้ารุมจนคลุ้มคลั่ง สิ้นสติยับยั้งยึดเหตุผล

ผู้ปกครองท่องคำขวัญนำชน เกียรติแห่งการฆ่าคนก้องกำจาย…..

มีการเคลื่อนไหวก่อการร้ายต่อรัฐบาลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนเริ่มการชุมนุมของ นปช.รอบล่าสุดกรณีระเบิดป่วนเมืองและการยิงเอ็ม ๗๙ นับร้อยครั้งนับแต่เดือนกุมภาพันธ์ศกนี้เป็นต้นมาจนมีผู้บาดเจ็บล้มตายทรัพย์สินเสียหายมากมายทำให้มิอาจเข้าใจเป็นอื่นไปได้ โดยเฉพาะเมื่อการก่อการร้ายดังกล่าวเกิดขึ้นควบขนานไปกับการชุมนุมของ นปช. ก็ยิ่งทำให้แยกแยะกลุ่มก่อการร้ายออกจากการชุมนุมทางการเมือง
โดยสงบยากขึ้น

การก่อการร้าย (Terrorism) หมายถึง [การใช้หรือข่มขู่ที่จะใช้ความรุนแรง (violence or threats of violence) + ต่อเป้าหมายพลเรือน (civilian targets) + ซึ่งก่อให้เกิดความหวาดกลัวสยองขวัญในหมู่สาธารณชนทั่วไป (fear) + เพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเมือง (political ends)]

อาจสรุปย่อเพื่อความเข้าใจว่า [T = V+C+F+P]

การก่อการร้ายย่อมบ่อนทำลายหลักนิติธรรม (the rule of law) โดยตรง ไม่มีระบอบเสรีประชาธิปไตยใดดำเนินงานการเมืองภายใต้เงาคุกคามของการก่อการร้ายได้ นอกจากนี้มันยังก่อปัญหามากว่าเพื่อต่อสู้เอาชนะการก่อการร้าย รัฐจะสามารถผูกมัดจำกัดตัวเองอยู่ภายในกรอบของกฎหมายได้หรือไม่?

แน่นอนว่าในทางปฏิบัติ มันเป็นเรื่องยากและมักก่อให้เกิดปฏิกิริยาจากฝ่ายรัฐผู้รับผิดชอบด้านความมั่นคงในทำนอง “บ้ามาก็บ้าไป” อย่างเช่นการอุ้มหาย, ทรมานและยิงทิ้งผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายจังหวัดชายแดนภาคใต้ในสมัยรัฐบาลทักษิณ หรือการที่รัฐบาลบุชผู้ลูกเปิดไฟเขียวให้ซีไอเอและกองทัพอเมริกันใช้วิธีลักพาตัว, ทรมานและลอบสังหารผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายในประเทศต่าง ๆ เป็นต้น

ทว่าในทางกลับกัน หากรัฐปกป้องหลักนิติธรรมจากการก่อการร้ายด้วยวิธีการที่ละเมิดกฎหมายเสียเองเช่นนี้ มันจะมิเป็นการบ่อนทำลายหลักนิติธรรมอันเป็นเป้าประสงค์แต่แรกของตนเองลงไปล่ะหรือ?

รัฐจะปกป้องหลักนิติธรรมด้วยการบ่อนทำลายหลักนิติธรรมได้อย่างไร?

หากรัฐต่อสู้ปราบปรามการก่อการร้ายโดยกลุ่ม (group terrorism) ด้วยการที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของรัฐ [ใช้ความรุนแรงหรือข่มขู่ว่าจะใช้ความรุนแรง (violence or threats of violence) ต่อพลเรือน (civilian targets) อันก่อให้เกิดความหวาดกลัวทั่วไปในหมู่มวลชน (fear) เพื่อบรรลุเป้าหมายการเมืองไม่ว่าจะเป็นการสลายการชุมนุมหรือ “ขอพื้นที่คืน” หรือ “กระชับพื้นที่” (political ends)]

ซึ่งก็คือ [V+C+F+P] แล้ว

มันจะมิกลายเป็นการก่อการร้ายโดยรัฐ (state terrorism) ไปหรือ?

และถ้ากระนั้น รัฐต่างอะไรในทางศีลธรรมจากกลุ่มก่อการร้ายเถื่อนเหล่านั้นเล่า?การลอบสังหารเสธ.แดงและการที่ผู้บาดเจ็บล้มตายแทบทั้งหมดในปฏิบัติการกระชับพื้นที่ชุมนุมราชประสงค์ของ ศอฉ. หลายวันที่ผ่านมาล้วนเป็นพลเรือน ทำให้จำเป็นต้องตั้งคำถามเหล่านี้

อย่าลืมว่าข้อสรุปของการต่อสู้กับการก่อการร้ายในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยเองในอดีตก็คือไม่สามารถเอาชนะการก่อการร้ายโดยมาตรการความมั่นคงอย่างเดียวได้ หากต้องใช้มาตรการทางการเมืองเป็นหลักและประกอบด้วยมาตรการความมั่นคงเป็นรอง โดยขจัดเงื่อนไขทางทางการเมืองของการก่อการร้ายให้หมดสิ้นไป จนมวลชนที่เป็นฐานรองรับสนับสนุนการก่อการร้ายไม่เห็นประโยชน์หรือความ
จำเป็นของการก่อการร้ายอีก แล้วหันมาเดินหนทางต่อสู้ทางการเมืองแบบสันติวิธีแทน จากนี้จึงจะสามารถแยกปลา (กลุ่มก่อการร้าย) ออกจากน้ำ (มวลชน) และจัดการกับปลา (ยุติกลุ่มก่อการร้าย) ได้

ผมเห็นว่าปฏิบัติการกระชับพื้นที่/ขอพื้นที่คืนที่ราชประสงค์นับแต่ ๑๓ พ.ค. ศกนี้เป็นต้นมาส่งผลตรงกันข้ามกับข้างต้น การส่งทหารติดอาวุธสงครามเบาประจำกายและรถเกราะไปตั้งด่านประจัญหน้ากับผู้ชุมนุมเรือนร้อยเรือนพันที่ส่วนใหญ่อย่างมากก็มีแค่ก้อนหิน หนังสติ๊ก น็อตเหล็ก ลูกแก้ว ไม้ ยางรถยนต์ระเบิดเพลิง บั้งไฟ ประทัดยักษ์ รถมอเตอร์ไซค์ รถแท็กซี่นั้น

ยิ่งแปลกแยกผู้ชุมนุมจากฝ่ายเจ้าหน้าที่และรัฐบาลมากขึ้น

ยิ่งเพิ่มความเกลียดกลัวหวาดระแวงไม่ไว้ใจกันระหว่างสองฝ่ายมากขึ้น

และในทางกลับกันก็ยิ่งผลักพวกเขาไปแสวงหาความคุ้มกันใต้ร่มกำลังไฟของปืนและระเบิดเอ็ม๗๙ ในมือกลุ่มก่อการร้ายมากขึ้น

ยิ่งทำให้ผู้ชุมนุมหันไปพึ่งพายกย่องกลุ่มก่อการร้ายเป็นอัศวินฮีโร่ผู้ปกป้องคุ้มครองพวกเขาจากเจ้าหน้าที่รัฐผู้ดูจะมุ่งร้ายหมายเอาชีวิตเขาเหนียวแน่นขึ้นอีกนี่หรือที่รัฐบาลและศอฉ.ต้องการ?


%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%

กัมปนาทเสียงปืนจึงครื้นครั่น คละคลุ้งควันฝุ่นตลบและศพหาม

ธารเลือดเฉกเชื้อไฟโชนไหม้ลาม เปลวสงครามแรงลุกทุกแผ่นดิน

คนที่ขูดขูดไปใจครึกครื้น คนที่แค้นจับปืนจำโหดหิน

คนต่อคนเข่นฆ่าเป็นอาจินต์ ความเป็นคนค่อยสิ้นจากหัวใจ

หยาดน้ำตา ทุกหยดถ้วนประมวลมาคงบ่าไหล

บนแผ่นดินดาลเดือดด้วยเลือดไฟ ย่อมใจใครใจใครไม่คงทน

เกลียดมึงเกลียดมันเกลียดกันเกลื่อน กระหายเลือดเชือดเฉือนกันปี้ป่น

กลัวศัตรูกลัวตายและกลัวตน สัตว์หรือคนคนหรือสัตว์อัศจรรย์…..

แล้วใครที่สวดอ้อนวอนพระเจ้า ถึงญาติมิตรของเขาด้วยเสียขวัญ

ใครท้องกิ่วหิวอดหดหู่ครัน ใครนอนกลัวตัวสั่นสุดข่มตา

ใครเฝ้าครุ่นคำนึงถึงลูกผัว ใครร้องไห้เมื่อเสียหัวทหารกล้า

ประชาชนประชาชนธรรมดา ผู้ไหล่บ่าแบกหาบบาปสงคราม…..

ในหลายปีที่ผ่านมาคนไทยฆ่ากันมากมายเกินไปแล้วหยุดฆ่าเถอะครับ
ก่อนจะไม่มีประเทศไทยเหลือให้ลูกหลานเราได้อยู่กันต่อไป

สามารถดาวน์โหลดเอกสารได้ที่นี่

  • JR

    ในส่วนหนึ่ง ผมเห็นว่าแกนนำหลอกประชาชนมาตายมากกว่า การเรียกร้องของชาวบ้าน เป็นอีกเรื่องที่แทบไม่ได้เห็นคุณค่าจากแกนนำ เพียงเพื่อต้องการพลังมวลชน ชีวิตชาวบ้านยังวนเวียนอย่างนี้อีกนานนนนนนนนน

    ผมยังเห็นประเด็นการศึกษา และแนวคิดการดำเนินชีวิตเป็นเรื่องสำคัญ
    สำหรับนักการเมืองหรืออำนาจ ผมขอละไว้ในฐานที่เราเห็นกันอยู่

  • kantonick

    ในเมื่อไม่มีไครฟัง ไม่มีใครเข้าไจเราจริงๆ ก็จำเป็นที่จะต้องทำไห้เข้าใจ
    ไม่มีไครหลอกไคร ทุกคนรู้ว่าจะเกิดอะไรและยอมรับมันอยู่แล้ว
    ทุกคนมาด้วยใจและคาดหวังในอิสระภาพ

    อยากไห้คนหลายคนเข้าใจ การต่อสู้ครั้งนี้ก้าวผ่านทักษิณไปนานแล้ว
    แต่การต่อสู้ต่อจากนี้ต่างหากที่อันตราย

  • jibjah

    ประเทศไทยมีความแตกต่างทางสังคมอยู่รอบด้าน ความเจริญ การศึกษา ฯลฯ ยังไม่สามารถเข้าถึงทุกกลุ่มชนได้ แต่อีกมุมนึง คนในสังคมก็มิได้ดิ้นรนที่ใฝ่หาสิ่งเหล่านี้ ดูได้จากสถิติการมีเพศสัมพันธ์ที่เร็วก่อนวัยอันควรของเด็กวัยรุ่น การทะเลาะวิวาทรายวัน การไม่ตั้งใจใฝ่หาความรุ้นี้ทำให้เด็กๆเหล่านี้ ก็จะเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ในประเทศที่เป็นพลเมืองระดับรากหญ้าอยู่ดี วันนี้คนไทยยังมีความหวังว่า วันที่ 1 และ 16 จะถูกหวย, ช่วงนี้ดวงไม่ดี, ทำอะไรต้องบนบานศาลกล่าว ฯลฯ ฤาจะหาความหวังได้…..อีก