หากไม่ติดตามข่าวการเมืองอย่างลึกซึ้ง ยากจะทำความเข้าใจกับเกมชิงอำนาจใน “ชั้วอำนาจใหม่” ได้
การแต่งตั้ง ผบ.ตร. คนใหม่ เกิดการชะงักงัน เพราะนายกรัฐมนตรีผลักดัน พล.ต.อ. ปทีป ตันประเสริฐ แต่คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (กตช.) โหวตคว่ำมติด้วยคะแนน 5 ต่อ 4 เสียง แม้ว่าจะพยายามเคลียร์กันด้วย “ข้อมูลใหม่” หรือ “ข้อมูลใหม่กว่า” ที่นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ต้องเดินทางไป “ติดต่อ” ข้อมูลถึงประเทศเยอรมนี กระบวนการนี้ก็ยังติดล็อก ไม่อาจขับเคลื่อนผ่านไปได้

จวบจนกระทั่ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ชี้มูลคดี 7 ตุลาฯเลือด ผลปรากฎ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี มีความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ด้วยคะแนนเสียง 8 ต่อ 1 ส่วน พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนน 6 ต่อ 3
ยิ่งไปกว่านั้น ทั้ง พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ (อดีต) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท. สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น. ก็มีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดวินัยร้ายแรงเช่นเดียวกัน
ล่าสุด พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ประกาศลาออกในเย็นวันที่ 9 กันยายน 2552 ในขณะที่กำลังมีการไล่บี้ “วิชัย ศรีขวัญ” ปลัดกระทรวงมหาดไทยในกรณีที่ดินธรณีสงฆ์ เมื่อตอนที่นายวิชัยไม่ยอมเพิกถอนกรรมสิทธิ์การซื้อขายสนามกอล์ฟอัลไพน์
การณ์ที่เกิดขึ้นล้วนแล้วแต่เอื้อให้ “คะแนนโหวต” ใน กตช. เป็นคุณกับฝ่ายสนับสนุน พล.ต.อ ปทีป ตันประเสริฐ และไม่เป็นคุณกับ พล.ต.อ. จุมพล มั่นหมาย เมื่อ “พยัคฆ์” ถูกถอดเขี้ยว ยากจะจินตนาการถึง “การสมานฉันท์และความกลมเกลียว” กันในรัฐบาลได้อีกต่อไป
ปฏิกิริยา “เหยื่อ” : “สมชาย”, “บิ๊กจิ๋ว” และ “พล.ต.ต. อำนวย นิ่มมะโน” ยิ่งสะท้อนถึงคำถามลึก ต่อ การตัดสินของป.ป.ช.
การชุมนุมของ “กลุ่มคนรักบิ๊กจิ๋ว” (Friend of Chawalit) พลันเกิดเสียงคำรามออกมาจาก พล.อ. วิชิต ยาทิพย์ คนใกล้ชิดบิ๊กจิ๋วว่า “ไม่รู้ ต้องถามอีกฝ่ายว่าทำไมถึงคิดทำเรื่องนี้ ต้องไปถามคนทำเรื่องนี้ว่าอยากให้บ้านเมืองวุ่นวายหรืออย่างไร”
ขณะที่สมชาย วงศ์สวัสดิ์ งัดมติครม.6 ตุลาคม 2551 ชี้แจงระบุ การบาดเจ็บและการเสียชีวิตยังไม่มีการตรวจสอบอย่างถึงที่สุด และโยนคำถามร้อนกลับว่า การสลายการชุมนุมเดือนเมษายน ใช้กำลังทหารและอาวุธครบมือ เหตุใดจึงมีความแตกต่างกัน
ด้าน พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) เรียกร้องให้ ป.ป.ช.ทำกรอบคำแนะนำในการควบคุมฝูงชนว่า “ตำรวจสามารถทำอะไรได้มากน้อยขนาดไหน” โดยปฏิเสธแสดงความเห็นเรื่องการชี้มูลของ ป.ป.ช. แต่ถามกลับหากถูกผู้ชุมนุมล้อมที่ทำการ นำโซ่มาคล้องประตู มีการราดน้ำมันลงบนถนนและถูกขู่อาฆาตจะให้ตำรวจช่วยชีวิตอย่างไร นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกต” เหตุใดสำนวนการสอบสวนของ ป.ป.ช. จึงไม่พบว่าผู้ชุมนุมพกระเบิดปิงปองมาจำนวนมาก.
เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ส่งผลให้ปมการเมืองขยับแน่นเขม็งเกลียว ส่งอุณหภูมิร้อนขึ้นทุกขณะ คอการเมืองจึงไม่อาจกระพริบตา เหตุพิสดารอาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลา!
