Practical Report ลัชการ์ อี ไทบา เบื้องหลังก่อการร้ายมุมไบ

กลุ่มลัชการ์ อี ไทบา เป็นกลุ่มมุสลิมติดอาวุธที่ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ฝึกการก่อการร้ายให้กลุ่มคน ร้ายที่ปฏิบัติการโจมตีที่นครมุมไบ ของอินเดีย ได้ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อต่อต้านการปกครองของอินเดียในแคว้นแคชเมียร์ และมีประวัติเกี่ยวข้องกับทั้งหน่วยข่าวกรองปากีสถานและอัล ไกดา ชื่อของกลุ่มลัชการ์ ที่มีความหมายว่า กองทัพของผู้มีศรัทธาต่อศาสนาอย่างแรงกล้า ติดอยู่ในรายชื่อองค์กรก่อการร้ายที่สหรัฐจับตา และถูกห้ามเข้าสหราชอาณาจักรและอีกหลายชาติตะวันตก

กลุ่มลัชการ์ ก่อตั้งโดยนายฮาฟิซ โมฮัมหมัด ซาอีด เมื่อปี 2532 ในฐานะปีกของศูนย์อิสลามมาร์กัซ ดาวา-วาล อิร์ชัด ที่มีสถานที่ทำการอยู่ใน มูริดเก ใกล้กับเมืองละฮอร์ ของปากีสถานนายซาอีด ได้รับเงินสนับสนุนจากผู้บริจาคชาวซาอุดิอาระเบีย และหน่วยข่าวกรองปากีสถานในการก่อตั้งกลุ่มลัชการ์ ที่ทำให้มีเงินทุนในการซื้อที่ดินขนาดใหญ่ในมูริดเก เพื่อสร้างและฝึกเครือข่ายสมาชิกหัวรุนแรงติดอาวุธ เขาอยู่ในรายชื่อผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ก่อการร้าย ที่อินเดียเรียกร้องให้ปากีสถานส่งตัวให้ หลังเกิดเหตุโจมตีนองเลือดที่มุมไบ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 188 คน



แม้โฆษกของกลุ่มลัชการ์ ที่มีฐานอยู่ในเมืองศรีนคร ในแคชเมียร์ จะอ้างว่าไม่เกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีในมุมไบ แต่ทางกลุ่มก็มีประวัติการโจมตีที่โดดเด่นในอินเดียหลายครั้ง รวมทั้งการโจมตีอาคารรัฐสภา เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2544 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 10 คน และเกือบทำให้อินเดียกับปากีสถาน สองชาติมหาอำนาจนิวเคลียร์ เกือบเข้าสู่สงครามสู้รบกัน โชคดีที่สหรัฐเป็นผู้นำในการใช้การฑูตระหว่างประเทศเข้าคลี่คลายข้อพิพาท

ปากีสถานประกาศให้กลุ่มนี้เป็นกลุ่มนอกกฎหมาย เมื่อเดือนมกราคม 2545 แต่กลุ่มนี้กลับมามีชื่ออีกครั้ง เมื่อปากีสถานจับตัวนายอาบู ซูเบย์ดาห์ ชาวจอร์แดนเชื้อสายปาเลสไตน์ที่เป็นคนสนิทของอุสมา บิน ลาเดน ได้ที่เมืองไฟซาลาบัด รัฐปันจาบ และเปิดเผยว่าเขาได้รับความช่วยเหลือจากพวกลัชการ์

กลุ่มลัชการ์ กลับมาปรากฎชื่ออีกครั้ง หลังเกิดเหตุวินาศกรรมกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 7กรกฎาคม ปี 2548 เมื่อมือระเบิดพลีชีพ 4 คน เป็นชาวอังกฤษเชื้อสายปากีสถาน ถูกระบุว่าได้พบกับบรรดาผู้นำอัล ไกดา ในสถานที่ที่เชื่อว่าจะดำเนินการโดยกลุ่มลัชการ์

กองทัพอินเดีย ได้วางกำลังแน่นหนาบริเวณชายแดน และหลังเกิดวินาศกรรม 11 กันยายนสหรัรฐได้บีบให้ปากีสถานล้มล้างกลุ่มเหล่านี้ และยุติการแทรกซึมของอาวุธเข้าไปในแคชเมียร์ที่เป็นส่วนของอินเดีย แหล่งข่าวกรองระบุว่า ปากีสถานลดการสนับสนุนกลุ่มลัชการ์ หลังเกิดเหตุระเบิดพลีชีพเพื่อพยายามลอบสังหารอดีตประธานาธิบดีเปอร์เวซ มูชาร์ราฟ ถึง 2 ครั้ง เมื่อปี 2547 และยุติการสนับสนุนอย่างสิ้นเชิง หลังเกิดวินาศกรรมในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม

สรุปสถานการณ์มุมไบ

กลุ่มก่อการร้ายเล็กๆ ได้แยกตัวลักลอบเข้ามุมไบ และปฏิบัติการโจมตีในเขตตัวเมืองพร้อมกันหลายจุด กลุ่มหนึ่งลอบขึ้นเรือเล็กมาในคืนวันพุธ หลังจากถูกปล่อยจากเรือใหญ่ใกล้ชายฝั่ง บางกลุ่มลอบเข้าเมืองมาก่อนหน้านี้นานนับเดือน เพื่อสำรวจพื้นที่และสะสมอาวุธเตรียมก่อเหตุ



View Larger Map

สองกลุ่มนี้ประสานงานกันปฏิบัติการต่อเนื่อง 60 ชั่วโมง สังหารผู้คนไป 195 คน และบาดเจ็บอีก 295 คน ในจำนวนผู้เสียชีวิตทั้ง 195 คน เป็นชาวต่างชาติ 27 คน ซึ่งมีทั้งชาวอิสราเอล อเมริกัน ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย แคนาดา เยอรมัน ญี่ปุ่น ไซปรัส อิตาลี สิงคโปร์ และคนไทย 1 คน ส่วนผู้ก่อการร้ายใร 11 คนถูกยิงเสียชีวิต และ 1 รายถูกจับกุมตัวได้ โดยเป็นชาวปากีสถาน ขณะที่เจ้าหน้าที่ของอินเดียเสียชีวิตราว 15 คน

เป้าหมายการโจมตีมีทั้ง สถานีรถไฟฉัตรปตี ศิวะจี, โรงพยาบาลคามา, โรงแรมทัชมาฮาล, โรงแรมโอเบอรอย-ไทรเดนต์, ศูนย์ชาวยิว และโรงแรมที่พักของนักท่องเที่ยวจากอิสราเอลด้วย

หน่วยคอมมานโดอินเดียแยกย้ายจัดการกับผู้ก่อการร้ายทั้งใน โรงแรมโอเบรอย-ไทรเดนต์, ศูนย์ชาวยิว และโรงแรมทัชมาฮัล

ที่โรงแรมทัชมาฮาล การสู้รบยังยืดเยื้อไปตลอดทั้งคืน โดยมีเสียงปืนและระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง หน่วยคอมมานโดต้องสลับหมุนเวียนกันเข้าจัดการกับมือปืน 3 รายสุดท้ายที่เหลือ กว่าจะประสบความสำเร็จในช่วงก่อนรุ่งสางเพียงเล็กน้อย และเป็นการปิดฉากเหตุสะเทือนขวัญในมุมไบลง

ที่มา – กรุงเทพธุรกิจ, สรุปสถานการณ์จาก AFP