หลักการตลาดที่สำคัญข้อหนึ่ง คือ ของดีมีคุณภาพต้องได้รับการนำเสนออย่างถูกวิธี เพื่อให้ลูกค้ารับรู้คุณค่า เกิดการประเมินค่าใหม่ Revalue จนสามารถสะท้อนมูลค่าที่แท้จริง
แต่การมองหาสินทรัพย์ซ่อนเร้นนั้น ยิ่งยากกว่าการหาของดี เพราะสินทรัพย์บางครั้งเป็นเพียงนามธรรม เป็นเพียงศักยภาพซ่อนเร้น ยังต้องผ่านกระบวนการแปลงเป็นรูปธรรมเสียก่อน
การพัฒนาประเทศชาติผ่านสินทรัพย์ซ่อนเร้นนั้น ต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะแต่ละประเทศมีบริบทเฉพาะของตัวเอง
ธุรกิจสปาในเมืองไทยให้มูลค่าไม่มากนัก แต่ฝรั่งกลับเห็นคุณค่า ฝรั่งบอกว่าคนไทยมีจิตใจบริการ แต่อาจเพราะคนไทยเคยชินกับบุคลิกแบบนี้ จึงไม่ค่อยให้คุณค่ามากนัก เช่นเดียวกับธุรกิจข่าวสาร คนไทยจะไม่ยอมเสียเงินซื้อ แต่ฝรั่งกลับยอมซื้อ ใช่หรือไม่ว่าเป็นการให้มูลค่ากับสินค้าที่แตกต่างกัน
อาจเป็นเพราะว่าฝรั่งสามารถหามูลค่าเพิ่มจากข้อมูลและการบริการของเราได้มากกว่า ฝรั่งได้รับความบันเทิงใจจากการบริการของเรามากกว่า กรณีแข่งกันซื้อกิจการของ Microsoft และ Google นั้นปรากฏว่า Google ให้ราคามากกว่า เพราะสามารถเอาบริษัทนั้นไปใช้ประโยชน์ได้มากกว่า เช่นเดียวกับที่ GE เข้ามาซื้อหุ้นของธนาคารกรุงศรีอยุธยานั้น คนไทยอาจมองว่าโง่ ยอมซื้อราคาแพงกว่าในกระดานหุ้น แต่ต้องไม่ลืมว่าฝรั่งอาจมองว่าสามารถหาประโยชน์จากกิจการเหล่านี้ได้มากกว่าราคาที่ลงทุนไป
ดังนั้น หากมองด้านบวก เมืองไทยมีสินทรัพย์ซ่อนเร้นอยู่จำนวนมาก ซึ่งหากคนไทยมีความคิดเชิงธุรกิจ เชิงยุทธศาสตร์ที่ถูกต้องเหมาะสมแล้ว ย่อมสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากมาย โดยอาจร่วมมือกับต่างชาติอย่างเหมาะสม ไม่ใช่การปิดกั้นแบบหวาดกลัว หรือการเปิดโล่งโจ้งอย่างไร้ยางอาย
ผมเคยมองนักธุรกิจไทยในแง่ลบว่าไม่ยอมคิดนวัตกรรม พอใจกับผลตอบแทนในธุรกิจเดิมๆซึ่งอาจให้ผลตอบแทนเพียง 20 เปอร์เซนต์ต่อปี แต่ไม่ต้องดิ้นรนให้เหนื่อยยาก ตอนแรกผมมองว่า เพราะเขาต้องการเสพสุข เพราะเขาไม่มีความทะเยอะทะยานเหมือนนักธุรกิจอเมริกา ไม่ต้องการขยับจากเศรษฐีพันล้านไปเป็นหมื่นล้าน โดยส่วนหนึ่งอาจเพราะในเมืองไทยจะอิจฉาและโจมตีคนรวยว่าคดโกง จึงทำให้คนรวยไม่มีแรงจูงใจด้วย แต่เมื่อได้คุยกับอาจารย์ธานี ชัยวัฒน์ นักเศรษฐศาสตร์หนุ่มไฟแรง ผมจึงเริ่มมองนักธุรกิจไทยในมุมที่ดีขึ้น นั่นคือ ตลาดที่เล็กแคบและกำลังซื้อที่น้อยนิด ได้เป็นขีดจำกัดที่ทำให้นักธุรกิจไทยไม่สามารถลงทุนด้านนวัตกรรมได้อย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจในแบบเดิมๆ กำลังถูกคุกคามอย่างหนัก หากบอกว่าควรสร้างธุรกิจใหม่ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว คงเร็วเกินไป เพราะปรากฏว่าธุรกิจเก่าๆก็ยังอยู่รอดและทำกำไรได้ดี หากพูดในตอนนี้ก็ก้ำกึ่ง เพราะผมเชื่อว่ายังอยู่ได้อีกหลายปี แต่กำลังค่อยๆตายลง ที่เหลือรอดได้อาจเป็นเพียง The Best ในอุตสาหกรรมเท่านั้น เพราะฉะนั้นควรยึดคติ The Trend is your friend เราควรเริ่มธุรกิจใหม่ แม้ว่าจะไม่มีตลาดใหม่มารองรับมากนัก แต่ก็ต้องทำเพื่อความอยู่รอด
ธุรกิจเกษตรที่ใช้เทคโนโลยีและความรู้ใหม่ ความรู้ที่สะสมจากเกษตรกรไทย สามารถแปลงเป็นทุนที่เป็นรูปธรรมได้
ธุรกิจบริการสามารถทำได้หลายอย่าง เช่น ร้านอาหาร ร้านศิลปะ ร้านหนังสือ หากท่านยังไม่มั่นใจสามารถแบ่งเงินบางส่วนมาสร้างในขนาดเล็ก เน้น Niche เน้นความแตกต่าง ท่านอาจจะติดใจ เหมือนที่ร้านบ้านหญิง ร้านน้องท่าพระจันทร์ ทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ
“ทำอะไรคงไม่สำคัญเท่าทำในสิ่งที่รัก” เพราะนั่นจะสร้างความแตกต่างให้ผลิตภัณฑ์
ในปัจจุบันนี้ สิ่งแรกที่กำหนดชี้ขาดในสงครามธุรกิจ คือ “มนุษย์” เพราะธุรกิจไม่ได้เน้นที่เทคโนโลยีการผลิตอีกต่อไป แต่มุ่งไปที่ “วิสัยทัศน์ แนวคิด และจินตนาการ” เนื่องจากว่าเทคโนโลยีพัฒนาไปมาก ผลิตภัณฑ์ทุกอย่างแทบจะผลิตได้หมดแล้ว การจะสร้างสิ่งใหม่จึงต้องโดดเด่นแตกต่าง ซึ่งหากคิดออกมาได้ การผลิตไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไป ดังนั้น ความคิดและจินตนาการจึงสำคัญมาก เพราะเครื่องจักรยังไม่สามารถผลิตทดแทนได้
หากจะให้เป็นแบบทีมฟุตบอลที่มีการกำหนดค่าตัวกัน Zidane เท่านั้น Figo เท่านี้ ก็คงจะเกินไป แต่ในอนาคตไม่แน่ เพราะคนที่เก่ง ก็มักเก่งอย่างเหลือเชื่อ ทำสอบกี่วิชาก็ได้คะแนนสูง ทำธุรกิจอะไรก็สำเร็จ ส่วนคนไม่เก่งก็จะไม่เก่ง แม้ว่าค่าแรงจะถูก แต่ก็ไม่คุ้ม เพราะจะทำให้เราหลงไปผลิตสินค้าธรรมดา สุดท้ายก็ขายไม่ได้ และพ่ายแพ้ในที่สุด
คนเก่งต้องสามารถร่วมกันคิด ร่วมกันทำ แปรวิสัยทัศน์เป็นยุทธศาสตร์และการปฏิบัติ โดยผลตอบแทนที่คนเก่งแต่ละคนจะได้รับหากร่วมมือกันย่อมคุ้มค่าแน่นอน โดยบริษัทที่ชาญฉลาดจะไม่เลือกรับคนจากใบปริญญา แต่ต้องมีวิธีทดสอบคนเก่งอย่างถูกต้อง แล้วมอบอำนาจให้บริหารจัดการองค์กรเต็มที่
นักธุรกิจไทยจะต้องกล้าหาญในการใช้กลยุทธ์ที่ 36 “หนีคือ ยอดกลยุทธ์” อย่างเหมาะสม เพราะการหนีมักทำให้อับอาย มักทำให้ไม่อาจตัดใจ แต่มันเป็นเรื่องจำเป็น และหากมองในแง่ดี นั่นคือการปฏิบัติธรรม คือการชำระล้างอัตตา แต่หากยังไม่ยอมหนีเพื่อสู้ใหม่ ก็อาจตายในสนามรบ ธุรกิจที่เคยทำเงินให้ท่านมานาน 20 ปี อาจทำให้ล้มละลายในชั่วพริบตา
กลยุทธ์ที่ 20 “กวนน้ำจับปลา” สามารถประยุกต์ใช้ได้ว่า ท่านไม่ควรกังวลกับสถานการณ์รอบด้านที่ดูหดหู่มากเกินไป แต่ท่านควรแปลงวิกฤตเป็นโอกาส เพราะมีแต่สถานการณ์ที่วิกฤตเท่านั้นที่สามารถสร้างวีรบุรุษ การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ ปรัชญา และวิทยาศาสตร์ มักเกิดขึ้นในยุคสมัยที่มีความปั่นป่วนทั้งนั้น ดังนั้น จงอย่าท้อแท้ใจ จงกล้าที่จะละทิ้งสิ่งเก่า เพื่อสร้างสิ่งใหม่ แต่ต้องละทิ้งอย่างมียุทธศาสตร์ โดยเฉพาะการทำในสิ่งที่รัก เป็นยุทธศาสตร์ที่ดี เพราะท่านจะมีโอกาสเป็น The Best ได้ค่อนข้างมาก ซึ่ง The Best นั้นจะอยู่รอดได้ในทุกสถานการณ์ และจะมีความสุขในการทำงานด้วย
