หลังการสถานการณ์การเมืองกลับสู่ภาวะปกติ เศรษฐกิจฟื้น รับมีเงินเก็งกำไรไหลเข้าตลาดหุ้น
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เมื่อภาวะเศรษฐกิจดีขึ้น สถานการณ์ทางการเมืองสงบก็จะนำไปสู่การปรับดอกเบี้ย แต่จะเมื่อไรนั้นต้องขึ้นอยู่ที่การตัดสินใจของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งเป็นผู้ดูแลนโยบายการเงินของประเทศ
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหากมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยหลังจากนี้ จะไม่กระทบต่อผู้ประกอบการหรือสภาพคล่องมากนัก เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยขณะนี้อยู่ในระดับต่ำ จึงยังสามารถบริหารจัดการได้
“ปัจจัยที่มีผลให้มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยได้ต้องดูจาก การขยายตัวของเศรษฐกิจว่าฟื้นหรือยัง , แนวโน้มเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น การไหลเข้าของเงินทุน เพราะเมื่อดอกเบี้ยมีการปรับตัวสูงกว่าประเทศอื่น จะส่งผลให้มีเงินไหลเข้า ซึ่งต้องไปดูต่อว่าจะมีผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยนอย่างไร”
นายกรณ์ กล่าวว่า ผ่านได้รับการายงานจาก ธปท. ว่า มีเงินไหลเข้าสูงซึ่งผ่านมาทางตลาดทุน และตลาดหลักทรัพย์มากพอควร แต่ก็ถือว่าไม่ผิดปกติ เพราะเป็นการไหลเข้าของเงินทุนเข้ามสู่หลายประเทศในภูมิภาคเอเซีย โดยเฉพาะไทยเป็นประเทศที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ แต่เมื่อหักลบกับยอดเงินทุนไหลออกในช่วง 4 เดือนก่อนสิ้นปี 2552 ก็ถือว่ายอดเงินไหลเข้าไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก
“ต้องยอมรับว่าเงินที่ไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เป็นเงินที่เข้ามา เก็งกำไรอยู่แล้ว แต่ไม่ถือว่าเป็นเงินร้อน เพราะเท่าที่ดูสถาบันที่เข้ามาลงทุนเป็นนักลงทุนที่เข้ามาถือหุ้นยาวพอสมควร ทั้งนี้ หากเกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นสถานการณ์การเมืองไม่สงบ ก็มีสิทธิที่เงินจะไหลออกได้ ”
รมว.คลัง ให้ความเห็นอีกว่า เรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทของไทย ยังไม่เสียเปรียบในด้านการแข่งขันเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะมาเลเซีย และอินโดนีเซีย ที่ค่าเงินยังแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศอื่น
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
