Practical Report จับตายุทธศาสตร์ใหม่อินทัช บุกดิจิทัลทีวี-เวนเจอร์แคป

“อินทัช” หรือชินคอร์ปเดิม เริ่มแสดงความสนใจว่าจะบุกเข้าไปในธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มจากธุรกิจที่มีในปัจจุบัน และอาจถือเป็นการขยับตัวครั้งสำคัญของกลุ่มอินทัช หลังจากการขายหุ้นชินของครอบครัวชินวัตรให้กับเครือเทมาเส็คเมื่อปี 2549

ธุรกิจใหม่ที่อินทัชกำลังสนใจมี 2 กลุ่มใหญ่คือ ดิจิทัลทีวี และ เวนเจอร์แคปปิตอล ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่ค่อนข้างใหม่ในประเทศไทยทั้งคู่

intouch logo

ส่วนของธุรกิจดิจิทัลทีวี จะเกิดจากการเปิดประมูลใบอนุญาตของ กสทช. โดยอินทัชและบริษัทลูกคือไทยคมจะเข้าประมูลใบอนุญาตด้านโครงสร้างพื้นฐานและผู้ให้บริการเครือข่าย มีกลุ่มเป้าหมายคือผู้ให้บริการคอนเทนต์ที่ต้องการทำทีวีดิจิทัลอีกทอดหนึ่ง ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่น่าสนใจเพราะอินทัชมีโครงสร้างพื้นฐานอย่างดาวเทียมอยู่แล้ว การขยายมาทำทีวีภาคพื้นดิน (terrestrial) จึงสามารถใช้ความเชี่ยวชาญเดิมมาต่อยอดได้

ส่วนธุรกิจเวนเจอร์แคปปิตอล (venture capital หรือ VC) เป็นธุรกิจที่ยังใหม่ในประเทศไทย ถึงแม้ว่าจะมีความพยายามตั้งบริษัท VC มาแล้วหลายครั้งแต่ก็ยังไม่มีรายใดที่ประสบความสำเร็จมากนัก ธุรกิจ VC จะเน้นการลงทุนในบริษัทหน้าใหม่ที่มีฝีมือแต่ขาดเงิน โดยมีข้อแลกเปลี่ยนคือสัดส่วนหุ้น และบริษัท VC สามารถทำรายได้จากการขายหุ้นของบริษัทนั้นๆ เมื่อกิจการเติบโตแล้ว

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยคม ในฐานะประธานกรรมการกลุ่มธุรกิจมีเดีย และธุรกิจใหม่ บมจ.ชินคอร์ปอเรชั่น (อินทัช) กล่าวว่า ภายในครึ่งปีหลังนี้ จะได้เห็นความชัดเจนของธุรกิจใหม่ของอินทัชคือ ธุรกิจดิจิทัล ทีวี และธุรกิจกองทุนร่วมลงทุน (เวนเจอร์ แคปปิตอล) ซึ่งจะเปิดให้บุคคล หรือบริษัทที่ต้องการเข้ามายื่นขอรับการสนับสนุนทางการเงินได้ เบื้องต้นตั้งงบลงทุนไว้ที่ 200 ล้านบาท

ส่วนการทำธุรกิจดิจิทัล ทีวี อินทัช กำลังศึกษารูปแบบการเปิดประมูลใบอนุญาต (ไลเซ่น) จากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งไทยคม และอินทัช สนใจจะเข้าร่วมประมูล ทั้งใบอนุญาตด้านโครงสร้างพื้นฐาน และผู้ให้บริการโครงข่าย แต่ขอดูรายละเอียดชัดเจนอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า ดิจิทัล ทีวี จะไม่ขัดแย้งกับทีวีดาวเทียม เพราะปัจจุบันมีประชาชนรับชมผ่านทีวีดาวเทียมแล้วกว่า 10 ล้านครัวเรือน จาก 17-18 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ซึ่งจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้คุ้นเคยกับช่องรายการต่างๆ อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนระบบการออกอากาศซึ่งกันและกัน (คอนเทนต์ ฟีด) และระบบดิจิทัล ทีวีทั่วประเทศจะเสร็จภายใน 4 ปี ดังนั้นการแข่งขันจึงขึ้นอยู่กับเนื้อหารายการของช่อง

ทั้งนี้ ตามแผนของ กสทช.กำหนดใบอนุญาตแบ่งเป็นออกเป็น 4 ประเภทตามผู้ให้บริการ ได้แก่ 1.ผู้ให้บริการในระบบโครงสร้างพื้นฐาน หรือภาคพื้นดิน ซึ่งได้แก่ เสาอากาศ หรือตู้ส่งสัญญาณ (อินฟราสตรักเจอร์ ฟาซิลิตี้) 2. ผู้ให้บริการด้านโครงข่าย หรือผู้เป็นเจ้าของโครงข่าย (เน็ตเวิร์ค) 3. ผู้ให้บริการคลื่นความถี่ หรือผู้ให้บริการช่องรายการ (ชาแนล) และ 4. ผู้ให้บริการเสริมบนโครงข่าย (แอพพลิเคชั่น)

นอกจากนี้ กลุ่มไทยคมยังมีแผนยิงดาวเทียมไทยคมอีก 9 ดวง คือ ไทยคม 6-9 ตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นไป

ข้อมูลจาก กรุงเทพธุรกิจ