Practical Report Invictus – ประสานรอยร้าวของคนในชาติด้วยเกมรักบี้

ประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งกำลังจะจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ในอีกไม่ช้านี้ เป็นประเทศที่เคยมีความขัดแย้งด้านสีผิวและชาติพันธุ์สูงมาก

แอฟริกาใต้มีโครงสร้างทางสังคมใกล้เคียงกับอาณานิคมอื่นๆ ของอังกฤษในทวีปแอฟริกา นั่นคือคนผิวสีซึ่งเป็นประชากรหมู่มากของประเทศ ถูกปกครองด้วยคนขาวที่มีจำนวนเพียงหยิบมือ เพียงแต่ระดับของการแบ่งสีผิวของแอฟริกาใต้กลับเลวร้ายยิ่งกว่า เพราะชัยชนะของพรรคชาตินยมผิวขาวในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ส่งผลให้เกิดกฎหมายส่งเสริมการเหยียดสีผิวอย่างเข้มข้นเป็นจำนวนมาก

คนผิวสีในแอฟริกาใต้ช่วงนั้น ไม่มีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้ง ไม่สามารถใช้สาธารณูปโภค เช่น รถเมล์ โรงเรียน ชายหาด หรือแม้กระทั่งม้านั่งในสวนสาธารณะ ร่วมกับคนผิวขาวได้ คนผิวสีถูกจำกัดเขตที่อยู่อาศัย และถึงขนาดต้องมีสมุดประจำตัวเพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ทุกครั้งที่พบหน้า

การกดขี่ทางสีผิวที่ร้ายแรง ส่งผลให้เกิดปฏิกริยาโต้กลับของคนผิวสีเช่นกัน คนผิวสีจำนวนไม่น้อยลุกขึ้นสู้ แต่ก็ไม่สามารถต่อต้านกับอำนาจรัฐของคนขาวได้ และมักลงท้ายด้วยการถูกจับขังคุก โดยเฉพาะนักโทษการเมืองที่มักถูกนำตัวไปไว้บนเกาะร็อบเบน เกาะเรือนจำนอกชายฝั่งเมืองเคปทาวน์ (คล้ายกับนักโทษการเมืองบนเกาะตะรุเตาของบ้านเรา) หนึ่งในนักโทษเหล่านั้นมีเนลสัน แมนเดลา แกนนำคนสำคัญของคนผิวสี ซึ่งถูกขังลืมถึง 27 ปี

อย่างไรก็ตาม ความแตกแยกระหว่างคนในชาติไม่ว่าเรื่องใด ไม่เคยนำพาประเทศไปสู่ความรุ่งเรือง ยิ่งกลุ่มผู้ปกครองผิวขาวเพิ่มมาตรการกดขี่มากเท่าไร ชาวผิวสียิ่งตอบโต้รุนแรงเท่านั้น แอฟริกาใต้พบกับปัญหาจราจล นัดหยุดงานทั่วประเทศ การก่อวินาศกรรม ไปจนถึงกลุ่มติดอาวุธและกองโจร เมื่อรวมกับแรงกดดันจากนานาชาติ ทำให้รัฐบาลผิวขาวต้องยอมผ่อนปรน ปล่อยนักโทษทางการเมือง และยกเลิกมาตรการกดขี่คนผิวสีหลายอย่าง

เหตุการณ์ประท้วงครั้งใหญ่ของคนผิวสีในปี 1976 ที่เมือง Soweto ผู้เสียชีวิตจากการปราบประมาณ 500 คน

ในปี 1990 แมนเดลาออกมาจากคุกที่คุมขัง การเจรจาเริ่มขึ้น แม้ว่าจะล้มเหลวหลายครั้งเพราะความโกรธแค้นของคนผิวสีที่สะสมมาตลอด และความกลัวของคนผิวขาวที่กังวลว่าวิถีชีวิต ความสะดวกสบายของพวกตนที่ดำเนินมายาวนาน จะถูกคนผิวสีมาแย่งชิงมันไป แต่สุดท้ายแล้ว ชาวแอฟริกาใต้ก็ร่วมกันประคับประคองประเทศให้รอดพ้นสถานะรัฐล้มเหลว (failed state) มาได้ การเลือกตั้งครั้งแรกที่ประชากรทุกคนมีสิทธิ์ลงคะแนนเกิดขึ้นในปี 1994 โดยเนลสัน แมนเดลา ได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดี

แต่นั่นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น แม้ว่าแมนเดลาจะสามารถชนะการเลือกตั้ง กลายเป็นประธานาธิบดีผิวสีคนแรก เขากลับมีภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่รออยู่ นั่นคือประสานรอยร้าวของคนในชาติ ลดความโกรธแค้นและเกลียดชังของคนผิวสี ในขณะเดียวกันก็ต้องให้ความเชื่อมั่นต่อคนผิวขาว ซึ่งกุมอำนาจทางเศรษฐกิจและการปกครองประเทศ

แมนเดลาทำงานนี้ได้สำเร็จ ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือกุศโลบายที่ใช้ เขาใช้กีฬารักบี้ กีฬายอดนิยมของคนขาว และโอกาสที่แอฟริกาใต้ได้จัดรักบี้ชิงแชมป์โลกปี 1995 เป็นเครื่องมืออันหนึ่งในการสร้างความปรองดองของคนในชาติ

โปสเตอร์โฆษณาภาพยนตร์ Invictus

ภาพยนตร์เรื่อง Invictus เริ่มต้นในปี 1994 หนึ่งปีเต็มก่อนรักบี้ชิงแชมป์โลก ทีมชาติแอฟริกาใต้ฉายา “Springboks” ซึ่งใช้ผู้เล่นผิวขาวล้วน และได้สิทธิ์เข้ารอบสุดท้ายอัตโนมัติเพราะเป็นเจ้าภาพ กลับเป็นทีมไร้ฝีมือที่ล้มเหลวในสนามแข่ง ในขณะเดียวกันก็เผชิญกับการคุกคามของคนผิวสีที่เพิ่งได้สิทธิ์ปกครองประเทศ ที่ต้องการเปลี่ยนชื่อและอัตลักษณ์ Springboks ซึ่งเป็นตัวแทนของคนผิวขาวที่พวกเขาเกลียดชัง ให้เป็นอัตลักษณ์ใหม่ที่คนผิวสีเป็นผู้กำหนดเอง

เรื่องนี้อาจเป็นแค่ประเด็นเล็กๆ ในสายตาของ เนลสัน แมนเดลา (แสดงโดย มอร์แกน ฟรีแมน ดาราผิวสีมากฝีมือ) ผู้ที่ต้องเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมที่ดูสำคัญกว่ามาก แต่เรื่องนี้กลับอยู่ในความสนใจของแมนเดลา เพราะเขามองว่ารักบี้เป็นกีฬาที่คนผิวขาวรักมาก และการเปลี่ยนชื่อ Springboks ถือเป็นการคุกคามคนผิวขาวในเชิงสัญลักษณ์ ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาเคยมีกำลังจะหายไป

แมนเดลาใช้สิทธิ์ประธานาธิบดียับยั้งการเปลี่ยนชื่อทีม Springboks ได้สำเร็จ ในอีกด้าน เขาเข้าหาและซื้อใจ ฟรังซัวร์ ปีนาร์ (Francois Pienaar) กัปตันรักบี้ทีมชาติ (นำแสดงโดยแมตต์ เดมอน พระเอกจากหนังชุดเจสัน บอร์น) ให้รับรู้ถึงความสำคัญของตัวเองว่าไม่ใช่แค่นักกีฬารักบี้ กีฬายอดนิยมของคนขาว แต่เป็นตัวแทนความหวังของคนแอฟริกาใต้ทั้งชาติ

Invictus ฉายภาพความขัดแย้งในแอฟริกาใต้ช่วงนั้นให้เราเห็นอย่างชัดเจน ความขัดแย้งมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นริมถนนที่เด็กผิวขาวฝึกรักบี้ในสนามหญ้าสวย ตรงข้ามกับลานดินสำหรับเตะฟุตบอลของเด็กผิวสี ไปจนถึงทำเนียบประธานาธิบดีที่ข้าราชการผิวขาวเก็บของย้ายออก ในวันที่ประธานาธิบดีผิวสีเข้าทำงานเป็นวันแรก

แมนเดลาเองนั้นเคยเป็นผู้นำกองกำลังติดอาวุธของขบวนการผิวสีมาก่อน แต่ประสบการณ์อันเลวร้ายในห้องขังอันคับแคบ สอนให้เขาเรียนรู้ว่า มีเพียงการรับฟังความต้องการของทุกฝ่าย ที่จะนำพาประเทศเดินหน้าต่อไปได้

แมนเดลาเริ่มจากการแก้ปัญหาความไม่เชื่อใจกันของเจ้าหน้าที่คุ้มครองประธานาธิบดีฝ่ายผิวสีและผิวขาว ตามมาด้วยกุศโลบายผลักดันให้ทีมรักบี้ผิวขาวไปสัมผัสกับความยากจนข้นแค้นของคนผิวสี (ซึ่งอาศัยอยู่ในสลัมเฉพาะตัว เรียกว่า township คล้ายกับที่เห็นในภาพยนตร์เรื่อง District 9) และสุดท้ายใช้เกมกีฬาระดับโลกเป็น “จุดร่วม” ให้กับคนทั้งชาติ

ทีมรักบี้แอฟริกาใต้ สามารถเอาชนะคู่แข่งที่แสนแข็งแกร่งอย่างนิวซีแลนด์ ก้าวเป็นแชมป์รักบี้โลกในบ้านตัวเอง ยามที่ต้องการชัยชนะอย่างยิ่งยวดได้สำเร็จ จอห์น คาลิน ผู้ประพันธ์ Invictus ฉบับนิยาย ถึงกับเรียกการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศนี้ว่าเป็น “การแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงอนาคตของชาติ” (Game That Changed a Nation)

ภาพประวัติศาสตร์: แมนเดลา ประธานาธิบดีผิวสี ในชุดทีมชาติ มอบถ้วยรางวัลชนะเลิศให้ ปีนาร์ กัปตันทีมผิวขาว
ถือเป็นการยุติความขัดแย้งอันยาวนานกว่า 50 ปีของแอฟริกาใต้

ฟรังซัวร์ ปีนาร์ ให้สัมภาษณ์หลังจบการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศว่า กำลังใจของพวกเขาไม่ได้มาจากผู้ชมจำนวน 62,000 คนในสนาม Ellis Park Stadium ที่โจฮันเนสเบิร์ก แต่เป็นกำลังใจจากประชากรทั้งหมดของแอฟริกาใต้ 43,000,000 คนต่างหาก

ประสบการณ์ของแมนเดลาและแอฟริกาใต้ อาจสอนบทเรียนบางอย่างให้กับประเทศไทย ที่กำลังอยู่ในภาวะ “โกรธแค้นและหวาดกลัว” ได้ไม่มากก็น้อย บางที Invictus อาจเป็นภาพยนตร์ที่ควรหามารับชมมากที่สุดในเวลานี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • s

    แล้วใครจะเป็น “เนลสัน แมนเดลา” ของเมืองไทยได้ละคะ ผู้นำไทยแต่ละคน เอาผลประโยชน์ของตัวเองเป็นที่ตั้งทั้งนั้น

    ไม่ว่าจะเป็น “เทพบุตรอภิสิทธิ์” หรือ “ซาตานทักษิณ” ล้วนต้องการเอาชนะกันบนกองกศพของประชาชน และความพินาศของบ้านเมือง สนอง “อัตตา” ของตัวเองกันทั้งนั้น

    “เราควรจับใครไปขังเดี่ยวบนเกาะตุรุเตาสัก 27 ปีกันดีละคะ? ”

    คนที่ตายไปเป็นแค่ประชาชนราคาถูก ตึกรามบ้านช่องที่ถูกเผาไป ของคนมีเงินก็มีประกันวินาศภัย ไม่ต้องไปสงสารเค้าหรอกค่ะเพราะถึงไม่มีประกันภัยพวกเค้าก็ยังมีสมบัติพัศถาน รวมทั้งโอกาสทางธุรกิจที่มาจากสายสัมพันธ์กับนักการเมือง”ลวงโลก”มากมายที่จะเอามาต่อทุน

    แต่ของคนจน รวมไปถึงคนชั้นกลางที่กำลังก่อร่างสร้างตัวกู้ยืมธนาคารมาสร้างธุรกิจ ก็ต้องกระเสือกกระสนหาเงินไปใช้หนี้ต่อไป เศรษฐกิจหรือธุรกิจที่เสียหายไป ก็รอไปเถอะ กว่าจะฟื้นตัวได้ ประชาชนที่เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนชั้นกลางทั้งหลายก็ต้องแบกภาระหนี้ หาเงินส่งดอกเบี้ยให้เป็นรายได้ของพวกนายธนาคารผู้สนับสนุนนักการเมืองกันต่อไป “ประชาชน” ตัวจริงๆ รอวันอดตายไปกันเถอะค่ะ

    ทั้งท่านเทพบุครและซาตานของเราๆ ก็ยังคงเสวยสุขในคฤหาสถ์กันต่อไป อย่างมากก็หนีไปเสวยสุขที่ต่างประเทศ ทิ้งให้ประชาชนเผชิญหน้ากับ “ความยากไร้” ต่อไป

    ถ้าพวกเรา”ประชาชน” ยังมัวแต่ทะเลาะกันเอง และคอยแต่หาเหตุผลว่างานนี้ “มึง” เชือคนผิด “กู” เชือคนถูก ก็คงต้องเวียนว่ายกันวัฏจักรของการ”ถูกหลอกใช้” กันต่อไป

    ขออภัย..อารมณ์”โกรธ” ยังค้างอยู่ จึงใช้คำพูด”ประชดประชัน” ไปบ้าง แต่โกรธจริงๆ ที่ประชาชนคนชั้นเดียวกัน(ไม่ว่ากลางหรือล่าง มีการศึกษาสูงส่ง หรือ ไม่มีการศึกษา ต่างจังหวัดหรือกทม มันก็ชั้นเดียวกันนี่ละ) มัวแต่หลงทะเลาะกันตาม”การปลุกปั่น”ของพวก “บ้าอำนาจ” ทั้งหลาย

  • http://www.isriya.com isriya

    ตอบคุณ s

    ผมคิดว่าแมนเดลาเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ของชาวแอฟริกาใต้ครับ แมนเดลาในอดีตเป็นสมาชิกระดับรองๆ ในขบวนการ ANC ไม่เคยอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าพรรคด้วยซ้ำ และมามีบทบาทก็ในช่วงที่พรรค ANC เริ่มติดอาวุธ โดยเขาเป็นหัวหน้าขบวนการติดอาวุธซึ่งเป็นปีกหนึ่งของ ANC

    ระหว่างที่ความรุนแรงดำเนินอยู่ น่าสนใจว่าสังคมโดยรวมของแอฟริกาใต้เองก็ดี ตัวแมนเดลาเองก็ดี มีการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายกลับมาที่สันติภาพและความปรองดองได้สำเร็จ

    ถ้าจะให้ตอบคำถามของคุณ s อาจจะบอกได้ว่า เป็นทักษิณเองที่ถูกเนรเทศไปนาน 27 ปี หรือเป็นอภิสิทธิ์เองที่ใช้เวลาทบทวนคำสั่งของตัวเอง หรืออาจเป็นคุณสนธิ คุณจำลอง คุณณัฐวุฒิ มันเป็นไปได้ทั้งนั้นล่ะครับ

  • jayfreedom

    ชอบ ๆ หวังว่าเมืองไทยจะผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ แม้อุปสรรคข้างหน้านั่นอยู่มาก

  • http://oakyman.com/ Oakyman

    หวังว่าจะเห็นทักษิณได้กลับมาที่แผ่นดินแม่
    กลับมาชุบตัวในคุกซัก 2 ปี (เป็นอย่างต่ำ)
    แล้วมีสติกลับคืนมาเป็นอย่างแมนเดลลา

    หรืออย่างน้อยก็เป็นอย่างซูจี ที่ไม่จำเป็นต้องปลุกปั่น เพื่อให้เกิดความสูญเสีย

    ว่าแต่เมืองไทยจะใช้กีฬาอะไรดีครับ?

  • http://udomdog.wordpress.com udomdog

    ฟุตบอล / ตะกร้อ / มวยสากลสมัครเล่น ดีล่ะ

  • s

    ถ้า”ทักษิณ” ต้องกลับมาติดคุก 2 ปี เพราะปลุกปั่นอารมณ์ของคนให้เกลียดชังรัฐบาล แล้ว “อภิสิทธิ” ต้องติดคุกสักกี่ปีคะ เพราะทำมีส่วนทำให้คนเกลียดชังประชาชนที่มีความเห็นต่างกับรัฐบาลเช่นกัน

    “ปลุกปั่นพอๆกัน” อย่ามองว่ามีแค่ “ทักษิณ” ทำเลยค่ะ

    “คนทั้งคู่” ควรถูกนำไป”ขังเดี่ยวและทรมาน” ให้สงบสติอารมณ์จะได้สำนึกถึงความทุข์ยาก เพราะมัวแต่อยากเอาชนะซึ่งกันและกัน โดยมิได้คำนึงว่าประชาชนระดับล่างจะรู้สึกทุกข์ลำบากอย่างไร

    แต่งานนี้ทั้งสองคนนี้คงไม่มีโอกาสเป็น “เนลสัน เมนเดลลา” หรอกค่ะ เพราะ อำนาจ เงินตรา ล้นฟ้า กันทั้งคู่ ต่างฝ่ายต่างคิดว่าตัวเองเป็น “เทวดา” จำแลงกายมาเกิด จึงมีสิทธิ์ ลิขิตชีวิตและอารมณ์ ของประชาชนให้เป็นไปตามใจสั่ง

    ที่สำคัญประชาชนส่วนใหญ่ก็ขาดสติยอมให้ “เค้าทั้งสอง” ปลุกปั่นอารมณ์ให้โกรธแค้นซึ่งกันและกันอย่างไม่อยากฟังเหตุผลดีๆของอีกฝ่าย จนต้อง “ห้ำหั่น” กันเอง

    ทั้ง “เทพบุตรหรือซาตาน” ในวันนี้ มือเปื้อนเลือด และ มีการคอรัปชัน พอๆกันค่ะ เสมอตัว ! คนที่แพ้ตัวจริงก็คือ “ประชาชนคนไทยทั้งหมด”

    ถ้ายังขาดสติกันแบบนี้ และมัวทะเลาะกันให้บ้านเมืองร้อนเป็นไฟกันแบบนี้ ประชาชนทั้งหลายก็คงตกเป็นเบี้ยล่างของ “นักการเมืองเลวๆ” กันต่อไปค่ะ

  • เริ่มจากไทยพรีเมียร์ลีกนี่แหล่ะ ใช้กีฬารวมใจ

  • http://www.ischool.in.th Ak

    น่าเสียใจที่ประเทศเราไม่มีคนดำกับขาว
    เราสีเดียวกันหมดยังทะเลอะกันได้เพียงนี้
    ผมขอร้องช่วยกันหยุดผลักดันให้คนไทย กลายเป็นคนขาวกับดำเถอะครับ
    ขอร้อง SIU ด้วยลองทบทวนตัวเองดูด้วยครับ เพราะเป็นสื่อช่วงนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ

    บ้านเราหาสื่อมีสาระแบบนี้ยากครับ พยามทำให้ทุกคนเป็นคนไทยผิวเหลืองด้วยกันนะครับ

  • http://oakyman.com/ Oakyman

    คุณ s
    ถ้าอภิสิทธิ์ถูกตัดสินให้ต้องโทษจำคุกเมื่อไหร่
    ก็จับไปขังด้วยเลยครับ
    เพียงแต่ต้องรอเวลาหน่อยนะครับ แซงคิวไม่ได้ครับ :)

  • PuppetCabinet

    เหตุการณ์ชุมนุมที่ผ่านมา 2 เดือนกว่าๆทำให้เห็นอิทธิฤทธิ์ของสื่อว่ารุนแรงขนาดใหน เห็นการร่วมแรงร่วมใจของสื่อส่วนใหญ่กับรัฐบาลทำการโฆษณาชวนเชื่ออย่างไม่ ลืมหูลืมตา ได้เห็นและเข้าใจคำว่า ” โฆษณาชวนเชื่อ” อย่างลึกซึ่งก็ครั้งนี้เอง และที่สำคัญได้เห็นธาตุแท้ของคนที่เป็นนายกฯ บรรดาคนรอบข้าง และผู้หนุนหลัง ประเทศนี้ไม่มีทางเหมือนเดิมแน่นอน การเปลี่ยนแปลงเป็นอนิจจัง เชื่อว่าจุดหักเหของประเทศมาถึงแล้ว วันนี้เพียงแต่ว่ารถขบวนประเทศไทยยางแตก ณ. จุดนี้พอดี รอสักพักเปลี่ยนล้ออะไหล่ได้ พักเหนื่อย กินน้ำท่า แล้วก็ไปต่อ หยุดไม่ได้หรอกโลกมันมีพลวัตรของมัน

  • PuppetCabinet

    ถือว่าเป็นบุญหูบุญตาที่ได้มาเห็นลิเกสุดยอดแห่งยุค ที่ลงโรงแสดงให้ประชาชนทั่วประเทศได้เห็น ณ. ราบเป็นหน้ากลอง 11 และที่ต้องชื่นชมเป็นพิเศษคือ ผู้เขียนบทที่จินตนาการได้สุดยอดอลังการ มีครบทุกรส ทั้งบู๊ ดุเดือด เลือดพล่าน ตื่นเต้น เร้าระทึกใจ และแสนเศร้าเคล้าน้ำตา แถมยังรักษาธีมของลิเกไว้อย่างเหนียวแน่น คือพระเอกจะต้องแสนดี สุภาพทุกกระเบียดนิ้ว รักความ(อ)ยุติธรรม กำจัดคนพาลอภิบาลคนดี พูดไปแล้วน้ำตาจะเล็ดคนหรือเทวดากันเนี่ย ส่วนผู้ร้ายไม่บอกก็รู้ ต้องประเภทแหกนรกมาและชิงห-มาเกิด ต้อง เลว กร้าวร้าว กักขฬะ โหดเ-ห-ยี้ม ปล้น ข่มขืนแล้วฆ่า เอาเป็นว่าเ-ห-ยี้สมบูรณ์แบบ และสุดท้ายก็ต้องใช่เลย (อ)ธรรมะชนะอธรรม ของแท้แน่นอน อีกคนหนึ่งที่ลืมไม่ได้คือผู้กาม เอ๊ย!กำกับเห็นดำๆอย่างนั้นสุดยอดเลย จะมีที่ติก็จากบรรดาแม่ยกทั้งหลายโวยวายออกมาว่า” ทำไมปล่อยให้พระเอกของบรรดาแกๆทั้งหลายโทรมตาดำเป็น ช่วงๆ อย่างนั้นทำไมไม่หาปงหาแป้งมาตบหน้าซะบ้าง ออกฉากเที่ยวหน้าขืนเป็นอย่างนี้เป็นไม่มียอมจะพากันลงขันซื้อแป้ง ลิปสติกมาให้ เอากะแกสิ และที่หน้าโมโหกว่านั้นปล่อยพระเอกออกฉากน้อยไป เบื่อไ-อ้แว่นเพื่อนพระเอก และทหารองครักษ์ ” เอากะแกสิบรรดาแม่ยกทั้งหลาย

  • พล

    คนไทยน่าจะดูเรื่องนี้เป็นอย่างมาก