Practical Report ระเบิดอิหร่านสุขุมวิท 71 อาจเชื่อมสงครามจารชน

เมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา มีรายงานข่าวว่านักวิทยาศาสตร์ชาวอิหร่าน นายมอสตาฟา อาห์มาดี โรชาน (Mostafa Ahmadi-Roshan) อาจารย์มหาวิทยาลัยวัย 32 ปี ซึ่งเขายังดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงงานเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมนาทานซ์ด้วย ถูกสังหารโดยคนร้ายสองคนขับขี่มอเตอร์ไซค์ใช้ระเบิดแม่เหล็กติดข้างรถยนต์ขณะกำลังขับขี่บนถนน ในกรุงเตหะรานทางทิศเหนือ

โดยก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านถูกลอบสังหารอย่างต่อเนื่องมาแล้วสี่คน คนหนึ่งได้รับบาดเจ็บจากความพยายามลอบสังหารโดยระเบิดแม่เหล็กเช่นเดียวกันเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2553 ส่วนคนล่าสุดถูกคนร้ายขับขี่มอเตอร์ไซค์ยิงสังหารขณะกำลังขับขี่รถยนต์ย่านตะวันออกของกรุงเตหะรานเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว

บทวิเคราะห์จาก Stratfor ระบุชัดเจนว่าความพยายามลอบสังหารนักวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านดังกล่าว อาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายจารชนของสหรัฐอเมริกา หรือไม่ก็อิสราเอล หรืออาจจะเป็นปฏิบัติการร่วมของทั้งคู่ก็ได้

ทั้งนี้หลังจากสหรัฐฯ ถอนทหารออกจากอิรัก สถานการณ์ของซีเรียในปัจจุบันที่ยิ่งดึงซีเรียเข้าใกล้ชิดอิหร่านมากขึ้น ตลอดจนอิทธิพลของอิหร่านต่อกลุ่มเฮซบัลเลาะห์ในเลบานอน สถานการณ์เหล่านี้จะยิ่งช่วยเพิ่มอิทธิพลของอิหร่านขยายขอบเขตจากตะวันตกของอัฟกานิสถานจรดทะเลเมดิเตอเรเนียน นี่จะทำให้ดุลอำนาจในคาบสมุทรอาหรับเปลี่ยนแปลงในระดับรากฐาน แน่นอนว่าเป็นคุณต่ออิหร่านมิใช่ต่อสหรัฐฯ



(อาณาเขตอิทธิพลของอิหร่านแผ่ขยายจากตะวันตกของอัฟกานิสถานพาดผ่านอิรัก-ซีเรีย-เลบานอน จรดทะเลเมดิเตอเรเนียน, ที่มา: Stratfor)

สหรัฐฯ ไม่เคยอำพรางปฏิกิริยาปฏิปักษ์ของตนต่ออิหร่าน รวมถึงความพยายามระงับโครงการนิวเคลียร์ในอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ด้านหนึ่งก็เพื่อรักษาดุลอำนาจในคาบสมุทรอาหรับ และป้องกันไม่ให้อิหร่านสร้างกำลังทางทหารจนเป็นอันตราย ด้านหนึ่งก็เพื่อรักษาผลประโยชน์ด้านพลังงานและเส้นทางการขนถ่ายน้ำมันของโลกด้วย

เมื่อพิจารณากลไกการกดดันของสหรัฐฯ แล้ว พบว่ามาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจไม่อาจใช้ได้ผลอย่างที่คาดกันไว้ แม้แต่ญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันดิบอันดับสองจากอิหร่าน แม้ว่าจะประกาศสนับสนุนการคว่ำบาตร แต่ก็ไม่มีแผนการชัดเจนที่จะลดการซื้อน้ำมันแต่อย่างใด ส่วนจีนและอินเดียซึ่งเป็นประเทศซื้อน้ำมันอันดับ 1 และ 3 จากอิหร่านก็แน่นอนว่าจะยังซื้อน้ำมันจากอิหร่านต่อไปทั้งที่สหรัฐฯ พยายามสร้างแรงกดดันต่อทั้งสองประเทศให้ร่วมมือมาตรการการคว่ำบาตรก็ตาม อีกทั้งรัสเซียและตุรกีก็ไม่ได้แสดงท่าทีสนับสนุนมาตรการการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ แต่อย่างใด ส่วนสหภาพยุโรปแม้จะดูเป็นพันธมิตรที่พร้อมจะร่วมมือกับมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ มากที่สุด แต่เนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจทำให้พวกเขาจะเลื่อนมาตรการคว่ำบาตรออกไป



(ภาพปฏิบัติการทางอากาศของอิสราเอลที่เป็นไปได้ต่ออิหร่านที่มา : Lime-Heartland)

เมื่อพิจารณาปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ แม้จะวางเป้าหมายไว้ที่พื้นที่ยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ แต่สภาพพื้นที่ที่เต็มไปด้วยภูเขา ปฏิบัติการทางอากาศดังว่าอาจจะใช้เวลานานเกินกว่าที่เคยเป็นมาในปฏิบัติการพายุทะเลทรายหรือปฏิบัติการในโคโซโว ซึ่งหากต้องมีการยืดระยะเวลาปฏิบัติการดังกล่าวออกไปจะยิ่งส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือในด้านกำลังทหารของสหรัฐฯ ต่อบรรดาพันธมิตรของสหรัฐฯ ในขณะที่อิหร่านก็พร้อมจะใช้การปิดช่องแคบเฮอร์มุซ และใช้กองกำลังพิเศษรวมถึงพันธมิตรของตนปฏิบัติการก่อการร้ายตอบโต้ อย่างไรก็ตามรายงานข่าวใน The Economist ระบุว่า นายเอฮุด บารัก รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล เคยพยายามกดดันให้อิสราเอลใช้ปฏิบัติการทางอากาศต่อเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ในอิหร่านมาแล้ว โดยเขาบอกว่า “หน้าต่างแห่งโอกาส (ในการปฏิบัติการ) กำลังปิดลง”

ส่วนปฏิบัติการภาคพื้นดินหากคิดถึงกำลังทหารทหารที่ยังพร้อมปฏิบัติการของสหรัฐฯ และสภาพทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ก็ไม่ใช่จะสะดวกเหมือนกับที่เคยทำในอิรัก นี่ยังไม่คิดถึงจำนวนประชากรของประเทศอิหร่านขนาด 70 ล้านคน

สงครามจารชน

สหรัฐเคยสนับสนุนการเคลื่อนไหวมวลชนในอิหร่านเมื่อปี 2552 แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ อิหร่านพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถจัดการกับการเคลื่อนไหวมวลชนได้ ซึ่งต่างจากการปฏิบัติประชาชน “ฤดูใบไม้ผลิในอาหรับ” ของประเทศอาหรับอื่นซึ่ง “เอาไม่อยู่”

ในความเป็นจริง สิ่งที่สหรัฐฯ กังวลมากที่สุดไม่น่าจะอยู่ที่การปิดช่องแคบเฮอร์มุสในปัจจุบันของอิหร่าน หากแต่เป็นโครงการการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านต่างหากที่จะทำให้น้ำหนักคำขู่ในปฏิบัติการช่องแคบเฮอร์มุซของอิหร่านมีพลังขึ้นมากเมื่อมีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในมือ

รายงานจาก Stratfor จึงเชื่อว่าปฏิบัติการลอบสังหารนักวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องในโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านจากจารชน น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในขณะนี้ เพราะการกำจัดนักวิทยาศาสตร์ไปไม่เพียงทำให้โครงการพัฒนานิวเคลียร์ต้องล่าช้าลง แต่ยังส่งผลในการสร้างความหวาดผวาให้กับผู้ปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าวด้วย ทั้งยังเป็นการส่งสัญญาณให้ชาติอาหรับในคาบสมุทรได้เห็นว่าทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอลยังมีไพ่ที่ใช้จัดการกับอิหร่าน

อิหร่านโต้กลับ

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ตำรวจจอร์เจียถอดชนวนระเบิดที่ติดใต้ท้องรถจากสถานทูตอิสราเอลใน Tbilisi ประเทศจอร์เจีย ในขณะที่เวลาใกล้กันเกิดเหตุระเบิด (คาดว่าเป็นระเบิดแม่เหล็ก) กับรถยนต์ซึ่งพนักงานสถานทูตอิสราเอลในกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย และเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เกิดเหตุระเบิด 3 จุดในกรุงเทพ บริเวณซอยปรีดีพนมยงค์ 31 ซึ่งเป็นซอยย่อยของซอยสุขุมวิท 71 พบว่าผู้เกี่ยวข้องเป็นชาวอิหร่านคือนายซาอิด โมราดิ ซึ่งได้รับบาดเจ็บขาขาดจากเหตุระเบิด และต่อมามีการจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยอีกหนึ่งคนคือนายโมฮัมหมัด ฮาซาอิ

และก่อนหน้านี้ทางการไทยจับกุมตัวนาย Hussein Atris ได้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 12 มกราคม ซึ่งวันถัดมาสถานทูตสหรัฐฯ, อังกฤษ, ออสเตรเลีย, แคนาดา และอิสราเอล ออกคำเตือนนักท่องเที่ยวชาวสหรัฐฯ ให้ระวังภัยจากการก่อการร้ายในกรุงเทพฯ

จากการสอบสวน Atris พบว่าเขาเกิดในเลบานอน น่าจะมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มเฮซบัลเลาะห์ ซึ่งกลุ่มนี้มีความใกล้ชิดกับอิหร่าน แต่ Atris แต่งงานกับภรรยาชาวสวีเดนทำให้เขามีหนังสือเดินทางสวีเดน เจ้าหน้าที่กลุ่มเฮซบัลเลาะห์ในเบรุตบอกว่า Atris ไม่ใช่สมาชิกในกลุ่ม แต่แหล่งข่าวของ Stratfor ระบุว่า Atris เป็นสมาชิกเฮซบัลเลาะห์ แต่ไม่ใช่ฝ่ายปฏิบัติการทางทหาร เขาน่าจะทำงานที่เกี่ยวกับการเงินและการขนส่งพัสดุให้กับกลุ่ม และปลายทางของเขาน่าจะอยู่ที่ฟิลิปปินส์

เหตุก่อการร้ายในไทยเริ่มปรากฎขึ้นชัด และเป็นจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ อัลจาซีราอ้างแหล่งข่าวไม่เปิดเผยชื่อซึ่งกล่าวกับ AFP ว่าเป้าหมายของการระเบิดในกรุงเทพฯ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คือนักการทูตอิสราเอล โดยตั้งใจจะใช้ระเบิดแม่เหล็กในการสังหารแบบเดียวกับที่นักวิทยาศาสตร์อิหร่านประสบมาแล้ว

ในการตอบโต้เชิงการทูต นายเอฮุด บารัก รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอลซัดอิหร่านและเฮซบัลเลาะห์อยู่เบื้องหลังเหตุระเิบิดในกรุงเทพฯ แต่ทูตอิหร่านปฏิเสธพร้อมซัดกลับว่าสายลับอิสราเอลอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ต่างหาก

แต่ไม่ว่าจะเป็นใครเห็นได้ชัดว่านี่คือสงครามจารชน โดยมีสถานทูตทั่วโลกเป็นฉากการแสดงครั้งใหญ่ และกรุงเทพฯ ก็เป็นหนึ่งในนั้น!

ที่มา :
(1) Stratfor : http://www.stratfor.com/weekly/iran-us-and-strait-hormuz-crisis
(2) Stratfor : http://www.stratfor.com/analysis/concerted-effort-kill-israeli-diplomats
(3) Stratfor : http://www.stratfor.com/weekly/hezbollah-threat-thailand
(4) Economist : http://www.economist.com/node/21547297
(5) Aljazeera : http://www.aljazeera.com/news/asia/2012/02/201221555522250455.html

  • http://www.facebook.com/tortaharn Teeranan Nandhakwang

    น่าสนใจครับ :)