หนังสือพิมพ์ Thai Red News ฉบับวันที่ 21 – 27 สิงหาคม 2552 นำเสนอบทความ หากเกิดรัฐประหาร ของนายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาลสมัคร โดยนายจักรภพระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่อาจเกิดการทำรัฐประหาร โดยมีความเป็นไปได้ที่จะทำการป้ายสีคนเสื้อแดงว่าเป็นกลุ่มโค่นล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยการยื่นฎีกา ด้วยสื่อในลักษณะเดียวกับการใช้วิทยุยานเกราะ หนังสือพิมพ์ดาวสยาม โจมตีนักศึกษาในช่วง 6 ตุลาคม 2519
นายจักรภพไม่เห็นด้วยที่จะเชื่อมั่นเพียงเสียงในสภา โดยละเลยการสร้างและสนับสนุน กลุ่มประชาธิปไตยเสื้อแดง และเสื้อขาว ที่กระจายกำลังกันอยู่ทั่วประเทศและทั่วโลกอย่างเต็มที่ และหากเกิดรัฐประหารขึ้น ให้ใช้การต่อต้านด้วยการอารยขัดขืนอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งการจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นขึ้นสู้ทันที
นอกจากนี้นายจักรภพยังชี้ว่า เขาถูกป้ายสีว่าเป็นคนชอบใช้กำลัง เพราะไปเอ่ยถึงการจัดตั้งกองกำลังเพื่อเตรียมสู้รบกับอำมาตย์ในการให้สัมภาษณ์ ทั้งๆที่พูดสื่อความหมายในทางตรงข้ามว่า ฝ่ายอำมาตย์ไม่ควรบีบบังคับฝ่ายประชาชนให้ถึงขั้นคิดใช้และจัดตั้งกองกำลังเลย
ตั้ง “แดงสยาม” สุรชัยจวกจตุพร ถามจักรภพหนีทำไม เท่ากับกระทบทักษิณ
ด้านนายสุชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือ แซ่ด่าน แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่นายจักรภพ เพ็ญแข ได้เขียนบทความแสดงความเห็นถึงแนวการเคลื่อนไหวของ 3 เกลอ และถูกนายจตุพร พรหมพันธ์ ตอบโต้ในทำนองว่าแล้วนายจักรภพ หนีออกนอกประเทศทำไม ว่าในส่วนของนายจักรภพ เพ็ญแข นั้นเป็นระดับของงานยุทธศาสตร์ เช่นเดียวกับตน ส่วน 3 เกลอนั้นเป็นระดับของงานยุทธวิธี
ในส่วนของนายจักรภพและตนนั้นเห็นตรงกันว่าการเข้าไปร้องขอไปอ้อนวอน ไม่ใช่วิถีทางหรือวิธีการที่ถูกต้อง นั่นเป็นการต่อสู้เพื่อการปฏิรูปเป็นแนวปฏิรูป การแสดงความเห็นของนายจักรภพเป็นการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานกันเป็นเรื่อง ธรรมดา
“นายจตุพร เป็นคนที่อ่อนไหวมาก เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันแค่ใบไม้ไหวก็ฟันตอบโต้แล้ว การตอบโต้นายจักภพนั้น ผมเห็นว่าไม่สมควร สิ่งที่นายจตุพรตอบโต้ไปว่าแล้วนายจักรภพหนีทำไมนั้น นั่นกระทบไปถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยว่าแล้วหนีทำไม เรื่องเหล่านี้ควรที่จะหารือกัน เห็นไม่เหมือนกันหรือเห็นไม่ตรงกันได้ 3 เกลอจึงถูกมองว่าพามวลชนหลงทางไป ช่วงไต่อันดับทั้ง 3 เกลอทำได้ดีแต่ในช่วงของการทำสงครามเช่นนี้ นี่คือการปฏิวัติ มาถึงตอนนี้จึงไม่ไหว 3 เกลอกำลังพามวลชนออกนอกทางแล้ว การแสดงความเห็นที่แตกต่างแล้วต้องออกมาตอบโต้ของนายจตุพรนั้นจึงไม่ควรทำ การร้องขอหมายถึงการปฏิรูปแต่เรามาถึงแนวของการปฏิวัติมันแตกต่างกัน ที่กล่าวเช่นนี้ไม่ได้ว่าเราจะแตกแยกแต่มันเป็นความเห็นต่างกันเท่านั้น”
นายสุรชัย ยังกล่าวอีกว่าได้มีการหารือกันแล้วเรากำลังจะตั้งกลุ่มแดงขึ้นมาอีกกลุ่ม ซึ่งทาง 3 เกลอตั้งกลุ่มแดงทั้งแผ่นดิน ส่วนทางเรานั้นจะตั้งกลุ่ม “แดงสยาม” มาแข่งกันทำงานอีกแนวทางคือแนวทางของการปฏิวัติ ส่วนของ 3 เกลอนั้นเป็นแนวปฏิรูปก็ว่าไป ซึ่งแนวทางนี้เป็นแนวทางที่นายจักรภพและตนเองนั้นเห็นตรงกัน ซึ่งยืนยันว่าตนกับนายจักรภพนั้นมีความแนบแน่น
สามเกลอตัดขาดจักรภพ ตะเพิดพ้นแกนนำ
ด้านนายจตุพรกล่าวถึงกระแสข่าวการแตกแยกภายในของแกนนำคนเสื้อแดง โดยเฉพาะกรณีที่นายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำคนเสื้อแดง เขียนคอลัมน์ในหนังสือเรด ไทยนิวส์ ระบุว่า 3 เกลอกำลังหลอก พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ไม่รู้ว่านายจักรภพเป็นอะไร แต่ทางที่ดีนายจักรภพควรมาพูดคุยกับคนและแกนนำคนเสื้อแดงคนอื่นๆ หากยังมองว่าเป็นมิตรกันอยู่ นายจักรภพทำอย่างนี้มาถึง 7 ครั้ง 7 หน แล้ว ตนอยากจะบอกว่า คนเสื้อแดงทุกคนเป็นมนุษย์ไม่ใช่ควาย รวมไปถึง พ.ต.ท.ทักษิณก็เป็นมนุษย์ ที่มีความคิด ซึ่งพวกตนไม่สามารถหลอกอะไรได้ง่ายๆ
เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่านายจักรภพไปจับมือกับแกนนำพรรคเพื่อไทยบางคน ที่ไม่พอใจบทบาทของคนเสื้อแดง นายจตุพรกล่าวว่า ไม่ทราบว่าใครเป็นอย่างไร แต่อยากจะบอกว่า คนในพรรคเพื่อไทยไม่ควรทำตัวแบบอยู่บนหอคอยตลอดเวลา แต่พอสบโอกาสที่จะหาประโยชน์ได้ค่อยออกมาแสดงตัว
“วันนี้หมดเวลาแล้วที่ไอ้พวกหน้าเกลี้ยงจะมานั่งรอรับผลประโยชน์ อย่างเดียว เพราะเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแล้วในพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีปัญหากันอยู่จนถึงเดี๋ยวนี้ และเรื่องลักษณะนี้ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะมาเกิดกับพรรคเพื่อไทย”นายจตุพร กล่าว
ด้านนายวีระกล่าวว่า นายจักรภพไม่ได้เป็นแกนนำเสื้อแดง และไม่ได้เป็นแนวร่วมของคนเสื้อแดงแล้ว เพราะไม่ได้อาศัยอยู่ในต่างประเทศ และการเคลื่อนไหวแสดงความคิดเห็นของนายจักรภพ ไม่เกี่ยวข้องกับทิศทางการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงใดๆ ทั้งสิ้น
