Practical Utopia Practical Utopia ตอนพิเศษสัมภาษณ์คุณจักรภพ เพ็ญแข





โครงการ Challenge Thailand 2010 เป็นการสัมภาษณ์ผู้นำความคิด ผู้บริหารนโยบายสาธารณะ นักวิชาการอาวุโส ผู้นำภาคประชาชนที่มีมุมมองต่อความขัดแย้งทางการเมืองตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา โดยบริบทการสัมภาษณ์เป็นการใช้ความเป็นไปได้ของประเทศไทยในอนาคต ที่ถูกกำหนดโดยสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกประเทศ

Challenge Thailand 2010 ตอนแรกจะเป็นการสัมภาษณ์คุณจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเนื้อหาที่สำคัญจะเป็นการพูดคุยถึงเหตุการณ์ถูกกล่าวหาฟ้องร้องเรื่องคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ, สถานการณ์ 24 ชั่วโมงในช่วงรัฐประหาร 19 กันยายน 2549, ความพยายามในการก่อตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น, วิเคราะห์การเมืองของชนชั้นกลางที่กำลังเคลื่อนไหวขัดแย้งกับรัฐบาล ตลอดจนปรัชญาชีวิตส่วนตัว “Jump off the cliff and grow your wing”.

  • สุรศักดิ์ ธรรมโม

    รบกวนคุณ zneb เมลล์มาหาผมด้วย ที่ surasak.dhammo@gmail.com
    เนื่องจาก ผมมีหนังสือ (E-Book) เรื่อง SWF ของจีน และ paper ของ Goldman Sachs เกี่ยวกับ SWF ซึ่งจะจัดส่งให้ครับ

    ท่านผู้สนใจท่านอื่นๆ ก็สามารถเมลล์มาขอรายละเอียดดังกล่าวได้ครับ

  • http://www.siamcollective.com/upcoming.php SiamCollective

    คุณกานต์ แล้ว ถามจริงๆ คุณคิดว่าเชิญได้ป่ะ
    ผมเดานะถ้าสมมุติส่งเอกสารเชิญถึงมือเค้าได้ โดยไม่ต้องผ่านเลขา ฯลฯ อะไรพวกนี้ ผมว่าเค้าอาจจะตอบรับ

    ผมว่ามันโคตรน่าสนใจเลย ถ้าเปนสัมพาดแบบคุยบนโด๊ะได้ แล้วใช้สรรพนามแบบมนุษย์คุยกัน ไม่ใช่เราต้องลงไปนั่งกับพื้น ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ได้ต่างไปจากรายการอื่น

    ผมว่าตัวเค้าอาจไม่มีปัญหานะ ผมว่าเค้าค่อนข้างใจกว้างนะ ไม่รู้นะ

  • http://www.imenn.com/ iMenn

    เยี่ยมจริงๆ แม้หลายเรื่องต้องรอเวลาพิสูจน์ และมาชื่นชมกันอีกซัก 10-20 ปีข้างหน้า

    กระนั้น ก็ขอคารวะคนหนุ่มอย่างผู้จัดทั้งสอง 1 จอก

    หากจะมีคอมเม้นต์หาเรื่องติ ก็คือ ผมว่าคุณสมศักดิ์ดูเกร็งไปหน่อย (เข้าใจว่าจะดียิ่งๆขึ้น เมื่อปะทะกับผู้ให้สัมภาษณ์มากขึ้น) ส่วนคุณกานต์ตัวสูงไปหน่อย (เป็นคำติได้ป่ะเนี่ย :D)

  • กานต์

    คุณ SiamCollective : ปกติการติดต่อขอสัมภาษณ์ต้องทำผ่านเลขาฯ หรือผู้ประสานงานครับ ผมไม่แน่ใจว่าสมมติ (สมมตินะครับ) ถ้าติดต่อได้จริง แล้วจัดแบบบนโต๊ะจะนั่งคุยกันตามปกติได้ไหม ผมคิดว่าผู้ให้สัมภาษณ์อาจจะไม่คิดอะไร แต่คนอื่นๆ (และระดับ ultraฯ) เนี่ยไม่แน่ แล้วมันจะมีปัญหาทีหลังได้อยู่ดี

    ผมคิดในเชิงเลี่ยงๆ อาทิตย์ก่อนดูรายการวันศุกร์ช่วงดึกๆ เป็นรายการท่องเที่ยว แคว้นบาวาเรียนที่เยอรมัน (หรือบาเยิร์นนั่นแหละ) , “ท่าน” นำเที่ยวและมีพิธีกรคู่อีกคนซึ่งเป็นนักแสดงในภาพยนตร์ที่ว่าด้วยกัน ผมก็เห็นยืนคู่กัน ก็ไม่เห็นต้องนั่งกับพื้นอะไร (เป็นต่างประเทศด้วย ซึ่งจะขำมากถ้าทำแบบนั้น) คิดว่าคงเป็นส่วนหนึ่งในแคมเปญโปรโมตภาพยนตร์ ส่วนตัวผมคิดว่า “ท่าน” มีความคิดก้าวหน้ามากนะครับ

    คุณ iMenn :
    ขออภัยครับที่เกิดมาตัวสูง แหะๆ

  • Huang

    ขอเปิดประเด็นเรื่องที่ศาลตัดสินจำคุกคุณหญิงอ้อนะครับ อยากถามผู้รู้ทางด้านกฎหมายว่า ที่ต่างประเทศเวลามีการตัดสินคดีทุจริตคอรัปชั่น เขามีการนำเรื่องสถานการณ์การเมืองมาพูดใส่ใน verdict เหมือนแบบเราหรือเปล่า ผมอ่านข่าวแล้วรู้สึกแปลกๆ จริงๆรู้สึกแปลกๆตั้งแต่ที่ตัดสินคดียุบพรรคแล้วที่มีการโยงเรื่องอื่นๆที่ไม่เกี่ยวกับคดีมาพูดด้วยมากมาย

    ผมสะกิดใจตรงนี้จากที่คุณ Ink เสนอว่าเรื่องสินบนนี่ก็บอกอะไรได้บ้าง …

  • Bonny

    มาเจอเวปนี้โดยบังเอิญ พอเข้ามาดูแล้ว อดที่จะขอชื่นชมทีมงานทั้งหมดไม่ได้และถือได้ว่าเป็นคนหนุ่ม สาว รุ่นใหม่ที่มีหัวก้าวหน้า ที่ใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่แสดงออกมาได้ดี และอาจถือได้ว่ากลุ่มคนเหล่านี้เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่จะเป็นความหวังใหม่ของประเทศในยุคถัดไป และในโอกาสที่เข้าดูและรับฟังคุณจักรภพ ขอเป็นอีกกำลังใจ ให้คุณจักรภพ ผ่านพ้นช่วงที่ลำบากในชีวิตช่วงหนึ่งออกไปได้ และหวังว่าเราจะมีนักการเมืองหัวก้าวหน้า และมืออาชีพที่นำการเมืองไทยพ้นน้ำเน่าไปได้

  • Mr X

    ผมมองว่า ถ้าเรายังรู้สึกว่านักการเมืองมีแต่น้ำเน่า ต้องการคนรุ่นใหม่ แสดงว่าเรายังหลงไปกับวังวนที่พยายามสร้างภาพให้นักการเมืองเลวหมด

  • เจริญชัย

    ช่างเป็ฯความคิดเห็นที่เฉียบคมครับ
    มีคนบางกลุ่มพยายามสร้างภาพเช่นนี้
    เพื่อผลประโยชน์ของพวกเขา

    แม้กระนั้น ผมก็ยังมองว่า
    เราจะต้องสร้างการเมืองแบบใหม่
    ที่ไปพ้นระบบรัฐสภา
    ไม่ใช่ 70 : 30
    แต่เป็นประชาสังคม

    หมายความว่า เรายังยืนหยัดในระบบรัฐสภา
    แต่ต้องมีประชาสังคมคอยตรวจสอบ
    ไม่ใช่ 70 : 30

  • Huang

    ผมว่าคนไทยต้องปรับความคิดกันใหม่ ก่อนอื่นต้องเริ่มมองก่อนว่าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับอำนาจ เป็นนักการเมืองหมด ตอนนี้เหมือนกันว่าคนส่วนใหญ่คิดกันแต่ว่า “นักการเมือง” หมายถึงผู้รับสมัครสส. รัฐมนตรี ผู้มีตำแหน่งในพรรคการเมือง แต่ลืมนึกไปว่า ทหาร องค์กรอิสระ เช่นกกต. คตส. ปปง. นักวิชาการ ข้าราชการประจำ หรือแม้กระทั่ง “ตาชั่ง” ก็ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับการเมืองอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะเรียกรวมว่าเป็นนักการเมืองด้วยก็ไม่ผิดเท่าไหร่ ผมขอเรียกคนกลุ่มแรกว่าเป็นนักเลือกตั้ง และกลุ่มหลังว่านักการเมืองทางอ้อม

    ยิ่งนักเลือกตั้งถูกมองว่าเลวเท่าไหร่ คนการเมืองผู้ซึ่งไม่ถูกรวมว่าเป็นนักการเมืองก็ยิ่งได้ประโยชน์เท่านั้น ยุคสมัยนี้เป็นยุคที่นักเลือกตั้งถูกนักการเมืองทางอ้อมหลอกด่าได้อย่างเจ็บแสบที่สุด โดนตาชั่งหลอกด่าเปรียบเทียบว่านักเลือกตั้งจะแก้กฎหมายเลือกตั้งเหมือนอาชญากรจะแก้กฎหมายอาญา คงเป็นการแก้มือที่สมัยทักษิณ นักเลือกตั้งกุมอำนาจไว้หมดอย่างเบ็ดเสร็จไม่แบ่งผลประโยชน์ให้เลย

    นักการเมืองทางอ้อมเหล่านี้ไม่สกปรกเหมือนนักเลือกตั้ง เพราะนักเลือกตั้งไม่มีประโยชน์ที่จะไปด่าเขา (ด่าไป พรรคคู่แข่งก็ไม่ได้คะแนนเสียงจะลดลง) แต่การคอรัปชั่นร้ายแรงไม่ต่างกันหรอก

  • ต้นตอ

    แปลกดีนะที่คุณจักรภพคิดว่า คนไทยไม่มีอะไรในสมอง BLANK
    รอให้คุณและพรรคเอาอะไรใหม่ ๆ มาป้อนให้กระมัง?
    มิน่าล่ะ นปก ถึงได้คลุ้มคลั่งมากมาย

  • Mr X

    คุณต้นตอไม่คิดว่าฝ่ายพันธมิตรก็คุ้มคลั่งหรอครับ?

  • ต้นตอ

    ไม่เลย
    เพราะเห็นแต่ฝ่ายนปก.ไล่รุมตีทำร้าย บุก ใช้ความรุนแรง คลั่งหลายครั้ง
    นี่หรือวิธีการที่เป็นประชาธิปไตยก้าวหน้าสมัยใหม่ของคุณจักรภพ?

  • Mr X

    จริงๆผมเป็นกลางนะครับ แต่ถ้าให้พูดแทนฝ่ายนปก. ผมก็ต้องลองให้มองอีกมุมนะครับ

    1. การนำรถถังมายึดอำนาจรัฐบาลที่มีจากการเลือกตั้ง เช่นนี้รุนแรงกว่ามหาศาล

    2. การใช้อำนาจในมือผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับประหลาดๆ นายกออกรายการทำอาหารก็ถอดถอนยุบพรรคได้ สส.ผิดคนเดียวก็ยุบพรรคได้ เช่นนี้ก็รุนแรงกว่ามหาศาล

    ในเมื่อเขาไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างมากมายเช่นนั้น การระบายออกด้วยความรุนแรงแค่ไล่ตี (ลองเทียบกับเอารถถังมายึดอำนาจอีกครั้งนึงนะครับ) ผมว่าไม่เท่าไหร่นะครับ

    คุณต้นตอคิดว่าอย่างไร?

  • ต้นตอ

    คุณMr X
    ถ้าคุณเป็นกลางแต่จะมาพูดแทนนปก.โดยย้อนอดีตแบบของคุณ คุณก็ควรย้อนกลับไปก่อนหน้ารถถังด้วย โกงกินทุจริตขนานใหญ่ขนาดนั้น น่าจะทำให้คุณเอะใจได้บ้างว่าประชาชนส่วนใหญ่ทำไมไม่มีใครออกมาต่อต้านรถถัง นอกจากพวกเสียประโยชน์ เสียอำนาจของตัวเองไป

    ถ้าคุณเห็นว่าการเรียกร้องของนปก. ด้วยอาการบ้าคลั่ง เป็นความสมควร ก็อย่ากล่าวว่าคุณเป็นกลาง

    เคยฟังกลุ่มนปก.และพวกที่เห็นด้วยจากเวทีสนามหลวง มีแต่ปลุกเร้า ชักชวนคนให้ออกมาลอบทำร้าย ออกมาดักตีชาวบ้านกลุ่มพันธมิตรที่เขาเห็นต่าง มันชอบธรรมนักเหรอ? ตั้งกำแพงเป็นปฏิปักษ์กับสถาบัน เช่นดา ตอปิโดและคนอื่น ๆ มันชอบธรรมนักหรือ?

  • Ink

    ผมว่าฝ่ายที่ใช้ความรุนแรงฝ่ายแรกคือรบ.คุณทักษิณนะครับ จำได้ไหมครับ ตำรวจใช้อันธพาลตืบประชาชนที่เซ็นทรัลเวิร์ล แล้วก็มีคนไปตืบน้องที่ตะโกนด่าคุณทักษิณที่พารากอน ยังไม่นับการสลายการชุมนุมผู้ประท้วงท่อก๊าซ ทนายสมชาย การอุ้มฆ่าในภาคใต้ การฆ่าตัดตอน ถึงแม้ว่าคุณทักษิณจะไม่ได้รับผิดชอบโดยตรงในบางกรณี แต่ว่าเรื่องพวกนี้มันเกิดในรบ.คุณทักษิณครับ ในฐานะผู้นำที่ดี คุณทักษิณต้องไปเร่งรัดลูกน้องให้เอาคนทำผิดมาลงโทษสิครับ ผู้บริหารที่ดีไม่สามาารถมาปฏิเสธความรับผิดชอบได้นะครับ ไม่ังั้นใครๆ ก็มาเป็นผู้บริหารได้ครับ

    ถ้ารักประชาธิปไตยจริง รบ. (ไม่ว่าจะรบ.ไหนก็ตาม) ต้องเข้าใจก่อนนะครับ ว่าพื้นฐานของประชาธิปไตยคืออะไร ประชาธิปไตยไม่ใชแค่การเลือกตั้ง แต่มันคือระบบบอบที่คนทุกคนมีความเท่าเทียมกัน ดังนั้นจึงต้องมีกฏหมายมาปกป้องสิทธิพื้นฐานของคนทุกคน การเืลือกตั้งเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของระบบประชาปิธไตยเท่านั้น แต่ไม่ใช่ทั้งหมด การเลือกตั้งเป็นการแสดงออกทางความคิดเห็นอย่างหนึ่ง มีคนอยู่หกสิบล้านคนการที่จะหให้เห็นพ้องจึงเป็นไปไม่ได้ ต้องโหวตกัน แต่ถ้าสิทธิพื้นฐานที่สุดในการแสดงออกทางความคิดเห็นไม่ได้รับการปกป้องแล้ว การเลือกตั้งจะมีความหมายอะไรครับ ถ้าคิดว่าการพูดของเค้าละเมิดสิทธิของตนก็ไปฟ้องศาลสิครับ หมิ่นประมาทนี่ทั้งจำทำปรับนะ ขึ้นกับว่าฟ้องศาลไหน

    ส่วนคุณต้นตอครับ การใช้ความรุนแรงนี่ยอมรับไม่ได้ครับ ไม่ว่าจะฝ่ายรัฐประหาร หรือนปก. ผมคิดว่าอย่าพยายามที่จะเข้าใจนปก.ในเรื่องการใช้ความรุนแรงนี่จะดีกว่านะครับ ไปเข้าใจเรื่องอื่นที่พอเข้าใจได้ดีกว่าครับ ลองคิดว่าตัวคุณเอง หรือคนที่คุณรักเป็นผู้ถูกกระทำสิครับ มันไม่มีกฏหมายสมัยใหม่ส่วนไหนที่รับรองเลยนะครับ และมันก็ผิดศิลธรรมด้วย

  • T

    คำสัมภาษณ์ของจักรภพ ก็แสดงความคิดเดิมๆ ยกตัวเองเก่งประมาณนายกรัฐมนตรีได้ และพูดจาบจ้วงผู้อื่นตลอดเลา รวมทั้งทักษิณก็ไม่อยู่ในสมายตาเลย แต่ที่ดีคือมีจุดยืนเหมือนเดิม

  • เจริญชัย

    บ้านเมืองไทยกำลังอยู่ในช่วงพัฒนายิ่งใหญ่
    เพราะขุมกำลัง 2 ฝ่ายมีขนาดทัดเทียมกัน

    ในสมัย 14 ตุลา 17 พฤษภา กำลังยังไม่สูสีเท่านี้
    ระบบและความหลากหลายของสังคมไม่มากมายเท่านี้

    ผมอยากบอกสั้นๆเพียงว่า อย่าตัดสินทั้ง 2 กลุ่มอย่างผิวเผิน
    1. ในเชิงอุดมการณ์ ฝ่ายพันธมิตรดูจะล้าหลัง แต่ในเชิงปฏิบัติแล้ว ฝ่ายพันธมิตรมีหลายส่วนที่ก้าวหน้า เพราะมีฝ่ายก้าวหน้ากลุ่มต่างๆมาเข้าร่วมในกลุ่ม และเนื่องจากคิดว่าตนเองดูล้าหลัง จึงต้องนำเสนอนโยบายหลายอย่างที่ดูก้าวหน้ากว่ารัฐบาล

    2. ฝ่ายรัฐบาลดูเหมือนจะงี่เง่า ป่าเถื่อน โดยเฉพาะ นปก. แต่ก็อย่าลืมว่า การบริหารประเทศของคนกลุ่มนี้ มีนโยบายเชิงรุก มีการบริหารจัดการแนวใหม่ ซึ่งแม้จะมีข้อบกพร่อง แต่ก็ก้าวหน้าที่สุดเท่าที่สังคมไทยเคยมีมา

    นี่คือ ส่วนที่ลักลั่นของทั้งสองฝ่าย จึงเกิดสถานการณ์ยันกันในขณะนี้

    ผมขอให้แฟนรายการทุกท่าน อดทน ใจเย็น อย่าพึ่งตัดสินกลุ่มใดแต่ผิวเผิน เพราะความจริงไม่ง่ายอย่างที่เห็น

    ทั้งสองกลุ่ม มีทั้งส่วนที่ก้าวหน้าและล้าหลัง มีพลังสูสีกัน การแพ้ชนะอยู่ที่ใครจะสามารถแสดงและพัฒนาส่วนที่ก้าวหน้าได้มากกว่ากัน

    วิธีที่ดีที่สุด คือ การสนับสนุนรายประเด็น เช่น หัวข้อไหนที่พันธมิตรมีข้อเสนอยอดเยี่ยมก็ให้สนับสนุน หัวข้อไหนรัฐบาลทำดีกว่า ก็สนับสนุน

    นี่จึงเป็นการบีบเค้นให้แต่ละกลุ่มพัฒนาตนเอง เอาชนะด้วยคุณภาพ ไม่ใช่การสาดโคลน ซึ่งจะส่งผลดีต่อชาติบ้านเมืองในระยะยาว

    ขอบคุณแฟนรายการที่ติดตามกันมาอย่างยาวนานครับ

  • กานต์

    ความจริงปกติผมไม่ค่อยอยากมาโต้เถียง เพราะปกติมุมมองของแต่ละคนก็หลากหลายอยู่แล้ว การไปโต้แย้งในบางครั้งก็เท่ากับ กดทับให้คนอื่นต้องมองตามมุมของเรา แต่สำหรับ fact บางอย่าง ผมคงจำเป็นต้องทำ อย่างเช่นความเห็นอันหลังสุดของคุณเจริญชัย

    ผมอยากบอกสั้นๆเพียงว่า อย่าตัดสินทั้ง 2 กลุ่มอย่างผิวเผิน
    1. ในเชิงอุดมการณ์ ฝ่ายพันธมิตรดูจะล้าหลัง แต่ในเชิงปฏิบัติแล้ว ฝ่ายพันธมิตรมีหลายส่วนที่ก้าวหน้า เพราะมีฝ่ายก้าวหน้ากลุ่มต่างๆมาเข้าร่วมในกลุ่ม และเนื่องจากคิดว่าตนเองดูล้าหลัง จึงต้องนำเสนอนโยบายหลายอย่างที่ดูก้าวหน้ากว่ารัฐบาล

    2. ฝ่ายรัฐบาลดูเหมือนจะงี่เง่า ป่าเถื่อน โดยเฉพาะ นปก. แต่ก็อย่าลืมว่า การบริหารประเทศของคนกลุ่มนี้ มีนโยบายเชิงรุก มีการบริหารจัดการแนวใหม่ ซึ่งแม้จะมีข้อบกพร่อง แต่ก็ก้าวหน้าที่สุดเท่าที่สังคมไทยเคยมีมา

    นี่คือ ส่วนที่ลักลั่นของทั้งสองฝ่าย จึงเกิดสถานการณ์ยันกันในขณะนี้

    โดยธรรมชาติ เท่าที่ผมได้สังเกตการณ์มา ผมพบว่าฝ่ายพันธมิตรฯ มีลักษณะรวมศูนย์การนำ ที่เข้มข้นมากกว่าฝั่งนปก. แบบนี้มีข้อดีคือการบริหารจัดการ มันทำได้มีประสิทธิภาพกว่า แต่ก็ขาดความหลากหลายอ่อนหยุ่นไป ในขณะที่ฝั่งนปก. (หรือเอาเข้าจริงต้องเรียกว่าฝั่ง ต้านพันธมิตรฯ) มีกลุ่มหลากหลาย และบางทีก็ขัดแย้งกันเอง และมีการรวมกลุ่มแบบกึ่งอิสระ

    ผมเอาง่ายๆ อย่างเช่นการถ่ายทอดสดทางอินเทอร์เน็ต ฝั่ง นปก. (ซึ่งอย่างที่ผมบอกต้องเรียกแบบข้างบน) มีหลากหลายมาก ใช้วิธีถ่ายทอดสดแบบเครื่องมือที่ไม่ใช่ production มืออาชีพอย่างกลุ่มพันธมิตรฯ (ทำโดยผ่าน ASTV) และใช้อินเทอร์เน็ต บางกลุ่มก็ตั้งสถานีวิทยุบนอินเทอร์เน็ต (แล้วคนติดตามก็เยอะ บางสถานีคนติดตามผ่านอินเทอร์เน็ต ผ่านcamfrog ผ่าน winamp คนเป็นพันๆ) ฯลฯ

    ความเคลื่อนไหวหลากหลายแบบนี้ผมไม่ค่อยเห็นทางฝั่งพันธมิตรฯ นะ ส่วนใหญ่ดูไปรวมศูนย์ขึ้นกับ ASTV ไม่ก็ผู้จัดการมากเกินไป

    บางทีผมไม่อยากให้คุณเจริญชัยมองอะไรอย่างเหมารวมนะ มันจะไม่สามารถ define จุดสำคัญและภาพรวมที่แท้จริงไม่ได้เลย แล้วก็การวิเคราะห์จะหลงไปเรื่อย

    ความจริงโพสต์นี้ของผมใช้โต้ ข้อวิจารณ์ผมที่คุณเจริญชัยตอบคุณ ink ได้ด้วย (ว่าจริงๆ เป็นเพราะความสดใหม่ของข้อมูล หรือ realistic กันแน่) ลองคิดดูดีๆก็แล้วกัน

  • กานต์

    ขอเพิ่มอีกนิด ผมไม่มีปัญหากับการใช้มุมมองแบบ เต๋า มาจับปรากฎการณ์หรือ define เชิงกลยุทธ์นะ (บางทีมันก็เปิดกว้างให้คิดอะไรที่เป็นไปได้เยอะเหมือนกัน) แต่ผมมีปัญหามากเวลาเอาเต๋ามา simplify ทุกสิ่งทุกอย่างแบบสูตรสำเร็จ (ซึ่งต่างอะไรกับการเอามาร์กซ์, หรือ เศรษฐศาสตร์กระแสหลัก มา simplify ทุกสิ่งทุกอย่าง?)

    ในแง่ IO (industrial organization) แทนที่จะใช้เต๋ามาจับ และอธิบาย คุณใช้ โมเดลแบบ The Starfish and the Spider: The Unstoppable Power of Leaderless Organizations มาอธิบายมันไม่เข้ากับ fact ที่ปรากฎขึ้นมากกว่าหรือ?

    ส่วนกรณี PU หรือ ศศ ตลาดสด อันไหนดีกว่าอันไหนผมก็คิดว่าอยู่ที่ taste ของแต่ละบุคคลหรือเปล่า แล้วพูดถึง PU ตอนไหน? (ผมขอหยุดการวิเคราะห์ไว้เท่านี้ ให้ลองคิดต่อดีๆก็แล้วกัน)

  • Jack Rapop-pencare

    Thailand needs real & committed socialists. Not this bunch of poseurish boutique clothes-hangers who don’t know their arse from their elbow. Useless!

  • กานต์

    Re : “Jack Rapop-pencare” : I don’t think you are a real Jakrapob. It’s better to use your real name or at least your own “handle” instead of “Jakrapob” name. It’s so confusing.

    BTW, I’m not sure about your conclusion that “Thailand needs real & committed socialists”? What does it means? Do Thailand has to turn itself to be a “communist / socialist” country like China or Vietnam?

    I myself don’t think that China or Vietnam are communist countries anymore. They’re now adopt “capitalism” and “market mechanism” very quickly, and also integration themselves to world market.

  • nutjubjub

    ขอโทษที่อาจจะแสดงความโง่ออกมา
    ส่วนตัว ผมเห็นด้วยและชอบความเห็นล่าสุดของคุณเจริญชัยครับ
    ผมเห็นด้วยเลย ว่าทั้งสองฝ่ายมีทั้งจุดที่ล้ำสมัยและล้าสมัย
    ผมไม่อยากร่วมกับทั้งสองฝ่ายเพราะแต่ละฝ่ายยังไม่ดีพอ
    แต่ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง พัฒนาตัวเอง จนลบจุดด้อยของตัวเอง และพัฒนาจุดเด่นของตัวเองขึ้นมา ผมว่านั่นน่าจะดี สำหรับคนที่จะต้องเลือกคนที่ดีที่สุดมาปกครองตัวเองนะ

    ของมันจะดีได้ คงต้องมีการแข่งขัน
    ถ้าปล่อยผูกขาดเมื่อไหร่ คุณภาพจะค่อยๆตกลงมาเรื่อยๆ เหมือน กบที่นอนในน้ำที่อยู่บนเตาแก๊ส (มันรู้อีกทีก็กลายเป็นกบต้มไปแล้ว)
    แต่ตอนนี้กบมันเห็นน้ำเดือด มันอาจจะดูน่ากลัว แต่มันคงไม่โง่โดดลงไปในน้ำต้มโดยไม่ป้องกันตัวก่อน
    ผมกลับเริ่มคิดว่า ทำไมคุณกานต์ จึงดูเหมือนไม่ค่อยยอมรับความคิดที่หลากหลายเลย
    ผมเห็นด้วยกับประเด็นที่คุณกานต์เสนอ
    แต่รู้สึกมันไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งที่คุณเจริญชัยพยายามจะบอกอ่ะ
    ผมว่าทุกอย่างมีดีมีเลว และมันก็อาจจะไม่เกี่ยวกับเต๋า

    ผมว่าอย่าไปซีเรียสกับทฤษฎีอะไรมากเลยครับ
    การอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว มันไม่ใช่การวิเคราะห์
    การพยายามจะทำนายสิ่งที่จะเกิดขึ้นโดยใช้คำอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว คือการวิเคราะห์
    พวกนักวิเคราะห์ บางทีก็พยายามจะจับทฤษฏีมาใส่ให้ตรงกับความเห็นตัวเอง พอผิดก็โทษทฤษฎีโทษสูตร ไปเรื่อย
    สำคัญ มาแชร์กันเรื่อง อะไรดี อะไรไม่ดี อะไรที่เราอยากเห็น แบบไหนที่เราต้องการ ผมว่าจะสนุกกว่านะ

  • เจริญชัย

    ผมชอบจริงๆ ที่ทำให้เกิดความคิดเห็นขัดแย้งแต่สร้างสรรค์เช่นนี้
    ในการใช้ทฤษฏีแบบเหมารวมของผม แม้ว่าจะมีจุดอ่อน แต่ก็ทำให้คุณ nut ได้ประโยชน์
    เช่นเดียวกัน การโต้แย้งของคุณกานต์ ก็อาจทำให้ผู้อ่านคนอื่นได้ข้อมูลใหม่ ที่น่าสนใจ
    มากกว่าข้อมูลธรรมดาทั่วไป ที่ไม่ได้มีมุมการวิเคราะห์ เพียงแต่เล่าสถานการณ์

    สำหรับ คุณจักรภพ ไม่ว่าจริงหรือปลอม ก็ยินดีที่เข้ามาร่วมแสดงความเห็น

    คุณกานต์และเอ หรือแม้แต่ผม บางครั้งก็ดูเหมือนมองอะไรด้านเดียวครับ (แต่บางครั้งเราก็พบว่าเป็นปัญหา ข้อจำกัดของภาษาและการสื่อสาร) มันยากที่คนเราจะปราศจากอคติ
    แต่ข้อดีของพวกเราคือ ความรวดเร็วในการปรับตัว เรามีการปรับมุมมองกันตลอดเวลา

    ผมเองในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา ก็ปรับเปลี่ยนมุมมองเพราะคุณกานต์ไปมากมาย

    คุณกานต์ก็เปลี่ยนมุมมองจาก “ทักษิณ” เท่านั้น มาเป็นกลุ่ม 3 และ 4 มากขึ้น
    จนเขาพึ่งมาสารภาพกับผมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
    จุดอ่อนของคุณกานต์คือ อาจปรับตัวช้า แต่ก็ดีตรงความมั่นคงเข้มแข็ง
    ส่วนของผมก็เป็นไปในทางตรงข้าม

    ขออภัยคุณนัท และแฟนรายการทั้งหลาย ที่พวกเรามีมุมมองที่ขัดแย้งแตกต่าง ซึ่งบางครั้งสร้างความยุ่งยากกวนใจ แต่ถ้าหากจับแก่นให้ดี จะพบขุมทรัพย์ความรู้มากมาย บนความหลากหลายนั้น

    สุดท้าย อยากเล่าเรื่องที่น่ายินดีให้ฟัง
    มีแฟนรายการท่านหนึ่ง ชื่อ คุณติ๊ก โทรเข้ามาปรึกษาผม เรื่อง “ทฤษฏีเกมของชนชั้นสูง” ที่ผมนำเสนอไป
    ผมยินดีที่มีแฟนรายการยังจำพวกเราได้และมาขอคำปรึกษา
    แต่สิ่งที่ผมประทับใจที่สุด คือ คำติชมรายการ

    ผมสรุปประเด็นที่ผมประทับใจให้ฟังดังนี้

    “ชอบการโต้เถียงของผมกับคุณสุรศักดิ์ เขารู้สึกว่าเป็นการตกผลึกและร้องเรียง discussion ที่ยอดเยี่ยม”

    “ของอาจารย์วีระ ธีรภัทรก็ดี แต่เมื่อเปิดโอกาสให้ผู้ฟังทางบ้านโทรเข้ามา ก็มักจะมีประเด็นไร้สาระ หรือขยะ เข้ามามากมาย”

    ผมเล่าให้แม่ฟัง แม่ก็บอกว่า ถ้ารายการผมเปิดให้โทรเข้ามา ก็จะเจอขยะเช่นกัน ผมบอกว่า แฟนรายการผมมีคุณภาพ แม่ก็บอกว่า แฟนรายการวีระที่มีคุณภาพก็มีมากมายเช่นกัน แต่ก็ไม่วายมีขยะเข้ามาด้วย

    ผมต้องขอบคุณแฟนรายการทั้งหมด ที่เข้าใจว่า การโต้เถียงของผมและคุณสุรศักดิ์ มีคุณค่ายิ่งใหญ่กว่าการเห็นร่วมกัน เพราะมันทำให้ประเด็นของแต่ละฝ่าย แหลมคมเข้มข้นยิ่งขึ้น

    เช่นเดียวกัน การโต้เถียงของคุณสุรศักดิ์ คุณกานต์ ผม และอีกหลายๆคน ก็ต้องการจะทำให้เกิด Value Added เช่นนี้ ยิ่งๆขึ้น

    เพื่อให้ ผู้บริโภคของเรา Maximize ทั้ง Profit Utility และ Welfare

  • กานต์

    คุณ nutjubjub : ผมไม่มีปัญหากับข้อเสนอของคุณเจริญชัยหรอกครับ เรื่องการแข่งขันอะไรนั่นผมก็รับได้ เพียงแต่ผมรู้สึกว่าบางทีพอเป็น “การวิเคราะห์” ที่ไม่ใช่ “บทเสนอเชิงกลยุทธ์” คุณเจริญชัยจะใช้กรอบอะไรสักอย่างมาจับ ซึ่งผมมองว่าเป็นเต๋า (แต่อาจจะผิดก็ได้) แล้วมันมองข้ามประเด็นเชิงข้อเท็จจริงอะไรบางอย่างไป และผมก็มาเติมให้

    การนำเสนอภาพแบบดูป่าเถื่อนอะไรนั่นที่คุณเจริญชัยว่ามา ก็เป็นมุมมองที่ได้รับจากสื่อมวลชนกระแสหลัก (ซึ่งมีท่าทีที่ไม่ชอบนปก. เป็นทุนอยู่แล้ว) ส่วนของพันธมิตรก็มีปัญหาด้านนี้เช่นกัน เพียงแต่สื่อฯ ก็ไม่นำเสนอ

    ผมไม่อยากให้เรามองอะไรผิวเผิน หรือง่ายเกินไปน่ะครับ มันอาจจะทำให้เราละเลยหรือมองข้ามประเด็นสำคัญบางอย่างไป และนำไปสู่ข้อสรุปที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงได้

    ความจริงอาจจะดีกว่าถ้าผมเอาข้อถกเถียงเรื่อง IO หรือเรื่องกรอบเต๋า ที่ผมเสนอเป็นความเห็นที่สองออกไป และนำไปพูดคุยกันภายในทีมแทน แต่ปกติเราก็ถกเถียงกันดุเดือดแบบนี้แหละครับ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ดีที่สุด และไม่จำเป็นว่าผมจะต้องถูกหมดเสมอไป ผมเองก็เปลี่ยนความคิดตัวเองบ่อยๆ หลังจากได้รับ fact ใหม่ๆ หรือข้อเสนอใหม่ๆ จากทั้งคุณเจริญชัย และคุณสุรศักดิ์ หรือหลายๆท่าน

    จะว่าไปลองถามคุณเจริญชัยดูก็ได้ครับ ผมเปิดกว้างเรื่องกรอบวิเคราะห์แบบ เต๋า และสามก๊กมากแค่ไหน 555

  • เจริญชัย

    จริงๆ คุณสุรศักดิ์ โหดกว่า คุณกานต์อีกนะครับ
    แต่แน่นอนว่า บางครั้งคุณสุรศักดิ์ก็นิ่มนวลกว่า
    ขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัย

    เราถือว่า
    “ไม่ผ่านความเหน็บหนาว ไยจะได้ชมเหมยงาม”

    ความคิดที่ดี ก็เช่นเดียวกับสินค้าชั้นยอด และจอมคนชั้นดี
    ต้องเคี่ยวกรำ จึงจะได้ “ยอดปัญญา”

    อย่างไรก็ตาม การถกเถียงทั้งหมดของพวกเรา คงไม่อาจมานำเสนอได้
    เพราะจะทำให้ผู้อ่านไม่สบายใจ หรือจมกับข้อมูลสลับซับซ้อนมากเกินไป
    เรายกเฉพาะ “ส่วนเสี้ยวสำคัญ” เพื่อให้ผู้อ่านมองเห็นอะไรต่างๆ ชัดเจนลึกซึ้งขึ้น

    ผมเคยกังวลว่า การถกเถียงจะเป็นอันตรายต่อความสุขสงบของคนอ่าน
    แต่ผมก็เชื่อมั่นว่า เราต้องช่วยผู้อ่านฝึกฝนการใช้คมปัญญาให้แหลมคมสุดยอด

    ในมหาวิทยาลัย มักจะสอนแต่การท่องจำ หรือข้อสรุปมาเลย
    แต่ในโลกความจริง เราต้องผ่านการหาความรู้หลายรูปแบบ โดยเฉพาะการถกเถียง debate and discussion

    คุณกานต์ชอบบ่นเสมอว่า ผมมา Leverage สมองของแก
    คือ ผมมีประเด็นอะไรที่ยังไม่ตกผลึก ผมก็จะมาบอกให้แกคิด
    ผมจะคอยป้อนคำถาม เพื่อให้แกวิเคราะห์ต่อยอด
    หลังจากนั้น ผมก็หยิบฉวยมาสังเคราะห์เป็นกลยุทธ์เพื่อนำเสนอ

    ผมจึงอยากให้ผู้อ่าน ได้รับ “วิธีการสร้างความรู้(หาปลา)” ตั้งแต่แหล่งต้นตอ
    เพื่อให้นำ “วิธีการ” ไปใช้แสวงหาความรู้ เพื่อต่อสู้ในสังคมคลื่นลูกที่ 3
    ซึ่งความรู้เป็นเครื่องมือทำมาหากินที่สำคัญที่สุด

    ขอบคุณ nut และหลายคนที่เป็นห่วงว่า พวกเราจะทะเลาะกัน
    พวกเราต้องอดทนอดกลั้นต่อความเห็นที่แตกต่างมากกว่าคนธรรมดาหลายเท่า
    เพื่อขัดเกลาตนเอง และความคิด
    ส่งมอบสินค้าให้ผู้อ่านได้รับคุณค่าสูงสุด

  • zneb

    เมื่อไรตอนต่อไปของ Practical Utopia จะมา แล้วตอนต่อๆไปจะมีใครบ้างช่วยบอกหน่อย รอนานแล้ว เซ็งสุดๆเลย

  • เจริญชัย

    มาแล้วๆ ไอ้น้องเอ๋ย

  • ART

    Download MP4 ไม่ได้แล้วอ่ะครับ
    อัพใหม่ได้ไหมครับ

    ขอบคุณครับผม

  • เพ็ญเองค่ะ

    อีเพ็ญ อีตุ๊ดทรราช เสียชาติเกิดเป็นกะเทยไทย

  • umm

    นี่คือ ความอ่อนแอทางการออกอากาศในอินเตอร์เน็ต

    อยากบอกว่าคุณพลาดมากที่เชิญนายคนนี้มาแก้ตัว……..เพราะข้อมูลทั้งหมดมันชัดเจนเกินกว่า จะแก้ตัวใดๆ

    เสียดายความตั้งใจดีของพวกคุณ siamintelligence แต่มันทำให้พวกคุณละอ่อนต่อโลก ต่อเกมการเมือง นอกเสียจากว่าคุณเป็นเครื่องมือของใครอีกละเนี่ย

    แถมคำถามบ่งบอกภูมิปัญญามากเลยคะ

  • เจริญชัย

    เราพยายามเสนอภาพของทั้งสองฝ่าย
    ให้มากที่สุด สมดุลกันที่สุด
    เพื่อให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน

    จะเห็นว่า เราเชิญทั้งฝ่ายพันธมิตรและรัฐบาล
    แทบจะประกบคู่กันตลอด

    อย่างไรก็ตาม บางครั้งก็อาจมีบ้างที่เอนเอียงเข้าข้างใคร (ทั้งจากข้อมูล และองค์ประกอบต่างๆ ฯลฯ)
    หรือบางทีก็อาจเป็นเพียงอคติในใจคนอ่าน คนดู

    แต่ขอสัญญาว่า
    เราจะพยายามนำเสนอให้เป็นกลางที่สุด เท่าที่จะทำได้

  • Hua Hin

    บทความเยี่ยมมากครับ ชอบคุณจักรภพมากขอให้ชนะไวๆนะครับ

  • ยุทธนา ชูจิตร

    ชอบรายการมากและจะติดตามทุกวันขอบคุณทีมงานที่ตั้งใจนำสิ่งที่ดีสู่สังคม และ ได้ทุ่มความตั้งใจให้ความรู้กับสังคม

  • Akrabra

    ผมอยากคุญกับคุณจักรภพ