Practical Report ธุรกิจญี่ปุ่นรุกลาว: ความสำเร็จจากการแทรกซึมด้วยอำนาจทางวัฒนธรรม

โดย ธีรภัทร เจริญสุข
ชื่อเดิม “ญี่ปุ่นบุกลาว โอกาสของอำนาจทางวัฒนธรรม”

หลังจากการจัดแข่งขันกีฬาซีเกมส์ในปี 2009 เป็นต้นมา ประเทศลาวได้เปิดรับการลงทุนประกอบธุรกิจ เปิดเสรีสื่อมวลชน และอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนและท่องเที่ยวต่างชาติเป็นอันมาก ซึ่งในทางตรงกันข้าม ประชาชนลาวก็เริ่มเปิดรับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของต่างชาติ นอกไปจากวัฒนธรรมไทยซึ่งเป็นที่นิยมมาก่อนหน้านี้

ญี่ปุ่น เป็นประเทศหนึ่งที่ให้ความช่วยเหลือและลงทุนในประเทศลาวมาอย่างยาวนาน โดยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1955 จากข้อมูลล่าสุดของกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น การค้าระหว่างญี่ปุ่นกับลาวแม้จะมีมูลค่าค่อนข้างน้อย คือรวม 4,124 ล้านเยน แต่บริษัทญี่ปุ่นประกอบกิจการในลาวถึง 38 บริษัท มูลค่าการลงทุนรวม 14,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 ภาพจาก wikipedia

การช่วยเหลือจากญี่ปุ่นมีทั้งในรูปเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่า (Foreign Aid) การลงทุนให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น

  • สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต)
  • สะพานมิตรภาพลาว-ญี่ปุ่น ในแขวงจำปาสัก
  • การบริจาคเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ เช่น รถเมล์ที่ใช้สัญจรและขนส่งผู้คนระหว่างเมือง
  • เครื่องจักรช่วยเหลือการเก็บกู้ระเบิดที่ไม่ทำงานในเขตสงคราม (UneXplode Ordinances: UXO)

จีนและเวียดนามรุกเข้าลาวผ่านการลงทุนในอุตสาหกรรมหนัก การปลูกพืชเศรษฐกิจขนาดใหญ่ และเหมืองแร่ ส่งออกแรงงานจากประเทศตนมาทำงานและอาศัยอยู่ในลาวจำนวนมาก

ถ้าเทียบกันแล้ว กลยุทธของญี่ปุ่นกลับเป็นการส่งเสริมให้ชาวลาวนิยมชมชอบและเข้าถึงความเป็นญี่ปุ่น เพื่อทำงานให้กับญี่ปุ่นเอง อาจจะมีสาเหตุจากการที่ญี่ปุ่นไม่สามารถส่งประชากรของตนมาทำงานนอกประเทศได้มากแบบจีนหรือเวียดนาม สังเกตได้ว่า ลักษณะการรุกเข้าในประเทศลาวของญี่ปุ่น ใช้พลังอำนาจอย่างอ่อน (Soft Power) คือพลังอำนาจทางวัฒนธรรม ที่โน้มน้าวใจให้นิยมชมชอบ โดยปราศจากการใช้กำลังข่มขู่ หรือบีบคั้น

เมื่อชาวลาวชื่นชมความมั่งคั่ง ศิลปวัฒนธรรมที่สวยงามและดูมีคุณค่าของญี่ปุ่นเป็นเบื้องต้นแล้ว การเจรจาต่อรองย่อมมีฉันทาคติเป็นพื้นฐาน และประชาชนย่อมให้ฉันทามติต่อรัฐในการดำเนินนโยบายระหว่างกันโดยง่าย

การ์ตูนโดราเอมอนที่ทำเป็นภาษาลาว ภาพจาก phuphu.exteen.com

วิธีการรุกคืบในลาวของญี่ปุ่น ซึ่งจากการรวบรวมข้อมูลของผู้เขียน และประสบการณ์ที่ได้เข้าร่วมงานกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับญี่ปุ่นซึ่งจัดขึ้นในลาว สามารถสรุปได้ใน 6 หัวข้อ ประกอบด้วย

  • 1. การสนับสนุนสถานศึกษา ให้ความร่วมมือด้านการสร้างหลักสูตรการเรียนการสอน โดยเฉพาะหลักสูตรด้านวิศวกรรม วิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์สุขภาพกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว และโรงเรียนมัธยมสมบูรณ์ต่างๆ (โรงเรียนมัธยมสมบูรณ์ในประเทศลาว คือโรงเรียนที่รวมทั้งมัธยมต้นและมัธยมปลายอยู่ในโรงเรียนเดียวกัน) การวางหลักสูตรดังกล่าวครอบคลุมถึงการแปลตำราเรียน และสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนการสอน เช่น เครื่องมือเครื่องใช้ในห้องปฏิบัติการ และทุนซื้อสารเคมี เครื่องจักรกล
  • 2. การให้ทุนการศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมปลายทั้งสายสามัญและสายอาชีพ จนถึงระดับปริญญาโท เพื่อศึกษาต่อในประเทศญี่ปุ่น โดยเน้นในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการลงทุน
  • 3. สนับสนุนบุคลากรทางการศึกษา เปิดการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นในระดับมัธยมสมบูรณ์และระดับวิทยาลัย – มหาวิทยาลัย รวมถึงสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นซึ่งดำเนินการโดยเอกชนเพื่อรองรับความต้องการบุคลากรของบริษัทญี่ปุ่นในลาว โดยมีกำลังสำคัญ นำโดยท่าน ดร. ปอมเมก ดาลาลอย ประธานสมาคมมิตรภาพลาว-ญี่ปุ่น และสมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่น
  • 4. การเข้ามาช่วยเหลือปรับปรุงและร่างกฎหมายใหม่ โดยเฉพาะกฎหมายแพ่งและกฎหมายธุรกิจ ให้สอดคล้องกับสนธิสัญญาต่างๆ ที่รัฐบาลลาวได้ลงนามไว้กับองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการลงทุนและประกอบธุรกิจของภาคเอกชน
  • 5. การส่งเสริมสนับสนุนความร่วมมือระหว่างเมืองในญี่ปุ่นกับเมืองในลาว โดยองค์การบริหารเมืองที่เข้ามาร่วมมือและสนใจสร้างความสัมพันธ์ ได้แก่ เมืองฟุกุโอกะ เมืองฮิโรชิมะ ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวเป็นไปในทางวัฒนธรรม และการส่งเสริมแลกเปลี่ยนสินค้าประจำท้องถิ่น เช่น สาเก อาหารสำเร็จรูป ผลไม้ของญี่ปุ่น กับกาแฟ สินค้าเครื่องเงิน และผ้าไหม ของลาว
  • การจัดงานเทศกาลร่วมกัน และการส่งทูตวัฒนธรรมแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกันและกัน มีการจัดงานเทศกาลที่เรียกว่า “บุนมะโหลานยี่ปุ่น : Japan Festival” ณ ลานหน้าหอวัฒนธรรมแห่งชาติในกรุงเวียงจันทร์ อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ คล้ายคลึงกับงานทานาบาตะ ของสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี(ไทย-ญี่ปุ่น) หรือ ส.ส.ท. จัดขึ้นในประเทศไทย
  • ในการนี้ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศลาว อันมีท่านจุนโกะ โยโกตะ เอกอัครราชทูต ได้ให้เกียรติเป็นประธานจัดงาน ทั้งในการจัดงาน Manga Festival ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2011 และงาน Comic Party in Vientiane เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2012 ที่ผ่านมา และมีกำหนดการจะจัดขึ้นอีกครั้งในเดือน พฤศจิกายนที่กำลังจะถึงนี้ รวมถึงไม่นานมานี้ ได้มีการ์ตูนญี่ปุ่นที่มีเนื้อหากล่าวถึงประเทศลาวโดยเฉพาะตีพิมพ์จำหน่าย

 

จากการส่งเสริมดังกล่าว ทำให้ประชาชนชาวลาวมองประเทศญี่ปุ่นว่าเป็นประเทศที่น่าชื่นชม สินค้ามีคุณภาพในระดับสูง ให้ความช่วยเหลืออย่างจริงใจ แตกต่างจากภาพลักษณ์ของจีนที่ดูกระหายในทรัพยากร สินค้าคุณภาพต่ำ เอารัดเอาเปรียบคนลาว น่าหวาดระแวงกว่า โดยแนวโน้มของวัยรุ่นจนถึงวัยทำงานช่วงต้น ให้ความสนใจและปรารถนาจะทำงานกับบริษัทญี่ปุ่นมากกว่าบริษัทจีน รวมถึงต้องการซื้อสินค้าตราญี่ปุ่นแม้ว่าจะมีราคาแพงกว่าก็ตาม

อย่างไรก็ตาม อุปสรรคของการรุกคืบเข้าสู่ประเทศลาวของบริษัทญี่ปุ่น มีทั้งกำแพงเรื่องภาษาและวัฒนธรรม การคมนาคมขนส่งที่ยังไม่สะดวก และการแย่งชิงผลประโยชน์และอิทธิพลภายในของรัฐบาลลาว ที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษต่อจีนและเวียดนามมากกว่า โดยในหลายครั้ง หน่วยงานหรือภาคเอกชนของญี่ปุ่น ต้องใช้บริการคนไทยที่สามารถติดต่อกับคนลาวได้เนื่องจากความใกล้เคียงทางภาษาและวัฒนธรรม รวมถึงความคุ้นชินกับสภาพความเป็นอยู่และภูมิอากาศ เข้าไปร่วมงานกับหน่วยงานญี่ปุ่นในลาว จึงเป็นโอกาสให้คนไทยที่มีความสามารถด้านภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่น จะเข้าไปเป็นตัวเชื่อมประสานระหว่างลาวกับญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี

การแทรกซึมทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นในลาว คอสเพลย์ ภาพโดย คุณ Negibose Kondo