การเมืองญี่ปุ่น : ปลาอานนท์กำลังพลิกตัว
May 13, 2009
ดูเหมือนการขยับตัวทางการเมืองกำลังเกิดขึ้นทั่วโลก ญี่ปุ่นก็เป็นประเทศหนึ่งในนี้ นับแต่ปัญหาการที่ฝ่ายค้านนำโดยพรรคประชาธิปไตยแห่งญี่ปุ่น (Democratic Party of Japan หรือ DPJ) ได้เสียงส่วนใหญ่ในสภาสูง จึงมักจะคัดค้านรัฐบาลที่นำโดยพรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democratic Party หรือ LDP) ซึ่งมีเสียงส่วนใหญ่ในสภาล่าง
แผนภูมิแสดงสัดส่วนเสียงในสภาล่างของญี่ปุ่น, ที่มา – วิกิพีเดีย
แผนภูมิแสดงสัดส่วนเสียงในสภาสูงของญี่ปุ่น, ที่มา – วิกิพีเดีย
แม้การเมืองจากผิวหน้า จะดูเหมือนว่าประชาชนชาวญี่ปุ่นกำลังไม่พอใจต่อการทำงานของรัฐบาลที่นำโดยพรรคเสรีประชาธิปไตยตั้งแต่สมัยนายกรัฐมนตรี นายชินโซ อาเบะ ที่แม้ว่าในช่วงแรกจะได้รับความนิยมสูง แต่ภายหลังก็ปรากฎข่าวอื้อฉาวจากรัฐมนตรีในรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นกรณีรมว. การปฏิรูปการบริหารราชการ (ลาออกเดือนธันวาคม), รมว. เกษตร ป่าไม้และประมง (ฆ่าตัวตายเดือนพฤษภาคม), รมว. กลาโหม ที่กล่าวพาดพิงสหรัฐฯ ในกรณีการทิ้งระเบิดปรมาณู รวมไปถึงการทำรายงานกองทุนสนับสนุนทางการเมือง และความผิดพลาดจากระบบประกันสังคมที่มีการลงบันทึกผิดพลาดไป 50 ล้านรายการ (ยังมีอีก 14.3 ล้านรายการที่ยังไม่ได้ประมวลผล) ซึ่งสร้างความกังวลต่อคนญี่ปุ่นที่กำลังเริ่มเข้าสู่สังคมคนชรา ทั้งกรณีผู้สูงวัยเองว่าจะยังสามารถพึ่งพิงโครงการนี้ได้หรือไม่ หรือคนรุ่นหนุ่มสาวที่เริ่มไม่พอใจที่ต้องชำระเงินเข้ากองทุนอยู่เรื่อยๆ
กรณีต่างๆเหล่านี้สร้างแรงกดดันให้กับนายอาเบะ ให้เขาต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันที่ 12 กันยายน 2551 ทำให้สภาล่างต้องเลือกนายยาสุโอะ ฟุกุดะเข้ามารับหน้าที่แทน
แต่ปัญหาในเรื่องการออกกฎหมายเพื่อให้มีการต่ออายุปฏิบัติการเติมน้ำมันในมหาสมุทรอินเดียและการขึ้นภาษีผู้บริโภค เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในกรณีอ่อนไหวที่สุดของญี่ปุ่นคือกรณีรัฐธรรมนูญมาตรา 9 ซึ่งกำหนดให้ญี่ปุ่นสละสิทธิ์การประกาศสงครามและการใช้กำลังข่มขู่เพื่อแก้ปัญหาระหว่างประเทศ อันเป็นผลต่อเนื่องจากการแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ของญี่ปุ่น
ในด้านลึกที่สุดหมายความว่าชาวญี่ปุ่นกำลังกังวลกับปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำเรื้อรัง, การเข้าสู่สังคมชราภาพ และความลักลั่นในการกลับมาเสริมสร้างประสิทธิภาพทางการทหาร ตามสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไปหรือไม่ (ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความขัดแย้งภายใน แต่สร้างความขัดแย้งต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยเฉพาะประเทศในเอเชียตะวันออกที่เคยถูกกองทัพญี่ปุ่นรุกรานในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองอีกด้วย)

ภาพนายอิจิโร โอซาวา อดีตหัวหน้าพรรค DPJ, ที่มา – CNA
นายอิจิโร โอซาวา ผู้นำพรรคประชาธิปไตยแห่งญี่ปุ่น และผู้นำพรรคฝ่ายค้านเข้าใจคลื่นแผ่นดินไหวทางการเมืองในญี่ปุ่นนี้ จึงอาศัยความเคลือบแคลงของประชาชนญี่ปุ่นขัดขวางรัฐบาลในการผ่านการร่างกฎหมายจากการได้เปรียบในการคุมเสียงส่วนใหญ่ในสภาสูง ทำให้การเมืองญี่ปุ่นต้องติดล็อกมาตลอดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
ในที่สุดนายยาสุโอะ ฟุกุดะ ก็ใช้วิธีผ่านร่างกฎหมายเพื่อต่ออายุปฏิบัติการเติมน้ำมันในมหาสมุทรอินเดีย เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการของสหรัฐฯในอัฟกานิสถาน โดยไม่สนใจเสียงคัดค้านในสภาสูง ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี ที่ประเทศญี่ปุ่นใช้วิธีให้สภาล่างลงคะแนนเสียงไม่สนใจเสียงโหวตคัดค้านในสภาสูง แต่ก็ส่งผลให้นายฟุกุดะต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปอีกคนในวันที่ 1 กันยายน 2551 หลังจากปรับคณะรัฐมนตรีไปไม่กี่อาทิตย์

ภาพนายทาโร อาโสะ อดีตรมว. ต่างประเทศและเลขาธิการพรค LDP ปัจจุบันได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค LDP และนายกรัฐมนตรี, ที่มา – วิกิพีเดีย
พรรคเสรีประชาธิปไตยเลือกใช้กลยุทธนี้แทนใช้วิธียุบสภา ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการพ่ายแพ้การเลือกตั้งทั่วไป แต่ใช้วิธีเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งจะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีโดยอัตโนมัติไปด้วย แต่ฟุกุดะไม่สามารถกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคได้อีก พรรคเสรีประชาธิปไตยออกเสียงเลือกนายทาโร อาโสะ ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตามความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลก็มีความสั่นคลอน
โอซาวาที่พยายามใช้ทุกเม็ดหมากเพื่อคว่ำรัฐบาลที่นำโดยพรรคเสรีประชาธิปไตยให้ได้ กลับต้องประสบมรสุม เมื่อมีผู้พบว่าเลขานุการของเขาเกี่ยวพันกับกรณีอื้อฉาวในการรับสินบนจำนวน 35 ล้านเยน (3.54 แสนเหรียญสหรัฐฯ หรือ 12.39 ล้านบาท) จากบริษัทก่อสร้างชื่อ นิชิมัตสุ ก่อนที่ประเทศญี่ปุ่นกำลังจะมีการเลือกตั้งในเดือนกันยายน1 ปรากฎว่าประชาชนยอมรับเรื่องอื้อฉาวนี้ไม่ได้ จากผลการสำรวจที่รายงานโดยหนังสือพิมพ์โยมิอูริ ชิมบุน พบว่าไม่สามารถยอมรับกรณีอื้อฉาวของนายโอซาวาและต้องการให้เขารับผิดชอบสูงถึง 71% จากผลสำรวจก่อนหน้านี้ 66% ด้านผลสำรวจความนิยมฝั่งรัฐบาลกระเตื้องขึ้นเป็น 28.7% จากที่ก่อนหน้านี้มีความนิยมเพียง 24.3% ในเดือนก่อน
โอซาวาตัดสินใจทิ้งไพ่ใบสุดท้ายโดยการประกาศลาออก เพื่อไม่ให้กรณีอื้อฉาวนี้มีผลกระทบกับผลการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น สำนักข่าวจิจิรายงานว่า โอซาวาบอกเจ้าหน้าที่พรรคของเขาว่า “ผมต้องการให้พรรคเอาชนะการเลือกตั้งได้ไม่ว่าจะใช้ต้นทุนเท่าไหร่ก็ตาม การลาออกของผมมีพื้นฐานมาจากความเชื่อแบบนี้”
รายงานข่าวแจ้งว่าจะมีการเลือกผู้นำพรรคประชาธิปไตยแห่งญี่ปุ่นคนใหม่ในวันเสาร์นี้ คาดหมายกันว่า 1 ใน 2 นักการเมืองจะถูกรับเลือกแทน คนแรกคือนาย ยูกิโอะ ฮาโตยามา เลขาธิการพรรค ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดนายโอซาวาเอง หากเป็นฮาโตยามา หมายความว่าโอซาวายังอยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนพรรคอย่างไม่เปลี่ยนแปลง
แต่หากเป็นอีกคนหนึ่งคือนายคัตสุยะ โอกาดะ อดีตข้าราชการผู้มีบุคลิกภาพนุ่มนวลผู้นี้ ออกมาโจมตีโอซาวาที่ไม่ยอมเปิดเผยกรณีอืื้อฉาวของเขาต่อสาธารณะ แม้ว่าจะช้าไปสักหน่อย แต่ก็แสดงให้เห็นว่าเขามีความเป็นตัวของตัวเองมากกว่านายฮาโตยามา แต่ปัญหาคือเขาเคยนำพรรคพ่ายการเลือกตั้งครั้งใหญ่ในปี 2548 มาก่อน
แต่ไม่ว่าจะเป็นพรรคเสรีประชาธิปไตย หรือพรรคประชาธิปไตยแห่งญี่ปุ่นจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งที่จะมาถึง ก็ยากที่จะจินตนาการถึงการเมืองที่ราบรื่นได้ (ยกเว้นกรณีพรรคประชาธิปไตยแห่งญี่ปุ่นจะได้รับชัยชนะในสภาไดเอทอย่างท่วมท้น)
ภาพความขัดแย้งทางการเมืองที่ราวกับปลาอานนท์กำลังพลิกตัว กำลังระบาดแพร่ไปยังประเทศต่างๆ กรณีสหรัฐอเมริกา ที่เกิดความขัดแย้งระหว่างพรรคเดโมแครต และพรรครีพับรีกัน ที่ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ชนะนายอัลกอร์ไปได้อย่างน่ากังขา ส่งผลให้รัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎรเกิดความขัดแย้งในการทำงานร่วมกันอย่างยิ่ง ถึงกับมีกรณีที่พรรคเดโมแครตงัดเอาการอภิปรายยืดเยื้อเพื่อคัดค้านการผ่านร่างกฎหมายโดยรัฐบาล ก่อนที่ภายหลังนายโอบามาจะสร้างฉันทามตินำประเทศไปสู่การเปลี่ยนแปลง
ประเทศญี่ปุ่นก็อยู่ในแนวการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอันสะท้อนเบื้องลึกจากทิศทางของประเทศในอนาคตเช่นเดียวกัน ซึ่งยังคงต้องจับตามองว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงต่อไปอย่างไร แต่สำหรับประเทศที่แก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองด้วยการทำการรัฐประหาร สะท้อนถึงความด้อยวุฒิภาวะทางการเมือง
เรียบเรียงจาก – CNA : Japan’s opposition chief Ozawa plans to resign, CNA : Japan’s opposition to pick new leader on Saturday, The Economist : Destroyer at work
- สภาไดเอทชุดก่อนเลือกตั้งไปเมื่อ 11 กันยายน 2548, ส่วนสภาสูงมีการเลือกตั้งทุก 3 ปี แต่สมาชิกสภาสูงอยู่ในวาระคราวละ 6 ปี จึงต้องมีการเปลี่ยนออกและเลือกเข้ามาใหม่จำนวนครึ่งหนึ่งทุก 3 ปี จากจำนวนสมาชิกทั้งหมด 242 คน (สัดส่วน 96 คน, แบ่งเขตตามจังหวัด 146 คน) การเลือกตั้งสภาสูงครั้งล่าสุดมีขึ้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2551 [↩]
Comments
2 Responses to “การเมืองญี่ปุ่น : ปลาอานนท์กำลังพลิกตัว”
Got something to say?






[...] อ่านเพิ่มเติม : การเมืองญี่ปุ่น : ปลาอานนท์กำลังพลิ
[...] [...]