Practical Report นักเขียนฝรั่งเศสรับโนเบลสาขาวรรณกรรม

ฌอง มารี กุสตาฟ เลอ เกรซิโอ นักเขียนชาวฝรั่งเศสวัย 68 ได้รับรางวัลโนเบลประจำปี 2551 ที่ทางราชบัณฑิตสถานแห่งสวีเดนระบุว่า เป็นนักประพันธ์ที่มีแนวทางการประพันธ์แปลกใหม่และชวนหลงใหลในเรื่องทางโลก ทั้งยังเป็นนักเขียนในฐานะนักสำรวจ โดยเฉพาะความชื่นชอบวัฒนธรรมของทะเลทรายในอัฟริกาเหนือ โดยเกรซิโอถ่ายทอดภาพจากสายตาที่มองเห็นออกมาเป็นจินตภาพที่ขัดแย้งกับการมองของคนยุโรปผ่านกลุ่มผู้อพยพ ถือว่าเป็นนักกวีที่โลดโผน ในการประพันธ์ด้วยสไตล์ที่แปลกใหม่ จากนิยายเรื่อง “เดสเสิร์ต” (Désert) เมื่อปี 2523

ที่มา – มติชน

  • เจริญชัย

    อยากตั้งคำถาม ให้ร่วมสนุกกัน

    1. ชาวเอเซียคนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบลวรรณกรรม คือ ใคร
    (ใบ้ให้ว่า มีความสัมพันธ์สนิทสนมกับท่าน มหาตมา คานธี)

    2.ชาติเอเซียที่ได้รางวัลโนเบลมากที่สุด คือ ประเทศใด คนแรกของประเทศนี้ที่ได้ คือ ใคร

    555 ใครตอบได้ข้อใดข้อหนึ่ง ผมมีของรางวัลให้ มารับได้ที่งาน World Camp 2008 วันที่ 19 ตุลาคม ณ TCDC ผมได้รับเชิญไปพูดประมาณ 17.00 น.

    แต่ถ้าตอบได้ 2 ข้อ พร้อมกันในคนเดียว มีรางวัลใหญ่ให้นะครับ

  • เจริญชัย

    ข้อ 2 นั้น หมายถึง โนเบล สาขาวรรณกรรมนะครับ (ตกไปนิดนึง)

  • http://www.palawat.com kan

    บิ๊กเคยอ่านงานของกุสตาฟนี่มั้ย ดูคำบรรยายรางวัลโนเบลแล้วน่าอ่านมากนะ

  • เจริญชัย

    เหมือนเคยได้ยินชื่อ แต่ไม่คุ้นนัก
    แต่เรื่อง Desert นั้น คุ้นๆอยู่

    ผมอ่านคำบรรยายแล้ว น่าสนใจลึกล้ำมาก

    แต่ส่วนใหญ่นักเขียนโนเบล ก็อย่างนี้แหละ
    มักจะมีภาษายอดเยี่ยม แปลกใหม่ Originality
    เขียนถึงความย้อนแย้งลักลั่น
    แต่มีเสน่ห์ยิ่งยวด

    ขอบคุณมากครับ ที่นำมาให้พวกเราอ่านกัน

  • ยศ สำราญสุข

    ตอบ
    1. รพินทรนาถ ฐากูร (Rabindranath Tagore) จากอินเดีย จากบทประพันธ์ คีตาญชลี ด้วยการเสนอชื่อเขาชิงรางวัลของวิลเลี่ยม บัทเลอร์ ยีทต์(กวีรางวัลดนเบลปี 1923)

    2.ประเทศญี่ปุ่น ได้รับ 2 คน คนแรกคือยาสุนาริ คาวาบาตะ(Yasunari Kawabata)
    คนที่สองคือเคนซาบุโร โอเอะ(Kenzaburo Oe)
    และคนที่ 3 เก็งกันว่าน่าในอนาคตจะเป็น อารุกิ มูราคามิ
    ส่วนชามูเอล โยเซฟ อักนอน(Shmuel Yosef Agnon)จากอสราเอลเป็นชาวโปแลนด์
    และออร์ฮัน ปามุก(Orhan Pamuk)จากตุรกีถือว่าเป็นครึ่งตะวันออก(เอเชีย)ครึ่งตะวันตก(ยุโรป)) สุดท้าย เกาซิงเจียงตอบได้สองอย่าง จีนและฝรั่งเศส

    ส่วนในอนาคต โคอัน(จากเกาหลี) เปยด๋าว(จากจีน) ก็อาจจะกลายเป้นนักเขียนรางวัลโนเบลในอนาคต เพราะได้รีบการเสนอชื่อมาหลายปีแล้ว

  • http://www.isriya.com isriya

    คุณยศดูจะมีความรู้ด้านนี่แน่นมาก อยากได้ความเห็นว่า มีโอกาสที่นักเขียนไทยจะได้ไหมครับ? ถ้ามี น่าจะเป็นใคร?

  • ยศ สำราญสุข

    ลองอ่านเล่นๆ ดูนะครับ

    รางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมมาถึงมือนักเขียนไทยหรือยัง?
    ยศ สำราญสุข

    หากจะกล่าวถึงนักเขียนรางวัลดนเบลกับนักเขียนไทย ในช่วงเวลานี้นบว่ายังอีกไกล เพราะคณะกรรมการพิจารณารางวัลโนเบลให้น้ำหนักวรรณกรรมจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้น้อยมากๆ เนื่องจากคณะกรรมการสายเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในคณะกรรมการไม่มีใคร หรือมีแต่พวกเขาก็ยังกล่าว่ายังควานหานักเขียนที่โดดเด่นแถวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ได้
    แถมท่านเลขานุการถาวรของคณะกรรมการรางวัลโนเบลอย่างนายออร์เรส อิงห์ดาห์น(Horace Engdahl) ยังชื่นชมตัวเองกันว่า ยุโรปคือเจ้าแห่งวรรณกรรม เป็นศูนย์กลางของวรรณกรรมโลก ซึ่งเป็นเหตุให้นักเขียนพวกยุโรปในเขียนหนังสือโดยไม่ต้องออกแรงอะไรก็สามารถเป็นผู้ชนะได้อย่างไม่ยากเย็น ซึ่งต่างจากนักเขียนเอเชีย หรืออาฟริกาต้องพิสูจน์ความสามารถทางการเขียนอย่างสาหัสสากรรจ์ กว่าจะมีชื่อเข้าไปในคณะกรรมการรางวัลโนเบล แต่นักเขียนเอเชียบางคนที่มีชื่อเสียงในวงกว้างกว้างๆ อาจจะมีความหวัง ก่อนประกาศรางวัล Zulfikkar Ghose จากปากีสถานได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลอย่างเป็นทางการ ส่วนรายชื่อเก่าอย่าง ทาสลิมา นาซริน(Taslima Nasrin) จากบังกลาเทศก็อยู่ในการพิจารณารอบลึกๆ เรียบร้อยแล้ว
    ด้านนักเขียนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น เมื่อปีก่อน Francisco Sionil Jose กวีจากฟิลิปปินส์ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล คนนี้น่าสนใจมาก เขาได้รับรางวัลแม็กไซไซ และรางวัล ปาโบล เนรุด้า และผลงานได้รับการแปลมากถึง 22 ภาษา แต่เขาก็อยู่ลำดับการพิจารณาท้ายๆ ของนักเขียนระดับโลกที่ถูกเสนอชื่อเขข้าชิงรางวัล ส่วนนักเขียนสตรีจากเวียดนาม เดือง ทู เฮือง(Duong Thu Huong) เจ้าของนวนิยาย No Man’s Land ที่นักวิจารณ์จากฝรั่งเศสยกให้เป็นบัลซัคหญิง เป็นที่จับตาจากคณะกรรมการแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เราจะเห็นได้ว่าแนวการเขียนของเอเชียกับความคิดของคนยุโรปนั้นต่างกันมาก ยุโรปนั้นได้เปรียบตรงวิธีคิด นักเขียนโนเบลที่ประสบกับประวัติศาสตร์ตรงๆ มักจะได้เปรียบต่อคุณสมบัติการรับรางวัล เช่น กึนเธอร์ กราส(Günter Grass) จากเยอรมัน หรืออิมเร เคอร์เตซ(Imre Kertész) จากอังการี พวกต่อมาคือพวกที่ใช้กระแสสำนึกและปัญหาทางจิตวิทยาของมนุษย์ จะได้เปรียบ เช่น นักเขียนสตรีจากออสเตรียที่ถูกวิจารณ์ว่ามือยังไม่ถือรางวัลแต่ก็ได้รับอย่างเอลฟรีเดอ เยลิเนก(Elfriede Jelinek)
    ส่วนพวกเอเชียเรา โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นเสียเปรียบตลอด แม้เราจะนำเสนอเรื่องราวสะท้อนความจริงของการถูกกระทำออกมาในรูปแบบของผลงานเขียน แต่คณะกรรมการก็คิดว่านั่นเกิดจากอารมณ์ป่าเถื่อนของเราๆ ไม่ใช่เสียงสะท้อนจากความป่าเถื่อนของมนุษย์
    ก่อนที่จะถามว่านักเขียนของไทยมีความหวังหรือยัง ก่อนอื่นจะต้องตอบคำถามกันเสียก่อนว่า นักเขียนไทยของเรามีคุณสมบัติเหล่านี้หรือยัง เรารู้หรือยังว่าวรรณกรรมไทยมีรูปร่างหน้าตาชัดเจนแบบใด? หรือว่าเป็นของไทยตรงไหน? เรามีรากวรรณกรรมมาจากไหนและมีพัฒนาการอย่างไร? เมื่อเราหรือคนต่างประเทศอ่าน เราหรือพวกเขาจะได้รับรสกลิ่นของวรรณกรรมของเราเองอย่างชัดเจนหรือเปล่า? เมื่อนักเขียนไทยหยิบแนวคิดของตัวเองออกมานำเสนอ มันสามารถปรับใช้หรือสร้างอิทธิพลทางวรรณกรรมให้กับวรรณกรรมอื่นได้หรือไม่ ?วรรณกรรมเราจะถูกสร้างให้เป็นกระแสหลักในสายธารวรรณกรรมโลกขึ้นมาให้โดดเด่นอย่างเป็นในอนาคต?
    โลกเขามีรูปธรรมวรรณกรรมของเราแล้วหรือยัง? ตัวนักเขียนเองมีพัฒนาทางความคิด ในผลงาน และความคิดเห็นต่างๆ ในหนังสือการให้สัมภาษณ์ หรือการได้รับการวิจารณ์ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศมากน้อยเพียงใด?

    สำคัญมากๆ เราต้องถามว่าเรามีนายหน้าทางวรรณกรรมที่แข็งแรงแล้วหรือยัง เรามีนักแปลวรรณกรรมไทยเป็นภาษาต่างประเทศ หรือวิจารณ์ นักวรรณคดีไทยที่ยืนอยู่ในระดับนานาชาติ ที่รอสนับสนุนวรรณกรรมไทยแล้วหรือยัง? หรือว่านักวิจารณ์และนักแปลของเรามีแล้ว แต่ผลงานของเรายังขาดคุณสมบัติ ?
    ขอยกกรณี เกาซิงเจี้ยง(เกาซิงเจี้ยน(Gao Xingjian)เขาคว้ารางวัลโนเบลเพราะมาเบล หลี(Mabel Lee)นักแปลของเขา เธอเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวรรณกรรมจีนให้กับบัณฑิตยสภาสวีเด็น จัดว่าอิทธิพลกับคณะกรรมการพอสมควร หรือกรณี ปาโบล เนรุด้า คว้าโนเบลเพราะใช้เทคนิคทางการทูตกับอาร์เธอร์ ลุนวิคซ์(Arthur Lunkvist)ผู้นักแปลผลงานของเนรุด้าออกเป็นภาษาสวีดีซ พิมพ์หนังสือแปลขายดีจนต้องคว้ารางวัลโนเบล ลุนวิคซ์เป็นคณะกรรมการที่มีอิทธิพลต่อคณะกรรมการคนอื่นที่เหยียดวรรณกรรมไทย กรณีวิจารณ์ ฟ้าบ่กั้นของลาว คำหอม อย่างเสียหาย หรือนาร์ดีน กอร์ดิเมอร์(Nadine Gordimer)คว้ารางวัลโนเบลเพราะ Per Wästberg หนึ่งในคณะกรรมการรางวัลโนเบลเดินทางมาพบกับเธอ ศึกษาชีวิตการต่อสู้และค้นคว้าอิทธิพลของเธอด้วยตัวเองในแอฟริกาใต้ก่อนจะไปต่อสู้กับคณะกรรมการคนอื่นๆ เพื่อโน้มน้าวให้เธอเป็นผู้ชนะรางวัลโนเบล
    สุดท้าย หากจะว่ากันตรงๆ นักเขียนไทยยังไร้ทิศทาง เรายังชอบที่จะชกแบบปราศจากหลักการเพื่อให้หมัดโดนคู่ชกล้มหงายหรือแพ้ คะแนน เพื่อหวังเหรียญทอง ซึ่งเป็นดังนั้น ก็คงจะอีกนาน แต่หากว่า เราเริ่มต้นเอาจริงเอาจังตั้งแต่วันนี้อย่างช้า อีก 30 ข้างหน้าจะต้องมีนักเขียนรางวัลโนเบลสาขาวรรณคดีชาวไทยอย่างแน่นอน
    หากว่าตัวอย่างของนักเขียนเหล่านี้ หากแดนอรัญ แสงทอง เลิกคิดถึงเรื่องการเขียนเชิงกรรมฐาน แล้วหันมาสนใจความเลวของศิลปินจอมปลอม,หากธีรยุทธ ดาวจันทึก กลับมาขยันเขียนเรื่องราวของชาวชะบนจนหมด,หากชาติ กอบจิตติลงมือเขียนนวนิยายขนาดยาวเท่าสายตาเรื่องการเห็นด้วยตา,หากวินทร์ เลียววารินทร์เลิกเขียนวรรณกรรมประกอบรูปภาพ,หากประชาคม ลุนาชัย เลิกหลงตัวละครของตนว่าเป็นนักเขียนใหญ่มีอุดมคติ โดยหันมาสนใจลูกเรือตังเกที่โง่งมและมีความหวัง และเลิกพ่นปรัชญาเน่าๆ ออกมาจากปากของตัวละคร,หากวัฒน์ วรรลยางกูรตื่นขึ้นมาจากกิจการทำน้ำเมา,หากภานุ ตรัยเวชศึกษาวรรณกรรมรางวัลโนเบลอย่างหนัก,หาก ฮ.นิกฮูกี้ ตั้งสติให้มั่นแล้วรื้องานยาวที่น่าสนใจแต่ถูกวิจารณ์จนพินาศเรื่อง โลกที่พบใหม่ ทบทวนมันเป็นพันๆรอบ,หากไพรวรินทร์ ขาวงามเลิกใช้คำว่า ฝัน ในบทกวีขิองเขา, หากงามพรรณ เวชชาชีวะเขียนเรื่องราวความตอแหลของเด็กหญิงกำพร้าเล่มหนามหึมา, หากวัชระ สัจจะสารสินนึกขึ้นได้ถึงอะไรบางอย่าง, หากศรีดาวเรืองได้รับการยกย่องมากกว่านี้, หากจิระนันท์ พิตรปรีชา กลับมาเขียนบทกวีที่หายไป, หากเสกสรร ประเสริฐกุลเขียนนวนิยาย สงครามประชาชน ออกมา,หากบทกวีของแรคำ ประโดยคำได้รับการแปลเป็นภาษาต่างประเทศ, หากปราบดา หยุ่น เลิกหลงไหลญี่ปุ่น อเมริกัน โพสโมเดอร์น และการสนทนากับวินทร์เลียว วารินทร์ เราอาจจะมีนักเขียนวรรณกรรมตัวอย่างที่ปูทางสู่เส้นทางการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลอย่างเป็นทางการ เหมือนปราโมทยา อนันตา ตูร์(Pramoedya Anan Toer)ที่มีชื่อแขวนรอรับรางวัลจนตาย ส่วนนักเขียนรางวัลโนเบลชาวไทยตัวจริง จะเกิดขึ้นหลังจากบรรดาตัวอย่างนักเขียนที่กล่าวถึง
    นักอ่านและนักวิจารณ์กล่าวกันว่ากันว่ารางวัลโนเบลสาขาวรรณคดี โหดร้ายและทารุณนักเขียนที่ปรารถนารางวัล แต่จะใจดีกับนักเขียนที่หันหน้าไปในทางของตัวเองอย่างมุ่งมั่น แต่มันจะเป็นเช่นนั้นหรือ?

    อ่านเล่นๆนะครับ

  • ยศ สำราญสุข

    อ่านแล้วตัวผิดเยอะ
    ต้องขอโทษด้วยครับ มันดึกแล้ว สมองทึบมาก
    อืมม์ นานๆ ออกกำลัง
    ขอคุณที่อ่านนะครับ

  • ยศ สำราญสุข

    ปล. การกระทำก็มีส่วนนะครับ
    คณะกรรมการรางวัลดนเบลคนหนึ่งเปิดเผยว่า เรื่องที่คาใจที่สุดของคนวรรณกรรมก็คือ
    ทำไมฆอร์เค๋ หลุยส์ บอร์เฆซ(Jorge Luis Borges) ไม่ได้รับรางวัลโนเบล นักเขียนที่โลกไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าเขาจะตายโดยปราศจากรางวัลโบล คนอื่นยังเข้าใจได้ แต่นักเขียนชราตาบอดผู้ยิ่งใหญ่แห่งรองจากเซอร์วานเตส ผู้เขียน ดอนฆีโฆเต้ ท่านนี้ ถึงปราศจากเกียรติรางวัลที่คนทั้งโลกรอฟังผล
    คณะกรรมการท่านนั้นเฉลยออกมาว่า มีคณะกรรมการท่านหนึ่งค้านหัวชนฝาไม่ให้เขาได้โนเบลจนตาย
    เพราะบอร์เฆซ เผลอไปรับรางวัลทางวรรณกรรมที่มอบโดยนายพลทรราชออร์กุสโต้ ปิโนเช่
    การพิจารณาพฤติกรรมก็มีส่วนไม่ได้รับรางวัลดนเบลด้วยนะครับ

  • http://www.siamintelligence.com กานต์ ยืนยง

    เรียนคุณยศ ครับ

    ถ้าไม่รังเกียจ ผมขอรบกวนนำบทความที่คุณยศพูดถึงเรื่อง รางวัลโนเบล กับนักเขียนไทยนี้ ลงใน section “Life Style” นะครับ ผมอ่านแล้วได้ความรู้ และได้ประโยชน์มากครับ อยากให้คนอื่นๆได้อ่านทั่วกัน เพราะถ้าทิ้งไปกับ comment ผมกลัวว่าจะหายไป ค้นหาลำบาก ภายหลังน่ะครับ

  • http://www.isriya.com isriya

    แบบนี้เดี๋ยวผมตามไปตอบในบทความของคุณยศ จะดีกว่าในคอมเมนต์อันนี้นะครับ

  • nutjubjub

    คุณยศ เจ๋งมากครับ
    ชอบตรงช่วง หากว่าๆๆๆๆ อ่านแล้วขำๆ และแอบเห็นด้วยครับ

  • เจริญชัย

    ใช่คุณ “วีระยศ สำราญสุขทิวาเวทย์” หรือเปล่าครับ
    จำผมได้หรือเปล่า

    ทิ้งคำถามล่อไว้ ไม่คิดว่าจะมีใครตอบได้
    แต่ก็แอบสังหรณ์ใจว่า ถ้าคนตอบได้ จะตอบได้ทั้งสองคำถาม

    ตอนแรกกำลังกลุ้มใจว่าจะให้อะไรเป็นรางวัลดี
    แต่ถ้าเป็นคุณ วีระยศ สำราญสุขทิวเวทย์
    ผมมอบงานเขียนของผมคงดีที่สุด
    ให้ท่านตรวจดูว่าเข้าขั้นเทพ หรือยัง 555

    อย่าลืมมารับของรางวัลในงาน WordCamp 2008 นะครับ
    http://wordcamp.kapook.com/th/

  • ยศ สำราญสุข

    ใช่ครับ
    ยินดีให้เผยแพร่ได้ครับ
    และยินดีรับคำติชมในตัวหนังสือของผมด้วย
    เพราะให้เราได้แลกเปลี่ยนกันอย่างคึกครื้น
    ส่วนรางวัลคุณเจริญชัยที่เป็นงานเขียนยินดีรับเป็นที่ระลึกครับ
    แต่ที่สำคัญเราจะได้รู้จักกันและรู้จักคนอ่านด้วยกันครับ
    แล้วพบกันนะครับขอบคุณครับ
    ขอบคุณทุกท่านครับ

  • http://www.palawat.com kan

    ขอบคุณครับ คุณยศ ผมได้นำบทความลงไว้ที่ http://www.siamintelligence.com/wordpress/literature-nobel-prize-and-thai-writer/ แล้วนะครับ

  • ยศ สำราญสุข

    รู้สึกเป็นเกียรติมาก
    ขอบคุณ คุณkan คุณเจริญชัย
    และทุกท่านนะครับ