คำปราศรัยยอมรับความพ่ายแพ้ ของวุฒิสมาชิกแม็คเคน

November 6, 2008

มิตรสหายของผม, เรามาถึงจุดสิ้นสุดของการผจญภัยอันยาวนาน คนอเมริกันได้พูดออกมาแล้ว และพวกเขาพูดอย่างชัดเจน เมื่อสักครู่นี้ ผมได้โทรศัพท์เพื่อเป็นเกียรติแด่วุฒิสมาชิกโอบามา เพื่อแสดงความยินดีกับเขา เต็มใจยินดีกับเขาในฐานะที่ได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีของประเทศที่เราทั้งคู่รัก

ในการแข่งขันที่ยากลำบากและยาวนาน ดังที่การรณรงค์ครั้งนี้ได้ดำเนินไป ไม่เพียงแต่ความสำเร็จของเขาเพียงประการเดียว ที่ทำให้ผมต้องยอมรับในความสามารถและความอุตสาหะของเขา แต่ยังเป็นความสามารถในการสร้างแรงบันดาลใจในการให้ความหวังแก่คนอเมริกันนับล้าน ซึ่งครั้งหนึ่งได้เชื่ออย่างผิดๆว่า พวกเขามีส่วนเพียงเล็กน้อย หรือมีบทบาทเพียงเล็กน้อยต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นี่เป็นอะไรที่ผมรู้สึกเลื่อมใสจากส่วนลึก และชื่นชมสิ่งที่เขาได้ทำไป

นี่เป็นการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ และผมจดจำความหมายพิเศษในฐานะแอฟริกัน-อเมริกัน และสำหรับความภาคภูมิใจเป็นพิเศษที่ตกเป็นของพวกเขาในค่ำคืนนี้

ผมเชื่อเสมอว่าอเมริกาได้ให้โอกาสแก่ทุกคนที่เป็นเจ้าของอุตสาหกรรม และผู้ที่สร้างมันขึ้นมา วุฒิสมาชิกโอบมาก็เชื่อเช่นนั้นด้วยเช่นกัน แต่เราทั้งคู่ก็จดจำได้ว่าเราได้เดินทางอย่างยาวไกลจากความอยุติธรรมในอดีต ซึ่งครั้งหนึ่งเคยทำให้ชื่อเสียงชาติเรามัวหมอง และปฏิเสธคนอเมริกันบางคนจากการได้รับการอวยพรให้เป็นพลเมืองอเมริกันเต็มตัว ความทรงจำเหล่านั้นยังคงมีพลังที่ทำให้เกิดบาดแผลได้

ร้อยปีก่อน ประธานาธิบดีธีโอดอร์ รูสเวลต์ได้เชิญให้ บู๊คเกอร์ ที วอชิงตัน (Booker T. Washington, นักการศึกษาและผู้นำสิทธิมนุษยชนอเมริกันผิวดำ ในวัยเด็กเขาเคยเป็นทาสมาก่อน — ผู้แปล) ไปเยี่ยม เพื่อรับประทานอาหารค่ำที่ทำเนียบขาว เรื่องตอนนั้นเป็นที่โกรธแค้นเป็นเวลานานนับเดือน อเมริกาในวันนี้เป็นโลกที่ห่างไกลจากความโหดร้าย และความทรนงในความรั้นอันไม่มีเหตุผล จากเวลานั้นมากนัก ไม่มีอะไรที่จะเป็นประจักษ์พยานได้ดียิ่งกว่าการเลือกคนแอฟริกัน-อเมริกันให้เป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา มันจะไม่มีเหตุผล มันจะไม่มีเหตุผลในตอนนี้เลยสำหรับคนอเมริกัน ที่จะไม่ชื่นชมความเป็นพลเมืองของประเทศนี้ ชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในพิภพ

วุฒิสมาชิกโอบามาได้บรรลุสิ่งที่ยิ่งใหญ่สำหรับตัวเขาและประเทศชาติของเขา ผมขอปรบมือให้ และขอแสดงความเห็นใจอย่างสุดซึ้งต่อคุณย่าที่เป็นที่รักยิ่งของเขา ที่ไม่ได้มีชีวิตอยู่เห็นเขาในวันนี้ แม้ความศรัทธาจะทำให้เราเชื่อมั่นว่าเธอได้กลับไปพักผ่อนกับพระผู้สร้าง และภาคภูมิใจต่อหลานที่เธอได้ช่วยเลี้ยงดูมา

ผมและวุฒิสมาชิกโอบามาได้มีข้อโต้แย้งถึงความแตกต่างของเราสองคน และเขาประสบชัยชนะ แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความแตกต่างเหล่านั้นยังคงอยู่ นี่เป็นเวลาแห่งความยากลำบากของชาติเรา ผมขอให้คำมั่นกับเขาในค่ำคืนนี้ที่จะใช้พลังทำทุกอย่างเพื่อช่วยเขานำเราผ่านความท้าทายทุกอย่างที่เรากำลังเผชิญ

ผมขอกระตุ้นเตือนคนอเมริกัน — ผมขอเตือนคนอเมริกันทุกคนที่สนับสนุนผม เพื่อร่วมกับผมไม่เพียงแต่แสดงความยินดีกับเขา แต่มอบความปรารถนาดีให้กับประธานาธิบดีคนถัดไปของเรา และมอบความพยายามอย่างเอาจริงเอาจัง เพื่อหาทางเดินไปร่วมกัน เพื่อค้นหาความร่วมมือที่จำเป็น เพื่อเชื่อมความแตกต่างของเรา และช่วยกู้ความเฟื่องฟูกลับคืนมา ปกป้องความมั่นคงของเราในโลกที่อันตราย และส่งมอบประเทศที่ดีกว่า แข็งแรงกว่าที่เราได้รับมอบมา ให้กับลูกหลานของเรา

ไม่ว่าจะมีความแตกต่างกันอย่างไร ผองเราคือพี่น้องร่วมชาติคนอเมริกัน และได้โปรดเชื่อผม หากผมจะบอกว่าไม่มีกลุ่มหรือสมาคมใดมีความหมายต่อผมมากไปกว่าสิ่งนี้

มันเป็นเรื่องธรรมชาติ — มันเป็นเรื่องธรรมชาติในค่ำคืนนี้ที่จะรู้สึกเสียใจ แต่วันพรุ่งเราต้องเดินไปข้างหน้า และทำงานร่วมกันเพื่อให้ประเทศเราเคลื่อนไปข้างหน้าอีกครั้ง เราได้ต่อสู้ — เราได้ต่อสู้ได้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้แล้ว

และความผิดพลาดทั้งหมดตกเป็นของผม ไม่ใช่ของพวกท่าน

ผมรู้สึก — ผมรู้สึกซาบซึ้งอย่างยิ่งต่อพวกท่านทุกคน สำหรับความสนับสนุนอันมีเกียรติและสำหรับทุกสิ่งที่ท่านได้ทำให้ผม ผมเคยหวังว่าผลลัพธ์ไม่ใช่เช่นนี้ เพื่อนเอ๋ย แต่หนทางนั้นยากลำบากนับแต่วันแรก หากความสนับสนุนและมิตรภาพของพวกท่านไม่เคยสั่นคลอน ผมไม่สามารถแสดงออกอะไรได้ดีพอว่าผมรู้สึกเป็นหนี้พวกท่านอย่างมากมายเพียงไร

ผมรู้สึกทราบซึ้งกับซินดี้ ภริยาของผม, ลูกๆของผม, แม่ที่เป็นที่รักของผม, ครอบครัวของผม และเพื่อนเก่าที่รักของผม ที่ได้ยืนหยัดอยู่เคียงข้างตลอดทั้งในช่วงเวลาขาขึ้นและขาลงตลอดการรณรงค์ ผมเป็นคนโชคดีเสมอ และไม่มีอะไรจะมากไปกว่าความรักและกำลังใจที่ท่านได้ให้กับผม

ท่านทราบดี การรณรงค์นั้นเป็นภาระหนักกับครอบครัวของผู้สมัครเสียยิ่งไปกว่าตัวผู้สมัครนัก สิ่งที่ผมจะทดแทนให้ได้ ก็คือความรักและความทราบซึ้งที่มีให้ของผม คำมั่นถึงความสุขสงบในปีหน้า

ผมรู้สึก — ผมรู้สึก, แน่นอน, ขอบคุณอย่างยิ่งกับผู้ว่าการ ซาร่าห์ เพ-ลิน หนึ่งในผู้รณรงค์ที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยพบ — และเสียงใหม่ที่น่าประทับใจในพรรคของเรา สำหรับการปฏิรูปและหลักการที่เป็นจุดแข็งที่ดีที่สุดของเรา สามีของเธอ, ท็อดด์ และลูกๆทั้งห้าที่น่ารักของเธอ — สำหรับการอุทิศให้โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย, สำหรับความกล้าหาญและมารยาทที่งดงาม ที่พวกเขาได้แสดงออกในช่วงการรณรงค์หาเสียงที่เหนื่อยยากนี้ เราสามารถตั้งความหวังต่อหน้าที่ในอนาคตของเธอในอลาสก้า ในพรรครีพับรีกัน และในประเทศของเรา

สำหรับสหายของผมที่ร่วมรณรงค์มาด้วยกัน จากริก เดวิส และสตีฟ ชมิดช์ และ มาร์ค ซอลเตอร์ และสำหรับอาสาสมัครทุกท่านที่ได้ต่อสู้อย่างหนัก และกล้าหาญ เดือนชนเดือน ในเวลาที่ซึ่งเป็นที่ท้าทายที่สุดสำหรับการรณรงค์สมัยใหม่ ขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง การพ่ายแพ้การเลือกตั้งไม่ได้มีความหมายอะไรสำหรับผมยิ่งไปกว่าเอกสิทธิ์ของความศรัทธาและมิตรภาพของพวกท่าน

ผมไม่ทราบ — ผมไม่ทราบจริงๆ ว่าเราจะทำอะไรมากกว่านี้เพื่อให้เราชนะการเลือกตั้ง ผมจะฝากเรื่องนี้ให้กับคนอื่นๆในการตัดสินใจ ผู้ลงสมัครแข่งขันทุกคนทำสิ่งผิดพลาด และผมเชื่อว่าผมได้มีส่วนในเรื่องผิดพลาดนั้น แต่ผมจะไม่เสียใจในเรื่องที่ผมได้ทำลงไป

การรณรงค์นี้เป็นและยังคงเป็นเกียรติยศสูงสุดในชีวิตของผม และหัวใจของผมหาเปี่ยมไปด้วยสิ่งใดมากไปกว่าความรู้สึกขอบคุณสำหรับประสบการณ์ที่ได้รับ และสำหรับคนอเมริกันที่ยอมฟังผมเพียงพอ ก่อนที่จะตัดสินใจว่าวุฒิสมาชิกโอบามา และเพื่อนเก่าของผมโจ ไบเด็น ควรได้รับเกียรติที่จะเป็นผู้นำเราในอีกสี่ปีข้างหน้า

ได้โปรดครับ ได้โปรด

ผมจะไม่ — ผมจะไม่เป็น — คนอเมริกันแต่เพียงในนาม ผมควรจะเสียใจกับโชคชะตาที่ทำให้ผมได้รับโอกาสอันพิเศษสุดในการรับใช้ชาตินี้มากว่าครึ่งศตวรรษไหม วันนี้ผมได้ลงสมัครเป็นผู้แข่งขันในตำแหน่งสูงสุดในประเทศนี้ ผมรักมันมาก และค่ำคืนนี้ ผมจะยังเป็นคนรับใช้ชาติของเรา นี่เป็นคำอวยพรเพียงพอสำหรับทุกคนและผมขอขอบคุณคนอาริโซนาด้วยครับ

ค่ำคืนนี้ — ค่ำคืนนี้ ยิ่งกว่าทุกๆคืน ผมมีใจให้ไม่มากไปกว่าความรักชาตินี้ แลสำหรับพลเมืองทุกคน ไม่ว่าพวกเขาจะสนับสนุนผมหรือวุฒิสมาชิกโอบามา — ไม่ว่าพวกเขาจะสนับสนุนผมหรือวุฒิสมาชิกโอบามา ผมขออวยพรให้กับผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นคู่แข่งผม และกำลังจะเป็นประธานาธิบดีของผม

และผมขอเรียกร้องคนอเมริกันทั้งมวล เหมือนที่ผมเคยขออยู่บ่อยครั้งในการรณรงค์นี้ ว่าอย่าหมดหวังกับความยากลำบากในปัจจุบัน แต่จงเชื่อในคำมั่นและความยิ่งใหญ่ของอเมริกา มันเป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

อเมริกันจะไม่ถอยออกไป เราไม่ยอมพ่าย เราไม่ยอมซ่อนตนจากประวัติศาสตร์ หากเราสร้างประวัติศาสตร์

ขอบคุณ ขอพระผู้เป็นเจ้าได้โปรดอวยพร พระผู้เป็นเจ้าอวยพรอเมริกา ขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง.

แปลและเรียบเรียงจาก – The New York Times

Comments

11 Responses to “คำปราศรัยยอมรับความพ่ายแพ้ ของวุฒิสมาชิกแม็คเคน”

  1. 1. ประชาชน on November 6th, 2008 14:48

    ขอ อภิสิทธิ์ ณ ปชป. เป็นแค่ 10% ของแมคเคน ประเทศไทยจะดีกว่านี้ 10 เท่า

  2. 2. Oh! Mama, … ทั่นประธานธิบดี โอบาม่า ! « Let’s talk about the Culture . . . . . Gap! on November 6th, 2008 15:51
  3. 3. Oh! Mama, … ทั่นเพรสซิเดนท์ โอบาม่า ! « Let’s talk about the Culture . . . . . Gap! on November 6th, 2008 16:12
  4. 4. Ink on November 7th, 2008 8:52

    เป็นสุนทรพจน์ที่ดีมากๆ ครับ ผมไม่เคยชื่นชมคุณแมคเคนจนอ่านเนี่ยแหละครับ

  5. 5. Ink on November 7th, 2008 10:06

    ผมไม่เห็นด้วยกับคุณประชาชนนะครับ ผมว่าประเทศไทยจะดีกว่านี้ 10 เท่าถ้า
    1) คุณอภิสิทธิ์ พธม. เป็นแบบแม็คเคน และชาวอเมริกันที่สนับสนุนรีพับริกัน เคารพกติกา เค้ารู้ว่ายังไงนี่ก็ประเทศเค้า ต้องร่วมมือกันทำให้ดี
    2) รัฐบาลไม่โกงกิน ขายชาติ ทำผิดกฏหมาย อย่างหน้าด้านๆ แก้กติกาตามใจตัว อะไรที่ผิดกม.ก็แก้ให้มันถูก ตัวเองเป็นเสียงข้างมากก็ไม่ได้หมายความว่า จะละเลยเสียงข้างน้อยได้ ทุกคนเป็นประชาชนเหมือนกัน มีสิทธิเหมือนกันครับ
    3) นักการเมืองมีความรับผิดชอบ รู้ว่าตัวเองเป็นตัวแทนของประชาชน ไม่ใช่กลุ่มผลประโยชน์
    4) ผู้บังคับใช้กม. ไม่ปฏิบัติผิดกม.ซะเองเพื่อเอาใจนาย
    5) สำคัญที่สุดคือ ประชาชนคนไทยรู้จักว่าััตัวเองมีสิทธิ์แค่ไหน เคารพสิทธิ์ผู้อื่น ในขณะที่ใช้สิทธิของตน และเลิกมีมิจฉาทิฐิ อะไรถูกก็คือถูก อะไรผิดก็คือผิด ไม่ใช่อะไรที่ตัวเองคิดว่าถูกก็คือถูก อะไรที่ัตัวเองคิดว่าผิดก็คือผิด

    สำคัญที่สุดคือประชาชนครับ ต้องพัฒนาประชาชนก่อน ผมอยากให้คนไทยถามตัวเองด้วยว่าตอนนี้ ตัวเองเป็นยังไง

  6. 6. ประชาชน on November 7th, 2008 15:55

    ผมไม่เห็นด้วยกับคุณ Ink นะครับ

    พันธมิตร ไม่เคารพกติกาเลยนะครับ กติกาคือการเลือกตั้ง ฝ่ายคุณแพ้เลือกตั้งก็หาว่าประชาชนรับเงินบ้าง หนักเข้าหน่อยก็หาว่าประชาชนส่วนใหญ่ที่เลือกฝ่ายตรงข้ามกะคุณน่ะไม่มีความรู้ จะตั้งเกณฑ์ใหม่สามสิบเจ็ดสิบ ว่าไปนั่น อภิสิทธิ์นี่การกระทำกลับแย่ยิ่งกว่าแย่ แพ้เลือกตั้งก็ปล่อยสส.ในพรรคยกพลไปร่วมกับพันธมิตร (อ้างว่าเป็นสิทธิส่วนตัว) บทบรรญัติพรรคก็มีอยู่ว่าห้ามสส.ในพรรคทำการผิดทำนองคลองธรรม (ยึดทำเนียบรัฐบาล ผิดกฎหมายด้วยซ้ำ) แต่ก็ยังสนับสนุน อภิรักษ์ ณ กทม. ก็พอกัน ทำอีท่าไหนไม่รู้ สารัพดรถกทม.กลับถูกพันธมิตร “ยึด” ไปใช้ ยังไม่หนำใจ เอารถสุขาไปบริการโจรปล้นทำเนียบรัฐบาลอีกต่างหาก

    อย่างนี้เรียกว่าเคารพกติกาหรือครับ?

    ที่ผมมองว่าน่าหัวร่อที่สุดคือ อภิสิทธิ์ออกมาบอกว่าทักษิณต้องกลับมารับโทษตามกฎหมาย ออกมาบอกว่าศาลตัดสินว่าทักษิณมีความผิด เพราะแม้จะไม่มีมูลเลยว่ามีการทุจริต แต่พจมานซื้อที่ดินในขณะที่ทักษิณเป็นนายกนั้นเป็นเรื่องไม่ดีงาม แต่ เรื่องที่ เทพเทือก กับ อัญชลี วานิชเทพบุตร ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ เอาที่ดินของรัฐยกให้สามีตัวเอง อภิสิทธิ์กลับบอกว่าเป็นเรื่องดีงาม

    มันน่าหัวร่อไม๊ล่ะครับ? คุณ Ink คิดว่าคนแบบนี้คือ เคารพกติกา หรือครับ?

  7. 7. เจริญชัย on November 7th, 2008 16:16

    ใจเย็นๆนะครับ
    ส่วนหนึ่งที่ผมไม่ค่อยชอบพูดเรื่องการเมืองก็เพราะแบบนี้แหละ
    555

    ถ้าถามความเห็นส่วนตัว ผมไม่ค่อยเชื่อเรื่องกฏหมาย ทั้งมวลเลย
    ผมเชื่อในอำนาจและความชอบธรรม(กฏหมายเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของความชอบธรรม)
    ถ้าพูดตามทฤษฏีของมาร์กซ์ อำนาจรัฐ ก็ล้วนแต่ถูกกำหนดโดยชนชั้นปกครอง

    การที่บ้านเมืองจะดีได้ จึงอยู่ที่ประชาชนลุกขึ้นมาสร้างอำนาจต่อรอง ประชาชนกดดันให้แก้ไขกฏหมายและจับตาดูการบังคับใช้ด้วยตัวเอง

    กฏหมายอเมริกาศักดิ์สิทธิ์กว่า ไม่ใช่เพราะมันดีกว่า รัฐธรรมนูญไทยที่บอกว่าดีที่สุด แล้วเป็นอย่างไร
    กฏหมายอเมริกาได้รับการเคารพมากกว่า เพราะประชาชนทั้งประเทศเขาไม่ยอมให้ใครละเมิดกฏหมาย แม้แต่ประธานาธิบดีก็ไม่อาจเหนือกฏหมาย แน่นอนว่า บางครั้งมีกรณี error หรือยกเว้นบ้าง แต่โดยรวมๆแล้ว กฏหมายจะต้องถูกบังคับ

    และแน่นอน ประชาชนก็ต้องทำตามกฏหมายด้วย

    แต่ในเมืองไทย พอกฏหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะผู้มีอำนาจละเมิด ประชาชนก็พลอยไม่เชื่อกฏหมายไปด้วย ก็เลยละเมิดกันใหญ่

    สุดท้ายก็ต้องกลับมาที่ประชาชนมีคุณภาพหรือไม่

    จริงๆไม่อยากระบุ แต่ก็ต้องพูดตรงๆไปตรงมาว่า ผมเชื่อว่าทั้งสองกลุ่มก็ล้วนแต่เป็น elite
    ดังนั้น จึงไม่ต้องพูดถึงกฏหมายหรืออะไร
    ทุกคนต่างก็ทำทุกทาง ทั้งถูกหรือผิด เพื่อสร้างความชอบธรรมและชัยชนะให้ตัวเอง

    แต่โชคดีอย่างหนึ่ง คือ ในประวัติศาสตร์ 3000 ปีของมนุษย์ กลุ่มที่ชนะมีการยกระดับฝีมือ ประสิทธิภาพ รวมถึง “ความดี” มากกว่าเดิมเสมอ แน่นอนว่า “คนที่ดีที่สุด” ส่วนใหญ่จะแพ้ แต่คนที่เลวที่สุด ก็มักไม่ได้ครองแผ่นดิน หรือชนะช่วงสั้น

    ครั้งนี้ก็เช่นกัน ผมเชื่อว่า คนที่ชนะ คือ คนที่ก้าวหน้ากว่า ซึ่งทั้งสองกลุ่มก็มีทั้งความก้าวหน้าและล้าหลังพอๆกัน สุดท้ายก็ต้องให้กาลเวลาตัดสิน

  8. 8. Lert on November 7th, 2008 20:16

    …. ทั้งหมดจะเป็นไปตามทฤษฏีวิวัฒนาการครับ ผู้เข้มแข็งคือผู้อยู่รอด …. การจะเป็นผู้เข้มแข็งได้ จะต้องผ่านการพัฒนาในหลายๆ รูปแบบ อาจจะต้องนำส่วนดีของอีกฝ่ายมาปรับปรุง หรืออาจใช้วิธีตัดส่วนร้ายของตนเองทิ้งก็ได้ ………. ที่สำคัญ ทางเลือกของวิวัฒนาการย่อมไม่ได้มีแค่สองเท่านั้นนะครับ ….

  9. 9. Ink on November 7th, 2008 21:44

    คุณประชาชนครับ

    ผมเห็นด้วยกับทีุ่คุณพูดมากเืกือบทุกข้อเลยครับ ลองกลับไปอ่านอีกรอบสิครับว่าข้อแรกผมเขียนถึงใคร พธม. ปชป. นั้นไม่เคารพกติกา ไม่รู้แพ้อยู่แล้วครับ แต่สิ่งที่ผมเขียนนี่รวมรวมทั้งหมดทั้งฝ่ายพธม. อภิสิทธิ์ รัฐบาลนะครับ อย่ามาเถียงกันเลยคับว่าใครผิด ใครถูก คือมันก็พอกันแหละครับ ต่างฝ่ายต่างก็เอาแต่ใจตัวไม่เคารพกติกา พันธมิตรก็ไม่เคารพกติกา รัฐบาลก็ไม่สนใจหลักนิติธรรม แต่ก่อนผมก็พธม.มาก แต่หลังๆ ก็ไม่เอาด้วยแล้ว

    สิ่งที่ผมพยายามจะืสื่อ (จริงๆ พูดมาหลายครั้งแล้ว) คือข้อสุดท้าย และคุณเจริญชัยมาเสริมให้สมบูรณ์ครับ ประชาชนคือสิ่งที่สำคัญสุดในระบอบการปกครองระบบประชาธิปไตยครับ ผมถึงตั้งคำถามไว้ไงครับ ว่าตอนนี้เราในฐานะประชาชนได้ทำอะไรแล้วบ้าง

    บ้านเมืองตอนนี้มันดูสิ้นหวังมากครับ เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะไม่ว่าเราจะสนับสนุนฝ่ายใด รบ. หรือพธม. มันก็ไม่ใช่ทางออกครับ พอเราสนับสนุนรบ. ก็จะมีอีกคนมาสนับสนุน พธม. รวมทั้งในทางกลับกัน ผู้สนับสนุนทั้งสองฝ่ายนั้นพอๆ กัน ปะทะกันก็คงจะเสียหายหนักทั้งคู่ แต่ประเทศไทยเสียหายที่สุด เพราะทั้งสองฝ่ายเป็นประชาชนที่มีคุณค่าของประเทศไทย ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ แล้วสถานะของประเทศเราจะยิ่งแย่ลง

    ผมว่าทางออกของวิกฤตครั้งนี้ คือต้องไม่สนับสนุนฝ่ายใด ไม่ต่อว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องเสนอแนวทางใหม่ขึ้นมา ที่เป็นสิ่งที่ breakthrough เป็นความหวังใหม่ ที่ทุกคนเห็นพ้อง ทำตาม จากนั้นก็ดึงคนทั้งสองฝ่ายเข้ามาร่วมด้วย การเผชิญหน้าก็จะลดลง Deadlock ที่มีอยู่ในสังคมก็จะคลายออกไปเอง โดยที่ไม่ต้องปะทะกันให้แตกหัก หรือเลือดตกยางออก (มันเกิดแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ทางออกใช่ไหมครับ) โอบามาไม่ได้ชนะถล่มทลายเพราะด่าว่าบุช หรือแม็คเคนไม่ดียังไงนะครับ แต่บอกว่าเค้าจะนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลง ในทางตรงกันข้าม ผมนั่งดูโฆษณาด่าโอบามาโดยพรรครีพับบริกันเป็นอาทิตย์ช่วง Prime time โดยเฉพาะ Sunday Night, Monday Night ผมยังเสียวแทนโอบามาเลยครับ แต่สุดท้ายแล้ว Faith ก็ชนะครับ

    ผมขอสรุปประโยคเีดียวสั้นๆ ครับ ทางออกของวิกฤตครั้งนี้อยู่ที่ “ทัศนคติหรือแนวทางใหม่ๆ ที่เหนือกว่า” ไม่ใช่ “การเอาชนะกัน” ส่วนสิ่งนั้นคืออะไร ยังเกินความสามารถของผมในวันนี้ครับ ถ้าผมรู้ ผมคงจะเป็นนายกรัฐมนตรีของไทยแล้วครับ

    ผมเห็นด้วยกับคุณเจริญชัยครับว่าสิ่งที่ถูกต้องอย่างเดียย หรือหลักความถูกต้อง กม.เป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลักความถูกต้อง แต่ว่าหลักความถูกต้องนั้นมันจับต้องไม่ได้ และเปลี่ยนแปลงง่ายๆ จึงต้องมีการตรากม.หมายขึ้นมา เืพื่อให้เป็นหลักไว้ ไม่ใช่ตัดสินอะไรกันแบบไม่มีหลักการ เพราะฉนั้นจะเห็นได้ว่าในหลายๆ ครั้งที่ศาลท่านตัดสินคดี ท่านจึงมีคำว่าศาลเห็นใจไงครับ

  10. 10. AFTERDEAD on November 4th, 2009 23:55

    น่า จริงๆ เลย

  11. 11. AFTERDEAD on November 4th, 2009 23:56

Got something to say?