Practical Report พลังอยู่ในตัวเราทุกคน

โดย กานต์ ยืนยง SIU

ผมได้มีโอกาสไปพูดที่งาน Wordcamp 2008 ในหัวข้อ Citizen Journalist ร่วมกับคุณสฤณี (คนชายชอบ) และคุณเจริญชัย ผมได้มีโอกาสพูดถึงแรงบันดาลใจ ที่ส่วนหนึ่งผมได้รับจากเรื่องราวของนักร้องโอเปราสมัครเล่นคนหนึ่ง (ตอนนี้เขากลายเป็นมืออาชีพไปแล้ว)

ในประเทศอังกฤษมีรายการทีวีโชว์ Britain’s Got Talent เพื่อค้นหาผู้แสดงที่มีศักยภาพทางการแสดง ทำนองเดียวกับ Acadamy Fantasia หรือ The Star ของบ้านเรา แต่ของเขาจะเน้นแสดงอะไรก็ได้ ร้องเพลง, เต้นรำ, เบรคด๊านซ์, แสดงตลก, ฯลฯ (แต่ไม่ใช่ reality show) ภายในเวลาราว 3 นาที คุณจะต้องทำให้กรรมการสามคนประทับใจ ผู้ชมอาจมีผลหรือไม่ก็ได้ แต่ในรอบแรกคนที่จะโหวตให้คุณผ่านได้คือกรรมการสามคน ซึ่งก็คือ ไซมอน โคเวล, เพียร์ซ มอร์แกน และ อมานดา โฮลเด้น ส่วนรอบถัดๆไปผู้ชมทีวีทั่วอังกฤษจะเป็นคนส่งผลโหวตผ่านทาง SMS ผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 1 แสนปอนด์ และได้ถวายการแสดงต่อหน้าพระที่นั่งสมเด็จพระราชินีอังกฤษ

เป็นธรรมดาสำหรับงานประกวดเปิดกว้างแบบนี้ จะมีคนเข้าประกวดเต็มไปหมด และการแสดงจำนวนมากก็น่าเบื่อและไม่น่าดูนัก น้อยครั้งที่จะเจอการแสดงเข้าขั้นมืออาชีพ (การประกวดนี้ห้ามมืออาชีพเข้าสมัครแข่งขัน)

เป็นเรื่องธรรมดา ที่คนอย่าง พอล โรเบิร์ต พตส์ คนชั้นกลางทั่วไป เซลล์แมนขายโทรศัพท์มือถือ ที่เมื่อขึ้นเวทีครั้งแรก จะถูกกรรมการตอบรับด้วยทีท่าน่าเบื่อหน่าย ทั้งนี้เป็นเพราะรูปร่างและท่าทางที่เต็มไปด้วยความประหม่าของเขา แต่แล้วความคิดของกรรมการทั้งสามและผู้ชมในฮอลล์ก็เปลี่ยนแปลงไป เมื่อการแสดงโอเปราของเขาเริ่มต้นขึ้น และอันที่จริงชีวิตของพอลก็เปลี่ยนแปลงนับจากนั้น…



หลังจากนั้นพอล ก็ชนะในทุกรอบจนได้รับตำแหน่งชนะเลิศ ด้วยเสียงร้องโอเปราอันทรงพลังของเขา ไม่ว่าจะเป็นเหตุบังเอิญหรือไม่ก็ตาม เขาเลือกร้องเพลง Nessun Dorma ทั้งในรอบแรกและรอบสุดท้าย ซึ่งเพลงนี้เป็นของนักแต่งโอเปราอย่าง Giacomo Puccini และนำมาขับร้องอย่างทรงพลังโดยนักร้องชั้นครูอย่าง Luciano Pavarotti

เรตติ้งของ Britain’s Got Tallent ที่ฉายทาง ITV channel 4 ครั้งแรก (ที่พอลเข้าประกวดด้วย) ในรอบชิงชนะเลิศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน 2550 เวลา 4 ทุ่มที่อังกฤษ มีคนเข้าชม 10.6 ล้านคน (44.7%) ผู้ชมสูงสุด 11.2 ล้านคน (48.4%) เรตติ้งเฉลี่ยตลอดการถ่ายทอดอยู่ที่ 9.5 ล้านคน (40%)

ท้ายเทป ไซมอน โคเวล พูดถึงความประทับใจที่มีต่อการแสดงของพอลว่า “I like shows where somebody isn’t a professional, has a talent, isn’t aware of that as a normal job. And, then you see something else. I like that.”

อันที่จริงพอลไม่ใช่ไม่เคยผ่านการประกวดมาก่อน เขาหลงไหลในการร้องโอเปราในร้านคาราโอเกะ และเมื่อเขาได้รับรางวัลประกวด My kid of Music ได้รับรางวัลไป 8,000 ปอนด์ เขานำเงินจำนวนนี้เป็นทุนเดินทางเพื่อไปฝึกร้องโอเปราเพิ่มเติมในอิตาลี เมื่อเวลามาถึง โอกาสเปิดให้ ผู้คนนับล้านเฝ้าดู เขาไม่พลาด เรื่องราวแสนมหัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้น



ภาพอัลบั้ม One Chance ของ พอล พตส์ , ที่มา – เว็บไซต์ของพอล พตส์

หลังการประกวดเขาออกอัลบั้มของตนเอง One Chance เมื่อปี 2550 (หรือ “โอกาสเพียงครั้งเดียว” — ซึ่งไม่ผิดกับชีวิตจริงเท่าใดนัก) อัลบั้มชุดนี้ทำสถิติยอดขาย อันดับหนึ่งทั้งในอังกฤษ ไอร์แลนด์ ไต้หวัน คานาดา ออสเตรเลีย ฮ่องกง เยอรมัน, ฯลฯ บริษัท T mobile ของเยอรมันนำเรื่องของเขาไปผลิตซ้ำ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในชุดโฆษณาของตนเอง

เพลงที่ทรงความหมาย เสียงที่ทรงพลัง เรื่องราวที่แสนมหัศจรรย์ หากคนที่ได้ชมคลิปนี้ไม่ขนลุกกับความสำเร็จของพอล และเทปนี้ไม่สร้างแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้ ก็ใจเย็นเกินไปล่ะ

เพราะอันที่จริง ไม่ว่าเราจะเป็นใคร กำลังทำอะไรอยู่ และมีสถานะทางสังคมเป็นเช่นใด ขอเพียงแต่เอาจริงเอาจังกับสิ่งที่เรารักและชอบ วันหนึ่งเมื่อโอกาสมาถึง อย่าพลาด “One Chance” อย่างพอล และวันนั้นจะเป็นของเรา เหมือนที่พอลเคยทำ

  • http://www.imenn.com iMenn

    เยี่ยมจริง! ขนาดดูด้วยความคิดว่า มันเป็นความบันเทิงผลิตซ้ำจากธุรกิจการประกวดทั้งหลาย ยังรู้สึกขนลุกเลย

  • เจริญชัย

    โอ๊ะ โอ
    ผมกะว่า จะต้องประเดิมบทความนี้เป็นคนแรก
    เพราะนานๆ คุณกานต์จะเขียนแนวนี้

    ว้า คุณเม่น แย่งตัดหน้าไปก่อน

    ไม่เป็นไร สหายร่วมทางเดียวกัน ผมยอมให้ 555

  • นพดล

    ผมเป็นคนหนึ่งที่นั่งฟัง + ดู อยู่ในงาน WordCamp ที่ TCDC ยังขนลุกเลย

    เป็นบทความที่เยี่ยมมากครับ

  • http://blog.tri333.net cheeptham kumvisate

    อ่านแล้วได้กำลังใจดีมากเลยครับ
    ขอบคุณ มากครับ คุณกานต์ ที่ให้กำลังใจ

    นับถือ
    ไตร.

  • http://www.siamintelligence.com กานต์ ยืนยง

    @คุณเม่น : เปิดดูหลายครั้งก็ยังชอบนะครับ

    @เจริญชัย : แหม comment ไม่เยอะมาก ผมอ่านของทุกคนอยู่แล้ว

    @นพดล : ตอนเปิดคลิป ผมสัมผัสได้ถึงความเงียบขนาดแทบไม่ได้ยินเสียงหายใจ (เว่อร์ไปมั้ยเนี่ยครับ :p)

    @ชีพธรรม : ยินดี และเป็นกำลังใจให้คุณไตรเสมอครับ ขอให้ประสบความสำเร็จดังที่ตั้งความหวังไว้นะครับ มีอะไรให้ช่วยเหลือยินดีเสมอ

  • Lert

    นั่งดูโฆษณาของเทเลคอมตั้งหลายรอบและ ที่มาเป็นอย่างงี้นี่เอง

  • nutjubjub

    ขอบคุณคุณกานต์ที่เขียนบทความชิ้นนี้ครับ
    ผมอ่านและดูจนจบ ก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี
    อิ่มเอมมากๆครับ

  • Anonymous

    ถ้าขับเสภา เก่ง จะมีโอกาสอย่างนี้มั๊ยเนียะ คงเป็นได้แค่ศิลปิน แห่งชาติ สงสารคนไทย แต่ก็รักเมืองไทย ให้ไปนั่งฟังโอเปร่า คงไม่เอาหรอก ภูมิใจและซาบซึ้ง กับคุณ พอล โรเบิร์ต พตส์ ด้วย

  • http://blog.oakyman.com/ Oakyman

    ขอบคุณที่เอาโฆษณามาให้ยลครับ

    ดูซ้ำอีกทีก็ยังซึ้ง

  • Olahlah

    อืม ครั้งแรกที่ผมอ่านบทความผมอ่านรวดเดียวจบโดยยังไม่ได้ดูคลิป ผมรู้สึก อะไรวะไม่เห็นมีอะไรเลย มันบันดาลใจตรงไหนกัน

    พอผมกลับไปดูคลิปแล้ว อ่านบทความอีกครั้ง อ่อ อย่างนี้นี่เอง!

    ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกที่ฟังงานแบบนี้ระดับเชี่ยวชาญ(ผมไม่รูว่าคุณกานต์อยู่ในพวกนั้นหรือเปล่า) จะรู้สึกว่าเค้าเสียงดีจริงๆร้องดีจริงๆรึเปล่า? แต่ฟังแล้วสำหรับผมที่ไม่ค่อยได้ฟัง นานๆทีได้ฟัง ก็ขนลุกน่าดู(ปรกติงานแนวนี้ก็ทำผมขนลุกอยู่แล้ว) หรืองานแนวนี้ก็ทำทุกคนขนลุกอยู่แล้ว พอออกสื่อกระแสหลัก+ชีวิตเค้าดูน่าสนใจเลยจุดติดหรือเปล่า?

  • http://www.palawat.com kan

    @Lert : ความจริงผมก็เห็นโฆษณาของ T mobile ก่อนครับ (ในยูทิวป์) แล้วก็สนใจเลยหาข้อมูลเพิ่มเติม ผมคิดว่าในโฆษณามันเกินจริงไปมาก แต่อารมณ์ของคนรับชมทางโทรทัศน์ก็คงจะไม่ต่างกัน เพราะมีคนโหวตในรอบชิงถึง 2 ล้านคน

    @nutjubjub : ผมก็ปลื้มคำชมจากคุณ nut ต่ออีกทอดเนี่ยแหละครับ ^_^

    @Anonymous : ข่าวร้ายคือดนตรีไทย มันยังไม่ไปถึงระดับโลก เหมือนศิลปะอื่นๆ คงต้องช่วยกันคิดว่าจะทำยังไงกันดีครับ

    @Oakyman : ยินดีครับ

    @Olahlah : เอ่อ บทความผมมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอครับ ฮา (อันนี้แซวนะครับ)

    ผมไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญหรอกครับ เอาเป็นว่าเป็น “คนสนใจ” หรือ “มือสมัครเล่น” นี่สนใจด้านนี้บ้างก็แล้วกันนะครับ ถ้าให้พูดกันตรงๆ แม้ว่าพอลจะมีน้ำเสียงที่ดี เหนือกว่ามือสมัครเล่นในระดับเดียวกันไม่น้อย ผมคิดว่าคุณภาพของเสียงระดับพอล ยังไม่สามารถเทียบได้กับสุดยอดมืออาชีพอย่าง Pavarotti (หรือแม้แต่มืออาชีพรุ่นหลังอย่าง Andrea Bocelli) ได้ (งานในช่วงเข้าสู่วงการมืออาชีพ เฉพาะในคุณภาพเรื่องเสียงดีกว่าพอลในช่วงประกวดมาก) ลองชมการแสดงของ Pavarotti ในเพลงเดียวกันได้ที่ลิงก์ข้างล่างนี้ครับ

    http://www.youtube.com/watch?v=VATmgtmR5o4

    สื่อกระแสหลักไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวที่ทำให้ “story” เรื่องนี้เป็นที่จับใจหรอกครับ (แม้จะต้องยอมรับว่ามันเป็นส่วนสำคัญอันหนึ่ง) เพราะสิ่งที่เขาพยายามแสดงออกมาจากส่วนลึกๆของพอล ในช่วงการประกวดนั่นแหละครับ องค์ประกอบหลายๆอย่าง (ดังที่ได้บรรยายไปในบทความ) มันเป็นส่วนผสมทำให้ “การแสดง” โดดเด่นจริงๆ ก็เหมือนกับที่ ไซมอน โคเวล สรุปตอนท้ายเทปน่ะแหละครับ