Practical Report ว่าด้วย “ที่ดินเขายายเที่ยง” และ “การทุจริตไทยเข้มแข็ง”

อย่าได้แปลกใจหากเห็น ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ออกมาอัด คำนูณ สิทธิสมาน สว. ระบบสรรหา ที่มาออกรับแทน พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรี ว่าจะคืนที่ดินเขายายเที่ยงให้กับรัฐในเร็วๆนี้ ว่าทำตัวเป็นข้ารับใช้ระบอบอำมาตย์

เพราะกลุ่มคนเสื้อแดงชักธงรบกับ ‘อำมาตย์’ มาตลอดตั้งแต่หลังวันที่ 19 กันยายน 2549 โดยไล่มาแต่ พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และ พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์

เพราะตรรกะของ คำนูณ มองว่า “คนเสื้อแดง” จ้องล้มองคมนตรีทั้งคณะ! การพิทักษ์สถาบันองคมนตรี จึงเทียบเท่ากับการรักษาไว้ซึ่งพระราชอำนาจ

การพิทักษ์สถาบันองคมนตรี มีความหมายเทียบเท่าการป้องกันการแตะต้อง “บุคคล” ที่ดำรงตำแหน่งในสถาบันองคมนตรี ด้วยเหตุผลที่องคมนตรีไม่ยุ่งเกี่ยวกับ “เรื่องการเมือง”



พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์

อย่าลืมว่าในช่วงที่ พล.อ. สุรยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่งองคมนตรีมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น แกนนำพันธมิตร และกลุ่มผู้จัดการก็วิพากษ์วิจารณ์ พล.อ. สุรยุทธ์ แบบไม่ไว้หน้า เพราะถือว่าไม่ใช่บุคคลที่ดำรงตำแหน่งในสถาบันองคมนตรี ต่อเมื่อ พล.อ. สุรยุทธ์ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้กลับไปดำรงตำแหน่งองคมนตรี แล้วเท่านั้น กลุ่มพันธมิตร และกลุ่มผู้จัดการก็ละเว้นการวิพากษ์วิจารณ์ตามตรรกะข้างบนนี้

ดูเหมือนสมเหตุสมผล! ดูเหมือนถูกต้อง!

แต่ปัญหาก็คือรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ไม่ได้มีข้อห้ามการวิพากษ์วิจารณ์ ‘องคมนตรี’

เสียงแฟนคลับพันธมิตรในเว็บผู้จัดการเอง ก็แสดงความเห็นแย้งอย่างชัดเจน ต่อท่าทีการปกป้องอย่างออกนอกหน้าของ คำนูณ!

บางเสียงในความคิดเห็นท้ายข่าวถึงกับ แนะนำให้ พล.อ. สุรยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่งองคมนตรี เพื่อปกป้องสถาบันองคมนตรีเอาไว้

บางเสียงในความคิดเห็นท้ายข่าวก็มองว่า การซื้อมาเป็นทอดที่ 3 ก็ดี, การต้องรอฟังข้อวินิจฉัยทางกฎหมายก็ดี ดูเหมือนมิได้เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณะดังที่ผู้มีบทบาทสูงในตำแหน่งองคมนตรี ดังที่ควรจะเป็น

บางเสี้ยวของความเห็นอาจเพิกเฉยความเคลื่อนไหวเหล่านี้ โดยมองว่าเป็นการ ‘เสี้ยม’ ของคนเสื้อแดง

แต่ข้อเท็จจริงก็คือ สังคมไทยก้าวเดินไปข้างหน้ามากแล้ว สังคมไทยเปลี่ยนไปมากแล้ว อย่างมิอาจย้อนถอยหลังกลับไปได้อีก

ความก้าวหน้าของสังคมไทยที่รวมพลังของคนเป็นสองขั้ว แท้จริงคือการแสดงออกของสังคมไทย
ด้านหนึ่งเป็นการแสดงออกถึงความเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกัน


อีกด้านหนึ่งเป็นการแสดงออกถึงการยอมรับการวิพากษ์วิจารณ์ การตรวจสอบ และถูกเอาผิดได้ ในขณะที่ต้องปฎิบัติหน้าที่ต่อสาธารณะ

เมื่อนายวิทยา แก้วภราดัยได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หลังจากที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงการทุจริตโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการ “ไทยเข้มแข็ง 2555” ที่มี นพ. บรรลุ ศิริพาณิช เป็นประธาน สรุปผลสอบว่ารมว. และรมช . สาธารณสุข ส่อเจตนาไม่สุจริตในการอนุมัติโครงการ

นายมานิต ก็กำลังถูกกดดันอย่างหนัก แม้จะมีแรงหนุนอย่างเหนียวแน่นมาจากซีกวังน้ำยมในภูมิใจไทย

การลาออกของนายวิทยา แม้ว่าจะยังไม่มีข้อความเห็นทางกฎหมาย เพียงแต่ผลสอบออกมาว่าส่อเจตนาไม่สุจริตในการอนุมัติโครงการ ย่อมถือว่าเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อการปฎิบัติหน้าที่สาธารณะ

เห็นแล้วหรือยังว่า สังคมไทยก้าวหน้าไปมากแล้ว

หากยังจับกระแสก้าวหน้าสองกระแสนี้ไม่ได้ “การได้มาในที่ดินเขายายเที่ยงโดยมิชอบ” อาจมีความเสี่ยงสูงกว่า “การทุจริตไทยเข้มแข็ง”

  • http://iporsut.wordpress.com/ iporsut

    “แต่ข้อเท็จจริงก็คือ สังคมไทยก้าวเดินไปข้างหน้ามากแล้ว สังคมไทยเปลี่ยนไปมากแล้ว อย่างมิอาจย้อนถอยหลังกลับไปได้อีก

    ความก้าวหน้าของสังคมไทยที่รวมพลังของคนเป็นสองขั้ว แท้จริงคือการแสดงออกของสังคมไทย
    ด้านหนึ่งเป็นการแสดงออกถึงความเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกัน”

    จากความคิดเห็นในข่าวของผู้จัดการ ผมเห็นด้วยกับตรงนี้ครับ รอเวลาที่ ทั้งสองขั้ว จะมอง ความเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกัน โดยที่แต่ละฝ่าย ไม่มีข้อยกเว้นให้ บางคน ก็จะดีมากเลย

  • http://www.imenn.com iMenn

    โอ้ว ชอบ “การทุจริตไทยเข้มแข็ง” มันบาดใจจริงๆ :D

  • คนรุ่นใหม่

    ถ้าเป็นชาวบ้านธรรมดาจะสั่งไม่ฟ้องหรือไม่

  • อัสสนันท์ พลจีร์

    ยายเที่ยง…คนไม่เที่ยง

    กรณี การครอบครองป่าสงวน ที่กำลังพูดถึงกันอยู่นี้
    คือภาพที่บ่งบอกความจริงของสังคมไทยอย่างแจ่มชัดที่สุด

    ผู้ครอบครองเป็นคนใหญ่คนโต มีสถานะสูงส่ง
    เป็นคนมีภาพลักษณ์เป็นคนดี น่าเคารพยกย่อง
    และดูน่าเชื่อว่าจะเป็นคนมีจิตใจที่ดีงามด้วย
    ไม่น่าจะเป็นคนที่คิดทุจริต ถึงกับย่ำยีกฎหมายบ้านเมือง
    แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็ครอบครองที่ป่าสงวนไปแล้ว

    ผู้ครอบครองไม่ได้รู้สึกว่าได้ทำความผิด ก่อความเสียหายใดๆ
    คนทั่วไปที่รับรู้ แม้ตะขิดตะขวงใจ แต่ก็เห็นเป็นเรื่องธรรมดา
    นักข่าวที่เคยขึ้นไปกินข้าวที่นั่น ก็ไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องร้ายแรง
    อัยการท่านก็ไม่เห็นว่ามีเจตนาจะทำความผิด

    สรุปก็คือ เป็นเรื่องปกติธรรมดาของบ้านนี้เมืองนี้
    ใครที่รู้สึกแปลกใจกับเรื่องทำนองนี้ ย่อมไม่ใช่คนไทย
    ใครที่อยู่ในสังคมไทยมาพอสมควร ย่อมต้องคุ้นเคย
    ประหนึ่งว่า นี่แหละรัฐธรรมนูญที่แท้จริงของบ้านนี้เมืองนี้
    รัฐธรรมนูญนอกจากนี้ เรียกร้องไปเถอะ ร่างกันไปเถอะ

    นี่แหละรัฐที่ปกครองโดยคนดี นี่แหละการปกครองของคนดี
    นี่แหละรัฐที่เกิดจากการป้องกันคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ
    นี่แหละรัฐที่เกิดจากการสนับสนุนคนดีให้ได้ปกครอง

    คนดีในบ้านนี้เมืองนี้ หมายถึงคนที่มีอำนาจปิดปากคนอื่น
    ปิดปากคนอื่นไม่ให้พูดถึงความชั่วของตนได้ ก็เป็นคนดี
    และีดียิ่งขึ้น หากสามารถทำให้พูดได้แต่ความดีของตน

    การทำตนให้เป็นคนดี ก็คือ จงแสวงหาอำนาจปิดปากคนอื่น
    ยิ่งปิดปากคนอื่นได้มากเพียงใด ยิ่งเป็นคนดีมากเพียงนั้น
    ไม่ว่าความจริง ตนจะชั่วช้าเลวทราม อำมหิตเพียงใดก็ตาม

    นี่คือกฎเกณฑ์สูงสุดของบ้านนี้เมืองนี้
    และเป็นเรื่องปกติธรรมดาของบ้านนี้เมืองด้วยเช่นกัน

  • chaiyaporn

    เห็นด้วยที่ว่าสังคมไทยก้าวเดินไปข้างหน้ามากแล้ว และคงจะเดินไปได้ไกลกว่านี้ ถ้าคนกลุ่มหนึ่งเลิกที่ใช้กระบวนการต่างไม่ว่าจะเป็นยุติธรรม หรือทางการเมืองมุ่งที่จะทำลายคนอีกกลุ่มหนึ่งเพียงเพื่อรักษาฐานอำนาจและผลประโยชน์ของตนไว้

    การที่บ้านเมืองจะเดินหน้าต่อได้จำเป้นมีความยุติธรรมที่เสมอเท่าเทียมกัน ไม่ว่าไพร่หรือผู้ดีก็ต้องอยู่ในมาตรฐานเดียวกันจึงจะทำให้บ้านเมืองเป้นปรกติสุข

    ทุกวันนี้กลายเป้นดับเบิ้ลแสตนดาร์ดที่หาได้เท่าเทียมกันต่อคนทุกกลุ่มไม่ แล้วจะเรียกหาสังคมที่สงบสุขได้อย่างไร

  • old man

    ผมสงสัยว่า ถ้าทักษิณบอกว่าคืนที่ดินรัชดา จะยกเลิก “ความผิด” ได้บ้างหรือเปล่า?

    ทักษิณให้เมียจ่ายเงินซื้อที่ดินรัชดา โดนพิพากษาติดคุก
    แต่สุรยุทธ์ยึดเอาที่ดินหลวงมาฟรีๆเลย กลับได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกฯ

    มึนงงมากกับกฎหมายไทยๆ