กษิต : ไม่นำประเด็นคลั่งชาติด่าทอเหมือนอดีต

January 15, 2009

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวปาฐกถาเรื่อง “ภาพลักษณ์ไทยในสายตาชาวโลก” ในงานโพสต์ ฟอรัม 2009 เมื่อวันที่ 15 มกราคม ถึงเรื่องเขาพระวิหารว่า ล่าสุดได้คุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ได้ข้อสรุปตรงกันว่า จะปล่อยกระบวนการทางเทคนิคให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติไปตามขั้นตอน

รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงนโยบายต่อประเด็นเรื่องเขาพระวิหารว่า ไทยและกัมพูชามีรากฐานประเพณีเดียวกันมาเกือบ 2 พันปี ซึ่งน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นสานความสัมพันธ์ ชำระประวัติศาสตร์ร่วมกัน ส่วนเรื่องเขตแดนก็มีทั้งข้อตกลงสยาม-ฝรั่งเศสปี 1904 และ 1907 มีคณะกรรมการปักปันเขตแดน หลักเขตก็ปักแล้ว มีการทำบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) เมื่อปี 2543 จึงมีทั้งตัวบท รากฐานประวัติศาสตร์บนพื้นดิน มีองค์กรเจรจา ทั้งหมดจะให้เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการ โดยไม่มีประโยชน์ทับซ้อน ส่วนรัฐบาลมีหน้าที่สนับสนุนเจ้าหน้าที่เทคนิค และทั้งรัฐบาลไทยและกัมพูชาควรให้ความรู้ประชาชนตามข้อเท็จจริง อย่าเอาการเมืองภายในมาเกี่ยวข้อง อย่าบิดเบือนประวัติศาสตร์ อย่าคลั่งชาติ และตนเองจะไม่ทำอย่างนั้น

“ขอกราบวิงวอนสื่อมวลชน ท่านมีหน้าที่เสริมสร้างความสัมพันธ์ อย่าตอแยถามให้เกิดการทะเลาะ ไม่ใช่สิ่งที่ดี ผมคิดว่าไม่สร้างสรรค์ อีกฟากดินแดนไทย เขาฟังวิทยุโทรทัศน์ การทำละครควรคำนึงถึงความอ่อนไหว เห็นใจกัมพูชาที่เขาเคยเป็นเมืองขึ้น เคยมีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เขาเจ็บปวด อย่าให้ไทยไปทำให้เขาต่ำต้อย เราควรร่วมกันแชร์อารยะธรรมอย่างทัดเทียมกัน การจรรโลงความสันพันธ์เป็นหน้าที่ของเราทุกคน” นายกษิตกล่าวปิดท้าย

ที่มา : มติชน, ผู้จัดการ

ความเห็น SIU:
นี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องน่าเศร้าของประเทศชาติ แล้วที่ผ่านมา การโจมตีเรื่องนายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศจากพรรคพลังประชาชนทำการขายชาติให้เขมรของ ของพรรคประชาธิปัตย์, นักวิจัยสถาบันไทยคดีศึกษา ในธรรมศาสตร์ และกลุ่มพันธมิตรฯมันหมายความว่าอย่างไร ก่อนเป็นรัฐบาลข้อเท็จจริงเป็นอย่างหนึ่ง หลังเป็นรัฐบาลข้อเท็จจริงก็ลืมเลือนเสียแล้วก็ปล่อยให้ลืมๆกันไป ช่างไม่คงเส้นคงวาเสียเลย (ไม่ได้หมายความว่า SIU สนับสนุนให้ยังทวงประสาทพระวิหารจากกัมพูชา) เพียงแต่รู้สึกเสียดายชีวิตทหารที่เสียชีวิตจากการปะทะที่ชายแดนไทยกัมพูชา และจากกับระเบิดเท่านั้น

รวมถึงชีวิตชาวบ้านภูมิสรอล และเศรษฐกิจของคนที่นั่น รวมถึงการปะทะระหว่างขบวนธรรมยาตราของกลุ่มพันธมิตร และชาวบ้านภูมิสรอล

นอกจากนี้เมื่อเราตรวจสอบข้อมูลในประวัติศาสตร์ปี 2505 กระแสความขัดแย้งแบบชาตินิยมนี้ค่อยๆ เลือนหายไป จากการนำเสนอในหน้าหนังสือพิมพ์หลังจากที่มีคำตัดสินของศาลโลกภายในเวลา 7 วัน และกลับมาใหม่อีกเป็นเวลาสั้นๆ เมื่อไทยมีการกำหนดเขตส่งมอบปราสาทพระวิหารให้กัมพูชา และจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ มีคำปราศรัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “เขมรได้ไปแต่ซากเขาพระวิหาร แต่วิญญาณเขาพระวิหารยังคงอยู่กับไทยตลอดไป” ในวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2505

โปรดอ่านรายละเอียดจาก จดหมายข่าว Practical Utopia ฉบับที่ 3

Comments

Got something to say?