เกาหลีใต้เดินหน้าสำรวจศิลปินดารา โดนเอาเปรียบอย่างไรบ้าง?
กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ ได้ให้ความสำคัญถึงขั้นมีการจัดทำแบบสอบถามขึ้นมาเพื่อสำรวจดูว่ามีคนในวงการบันเทิงเกาหลีเคยถูกเอารัดเอาเปรียบรูปแบบใดกันบ้าง หลังจากก่อนหน้านี้ ที่เกาหลีใต้มีข่าวดาราฆ่าตัวตายออกมาหลายราย ล่าสุดก็ “จาง จา ยุน” นักแสดงสาวววัย 26 จากซีรีส์ สุดฮ็อต “Boys over flowers” หรือ “เอฟโฟร์-รักใสใส หัวใจสี่ดวง” เวอร์ชั่นของเกาหลี ที่แขวนคอตายในบ้านพัก เมื่อเดือนมีนาคม
จากข่าวเล่าว่า “วุฒิสมาชิกบยอน” ได้เปิดเผยรายงานผลการสำรวจชิ้นนี้ ซึ่งได้มาจากการตอบแบบสอบถามของดารานักแสดงชาย-หญิงรวม 60 คน,นักร้อง 80 คน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคอีก 60 คน แล้วได้ผลออกมาว่า มีคนในวงการบันเทิงถูกเอารัดเอาเปรียบในรูปแบบต่างๆ บางคนก็เคยถูกด่า ถูกกระทำทางคำพูด ต้องกลายเป็นที่รองรับอารมณ์ของคนที่มีอำนาจสูงกว่า บางคนก็เคยถูกแตะต้องเนื้อตัวอย่างไม่เหมาะสม ฯลฯ
นักแสดงชาย-หญิง 36.3% บอกว่า เคยถูกด่า และถูกทำร้ายร่างกาย นักแสดง นักร้อง เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิค 32% บอกว่า เคยถูกเรียกร้องเงินหรือขอสินบน
โดยนักแสดงหญิง 43.8% บอกว่า พวกเธอเคยถูกชวนให้ไปนั่งดื่มด้วย โดยที่เธอไม่อยากไปเลย ขณะที่นักแสดงหญิง 7.5% บอกว่า เคยถูกด่า ถูกทำร้ายร่างกาย, นักแสดงหญิงอีก 25% บอกว่า เคยถูกแตะต้องเนื้อตัวอย่างไม่เหมาะสม, มีนักแสดงหญิงอยู่ 12.5% บอกว่า เคยได้รับข้อเสนอจากสปอนเซอร์ ผู้มีอิทธิพลที่ยื่นข้อเสนอจะให้ความสนับสนุนพวกเธอทั้งด้านเงินทอง และใช้เส้นสายเพื่อให้พวกเธอได้รับบทบาทสำคัญในหนัง ในละคร เพื่อแลกกับการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเรื่องราวทำนองนี้เคยมีข่าวว่า “ไอวี่” และ “ซองยูนอา” ก็ได้เคยปฏิเสธไป
นอกจากนี้ยังมีศิลปินราว 36.8% ที่บอกว่า พวกเขาต้องยอมเสียลิขสิทธิ์ในผลงานของตนโดยไม่เต็มใจ อีก 31% บอกว่า ต้องจำใจไปทำงาน ไปแสดงในวัน เวลาที่ไม่เต็มใจ ไม่พร้อมที่จะไป ขณะที่มีศิลปิน นักแสดง เจ้าหน้าที่เทคนิคราว 59.2% ที่บอกว่า ไม่ได้รับเงินค่าตอบแทนเต็มจำนวน หรือหากได้รับเต็มจำนวนก็ได้รับช้ามาก
“หลังจากมีการทำสำรวจนี้ออกมาก็ต้องรอดูกันต่อไปว่ารัฐบาลเกาหลีใต้จะมีมาตรการ อะไรต่อไปเพื่อเป็นหลักประกันว่า ศิลปิน ดารา คนทำงานในวงการบันเทิงจะได้รับการปฏิบัติที่ดีขึ้น ได้ทำงานในบรรยากาศที่มีความเป็นมิตรมากขึ้น”
ที่มา : มติชน
………………….
ความเห็น SIU
ผู้ใหญ่หลายคนเป็นห่วงว่า “วัยรุ่นไทย” มีค่านิยมที่ผิดเพี้ยนไป โดยส่วนใหญ่ไม่ตั้งใจเรียน ทำงานอย่างขอไปที โดยหวังเพียงว่า “สักวันหนึ่งฉันจะได้เป็นดารา”
ตามหลักเศรษฐศาสตร์แล้ว ไม่สามารถบอกได้ว่า “วัยรุ่นไทย” คิดถูกหรือคิดผิด เพราะทุกคนมีค่านิยม ความคิด และทัศนคติไม่เหมือนกัน ใครจะไปรู้ได้ว่า “วัยรุ่นไทย” คนหนึ่งที่เลิกเรียนแต่กลางคัน อาจกลายเป็น “ดาราดัง” ที่สามารถโกอินเตอร์ และนำความดังมาสร้างรายได้ให้ประเทศไทยมากมายมหาศาลก็เป็นได้
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การบังคับให้ “วัยรุ่นไทย” เลิกฝันที่จะเป็นดารา แต่ควรจะเป็น “การวิจัยและให้ข้อมูลเชิงลึก” กับวัยรุ่นไทยว่า “ทุกอาชีพมีต้นทุน” มีความลำบากยากง่ายที่แตกต่างกัน
“ดารา” ต้องสูญเสียความเป็นส่วนตัว ถูกคุกคามทางเพศ ไม่มีหลักประกันของความมั่นคง วันนี้โด่งดัง พรุ่งนี้อาจดับสูญ ฯลฯ
ทฤษฏีเศรษฐศาสตร์บอกว่า “ที่ใดมีกำไรเกินปกติ ที่นั่นมีย่อมมีคู่แข่งหน้าใหม่เข้ามาช่วงชิง” ดังนั้นการเป็นดาราจึงต้องแข่งขันฟาดฟันกับผู้คนนับไม่ถ้วน อาชีพนี้จึงมีความไม่แน่นอนสูงมาก และอาจทำให้สูญเสียโอกาสในชีวิต เพื่อเลือกอาชีพอื่นที่เหมาะสมกว่า
น่าชื่นชม “กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้” ที่ได้ออกแบบสำรวจการถูกเอารัดเอาเปรียบของดาราออกมาให้สาธารณชนได้รับรู้
จึงได้แต่หวังว่า “กระทรวงวัฒนธรรมไทย” จะออกแบบสำรวจที่สร้างสรรค์เช่นนี้มาให้กับ “คนไทย” ได้รับรู้ภาพที่ถูกต้องสมจริงของสังคมดารา ที่ถูกสร้างภาพให้สวยงามเกินจริงมาตลอด
เพื่อให้ “คนไทย” ได้มีข้อมูลที่ครบถ้วน ในการตัดสินใจที่จะเลือกอาชีพดารา หรือไปมองหาอาชีพอื่นที่เหมาะสมกับตนเองมากกว่า
คงไม่ต้องรอให้มี “ดาราไทย” ฆ่าตัวตายเสียก่อน แล้วจึงค่อยทำแบบสำรวจ
