สัมภาษณ์คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์
December 1, 2008
Challenge Thailand 2010 ตอนที่เจ็ด เราได้รับเกียรติจากคุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ในประเทศไทย หนึ่งในสุดยอดผู้บริหารที่ได้รับการยอมรับเป็นอย่างมากจากสังคมไทย คุณก่อศักดิ์จะมาให้ความรู้กับเราทั้งในด้านธุรกิจ และภาวะเศรษฐกิจโลก จากมุมมองของนักธุรกิจใหญ่ผู้บริหารองค์กรที่มีพนักงานรวมกันกว่า 7 หมื่นคน
หนังสือที่คุณก่อศักดิ์แนะนำให้อ่าน คือ “จอมคนในจอมคนแผ่นดินเดือด หมื่นวิถีสู่ราชัน” ซึ่งเขียนโดยคุณเจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ ผู้ดำเนินรายการของ Practical Utopia
โครงการ Challenge Thailand 2010 เป็นการสัมภาษณ์ผู้นำความคิด ผู้บริหารนโยบายสาธารณะ นักวิชาการอาวุโส ผู้นำภาคประชาชนที่มีมุมมองต่อความขัดแย้งทางการเมืองตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา โดยบริบทการสัมภาษณ์เป็นการใช้ความเป็นไปได้ของประเทศไทยในอนาคต ที่ถูกกำหนดโดยสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกประเทศ
โครงการ Challenge Thailand 2010 ครั้งที่ผ่านมา
- ตอนที่ 1 – สัมภาษณ์คุณจักรภพ เพ็ญแข
- ตอนที่ 2 – สัมภาษณ์คุณสุริยะใส กตะศิลา
- ตอนที่ 3 – สัมภาษณ์ รศ. ดร. ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ
- ตอนที่ 4 – สัมภาษณ์ รศ. ดร. พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์
- ตอนที่ 5 – (ข้าม)
- ตอนที่ 6 – สัมภาษณ์ รศ. ดร. สุวินัย ภรณวลัย
Comments
24 Responses to “สัมภาษณ์คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์”
Got something to say?






Surprise มากๆ
คุณก่อศักดิ์ ดั๊นดัน มาแนะนำหนังสือของผมได้
มิรู้ว่าคิดอย่างไร
เมื่อคุยกันหลังไมค์ ท่านก็ถามถึงยอดขายหนังสือ
ต้องยอมรับว่า ผมไม่ทราบจริงๆ
แต่คิดเอาเองว่า น่าจะพอขายได้ แต่ก็ไม่หวือหวานัก
คุณก่อศักดิ์ก็ได้ให้กำลังใจว่า “ของดี ต้องดูนานๆ เชื่อว่าสักวันคนจะเห็นคุณความดี”
ผมละ ปลาบปลื้มอย่างสุดซึ้งที่คุณก่อศักดิ์ให้ความชื่นชมกับหนังสือผมขนาดนี้
มิกล้ารับ
แต่ก็ถือว่าโชคดีมาก ที่แม้หนังสือจะไม่ได้รับการตอบรับจากมหาชน แต่กลับได้รับการยอมรับจากจอมคน
สำหรับเรื่องเนื้อหานั้น ก็อยากให้ติดตามฟังกันนะครับ
แม้ว่าเรื่องที่ท่านพูดถึงจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ด้วยการอธิบาย และประสบการณ์จริงของท่าน
ก็เลยทำให้เนื้อหาลึกซึ้งนัก
โดยเฉพาะที่คุณกานต์ชื่นชอบมาก
เจริญชัย : อยากให้ช่วยพูดถึงการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาตะวันออก
ก่อศักดิ์ : เราเป็นคนไทย ทำธุรกิจในไทย ก็ต้องปฏิบัติตัวให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมไทย
คุณกานต์บอกว่า นี่คือ สุดยอดนักปฏิบัติโดยแท้ คือ ไม่ต้องอะไรมาก เราเป็นคนตะวันออก ก็ต้องปฏิบัติตัวให้สอดคล้องกับตลาดที่เราต้องการขาย
จบข่าว
ยังมีเกร็ด ข้อคิด ยอดเยี่ยมต่างๆอีกมากมาย ติดตามให้ได้นะครับ
เดี๋ยวจะไปสนับสนุนหนึ่งเล่มนะครับ หาทางกลับบ้านได้แล้วครับ
ท่าทางพธม. จะไม่ยอมคืนสนามบินง่ายๆ แน่เลย
ดูรายการแล้วเป็นอย่างไรบ้าง
สนุกสมใจหรือเปล่า
ขอบคุณที่จะอุดหนุนครับ 555
สำหรับตอนนี้ผมดูหลายรอบเลยครับ รู้สึกชอบมากๆ ครับ ผมสงสัยมาตลอดว่าผู้บริหารองค์กรระดับสูงเค้าคิดกันยังไง ถึงได้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญอย่างนั้น อยากจะเรียนรู้จากเค้าบ้าง วันนี้ได้มาฟังการสัมภาษณ์คุณก่อศักดิ์แล้วผมรู้สึกว่าผมได้เรียนรู้อะไรเยอะมากๆ เลยครับ เสียอย่างเดียวที่มีเวลาน้อยไปหน่อยครับ ผมรู้สึกว่าคุณก่อศักดิ์ยังมีมุมมองอะไรที่ไม่ธรรมดา และน่าเรียนรู้อีกมากมายครับ
ขอบคุณมากจริงๆ ครับที่พยายามสร้างงานดีๆ อย่างนี้ออกมาเรื่อยๆ ผมมีข้อเสนอเล็กๆ น้อยๆ นะคับ ผมขอเสนอให้สัมภาษณ์คุณวิกรม กรมดิษย์ ผู้ก่อตั้งอมตะนครคับ แกสร้างธุรกิจขึ้นมาจากศูนย์จนมาเป็นอมตะนคร ที่มูลค่าถึง 3 % ของ GDP ของไทยได้นี่ต้องเป็นคนที่ยอดเยี่ยมจริงๆ เลยนะครับ
ป.ล. ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ ที่หนังสือของคุณเจริญชัยได้รับการยอมรับ และไม่ใช่การยอมรับจากคนธรรมดา แต่เป็นผู้บริหารที่มีความคิดสุดยอดอย่างคุณก่อศักดิ์ นี่ทำให้ผมรู้สึกอย่างอื่นทั้งหนังสือของคุณเจริญชัย และจอมคนแผ่นดินเดือด ไม่ไม่รู้ว่าจะอ่านจบไหมตอนอยู่เมืองไทย จะขนกลับมาอเมริกาก็จนใจคับ
อยากสัมภาษณ์ คุณ วิกรม เหมือนกันครับ
แต่ยังไม่มี connection
sublime แน่นอนครับ ถ้าได้สัมภาษณ์
ได้ข่าวว่าแกชมชอบ “ศิลปะ” ซึ่งผมก็ลึกซึ้งไม่หยอกในด้านนี้เหมือนกัน
แต่ไม่รู้จะแนวเดียวกันหรือไม่
น่าแปลกไหมครับ ตอนนี้ ผมกลับชอบมังกรคู่ฯ มากกว่า
ผมว่า การสร้างเมืองเปียนฮวนขึ้นมา เป็นทั้งข้อดี ข้อเสีย ในตัวเอง
เพราะในมังกรคู่นั้น มันต้องอ่านดุลกำลังทั้งแผ่นดิน จะตีเมืองนั้น ก็ต้องระแวงเมืองนี้
แต่ “จอมคนฯ” เหมือนจะเน้นมาที่ไม่กี่เมือง เปียนฮวน เจี้ยนคัง ส่วนเมืองอื่นก็ไม่ค่อยมีบทบาท อีกอย่าง พอแยกเป็นเหนือใต้ ทำให้ขาดอรรถรสของการรวมแผ่นดิน
พูดถึงการวางแผน จอมคนฯ ล้ำลึกกว่า ละเอียดกว่า แต่มังกรคู่ฯ ก็ให้อารมณ์ไปอีกแบบ
เราสามารถเรียนรู้บทเรียนกลยุทธ์ได้จากทั้งสองเล่ม
รุ่นน้องผมได้ซื้อหนังสือเล่มใหม่ของ “หลงเหยิน” มาอ่านแล้ว
“มหาบุรุษพลิกปฐพี” เขาบอกว่าใช้ได้ทีเดียว
แต่อาจารย์ “สุวินัย” ไม่ชอบ “หลงเหยิน” บอกลึกล้ำสู้หวงอี้ไม่ได้
อยากให้อาจารย์ลองอ่านเล่มใหม่ดู เพราะทางสำนักพิมพ์บอกว่า ดีกว่า “อวสานจิ๋นซี”
สุดท้าย อย่าลืม “ศึกรักฯ” หลายคนไม่ชอบ แต่ผมคิดว่า ล้ำลึกไปอีกแบบ
ตอนแรกกะจะเขียนบทวิเคราะห์ขาย
แต่กลัวไม่มีใครตีพิมพ์ เพราะเล่มนี้ไม่ดังพอ
ขอบคุณ ink มากครับ
อิอิ ผมยังแปลกใจเลยว่า ทำไมคุณก่อศักดิ์ จึงประทับใจเล่มนี้มากนัก
แต่ผมก็ทุ่มเทฝีมือเขียนเต็มที่นะครับ เรียกว่าทุกบรรทัด มีความหมาย ทุกบรรทัดล้วนเข้มข้น
บางทีคุณก่อศักดิ์ อาจจะอยากส่งเสริมผมก็ได้ (ทั้งที่ตัวงานอาจไม่ได้ดีขนาดนั้น) เพราะคนในแวดวงนี้มีน้อยเกินไป
ink ครับ ผมพึ่งโทรศัพท์ ไปคุยกับพี่อาทิตย์ ลูกน้องคนสนิทของคุณก่อศักดิ์
เขาพูดคล้ายๆกับ คุณ ink เรียกว่า พ้องกันโดยมิได้นัดหมาย
เขาบอกว่า เวลาสั้นไปนิด คุณก่อฯ ยังมีแง่มุมอีกมากมายที่สนทนา
อยากให้คุยสบายๆมากกว่า ไม่ต้องจำกัดกรอบ ทำให้เรื่องที่น่าสนใจหลายเรื่อง กลับไม่สามารถนำเสนอได้
ว่างๆ พี่อาทิตย์ก็บอกว่า น่าจะจัดสัมมนา หรือมาพูดคุยกันอีก
ฟังแล้วก็รู้สึกว่า Cpall น่ารักจริงๆเลย (แม้ว่าผมจะอคติเล็กน้อยกับ CPF แต่ก็ค่อนข้างชื่นชอบวิสัยทัศน์ “เจ้าสัว”)
ถ้าแฟนๆเรียกร้องกันมากพอ เราอาจมี “อีกครั้ง” ก็ได้ครับ
ยินดีด้วยนะครับ คุณเจริญชัย ผม โหลดไปฟังแล้ว , ได้เห็นพัฒนาการของเวป ยกนิ้วให้ครับ
หมอสุรชัย
สวัสดีครับ
ผมหายไปปฏิบัติภาระกิจส่วนตัว และกิจการธุรกิจ เพื่อสร้างความเข็มแข็งให้เมืองไทยทางอ้อมแบบคุณก่อศักดิ์พูดไว้น่ะ
เห็นในเมล์ ว่าเป็นคุณก่อศักดิ์ ผมเลยเข้ามาฟังก่อน
ช่วงนี้ยุ่งมากๆ ไม่มีเวลาเลย แต่อยากฟังคุณก่อศักดิ์มากเลยขอซะหน่อย
ส่วนตัวผมมีหนังสือคุณก่อศักดิ์น่าจะเกือบๆๆทุกเล่ม อ่านแล้วเข้าใจและชอบความคิดของคุณก่อศักดิ์มากๆเลย
หลังๆก็ลองไปอ่านของเจ้าสัว ธนินทร์ แต่ผมก็ว่าคุณก่อศักดิ์เขียนแล้วอ่านเพลินและชอบมากกว่า
อ่านแล้วอินจนผมอยากไปลองศึกษาโกะ เพราะเห็นคุณก่อศักดิ์แกเชียร์ซะขนาดนั้น
คือ ฮิคารุเซียนโกเคยะทำให้ผมอินได้ ระดับหนึ่ง
แต่ของคุณก่อศักดิ์ ทำให้ผมอยากเข้าใจโกะในมุมมองของท่าน อยากลองเดินกับท่านสักกระดาน อิอิ
(แต่วันนี้ก็ยังไม่ได้ศึกษาสักที)
ผมอิจฉาคุณเจริญชัยมากเลยครับ
ผมอยากมีโอกาสที่คุณก่อศักดิ์ชมเชยแบบนี้บ้างจังเลย
ผมชอบเทปนี้มากครับ ฟังแล้วรู้สึกมันสั้นไปจริงๆ และคำถามดูกลางๆมากไป (สำหรับผมที่อ่านผลงานของคุณก่อศักดิ์มาก็เหมือนมาทวนความจำ) แต่ยังไงก็ชอบครับ
ถ้าผมเสร็จธุระแล้ว จะกลับมาเป็นแฟนประจำเต็มตัวครับ
ผมเคยฟังสัมภาษณ์ท่านเจ้าสัวนะครับ ผมถึงกับอึ้งไปเลยครับ เพราะว่าคนระดับนั้นเค้าคิดต่างกับคนทั่วๆ ไปจริงๆ ครับ ท่านไม่ได้มองว่าทำยังไงจะขายสินค้าได้มากขึ้น ใช้โปรโมชั่นอะไรดี การตลาดยังไงดี แต่กลับเสนอโมเดลใหม่สำหรับธุรกิจการเกษตรของไทย ถ้าทำได้ประเทศจะพัฒนาไปอีกหลายระดับเลยครับ
สรุปสิ่งที่ท่านมองสั้นๆ นะครับ (ผมอาจจะตกหล่นไปบ้าง ต้องขออภัยด้วย) ท่านบอกว่าต้องให้เกษตรกรอยู่ได้ รายได้ดี ขึ้นราคาสินค้าเกษตรไปเลย แล้วก็ขึ้นเิงินเดือนข้าราชการสองเท่า ให้คนมีเงินใช้จ่าย แล้วมันก็จะเป็นการกระุตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตทางอ้อมด้วย และก็ยังเสนอโมเดลการทำการเกษตรระบบปิด ที่ให้บริษัทเอกชนทำงานร่วมกับเกษตรกรอีกครับ
เีรียกได้ว่าเป็น insight ที่มาจากประสพการณ์จริงๆ เลยครับ ลุ่มลึกมาก ถ้าท่านมาีมีส่วนร่วมกำหนดนโยบายของประเทศนี่ ไทยเราน่าจะเจริญขึ้นอีกเยอะ ฟังท่านพูดแล้วรู้สึกเลยครับว่าผืนฟ้านั้นกว้างใหญ่จริงๆ ครับ
พูดถึงโก๊ะนี่ผมยัง Baby อยู่เลยครับ เล่นแต่แบบฝึกหัด ยังไม่เคยเล่นกระดานจริงๆ เลยครับ
อ๋อ มาอัพเดทข่าวครับ ผมจะไปถึงเมืองไทยวันอาทิตย์นี้นะครับ แล้วจะติดต่อคุณสุรศักดิ์ กับคุณเจริญชัยอีกทีนะครับ
เป็นคนจีน รุ่นค่อนข้างเก่าจริงๆ เพราะฟังสำเนียงแล้ว
ยังพูดไทยไม่ค่อยชัดเลยแฮะ
ฟังแล้วยอมรับว่าเป็นคนที่มอง เศรษฐกิจ มหภาคได้ดีทีเดียว
แนวคิดกระเดียดไปทางนิโอคลาสสิกเสียมาก มาจากประสบการณ์?
ผมยังแปลกใจว่า คนที่เชื่อเรื่องคลื่นลูกที่สาม จริงๆ จังๆ แต่
กลับยัง focus เรื่อง corporate ใหญ่ๆ ซึ่งผมมองว่า มันมี
increasing return น้อยกว่า network ของ firm เล็กๆ นะ
ซึ่งถ้าจะต่อประเด็นกันเรื่องนี้ คงไปได้ยาวทีเดียว
เพราะ 7-eleven ก็น่าจะเข้าข่าย เหมือนกัน
ทำการดาวโหลด mp 3 เฉพาะเสียง ได้แค่ 3 นาที เองค่ะ รบกวนช่วยตรวจสอบให้หน่อย นะค่ะ ว่าเป็นเพราะ อะไร
ถึงคุณ สุวรรณี
ผมลองดาวน์โหลด mp3 แล้ว ฟังได้ครบนะครับ ขนาดไฟล์ทั้งหมดอยู่ที่ 16.3MB ลองเช็คดูครับ ถ้าไม่ครบช่วยลองดาวน์โหลดใหม่อีกรอบครับ
ได้แล้วค่ะ ขอบคุณมากค่ะ ตอนแรกทำไม ทำไม่ได้ ก็ไม่รู้
คุณบดินทร์ยังเสนออะไรได้เฉียบคม ตามเคย
ผมคิดว่า เรื่องใหญ่หรือเล็ก ย่อมส่งผลต่อ Return
แต่ในท้ายที่สุด “คลื่นลูกที่ 3″ สำคัญกว่า
Microsoft ถึงแม้จะใหญ่มาก แต่ก็เติบโตให้ผลตอบแทนที่ดี
แต่มีบริษัทเล็กๆ จำนวนมาก โดยเฉพาะในธุรกิจเก่าที่ล้มหายตายจาก
ในคลื่นลูกที่ 3 ความใหญ่ อาจไม่ได้หมายถึงความอุ้ยอ้าย เชื่องช้าอีกต่อไป
ยินดีต้อนรับคุณ ink ครับ อยากพบเจอมานานแล้ว
สำหรับคุณสุวรรณีนั้น แหม ไม่ยอมเห็นหน้าเห็นตากันเลย
ฟังแต่เสียงเสียนี่ อิอิ
ยินดีที่คุณ nut จะสนใจเรื่อง “โกะ” ครับ
ผมก็สนใจ แต่ยังไม่มีเวลาได้ฝึกฝนเลย (ทั้งที่คุณก่อศักดิ์ เคยบอกว่า ต้องฝึกให้ได้ ไม่งั้นจะเป็นความเสียดายในชีวิต)
ขอบคุณ คุณหมอสุรชัยมากครับ
ยินดีที่ได้รับคำชมจากคุณหมอครับ
เราจะปรับปรุงเว็บไซต์ให้เด็ดดวงขึ้นทุกวัน
(กำลังจะเปลี่ยน logo ใหม่ครับ)
[...] ตอนที่ 7 – สัมภาษณ์คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ… [...]
ช้าไปรึป่าวครับ เพิ่งได้เปิดฟังเมื่อวาน ขอแสดงความคิดเห็นจากความรู้อันน้อยนิดของผม
เรื่องแนวคิด Thailand inc. ที่สนับสนุนให้ประเทศมีบริษัทเอกชน เป็นเสาหลักๆมาก อย่าง เช่น Singapore หรือ USA
ประเด็นคือ ปัญหามันอยู่ที่การพยายามผูกขาดของบริษัทยักใหญ่หรือปล่าว? ที่มักจะคอยพยายามตัดแข้ง ตัดขาบริษัทขนาดกลาง รวมถึงขนาดย่อยไม่ให้เจริญเติบโต เช่น เข้าไปแก้กฎหมาย หรือ เข้าtake over ซะเลย การถือความได้เปรียบในเรื่อง economic of scale n’ scope ทำให้สามารถขายตัดราคาได้ เช่นกรณี ปตท. ที่กดราคา จนทำให้บางจากต้องถอนตัวจากธุรกิจ (จะว่าไป บริษัทเล็กๆเองก็ใช่ย่อย (ผมไม่มีข้อมูลว่าในเมืองไทยเป็นหรือป่าวนะครับ แต่ที่เมืองนอกนี่เยอะเลย) ที่พยายามทำให้บริษัทตัวเองมีชื่อเสียง เพื่อรอให้บริษัทใหญ่มา take over ไป..)
เรื่อง The Third Wave ก็ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ว่า เป็นการเข้าทางกลุ่ม neo – liberalism (ผมว่ามันเข้าเลยแหละ) หนังสือเล่มนี้พยายามจะบอกกับเราว่า “ท้ายสุดแล้ว จะไม่เกิดการผูกขาด แต่อำนาจจะถูกแยกส่วน ถูกแทนที่ด้วยวัฒนธรรมปลีกย่อย” ซึ่งใช้เป็นข้ออ้างพยายามผลักดัน เพื่อให้ประเทศต่างๆต้องเปิด free trade .. ยิ่งถ้าเรามองดูจากวิกฤตครั้งนี้ พิสูจน์ให้เห็นได้เลยว่า ตัวตลาดเองไม่สามารถควบคุมดูแลกันเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่จริง Toffler ออกหนังสืออีกเล่มหนังจากเล่มนี้ คือ Revolutionary Wealth ที่เหมือนกับจะมาขยายความเพิ่มเติมต่อจาก The Third Wave .. เขามองว่า ตลาดที่เท่าเทียมกันไม่มีอยู่จริงหรอก แต่ผมก็คิดว่า ตลาดเสรี ที่เขาอ้างถึง มันก็เป็นเพียงแค่อุดมคติของนักเศรษฐศาสตร์ เหมือนกัน มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะแยกตลาดออกจาก โครงสร้างสถาบัน ระดับประเทศต่างๆ…คือ ถ้าได้แนวคิดมาจากหนังสือเล่มนี้ ก็ต้องบอกว่า ละเลยประเด็นปัญหาที่สำคัญไปหลายประเด็น อีกทั้งยังมองโลกในแง่ดีเกินไปอีกด้วย..
แต่..ที่คุณก่อศักดิ์พูดก็เป็นข้อเสนอที่น่าเอาไปคิดต่อ รวมถึงการมองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น
-การเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนของรายย่อยที่มีความสามารถ แต่ไม่มีหลักทรัพย์ (ถ้ามีแล้วจะไปกู้ทำพระแสงอะไร?) ควรดูที่แผนงานธุรกิจมากกว่า ว่าเป็นไปได้หรือทำได้จริงมากน้อยแค่ไหน รวมถึงติดตามผลการทำงานในระยะยยาว ไม่ใช่อนุมัติแล้วปล่อยตามยธากรรม
-การลดการผูกขาดของบริษัทใหญ่ๆที่เป็นเจ้าตลาด ปล่อยให้การแข่งขันเป็นไปอย่างเสรี(ตามกลไกตลาด) ไม่ใช่พยายามวิ่งเต้นออกกฎหมาย เพื่อเอื้อประโยชน์กับบริษัทตน(CP เองก็ทำประจำไม่ใช่หรือ?) … ผมกำลังฝันอยู่หรือป่าวหว่า ฮ่าๆ
ปล.โดยรวมแล้วชอบครับ..
ขอบคุณครับ เป็นคำวิจารณ์ที่สร้างสรรค์
ถ้าตอบในมุมมองส่วนตัว
ผมคิดเอาจากประสบการณ์ของประเทศพัฒนา ไม่ใช่จากทฤษฏีซึ่งสมัยก่อนผมเชื่อมากกว่า
ผมสังเกตว่า สังคมประเทศพัฒนาก็มีการกดขี่มากมาย ก่อนหน้านี้
แต่พอประเทศรวยถึงระดับหนึ่ง มันเหมือนกับว่า คนเริ่มมีการศึกษามากขึ้น
เลือกนักการเมืองได้ดีขึ้น อะไรอื่นๆ ก็ดีขึ้นตาม
ทฤษฏีการพัฒนาอันหนึ่ง ถ้าจำไม่ผิดคือ trickledown effect เขาบอกว่า ปล่อยให้คนจำนวนหนึ่งรวยไปก่อน แล้วจะไหลไปสู่คนจน
ผมไม่เชื่อนะครับ สมัยก่อน แต่ทำไมหลักฐานเชิงประจักษ์ มันจึงเป็นอย่างนั้นก็ไม่รู้
ในประเทศพัฒนามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ถ้าประเทศเราทำตามแล้วมันจะเป็นอย่างนั้นนะ
คิดแบบงี่เง่าหน่อย เมืองไทย มัวคอยขัดแข้งขัดขากัน กลัวคนนั้นโกง คนนี้โกง สุดท้าย มันเลยไม่มีคนรวยจริง พอไม่รวยจริง มันก็ไม่กระจายสู่รากหญ้า
ทักษิณ เหมือนจะพยายามทำแบบนี้ แต่ก็ไม่สำเร็จ มีหลายคนเชื่อว่า ปล่อยให้ทำไปดีกว่า โกงบ้างอะไรบ้างไม่เป็นไร แล้วสุดท้าย เราจะรวยขึ้น คนฉลาดขึ้น สุดท้ายหากทักษิณยังไม่ปรับปรุงก็จะอยู่ไม่ได้
แต่กรณีนี้ก็พูดยาก หลายคนก็กลัวว่า มันจะไม่เหมือนประเทศพัฒนาแล้วอีก มันจะกลายเป็นแย่กว่าเดิมอีก
ผมก็เชื่อว่ามันเป็นอย่างนั้นเหมือนกัน
สรุป สุดท้าย ผมเชื่อว่า สังคมมีวาระของมัน
ที่ก่อนหน้านี้ทักษิณ พยายามจะทำ แต่ไม่สำเร็จ ก็เพราะสังคมไทยยังไม่พร้อม
หากทักษิณ กลับมาชนะคราวนี้ แล้วทำสำเร็จ ก็อาจจะเพราะมันพร้อมแล้วก็ได้
555 คิดแบบง่ายๆ อย่างนี้ สบายใจดี
ผมเชื่อในกฏ 75 ปี ซึ่งผมเป็นคนคิดขึ้นมาคนแรก
2325
2398 (75-2)
2475 (75)
2552 (75+2)
ปีหน้าได้เห็นแน่
ส่วนจะเป็นใครแพ้ใครชนะ ต้องตามดูต่อไป
ผมเชื่อในกฏของดาร์วินว่า “ผู้ปรับตัวได้ดีกว่า คือ ผู้ชนะ”
แถมท้ายอีกนิดนึง ผมค่อนข้างเชื่อในทฤษฏี “คลื่นลูกที่สาม” นะครับ
แต่ต้องจับจุดให้ดีนะครับ
สังคมที่เข้าสู่คลื่นลูกที่สาม ไม่ได้วัดที่ GDP นะครับ
วัดที่ขนาดของการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การผลิตข่าวสารที่มีคุณภาพ
ผมคิดว่า โมเดล บริษัทเดียว หรือหลายบริษัท รายย่อยหรือรายใหญ่
ตอนนี้ไม่สำคัญแล้ว เพราะเราข้ามพ้นยุคอุตสาหกรรม หรือคลื่นลูกที่ 2 ไปแล้ว
สำคัญสุดคือ สังคม ต้องมีข้อมูลข่าวสารที่สุดยอด หลากหลาย มีคุณภาพ
และมีการกระจ่ายทั่วกันในสังคม
หากเงื่อนไขนี้สำเร็จ จะมีบริษัท ทั้งเล็กและใหญ่ เติบโตขึ้นมาเอง
ไม่ต้องกลัวว่าสังคมจะโกงเยอะ ดูภาพโป๊ ฯลฯ
ขอเพียงข่าวสารมีคุณภาพ มีโอกาสเผยแพร่
เมืองไทยดีขึ้นแน่นอนครับ
CONFIRM
ไปเที่ยวกับแฟน สนุกกว่าเยอะ คุณเจริญชัย เริ่มเข้าใจอะไร อะไร ในเวปนี้มากขึ้น เลยไม่ค่อยสนใจเหมือนแต่ก่อน……… หาก เราจะอยู่ในอีก ห้าปี ข้างหน้า แล้วมองย้อนมาที่เวปนี้ในปัจจุบัน คงได้ เห็นแง่มุม ที่มีทั้งถูกและผิด คงสนุกไม่น้อย ไม่เหมือน อ่าน จอมคนแผ่นดินเดือดนะ อยากรู้ว่าตอนจบเป็นยังไง ก้อไปอ่านเล่มท้าย ๆ ได้เลย ไม่ต้องมานั่งถกเถียงกัน ให้เมื่อยตุ้ม คนที่เถียงกัน จะเหนื่อยหน่อย นะค่ะ แต่คนที่ นั่งดูเค้าเถียงกัน นะ ได้ประโยชน์มหาศาลเลย รู้ป่าว
ชอบความคิดเห็นนี้นะครับ
ความสนุกของมนุษย์ก็อยู่ตรงนี้แหละครับ
ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร
ชอบที่นำไปเปรียบเทียบกับนิยาย ที่พอเปิดไปตอนจบ ก็รู้แล้ว
ที่สำคัญ คนที่ดูเขาเถียงกันจะได้ประโยชน์ อันนี้จริงครับ
แต่คนที่เถียงกันก็อาจได้ประโยชน์เหมือนกันนะครับ เพราะดูอย่างเดียวอาจเข้าใจไม่ลึกซึ้งพอ
เอาเป็นว่า อย่าลืมติดตามกันต่อไปนะครับ
[...] 3.ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ เด็กหนุ่มคนนี้น่าสนใจ “เจริญชัย [...]
[...] ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย เสวนาโดย เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ แขกรับเชิญพิเศษ ปรเมศวร์ [...]
[...] “คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์” ผู้เขียนหนังสือ “CEO กับความรัก” [...]