<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:itunes="http://www.itunes.com/dtds/podcast-1.0.dtd"
xmlns:rawvoice="http://www.rawvoice.com/rawvoiceRssModule/"
	>
<channel>
	<title>Comments on: สัมภาษณ์คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์</title>
	<atom:link href="http://www.siamintelligence.com/korsak_interview/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.siamintelligence.com/korsak_interview/</link>
	<description>Dare to Think</description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Feb 2012 15:56:00 +0000</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
	<item>
		<title>By: “มังกรคู่สู้สิบทิศ” วิถีสู่จอมคน &#124; Siam Intelligence</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/korsak_interview/comment-page-1/#comment-7770</link>
		<dc:creator>“มังกรคู่สู้สิบทิศ” วิถีสู่จอมคน &#124; Siam Intelligence</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Jun 2011 10:36:34 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/wordpress/?p=968#comment-7770</guid>
		<description>[...] ขออุทิศบทความนี้แด่คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ที่กระตุ้นให้ผู้เขียนได้อ่าน “มังกรคู่สู้สิบทิศ” ในเชิงลึกยิ่งขึ้น และพี่ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เขียนไม่ยึดติดเชื่อมโยงนวนิยายเข้ากับสถานการณ์การเมืองไทยอีกต่อไป หากทว่าปลดปล่อยปลายปากกาไปตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ    Tweet [...]</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>[...] ขออุทิศบทความนี้แด่คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ที่กระตุ้นให้ผู้เขียนได้อ่าน “มังกรคู่สู้สิบทิศ” ในเชิงลึกยิ่งขึ้น และพี่ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เขียนไม่ยึดติดเชื่อมโยงนวนิยายเข้ากับสถานการณ์การเมืองไทยอีกต่อไป หากทว่าปลดปล่อยปลายปากกาไปตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ    Tweet [...]</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: &#8220;ก่อศักดิ์&#8221; รับรางวัลผู้บริหารสูงสุดยอดเยี่ยมแห่งปี &#124; Siam Intelligence Unit</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/korsak_interview/comment-page-1/#comment-5693</link>
		<dc:creator>&#8220;ก่อศักดิ์&#8221; รับรางวัลผู้บริหารสูงสุดยอดเยี่ยมแห่งปี &#124; Siam Intelligence Unit</dc:creator>
		<pubDate>Sat, 20 Nov 2010 08:34:36 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/wordpress/?p=968#comment-5693</guid>
		<description>[...] ไชยรัศมีศักดิ์ ในโครงการ Challenge Thailand 2010 ตอนที่เจ็ด [...]</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>[...] ไชยรัศมีศักดิ์ ในโครงการ Challenge Thailand 2010 ตอนที่เจ็ด [...]</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Siam Intelligence Unit &#187; Practical Radio ตอนที่ 3 ความรัก คือ ลมหายใจของชีวิต</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/korsak_interview/comment-page-1/#comment-3400</link>
		<dc:creator>Siam Intelligence Unit &#187; Practical Radio ตอนที่ 3 ความรัก คือ ลมหายใจของชีวิต</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Dec 2009 19:15:04 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/wordpress/?p=968#comment-3400</guid>
		<description>[...] &#8220;คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์&#8221; ผู้เขียนหนังสือ &#8220;CEO กับความรัก&#8221; [...]</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>[...] &#8220;คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์&#8221; ผู้เขียนหนังสือ &#8220;CEO กับความรัก&#8221; [...]</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Siam Intelligence Unit &#187; “ การบริหารความฝันในยุคที่เมืองไทยกำลังฝันร้าย ”</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/korsak_interview/comment-page-1/#comment-2488</link>
		<dc:creator>Siam Intelligence Unit &#187; “ การบริหารความฝันในยุคที่เมืองไทยกำลังฝันร้าย ”</dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Jul 2009 07:27:39 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/wordpress/?p=968#comment-2488</guid>
		<description>[...] ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย เสวนาโดย เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ แขกรับเชิญพิเศษ ปรเมศวร์ [...]</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>[...] ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย เสวนาโดย เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ แขกรับเชิญพิเศษ ปรเมศวร์ [...]</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Siam Intelligence Unit &#187; &#8220;คำนิยม&#8221; จากคน 3 รุ่น</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/korsak_interview/comment-page-1/#comment-2039</link>
		<dc:creator>Siam Intelligence Unit &#187; &#8220;คำนิยม&#8221; จากคน 3 รุ่น</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 29 Mar 2009 14:26:36 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/wordpress/?p=968#comment-2039</guid>
		<description>[...] 3.ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ เด็กหนุ่มคนนี้น่าสนใจ “เจริญชัย [...]</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>[...] 3.ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ เด็กหนุ่มคนนี้น่าสนใจ “เจริญชัย [...]</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/korsak_interview/comment-page-1/#comment-1679</link>
		<dc:creator>เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Dec 2008 12:36:59 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/wordpress/?p=968#comment-1679</guid>
		<description>ชอบความคิดเห็นนี้นะครับ

ความสนุกของมนุษย์ก็อยู่ตรงนี้แหละครับ
ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร

ชอบที่นำไปเปรียบเทียบกับนิยาย ที่พอเปิดไปตอนจบ ก็รู้แล้ว

ที่สำคัญ คนที่ดูเขาเถียงกันจะได้ประโยชน์ อันนี้จริงครับ

แต่คนที่เถียงกันก็อาจได้ประโยชน์เหมือนกันนะครับ เพราะดูอย่างเดียวอาจเข้าใจไม่ลึกซึ้งพอ

เอาเป็นว่า อย่าลืมติดตามกันต่อไปนะครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ชอบความคิดเห็นนี้นะครับ</p>
<p>ความสนุกของมนุษย์ก็อยู่ตรงนี้แหละครับ<br />
ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร</p>
<p>ชอบที่นำไปเปรียบเทียบกับนิยาย ที่พอเปิดไปตอนจบ ก็รู้แล้ว</p>
<p>ที่สำคัญ คนที่ดูเขาเถียงกันจะได้ประโยชน์ อันนี้จริงครับ</p>
<p>แต่คนที่เถียงกันก็อาจได้ประโยชน์เหมือนกันนะครับ เพราะดูอย่างเดียวอาจเข้าใจไม่ลึกซึ้งพอ</p>
<p>เอาเป็นว่า อย่าลืมติดตามกันต่อไปนะครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: สุวรรณี</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/korsak_interview/comment-page-1/#comment-1631</link>
		<dc:creator>สุวรรณี</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 21 Dec 2008 13:59:05 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/wordpress/?p=968#comment-1631</guid>
		<description>ไปเที่ยวกับแฟน สนุกกว่าเยอะ คุณเจริญชัย เริ่มเข้าใจอะไร อะไร ในเวปนี้มากขึ้น เลยไม่ค่อยสนใจเหมือนแต่ก่อน......... หาก เราจะอยู่ในอีก ห้าปี ข้างหน้า แล้วมองย้อนมาที่เวปนี้ในปัจจุบัน คงได้ เห็นแง่มุม ที่มีทั้งถูกและผิด คงสนุกไม่น้อย  ไม่เหมือน อ่าน จอมคนแผ่นดินเดือดนะ อยากรู้ว่าตอนจบเป็นยังไง ก้อไปอ่านเล่มท้าย ๆ ได้เลย ไม่ต้องมานั่งถกเถียงกัน ให้เมื่อยตุ้ม  คนที่เถียงกัน จะเหนื่อยหน่อย นะค่ะ แต่คนที่ นั่งดูเค้าเถียงกัน นะ ได้ประโยชน์มหาศาลเลย   รู้ป่าว</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ไปเที่ยวกับแฟน สนุกกว่าเยอะ คุณเจริญชัย เริ่มเข้าใจอะไร อะไร ในเวปนี้มากขึ้น เลยไม่ค่อยสนใจเหมือนแต่ก่อน&#8230;&#8230;&#8230; หาก เราจะอยู่ในอีก ห้าปี ข้างหน้า แล้วมองย้อนมาที่เวปนี้ในปัจจุบัน คงได้ เห็นแง่มุม ที่มีทั้งถูกและผิด คงสนุกไม่น้อย  ไม่เหมือน อ่าน จอมคนแผ่นดินเดือดนะ อยากรู้ว่าตอนจบเป็นยังไง ก้อไปอ่านเล่มท้าย ๆ ได้เลย ไม่ต้องมานั่งถกเถียงกัน ให้เมื่อยตุ้ม  คนที่เถียงกัน จะเหนื่อยหน่อย นะค่ะ แต่คนที่ นั่งดูเค้าเถียงกัน นะ ได้ประโยชน์มหาศาลเลย   รู้ป่าว</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: เจริญชัย</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/korsak_interview/comment-page-1/#comment-1622</link>
		<dc:creator>เจริญชัย</dc:creator>
		<pubDate>Sat, 20 Dec 2008 08:30:02 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/wordpress/?p=968#comment-1622</guid>
		<description>ขอบคุณครับ เป็นคำวิจารณ์ที่สร้างสรรค์

ถ้าตอบในมุมมองส่วนตัว

ผมคิดเอาจากประสบการณ์ของประเทศพัฒนา ไม่ใช่จากทฤษฏีซึ่งสมัยก่อนผมเชื่อมากกว่า

ผมสังเกตว่า สังคมประเทศพัฒนาก็มีการกดขี่มากมาย ก่อนหน้านี้

แต่พอประเทศรวยถึงระดับหนึ่ง มันเหมือนกับว่า คนเริ่มมีการศึกษามากขึ้น

เลือกนักการเมืองได้ดีขึ้น อะไรอื่นๆ ก็ดีขึ้นตาม

ทฤษฏีการพัฒนาอันหนึ่ง ถ้าจำไม่ผิดคือ trickledown effect เขาบอกว่า ปล่อยให้คนจำนวนหนึ่งรวยไปก่อน แล้วจะไหลไปสู่คนจน

ผมไม่เชื่อนะครับ สมัยก่อน แต่ทำไมหลักฐานเชิงประจักษ์ มันจึงเป็นอย่างนั้นก็ไม่รู้

ในประเทศพัฒนามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ถ้าประเทศเราทำตามแล้วมันจะเป็นอย่างนั้นนะ

คิดแบบงี่เง่าหน่อย เมืองไทย มัวคอยขัดแข้งขัดขากัน กลัวคนนั้นโกง คนนี้โกง สุดท้าย มันเลยไม่มีคนรวยจริง พอไม่รวยจริง มันก็ไม่กระจายสู่รากหญ้า

ทักษิณ เหมือนจะพยายามทำแบบนี้ แต่ก็ไม่สำเร็จ มีหลายคนเชื่อว่า ปล่อยให้ทำไปดีกว่า โกงบ้างอะไรบ้างไม่เป็นไร แล้วสุดท้าย เราจะรวยขึ้น คนฉลาดขึ้น สุดท้ายหากทักษิณยังไม่ปรับปรุงก็จะอยู่ไม่ได้

แต่กรณีนี้ก็พูดยาก หลายคนก็กลัวว่า มันจะไม่เหมือนประเทศพัฒนาแล้วอีก มันจะกลายเป็นแย่กว่าเดิมอีก

ผมก็เชื่อว่ามันเป็นอย่างนั้นเหมือนกัน

สรุป สุดท้าย ผมเชื่อว่า สังคมมีวาระของมัน
ที่ก่อนหน้านี้ทักษิณ พยายามจะทำ แต่ไม่สำเร็จ ก็เพราะสังคมไทยยังไม่พร้อม
หากทักษิณ กลับมาชนะคราวนี้ แล้วทำสำเร็จ ก็อาจจะเพราะมันพร้อมแล้วก็ได้

555 คิดแบบง่ายๆ อย่างนี้ สบายใจดี

ผมเชื่อในกฏ 75 ปี ซึ่งผมเป็นคนคิดขึ้นมาคนแรก

2325
2398 (75-2)
2475 (75)
2552 (75+2)

ปีหน้าได้เห็นแน่
ส่วนจะเป็นใครแพ้ใครชนะ ต้องตามดูต่อไป

ผมเชื่อในกฏของดาร์วินว่า “ผู้ปรับตัวได้ดีกว่า คือ ผู้ชนะ”

แถมท้ายอีกนิดนึง ผมค่อนข้างเชื่อในทฤษฏี “คลื่นลูกที่สาม” นะครับ
แต่ต้องจับจุดให้ดีนะครับ

สังคมที่เข้าสู่คลื่นลูกที่สาม ไม่ได้วัดที่ GDP นะครับ
วัดที่ขนาดของการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การผลิตข่าวสารที่มีคุณภาพ

ผมคิดว่า โมเดล บริษัทเดียว หรือหลายบริษัท รายย่อยหรือรายใหญ่
ตอนนี้ไม่สำคัญแล้ว เพราะเราข้ามพ้นยุคอุตสาหกรรม หรือคลื่นลูกที่ 2 ไปแล้ว

สำคัญสุดคือ สังคม ต้องมีข้อมูลข่าวสารที่สุดยอด หลากหลาย มีคุณภาพ
และมีการกระจ่ายทั่วกันในสังคม

หากเงื่อนไขนี้สำเร็จ จะมีบริษัท ทั้งเล็กและใหญ่ เติบโตขึ้นมาเอง

ไม่ต้องกลัวว่าสังคมจะโกงเยอะ ดูภาพโป๊ ฯลฯ

ขอเพียงข่าวสารมีคุณภาพ มีโอกาสเผยแพร่

เมืองไทยดีขึ้นแน่นอนครับ

CONFIRM</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ขอบคุณครับ เป็นคำวิจารณ์ที่สร้างสรรค์</p>
<p>ถ้าตอบในมุมมองส่วนตัว</p>
<p>ผมคิดเอาจากประสบการณ์ของประเทศพัฒนา ไม่ใช่จากทฤษฏีซึ่งสมัยก่อนผมเชื่อมากกว่า</p>
<p>ผมสังเกตว่า สังคมประเทศพัฒนาก็มีการกดขี่มากมาย ก่อนหน้านี้</p>
<p>แต่พอประเทศรวยถึงระดับหนึ่ง มันเหมือนกับว่า คนเริ่มมีการศึกษามากขึ้น</p>
<p>เลือกนักการเมืองได้ดีขึ้น อะไรอื่นๆ ก็ดีขึ้นตาม</p>
<p>ทฤษฏีการพัฒนาอันหนึ่ง ถ้าจำไม่ผิดคือ trickledown effect เขาบอกว่า ปล่อยให้คนจำนวนหนึ่งรวยไปก่อน แล้วจะไหลไปสู่คนจน</p>
<p>ผมไม่เชื่อนะครับ สมัยก่อน แต่ทำไมหลักฐานเชิงประจักษ์ มันจึงเป็นอย่างนั้นก็ไม่รู้</p>
<p>ในประเทศพัฒนามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ</p>
<p>แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ถ้าประเทศเราทำตามแล้วมันจะเป็นอย่างนั้นนะ</p>
<p>คิดแบบงี่เง่าหน่อย เมืองไทย มัวคอยขัดแข้งขัดขากัน กลัวคนนั้นโกง คนนี้โกง สุดท้าย มันเลยไม่มีคนรวยจริง พอไม่รวยจริง มันก็ไม่กระจายสู่รากหญ้า</p>
<p>ทักษิณ เหมือนจะพยายามทำแบบนี้ แต่ก็ไม่สำเร็จ มีหลายคนเชื่อว่า ปล่อยให้ทำไปดีกว่า โกงบ้างอะไรบ้างไม่เป็นไร แล้วสุดท้าย เราจะรวยขึ้น คนฉลาดขึ้น สุดท้ายหากทักษิณยังไม่ปรับปรุงก็จะอยู่ไม่ได้</p>
<p>แต่กรณีนี้ก็พูดยาก หลายคนก็กลัวว่า มันจะไม่เหมือนประเทศพัฒนาแล้วอีก มันจะกลายเป็นแย่กว่าเดิมอีก</p>
<p>ผมก็เชื่อว่ามันเป็นอย่างนั้นเหมือนกัน</p>
<p>สรุป สุดท้าย ผมเชื่อว่า สังคมมีวาระของมัน<br />
ที่ก่อนหน้านี้ทักษิณ พยายามจะทำ แต่ไม่สำเร็จ ก็เพราะสังคมไทยยังไม่พร้อม<br />
หากทักษิณ กลับมาชนะคราวนี้ แล้วทำสำเร็จ ก็อาจจะเพราะมันพร้อมแล้วก็ได้</p>
<p>555 คิดแบบง่ายๆ อย่างนี้ สบายใจดี</p>
<p>ผมเชื่อในกฏ 75 ปี ซึ่งผมเป็นคนคิดขึ้นมาคนแรก</p>
<p>2325<br />
2398 (75-2)<br />
2475 (75)<br />
2552 (75+2)</p>
<p>ปีหน้าได้เห็นแน่<br />
ส่วนจะเป็นใครแพ้ใครชนะ ต้องตามดูต่อไป</p>
<p>ผมเชื่อในกฏของดาร์วินว่า “ผู้ปรับตัวได้ดีกว่า คือ ผู้ชนะ”</p>
<p>แถมท้ายอีกนิดนึง ผมค่อนข้างเชื่อในทฤษฏี “คลื่นลูกที่สาม” นะครับ<br />
แต่ต้องจับจุดให้ดีนะครับ</p>
<p>สังคมที่เข้าสู่คลื่นลูกที่สาม ไม่ได้วัดที่ GDP นะครับ<br />
วัดที่ขนาดของการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การผลิตข่าวสารที่มีคุณภาพ</p>
<p>ผมคิดว่า โมเดล บริษัทเดียว หรือหลายบริษัท รายย่อยหรือรายใหญ่<br />
ตอนนี้ไม่สำคัญแล้ว เพราะเราข้ามพ้นยุคอุตสาหกรรม หรือคลื่นลูกที่ 2 ไปแล้ว</p>
<p>สำคัญสุดคือ สังคม ต้องมีข้อมูลข่าวสารที่สุดยอด หลากหลาย มีคุณภาพ<br />
และมีการกระจ่ายทั่วกันในสังคม</p>
<p>หากเงื่อนไขนี้สำเร็จ จะมีบริษัท ทั้งเล็กและใหญ่ เติบโตขึ้นมาเอง</p>
<p>ไม่ต้องกลัวว่าสังคมจะโกงเยอะ ดูภาพโป๊ ฯลฯ</p>
<p>ขอเพียงข่าวสารมีคุณภาพ มีโอกาสเผยแพร่</p>
<p>เมืองไทยดีขึ้นแน่นอนครับ</p>
<p>CONFIRM</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Tentty</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/korsak_interview/comment-page-1/#comment-1621</link>
		<dc:creator>Tentty</dc:creator>
		<pubDate>Sat, 20 Dec 2008 08:29:38 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/wordpress/?p=968#comment-1621</guid>
		<description>ช้าไปรึป่าวครับ เพิ่งได้เปิดฟังเมื่อวาน ขอแสดงความคิดเห็นจากความรู้อันน้อยนิดของผม

เรื่องแนวคิด Thailand inc. ที่สนับสนุนให้ประเทศมีบริษัทเอกชน เป็นเสาหลักๆมาก อย่าง เช่น Singapore หรือ USA

ประเด็นคือ ปัญหามันอยู่ที่การพยายามผูกขาดของบริษัทยักใหญ่หรือปล่าว? ที่มักจะคอยพยายามตัดแข้ง ตัดขาบริษัทขนาดกลาง รวมถึงขนาดย่อยไม่ให้เจริญเติบโต เช่น เข้าไปแก้กฎหมาย หรือ เข้าtake over ซะเลย การถือความได้เปรียบในเรื่อง economic of scale n’ scope ทำให้สามารถขายตัดราคาได้ เช่นกรณี ปตท. ที่กดราคา จนทำให้บางจากต้องถอนตัวจากธุรกิจ (จะว่าไป บริษัทเล็กๆเองก็ใช่ย่อย (ผมไม่มีข้อมูลว่าในเมืองไทยเป็นหรือป่าวนะครับ แต่ที่เมืองนอกนี่เยอะเลย) ที่พยายามทำให้บริษัทตัวเองมีชื่อเสียง เพื่อรอให้บริษัทใหญ่มา take over ไป..)

เรื่อง The Third Wave ก็ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ว่า เป็นการเข้าทางกลุ่ม neo - liberalism (ผมว่ามันเข้าเลยแหละ) หนังสือเล่มนี้พยายามจะบอกกับเราว่า “ท้ายสุดแล้ว จะไม่เกิดการผูกขาด แต่อำนาจจะถูกแยกส่วน ถูกแทนที่ด้วยวัฒนธรรมปลีกย่อย” ซึ่งใช้เป็นข้ออ้างพยายามผลักดัน เพื่อให้ประเทศต่างๆต้องเปิด free trade .. ยิ่งถ้าเรามองดูจากวิกฤตครั้งนี้ พิสูจน์ให้เห็นได้เลยว่า ตัวตลาดเองไม่สามารถควบคุมดูแลกันเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่จริง Toffler ออกหนังสืออีกเล่มหนังจากเล่มนี้ คือ Revolutionary Wealth ที่เหมือนกับจะมาขยายความเพิ่มเติมต่อจาก The Third Wave .. เขามองว่า ตลาดที่เท่าเทียมกันไม่มีอยู่จริงหรอก แต่ผมก็คิดว่า ตลาดเสรี ที่เขาอ้างถึง มันก็เป็นเพียงแค่อุดมคติของนักเศรษฐศาสตร์ เหมือนกัน มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะแยกตลาดออกจาก โครงสร้างสถาบัน ระดับประเทศต่างๆ…คือ ถ้าได้แนวคิดมาจากหนังสือเล่มนี้ ก็ต้องบอกว่า ละเลยประเด็นปัญหาที่สำคัญไปหลายประเด็น อีกทั้งยังมองโลกในแง่ดีเกินไปอีกด้วย..

แต่..ที่คุณก่อศักดิ์พูดก็เป็นข้อเสนอที่น่าเอาไปคิดต่อ รวมถึงการมองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น

-การเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนของรายย่อยที่มีความสามารถ แต่ไม่มีหลักทรัพย์ (ถ้ามีแล้วจะไปกู้ทำพระแสงอะไร?) ควรดูที่แผนงานธุรกิจมากกว่า ว่าเป็นไปได้หรือทำได้จริงมากน้อยแค่ไหน รวมถึงติดตามผลการทำงานในระยะยยาว ไม่ใช่อนุมัติแล้วปล่อยตามยธากรรม

-การลดการผูกขาดของบริษัทใหญ่ๆที่เป็นเจ้าตลาด ปล่อยให้การแข่งขันเป็นไปอย่างเสรี(ตามกลไกตลาด) ไม่ใช่พยายามวิ่งเต้นออกกฎหมาย เพื่อเอื้อประโยชน์กับบริษัทตน(CP เองก็ทำประจำไม่ใช่หรือ?) … ผมกำลังฝันอยู่หรือป่าวหว่า ฮ่าๆ

ปล.โดยรวมแล้วชอบครับ.. :P</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ช้าไปรึป่าวครับ เพิ่งได้เปิดฟังเมื่อวาน ขอแสดงความคิดเห็นจากความรู้อันน้อยนิดของผม</p>
<p>เรื่องแนวคิด Thailand inc. ที่สนับสนุนให้ประเทศมีบริษัทเอกชน เป็นเสาหลักๆมาก อย่าง เช่น Singapore หรือ USA</p>
<p>ประเด็นคือ ปัญหามันอยู่ที่การพยายามผูกขาดของบริษัทยักใหญ่หรือปล่าว? ที่มักจะคอยพยายามตัดแข้ง ตัดขาบริษัทขนาดกลาง รวมถึงขนาดย่อยไม่ให้เจริญเติบโต เช่น เข้าไปแก้กฎหมาย หรือ เข้าtake over ซะเลย การถือความได้เปรียบในเรื่อง economic of scale n’ scope ทำให้สามารถขายตัดราคาได้ เช่นกรณี ปตท. ที่กดราคา จนทำให้บางจากต้องถอนตัวจากธุรกิจ (จะว่าไป บริษัทเล็กๆเองก็ใช่ย่อย (ผมไม่มีข้อมูลว่าในเมืองไทยเป็นหรือป่าวนะครับ แต่ที่เมืองนอกนี่เยอะเลย) ที่พยายามทำให้บริษัทตัวเองมีชื่อเสียง เพื่อรอให้บริษัทใหญ่มา take over ไป..)</p>
<p>เรื่อง The Third Wave ก็ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ว่า เป็นการเข้าทางกลุ่ม neo &#8211; liberalism (ผมว่ามันเข้าเลยแหละ) หนังสือเล่มนี้พยายามจะบอกกับเราว่า “ท้ายสุดแล้ว จะไม่เกิดการผูกขาด แต่อำนาจจะถูกแยกส่วน ถูกแทนที่ด้วยวัฒนธรรมปลีกย่อย” ซึ่งใช้เป็นข้ออ้างพยายามผลักดัน เพื่อให้ประเทศต่างๆต้องเปิด free trade .. ยิ่งถ้าเรามองดูจากวิกฤตครั้งนี้ พิสูจน์ให้เห็นได้เลยว่า ตัวตลาดเองไม่สามารถควบคุมดูแลกันเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>ที่จริง Toffler ออกหนังสืออีกเล่มหนังจากเล่มนี้ คือ Revolutionary Wealth ที่เหมือนกับจะมาขยายความเพิ่มเติมต่อจาก The Third Wave .. เขามองว่า ตลาดที่เท่าเทียมกันไม่มีอยู่จริงหรอก แต่ผมก็คิดว่า ตลาดเสรี ที่เขาอ้างถึง มันก็เป็นเพียงแค่อุดมคติของนักเศรษฐศาสตร์ เหมือนกัน มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะแยกตลาดออกจาก โครงสร้างสถาบัน ระดับประเทศต่างๆ…คือ ถ้าได้แนวคิดมาจากหนังสือเล่มนี้ ก็ต้องบอกว่า ละเลยประเด็นปัญหาที่สำคัญไปหลายประเด็น อีกทั้งยังมองโลกในแง่ดีเกินไปอีกด้วย..</p>
<p>แต่..ที่คุณก่อศักดิ์พูดก็เป็นข้อเสนอที่น่าเอาไปคิดต่อ รวมถึงการมองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น</p>
<p>-การเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนของรายย่อยที่มีความสามารถ แต่ไม่มีหลักทรัพย์ (ถ้ามีแล้วจะไปกู้ทำพระแสงอะไร?) ควรดูที่แผนงานธุรกิจมากกว่า ว่าเป็นไปได้หรือทำได้จริงมากน้อยแค่ไหน รวมถึงติดตามผลการทำงานในระยะยยาว ไม่ใช่อนุมัติแล้วปล่อยตามยธากรรม</p>
<p>-การลดการผูกขาดของบริษัทใหญ่ๆที่เป็นเจ้าตลาด ปล่อยให้การแข่งขันเป็นไปอย่างเสรี(ตามกลไกตลาด) ไม่ใช่พยายามวิ่งเต้นออกกฎหมาย เพื่อเอื้อประโยชน์กับบริษัทตน(CP เองก็ทำประจำไม่ใช่หรือ?) … ผมกำลังฝันอยู่หรือป่าวหว่า ฮ่าๆ</p>
<p>ปล.โดยรวมแล้วชอบครับ.. :P</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: สัมภาษณ์ รศ.ดร. วรเจตน์ ภาคีรัตน์ - Siam Intelligence Unit</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/korsak_interview/comment-page-1/#comment-1602</link>
		<dc:creator>สัมภาษณ์ รศ.ดร. วรเจตน์ ภาคีรัตน์ - Siam Intelligence Unit</dc:creator>
		<pubDate>Sat, 13 Dec 2008 18:31:04 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/wordpress/?p=968#comment-1602</guid>
		<description>[...] ตอนที่ 7 - สัมภาษณ์คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ... [...]</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>[...] ตอนที่ 7 &#8211; สัมภาษณ์คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ&#8230; [...]</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>

