ไม่มีห้วงเวลาไหนจะเหมาะสมสำหรับรัสเซียเท่ากับช่วงปัจจุบันอีกต่อไปแล้ว ในการขยายกรงเล็บแห่งอำนาจจากเครมลินเข้าครอบงำประเทศอดีตสมาชิกสหภาพโซเวียตทั้งหลาย ด้วยความจำเป็นเชิงภูมิรัฐศาสตร์ รัสเซียจะต้องหาทางขยายเขตแนวป้องกันให้ห่างจากมอสโคว์ออกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
รัสเซียกำลังฉวยโอกาสขยายอิทธิพล แผ่ปกคลุมประเทศสมาชิกอดีตสหภาพโซเวียตเดิม ที่มา stratfor.com
ประเทศสามพี่น้องแถบทะเลบอลติคกำลังหวาดหวั่นการแผ่อำนาจของรัสเซีย เบลารุสนั้นไม่ต้องพูดถึงพวกเขาอิงแอบอำนาจเครมลินมานานแล้ว ส่วนยูเครน รัสเซียใช้ทั้งการเมืองท่อก๊าซธรรมชาติ และการแทรกแซงภายใน เพื่อบีบให้รัฐบาลเอียงตะวันตกอย่างยูเชนโก้ต้องเสียสมดุล
ในแถบคอเคซัส รัสเซียก็มีแผนจะแทรกแซงโดยผ่านการใช้ชนกลุ่มน้อยชาวรัสเซีย (ที่เป็นชนกลุ่มใหญ่ใน แคว้นออสเซเทียใต้ในจอร์เจีย) โดยการอ้างว่าเป็นความจำเป็นที่จะต้องดูแลชนเชื้อชาติเดียวกัน
ส่วนประเทศในแถบเอเชียกลางนั้น รัสเซียเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะเขี่ยอิทธิพลของสหรัฐฯ ออกจากหลังบ้านของตนเอง โดยเฉพาะ ที่ฐานทัพมานาส ในคีร์กิสถาน ที่รัสเซียยินยอมให้สหรัฐฯ เข้ามาตั้งฐานทัพเพื่อส่งกำลังบำรุงทางอากาศให้กับกองกำลังสหรัฐฯ และนาโต้ เข้าปฏิบัติการในประเทศอัฟกานิสถานมานานเกินไปแล้ว เพราะยิ่งอยู่สหรัฐฯไม่เพียงแต่ใช้ฐานทัพแห่งนี้เป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร แต่กลับใช้แผ่อิทธิพลของตนเข้าสู่เอเชียกลางอีกด้วย
อาศัยจังหวะที่สหรัฐฯ ติดหล่มสงครามกับการจัดระเบียบตะวันออกกลาง และโดยเฉพาะยุทธการปิดล้อมอิหร่าน รวมถึงปัญหาทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เอง สหรัฐฯ จะไม่มีเวลามาสนใจการระวังป้องกันรัสเซียอีก (ไม่นับที่สหรัฐฯ จำใจต้องหลับตาข้างหนึ่ง เพื่อแลกกับแรงสนับสนุนรัสเซียในสภาความมั่นคงสหประชาชาติ ในการบอยคอตอิหร่าน)
เมื่อปีกลาย อดีตประธานาธิบดีบาคิเยฟ ระบุว่าจะไม่ต่อสัญญาการเช่าฐานทัพอากาศมานาส ของสหรัฐฯให้อีกต่อไป ท่ามกลางความปิติยินดีของรัสเซียที่สหรัฐฯจะได้ไปพ้นหลังบ้านของตนเสียที แต่ครั้นพอสหรัฐฯ ยอมจ่ายผลประโยชน์ดังเช่นเพิ่มค่าเช่าฐานทัพให้กับคีร์กิสถาน บาคิเยฟเบี้ยวข้อตกลงกับเครมลิน นั่นทำให้เขาต้องชดใช้ด้วยตำแหน่งประธานาธิบดี

การปฏิวัติสีเพื่อโค่นรัฐบาลอดีตประเทศสหภาพโซเวียต ที่มีฝีมือ NGO โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กร OSI ของจอร์จ โซรอส อยู่เบื้องหลัง : ที่มา – วิกิพีเดีย
เมื่อสหรัฐฯ ใช้การปฏิวัติสีเพื่อโค่นรัฐบาลอดีตสมาชิกสหภาพโซเวียตลงจากอำนาจได้อย่างไร เครมลินก็ใช้วิธีเดียวกันย้อนรอยได้อย่างนั้น อดีตประธานาธิบดี อคาเยฟ ถูกโค่นลงจากอำนาจด้วยการปฏิวัติทิวลิป ในทำนองเดียวกัน อดีตประธานาธิบดี บาคิเยฟ ก็ถูกโค่นลงจากอำนาจในเดือนเมษายน 2553 ในรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน ท่ามกลางข้อกล่าวหาว่าเขาเป็นประธานาธิบดีที่คอรัปชั่น และเผด็จอำนาจ

สามผู้นำคีร์กิสถาน : จากซ้ายสุด อคาเยฟ, คนกลาง บาคิเยฟ และคนขวาสุดรักษาการผู้นำคนปัจจุบัน นางโอตุนบาเยวา
แต่บาคิเยฟไม่ใช่หมูในอวย ช่วง 5 ปีที่เขาขึ้นครองอำนาจต่อจากอคาเยฟ เขาสั่งสมกำลังในรัฐบาล และฐานมวลชนสนับสนุน โดยเฉพาะแถบทางตอนใต้ของประเทศคีร์กิสถาน ซึ่งมีสภาพความเป็นอยู่ยากจนกว่าทางตอนเหนือของประเทศ อันเป็นที่ตั้งของนครหลวงบิชเค็ก
มีรายงานว่าหลังจากถูกโค่นจากอำนาจ เขากล่าวกับคนใกล้ชิดว่าจะ “โค่นรัฐบาลปัจจุบันลง” และมีผู้พบเห็นชายลึกลับใช้อาวุธยิงเข้าไปในเมือง ออช และ จาลาลอาบัด เพื่อหวังให้เกิดการจราจลขึ้น
ภาพแสดงถิ่นฐานของชาติพันธ์ต่างๆ ในเอเชียกลาง (คลิ้กเพื่อดูภาพใหญ่) , ที่มา wikipedia
ทั้งสองเมืองอยู่ใกล้เขตหุบเขาเฟอร์กานานี้มีคนกลุ่มน้อยเชื้อชาติอุซเบกอาศัยอยู่มาก คนคีร์กิสและอุซเบกในคีร์กิสถานตอนใต้นี้มีเรื่องกระทบกระทั่งกันมาหลายครั้งแล้ว นี่ยังไม่นับที่อุซเบกิสถานส่งหน่วยข่าวกรองเข้าไปปะปนกับคนเชื้อสายอุซเบกในทั้งสองเมืองเป็นจำนวนมาก
การก่อความวุ่นวายได้ผล คนคีร์กิส และคนอุซเบก เกิดการต่อสู้กันและจราจลโดยเฉพาะในสองเมืองใหญ่นั้น ว่ากันว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตจำนวน 200 รายในทั้งสองเมือง เป็นตัวเลขการรายงานที่น้อยกว่าความเป็นจริงมาก เพราะประชาชนส่วนใหญ่ทั้งสองเมืองนับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งเชื่อว่าคงจะมีเป็นจำนวนมากที่ต้องทำพิธีศพตามศาสนาโดยไม่ได้มีการรายงานผู้เสียชีวิตให้กับทางการ

ทหารอุซเบกิสถาน กำลังให้ความช่วยเหลือผู้อพยพเชื้อสายอุสเบกจากคีร์กิสถานที่เขตพรมแดน, ที่มา – BOSTON Big picture
เด็กและผู้หญิงนับแสนรายตอนนี้อยู่ในค่ายผู้อพยพที่ชายแดนของอุซเบกิสถาน และทางการอุซเบกิสถานระบุไม่สามารถรับผู้อพยพเพิ่มเติมได้อีก พร้อมทั้งสั่งปิดพรมแดน ทำให้ผู้อพยพชาวอุสเบกอีกสองแสนรายต้องถูกทิ้งให้ผจญชะตากรรมอยู่ในเขตคีร์กิสถานต่อไป ผู้ชายชาวอุซเบกหลายราย ยอมกลับไปหาทางป้องกันทรัพย์สินและบ้านเรือนของตนเอง แม้ว่านั่นจะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม
นางโรซ่า โอตุนบาเยวา อดีตรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ ในรัฐบาลบาคิเยฟ ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นผู้นำรัฐบาลรักษาการ ยอมรับว่ากองทัพของเธอไม่สามารถจะดูแลสถานการณ์ได้อีกต่อไป เธอหันไปขอความช่วยเหลือจากรัสเซียให้ช่วยส่งกำลังเข้ามารักษาสถานการณ์ทางตอนใต้ของประเทศ
แม้รัสเซียจะยินดีที่ส่งกำลังเข้ามาดูแลความสงบให้ แต่พวกเขาก็ต้องระมัดระวังว่าจะไม่ทำให้อุซเบกิสถานมองว่าเป็นควาพยายามใช้กำลังทหารของรัสเซียเข้าครอบงำเอเชียกลาง หากไม่เช่นนั้นอุซเบกิสถานอาจฉวยโอกาสเปิดศึกเข้าควบคุมพื้นที่ของคีร์กิสถานที่มีประชากรชาวอุซเบกอยู่ในทางตอนใต้เสียเอง

เทียบศักย์อำนาจของประเทศในเอเชียกลาง : อุซเบกิสถานไม่หมู
แม้หากเปิดสงครามเต็มรูปแบบเข้าจริงๆ รัสเซียจะชนะอุซเบกิสถานได้ในที่สุดก็ตาม แต่หากสงครามขยายตัวออกไปจะไม่เป็นผลดีกับรัสเซีย รัสเซียยังจำฝันร้ายเมื่อคราวที่ตนพยายามเข้าไปแทรกแซงสงครามกลางเมืองในอัฟกานิสถานเพื่อช่วยสนับสนุนรัฐบาลนิยมโซเวียตในอดีตได้ จนทำให้ต้องติดหล่มสงครามอัฟกัน (เหมือนที่สหรัฐฯประสบอยู่ในขณะนี้) และที่สุดต้องถอนตัวออกไปอย่างบอบช้ำ
อุซเบกิสถานเป็นประเทศที่ถือว่ามีกำลังพอตัวในย่านเอเชียกลาง หากจำต้องทำสงครามระยะส่งกำลังบำรุงของอุซเบกิสถานห่างพรมแดนคีร์กิสถานเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ในขณะที่เส้นทางของรัสเซียอยู่ห่างออกไปเป็นพันๆกิโลเมตร
ตอนนี้รัสเซียจึงทำเพียงส่งหน่วยรักษาความปลอดภัยกึ่งทหารเข้ามาดูแลฐานทัพของตนที่ตอนเหนือของคีร์กิสถาน และกำลังพูดคุยกับทั้งอุซเบกิสถาน และคีร์กิสถานให้ส่งกำลังทหารเข้ามารักษาความสงบภายใต้ข้อตกลง Collective Security Treaty Organization (CSTO) ซึ่งเป็นสนธิสัญญาร่วมมือทางทหารแบบเดียวกับ NATO ซึ่งกระทำร่วมกันระหว่าง อาร์เมเนีย, เบลารุส, คาซัคสถาน, คีร์กิสถาน, รัสเซีย และ ทาจิกิสถาน
นิโคไล บอร์ดียูชา เลขาธิการ CSTO, ที่มา – วิกิพีเดีย
นายพล นิโคไล บอร์ดียูชา เลขาธิการ CSTO ระบุเขาจะยังไม่ส่งกำลังทหารเข้าไปในคีร์กิสถาน โดยแผนขั้นแรกของพวกเขาจะช่วยส่งยุทโธปกรณ์อย่างเช่น เฮลิคอปเตอร์ และ เครื่องบินลำเลียง เข้าไปเท่านั้น แต่ในแผนขั้นต่อไปอาจเป็นไปได้ว่าจะมีการส่งผู้เชี่ยวชาญในด้านการ ‘จัดการ’ กับความไม่สงบเข้าไปด้วย

แผนส่งกำลังทหารของฝ่ายต่างๆ ในหุบเขาเฟอร์กานา, ที่มา – Stratfor
โอกาสอยู่ข้างรัสเซียแล้ว แต่พวกเขาจะต้องเดินหมากอย่างระมัดระวังเสียหน่อย ไม่เช่นนั้นแทนที่จะขยายพื้นที่ buffer state ได้ตามคิด อาจตกหล่มสงครามแทนก็เป็นไปได้
เรียบเรียงจาก : – The Kyrgyzstan Crisis and the Russian Dilemma, Kyrgyzstan: CSTO Will Not Deploy Peacekeepers และ The Economist
