L’Amant : รักในห้วงคะนึง
February 22, 2009
ความรักหลอนคุณเสียจนแทบใจสลาย เมื่อบางครั้งความรักที่เคยกรุ่นนั้น ผุดพรายจากห้วงคะนึงดังสายลมที่โชยมาแผ่วเบา
หนังเรื่อง L’Amant (The Lover) ที่กำกับโดย Jean-Jacques Annaud ถูกดัดแปลงจากนวนิยายชื่อเดียวกันของ Marguerite Duras ซึ่งอันที่จริงแล้ว L’Amant และนวนิยายอีกสามเรื่องคือ The Sea Wall, Eden Cinema และ The North China Lover ล้วนแล้วแต่เป็นประสบการณ์ตรงช่วงวัยรุ่นของเธอ
จุมพิตของเขาและเธอ นำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง เสียงเปียโนที่คลอไปกับฉากนี้ ดูราวกับจะล้อความรักที่กำลังก่อตัวขึ้นว่าเป็นเพียงสิ่งไม่จีรัง กระจกที่ขวางกั้นจุมพิตนั้นแทบไม่ต่างอะไรกับวัฒนธรรมที่กีดกันความรักของคนทั้งคู่
Marguerite เกิดที่เกีย ทิน (Gia Dinh) ใกล้กับไซง่อนในขณะที่เวียดนามยังเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส การสูญเสียพ่อของเธอในขณะที่แม่ของเธอต้องดูแลลูกทั้งสามคน และการขาดทุนจากการลงทุนในที่ดินส่วนหนึ่งในกัมพูชา ส่งผลให้ครอบครัวเธอมีฐานะที่ยากจนและประสบความยากลำบาก ประสบการณ์ในช่วงนี้ส่งอิทธิพลอย่างยิ่งต่องานเขียนช่วงหลังๆของเธอ จนเมื่ออายุได้ 17 ปี เธอก็เดินทางกลับไปฝรั่งเศส เรียนรัฐศาสตร์และกฎหมาย ช่วงหนึ่งของชีวิตเธอได้เข้าร่วมเคลื่อนไหวกับพรรคคอมมิวนิสต์ฝรั่งเศส
L’Amant เป็นเรื่องของเด็กสาววัย 15 ปี (แสดงโดย เจน มาร์ช) ขณะกำลังรอเรือข้ามฟากแม่น้ำโขง หลังจากกลับจากวันหยุดเพื่อเดินทางไปไซง่อน บนเรือนั้นเองเด็กสาวคนนี้ก็ได้พบกับชายหนุ่มชาวจีนวัน 32 ที่มีฐานะร่ำรวย (แสดงโดยเหลียงเจียฮุย)
ความสัมพันธ์ของทั้งสองก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กสาวรู้สึกกระตือรือร้นในประสบการณ์แปลกใหม่ ในขณะที่ชายหนุ่มพบเธอมาแทนผู้หญิงฝรั่งเศสที่เขาเคยหาซื้อความสัมพันธ์ได้ง่าย
หากไม่เป็นเพราะความเด่นชัดของฉากอีโรติคระหว่างคนทั้งสอง ที่หลายคนอาจจะมองว่ามีอย่างแจ่มแจ้งเกินไป มากเกินไป จนกระทั่งมันกลืนทับใจความสำคัญของหนัง แม้แต่ Marguerite เองก็หาได้ชมชอบที่หนังพยายามขับเน้นฉากเช่นว่าออกมาเด่นชัดมาก เสียจนบดบังพัฒนาการและความรู้สึกของเด็กสาว (หนังเรื่องนี้ยังมีข่าวอื้อฉาวเนื่องจาก เจน มาร์ช มีอายุเพียง 18 ปีขณะถ่ายทำหนังเรื่องนี้ ทำให้มีข้อสงสัยว่าอาจผิดกฎหมายการถ่ายฉากทางเพศกับผู้เยาว์)
ด้วยความแตกต่างระหว่างฐานะและวัฒนธรรม ในที่สุดแล้วความสัมพันธ์ของเด็กสาวและชายหนุ่มก็หาได้ผ่านพ้นไปจากความสัมพันธ์เยี่ยงโสเภณีและผู้เสพ ความจริงข้อนี้หลอกหลอนเด็กสาว เธอรู้สึกทั้งรักทั้งเกลียดตนเอง เธอรับเงินจากชายหนุ่มในฐานะเป็นค่าตอบแทน ในขณะที่ก็เริ่มมีความรู้สึกลึกซึ้งกับชายคนแรกของเธอ
เรื่องของความรักและความโรแมนติค เกิดขึ้นในสถานการณ์พิเศษ หากแต่ด้วยเงื่อนไขที่เป็นไปไม่ได้ ความสัมพันธ์นั้นดำรงอยู่เพียงชั่วคราวแล้วก็จางหายไป เสียงเปียโนที่คลอเคลียกระซิบอยู่ข้างหูเป็นระยะ ราวกับคอยย้ำเตือนว่าปรากฎการณ์พิเศษที่ในที่สุดก็ต้องมีวันสิ้นสุดลงนี้ ในเวลาต่อมาจะมีความหมายต่อคนทั้งคู่มากเพียงไร
ฉาก เสียง และแสง บ่งบอกถึงความปราณีตของผู้กำกับหนัง ความตั้งใจดังกล่าวดึงภาพของไซง่อนในช่วงปี 1943 (พ.ศ. 2486) ออกมาอย่างมีชีวิตชีวา แม้จะมีข้อเสียเช่นว่าเกิดขึ้นไปบ้าง แต่หากเรายอมรับว่าการเสพสังวาสเป็นพฤติกรรมปกติของมนุษย์ และนั่นเป็นงานศิลปะ ที่หากเรามองเป็นสิ่งสวยงาม ลงตัวกับบรรยากาศและเรื่องราว สารที่เร้นอยู่นั้นก็ยังคงอยู่ครบถ้วนหาได้หนีหายไปไหน
ประเพณีคลุมถุงชนของชาวจีนทำให้เขาต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่เขาไม่เคยรัก เธอแอบมาส่งเขาในวันแต่งงานด้วยอารมณ์หลากหลายความรู้สึก ในวันที่เธอเดินทางไปฝรั่งเศส เขามาส่งเธอในรถยนต์สีดำคันเดิม
แล้วคนทั้งคู่ก็เริ่มตระหนักว่าความรักคืออะไร
เธอร่ำไห้ในเรือค่ำคืนที่เดินทางจากไซง่อนมา.
Comments
One Response to “L’Amant : รักในห้วงคะนึง”
Got something to say?






หนึ่งอาทิตย์แล้วที่ยังคงคิดถึงเรื่องราวของเธอหลังจากที่ดูจนจบ