<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:itunes="http://www.itunes.com/dtds/podcast-1.0.dtd"
xmlns:rawvoice="http://www.rawvoice.com/rawvoiceRssModule/"
	>
<channel>
	<title>Comments on: Leader : วาระใหม่เอเชีย</title>
	<atom:link href="http://www.siamintelligence.com/leader-new-asia-agenda/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.siamintelligence.com/leader-new-asia-agenda/</link>
	<description>Dare to Think</description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Feb 2012 15:56:00 +0000</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
	<item>
		<title>By: Ink</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/leader-new-asia-agenda/comment-page-1/#comment-2129</link>
		<dc:creator>Ink</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Apr 2009 02:02:47 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=2617#comment-2129</guid>
		<description>ผมคิดว่างานนี้คุณทักษิณเผาตัวเองแล้วหนะครับ คุณอภิสิทธิ์ยิ่งนานวันยิ่งจะได้เปรียบ เพราะว่ารับมือได้ถูกต้อง</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ผมคิดว่างานนี้คุณทักษิณเผาตัวเองแล้วหนะครับ คุณอภิสิทธิ์ยิ่งนานวันยิ่งจะได้เปรียบ เพราะว่ารับมือได้ถูกต้อง</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: สุรศักดิ์  SIU</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/leader-new-asia-agenda/comment-page-1/#comment-2128</link>
		<dc:creator>สุรศักดิ์  SIU</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Apr 2009 01:40:46 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=2617#comment-2128</guid>
		<description>อันที่จริง พวกเรา SIU ก็เริ่มวิเคราะห์สถานการณ์และแนวโน้มบ้างแล้ว แต่ยังไม่ตกผลึกมากนัก 

แต่ ณ ขณะนี้ โดยส่วนตัว ผมต้องขอประณามการก่อจลาจลของพวกเสื้อแดงก่อน และบรรทัดด้านล่างต่อไป เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมไม่ใช่ในนามของ SIU 


ผมขอประณามการก่อจลาจลของคนเสื้อแดง
 
ผมขอแสดงจุดยืนว่า การเรียกร้องทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองในลักษณะประท้วงโดยสันตินั้นเป็นเรื่องที่ยอมรับได้

&lt;b&gt;แต่ไม่ได้หมายความว่าในนามของการเรียกร้องทางการเมืองหรืออุดมการณ์ดังกล่าว  สามารถที่จะไล่ฆ่าใครก็ได้ที่เห็นต่างกลางเมือง  ก่อจลาจล และจับประชาชนผู้บริสุทธิ์จำนวนมากเป็นตัวประกันในนามของรถแก๊สที่เปิดวาวล์ เตรียมความพร้อมที่จะระเบิดหรือสังหารคนจำนวนมากที่บริสุทธิ์ได้ตลอดเวลา ดังพฤติกรรมของผู้ก่อการจลาจลเสื้อแดงกระทำตลอดทั้งวันของเมื่อวาน (13 เมษายน 2552)&lt;/b&gt;

&lt;b&gt;การกระทำดังกล่าวของกลุ่มเสื้อแดงนี้ มันไม่ต่างจากการกระทำของผู้ก่อการร้าย&lt;/b&gt; ที่อาศัยในนามของพระเจ้า จะไล่เข่นฆ่า หรือสังหารใครก็ได้ที่เห็นต่าง

&lt;b&gt;การก่อจลาจลของพวกเสื้อแดงในสามวันที่ผ่านมาคือการกระทำเดียวกันกับผู้ก่อการร้าย&lt;/b&gt;

&lt;b&gt;ผมจึงสนับสนุนและเรียกร้องให้รัฐบาลปราบปรามผู้ก่อการจลาจลอย่างรุนแรงตามขอบเขตของกฏหมายจะอำนวยให้&lt;/b&gt;

หรือถ้ารัฐ เช่นเจ้าหน้าที่ตำรวจวางเฉย ผมสนับสนุนการจัดตั้งของกองกำลังประชาชนจริงๆ เพื่อป้องกันตัวเอง



ไม่มีใครมีสิทธิจะไล่ฆ่าใคร ในนามของอุดมการณ์ ในนามของความเชื่อตนเอง

&lt;b&gt;สีเสื้อที่สวม ไม่มีสิทธิ จะไปไล่ฆ่า หรือจับเอาชีวิตคนบริสุทธิ์จำนวนมากเป็นตัวประกัน เพื่อต่อรองทางการเมือง&lt;/b&gt;

  
ผมขอยืนยันว่ามนุษย์ทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพโดยพื้นฐานและโดยธรรมชาติที่จะปกป้องชีวิตตนเอง ชีวิตของคนที่รักและทรัพย์สิน ไม่มีใครสามารถยกเอาอุดมการณ์หรือความเชื่อตลอดจนพระเป็นเจ้า มาไล่เข่นฆ่า ยึดเอาชีวิตของผู้บริสุทธิ์เป็นตัวประกันในความเชื่อ  หรือเพื่อตอบสนองต่ออุดมการณ์ทางการเมือง</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>อันที่จริง พวกเรา SIU ก็เริ่มวิเคราะห์สถานการณ์และแนวโน้มบ้างแล้ว แต่ยังไม่ตกผลึกมากนัก </p>
<p>แต่ ณ ขณะนี้ โดยส่วนตัว ผมต้องขอประณามการก่อจลาจลของพวกเสื้อแดงก่อน และบรรทัดด้านล่างต่อไป เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมไม่ใช่ในนามของ SIU </p>
<p>ผมขอประณามการก่อจลาจลของคนเสื้อแดง</p>
<p>ผมขอแสดงจุดยืนว่า การเรียกร้องทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองในลักษณะประท้วงโดยสันตินั้นเป็นเรื่องที่ยอมรับได้</p>
<p><b>แต่ไม่ได้หมายความว่าในนามของการเรียกร้องทางการเมืองหรืออุดมการณ์ดังกล่าว  สามารถที่จะไล่ฆ่าใครก็ได้ที่เห็นต่างกลางเมือง  ก่อจลาจล และจับประชาชนผู้บริสุทธิ์จำนวนมากเป็นตัวประกันในนามของรถแก๊สที่เปิดวาวล์ เตรียมความพร้อมที่จะระเบิดหรือสังหารคนจำนวนมากที่บริสุทธิ์ได้ตลอดเวลา ดังพฤติกรรมของผู้ก่อการจลาจลเสื้อแดงกระทำตลอดทั้งวันของเมื่อวาน (13 เมษายน 2552)</b></p>
<p><b>การกระทำดังกล่าวของกลุ่มเสื้อแดงนี้ มันไม่ต่างจากการกระทำของผู้ก่อการร้าย</b> ที่อาศัยในนามของพระเจ้า จะไล่เข่นฆ่า หรือสังหารใครก็ได้ที่เห็นต่าง</p>
<p><b>การก่อจลาจลของพวกเสื้อแดงในสามวันที่ผ่านมาคือการกระทำเดียวกันกับผู้ก่อการร้าย</b></p>
<p><b>ผมจึงสนับสนุนและเรียกร้องให้รัฐบาลปราบปรามผู้ก่อการจลาจลอย่างรุนแรงตามขอบเขตของกฏหมายจะอำนวยให้</b></p>
<p>หรือถ้ารัฐ เช่นเจ้าหน้าที่ตำรวจวางเฉย ผมสนับสนุนการจัดตั้งของกองกำลังประชาชนจริงๆ เพื่อป้องกันตัวเอง</p>
<p>ไม่มีใครมีสิทธิจะไล่ฆ่าใคร ในนามของอุดมการณ์ ในนามของความเชื่อตนเอง</p>
<p><b>สีเสื้อที่สวม ไม่มีสิทธิ จะไปไล่ฆ่า หรือจับเอาชีวิตคนบริสุทธิ์จำนวนมากเป็นตัวประกัน เพื่อต่อรองทางการเมือง</b></p>
<p>ผมขอยืนยันว่ามนุษย์ทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพโดยพื้นฐานและโดยธรรมชาติที่จะปกป้องชีวิตตนเอง ชีวิตของคนที่รักและทรัพย์สิน ไม่มีใครสามารถยกเอาอุดมการณ์หรือความเชื่อตลอดจนพระเป็นเจ้า มาไล่เข่นฆ่า ยึดเอาชีวิตของผู้บริสุทธิ์เป็นตัวประกันในความเชื่อ  หรือเพื่อตอบสนองต่ออุดมการณ์ทางการเมือง</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Ink</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/leader-new-asia-agenda/comment-page-1/#comment-2126</link>
		<dc:creator>Ink</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Apr 2009 19:29:40 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=2617#comment-2126</guid>
		<description>ทางทีมงาน SIU ช่วยวิเคราะห์ให้ฟังหน่อยสิครับว่าตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไง ต่อไปจะเป็นยังไง ขอบคุณครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ทางทีมงาน SIU ช่วยวิเคราะห์ให้ฟังหน่อยสิครับว่าตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไง ต่อไปจะเป็นยังไง ขอบคุณครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: isriya</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/leader-new-asia-agenda/comment-page-1/#comment-2124</link>
		<dc:creator>isriya</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Apr 2009 10:48:29 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=2617#comment-2124</guid>
		<description>ตอบคุณกานต์ ความเห็น #2

Banyan แปลว่า ต้นไทร นั้นถูกแล้ว แต่ไม่เกี่ยวอะไรกับ &quot;บานเย็น&quot; ครับ อ่านว่า &quot;บันยัน&quot; อย่างเช่นโรงแรม &quot;บันยันทรี&quot; เป็นต้น</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ตอบคุณกานต์ ความเห็น #2</p>
<p>Banyan แปลว่า ต้นไทร นั้นถูกแล้ว แต่ไม่เกี่ยวอะไรกับ &#8220;บานเย็น&#8221; ครับ อ่านว่า &#8220;บันยัน&#8221; อย่างเช่นโรงแรม &#8220;บันยันทรี&#8221; เป็นต้น</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: สุรศักดิ์  SIU</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/leader-new-asia-agenda/comment-page-1/#comment-2123</link>
		<dc:creator>สุรศักดิ์  SIU</dc:creator>
		<pubDate>Sat, 11 Apr 2009 16:54:12 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=2617#comment-2123</guid>
		<description>น่าเสียดายอย่างมากที่การประชุมครั้งสำคัญนี้ของเอเชียตะวันออกต้องล้มไป เพราะปัญหาการเมืองในประเทศของเราเองแท้ &lt;b&gt;ซึ่งผมไม่เห็นด้วยเลยกับการกระทำของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า &quot;เสื้อแดง&quot; ที่ไปบุกโรงแรมที่ใช้ในการจัดประชุมเอเชียซัมมิท&lt;/b&gt; 

เพราะความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศของเรามันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรส่วนตัวกับผู้นำเอเชียตะวันออกเหล่านี้เลย 

และ&lt;b&gt;โดยที่ภาวะของโลกในขณะนี้ไม่ปกติ เพระโลกกำลังเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง และบทบาทของภาครัฐ เป็นบทบาทเดียวในการกอบกู้เศรษฐกิจโลกได้ และบทบาทภาครัฐนี้จะต้องเป็นบทบาทของรัฐบาลในประเทศต่างๆที่จะร่วมมือกัน ไม่ใช่รัฐบาลของประเทศใดจะสามารถทำได้เพียงลำพัง ดังจะเห็นจากสหรัฐอเมริกาเองยังยอมรับว่าศัยกภาพของรัฐบาลสหรัฐเพียงประเทศเดียวไม่เพียงพอในการกระตุ้นเศรษฐกิจและเรียกร้องให้รัฐบาลประเทศอื่นๆร่วมมือกัน&lt;/b&gt;

ผมเสียดายโอกาสของเอเชียครั้งนี้จริงๆ มีปฏิญญาที่สำคัญหลายประการซึ่งจะมีส่วนในการสนับสนุนบทบาทของเอเชียให้ทะยานขึ้นมาเป็นแกนหลักของโลกได้ในอนาคต ซึ่งการล้มการประชุมครั้งนี้ คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่จะสามารถเชิญผู้นำประเทศดังกล่าวมาร่วมประชุมกันอีกในอนาคต และเป็นไปได้ที่สหรัฐอเมริกาจะเข้ามาแทรกแซงโดยขอเสนอตัวเองเข้าร่วมประชุมด้วยซึ่งเท่ากับวาระของเอเชียจะถูกครอบงำโดยวาระของสหรัฐอเมริกาแทน  ซึ่งผลที่สหรัฐอเมริกาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมกับอาเซียนคือวาระหลักจะต้องสอดคล้องกับผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกาก่อนโดยไม่คำนึงว่าวาระหลักนั้นจะสำคัญต่ออาเซียนหรือไม่

ผมสมเพชกับความขัดแย้งทางการเมืองไทย เอาเถอะไม่ว่ามันที่จะมีที่มาจากความไม่พอใจกลุ่มการเมืองในประเทศไทย หรือองค์กรใด หรือสถาบันใดในประเทศใด 

แต่วันนี้การเข้าไปล้มการประชุมอาเซียนมันไม่เพียงต่อส่งผลต่อภาพลักษณ์ของไทยในเวทีโลกเท่านั้นแต่มันทำให้ผู้นำเอเชียทั้งหลายคงจะต้องคิดแล้วว่าจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องเดินไปพร้อมกับประเทศไทยและถ้าไม่ เอเชียจะทิ้งไทย และไทยคงจะต้องจมกับอยู่หล่มปลักของความแย้งทางการเมืองในประเทศ 

&lt;b&gt;ซึ่งเมื่อสาวไปเบื้องลึกที่สุดของความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทยแล้ว มันก็ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับอุดมการณ์หรือหลักการประชาธิปไตยดังที่อ้างกันเลย&lt;/b&gt;

&lt;b&gt;มันเป็นเรื่องผลประโยชน์ทั้งสิ้น&lt;/b&gt;  และเมื่อแกนนำความขัดแข้งของกลุ่มการเมืองสมยอมประโยชน์กันได้ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องที่จะต้องมีม๊อบกันต่อ

&lt;b&gt;นี่คือเหตุผล ทำไม ไทยจึงต้องเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งแล้วครั้งเล่าไม่จบไม่สิ้น&lt;/b&gt;

เพราะทุกครั้งที่อยู่เบื้องหลังการเรียกร้อง มันไม่ใช่เรื่องหลักการประชาธิปไตยเลย มันเป็นเรื่องผลประโยชน์ แต่คนที่ไปตายแทนและไปเจ็บตัวตลอดจนลำบากในการชุมนุมเป็นแค่&lt;b&gt;เบี้ยหมากหนึ่ง&lt;/b&gt; ของแกนนำในการเรียกร้องผลประโยชน์หรือต่อรองกันทางการเมืองเท่านั้นเอง 

ซึ่งสุดท้าย  เมื่อการเจรจาต่อรองผลประโยชน์ที่ลงตัวระหว่างคู่ขัดแย้งทางการเมืองทั้ง 2 ฝ่าย ลงตัวและนำไปสู่การยุติการชุมนุม  คนพวกนี้ พวกไปที่ชุมนุมจะไม่ได้หลักการประชาธิบไตย อะไรเลย เพราะในอนาคต เมื่อความขัดแย้งทางการเมืองปะทุขึ้น คนเหล่านี้ต้องกลับมาเรียกร้องในประเด็นประชาธิปไตยดังกล่าวไม่จบไม่สิ้นอีก 


แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้น เอาเฉพาะในวันนี้มันมากเกินพอที่จะให้ประเทศไทยถอยหลังไปอีกหลายต่อหลายปี &lt;b&gt;โดยที่แกนนำของการชุมนุมหรือรวมทั้งคู่ขัดแย้งที่แท้จริงของพวกเสื้อแดงไม่ได้รับผลกระทบความเดือดร้อนใดๆเลยจากการดำเนินงานของพวกเสื้อแดงในวันนี้เลย เพราะคนทีได้รับความเดือดร้อนทีแท้จริงคือคนส่วนใหญ่ในประเทศ&lt;/b&gt;

แม้ส่วนตัวผมจะไม่พอใจอย่างมากต่อการกระทำของพวกเสื้อแดงในวันนี้เพราะได้ขยายขอบเขตความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไปสู่การเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ใดๆท้งสิ้น  แต่เมื่อคำนึงถึง &quot;ความเขลาของสังคมไทยแล้ว&quot;  ก็ต้องจำใจที่จะบอกว่าในเมื่อสังคมไทยมีสติปัญญาระดับนี้ก็ต้องสมควรรับผิดชอบต่อความเสียหายระยะยาวต่อโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศไทยแม้ว่าไม่ยุติธรรมเลย&lt;b&gt;ที่เมื่อหารเฉลี่ยความเสียหายจากการกระทำวันนี้แล้ว ผมประเมินว่าแกนนำของคู่ขัดแย้งทางการเมืองไทยในครั้งนี้แทบจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆเลยแต่สำหรับคนส่วนใหญ่ของประเทศไทย ต่อจากนี้ไปคือความเสียหายในระดับหายนะที่จะต้องเผชิญ&lt;/b&gt;</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>น่าเสียดายอย่างมากที่การประชุมครั้งสำคัญนี้ของเอเชียตะวันออกต้องล้มไป เพราะปัญหาการเมืองในประเทศของเราเองแท้ <b>ซึ่งผมไม่เห็นด้วยเลยกับการกระทำของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า &#8220;เสื้อแดง&#8221; ที่ไปบุกโรงแรมที่ใช้ในการจัดประชุมเอเชียซัมมิท</b> </p>
<p>เพราะความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศของเรามันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรส่วนตัวกับผู้นำเอเชียตะวันออกเหล่านี้เลย </p>
<p>และ<b>โดยที่ภาวะของโลกในขณะนี้ไม่ปกติ เพระโลกกำลังเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง และบทบาทของภาครัฐ เป็นบทบาทเดียวในการกอบกู้เศรษฐกิจโลกได้ และบทบาทภาครัฐนี้จะต้องเป็นบทบาทของรัฐบาลในประเทศต่างๆที่จะร่วมมือกัน ไม่ใช่รัฐบาลของประเทศใดจะสามารถทำได้เพียงลำพัง ดังจะเห็นจากสหรัฐอเมริกาเองยังยอมรับว่าศัยกภาพของรัฐบาลสหรัฐเพียงประเทศเดียวไม่เพียงพอในการกระตุ้นเศรษฐกิจและเรียกร้องให้รัฐบาลประเทศอื่นๆร่วมมือกัน</b></p>
<p>ผมเสียดายโอกาสของเอเชียครั้งนี้จริงๆ มีปฏิญญาที่สำคัญหลายประการซึ่งจะมีส่วนในการสนับสนุนบทบาทของเอเชียให้ทะยานขึ้นมาเป็นแกนหลักของโลกได้ในอนาคต ซึ่งการล้มการประชุมครั้งนี้ คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่จะสามารถเชิญผู้นำประเทศดังกล่าวมาร่วมประชุมกันอีกในอนาคต และเป็นไปได้ที่สหรัฐอเมริกาจะเข้ามาแทรกแซงโดยขอเสนอตัวเองเข้าร่วมประชุมด้วยซึ่งเท่ากับวาระของเอเชียจะถูกครอบงำโดยวาระของสหรัฐอเมริกาแทน  ซึ่งผลที่สหรัฐอเมริกาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมกับอาเซียนคือวาระหลักจะต้องสอดคล้องกับผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกาก่อนโดยไม่คำนึงว่าวาระหลักนั้นจะสำคัญต่ออาเซียนหรือไม่</p>
<p>ผมสมเพชกับความขัดแย้งทางการเมืองไทย เอาเถอะไม่ว่ามันที่จะมีที่มาจากความไม่พอใจกลุ่มการเมืองในประเทศไทย หรือองค์กรใด หรือสถาบันใดในประเทศใด </p>
<p>แต่วันนี้การเข้าไปล้มการประชุมอาเซียนมันไม่เพียงต่อส่งผลต่อภาพลักษณ์ของไทยในเวทีโลกเท่านั้นแต่มันทำให้ผู้นำเอเชียทั้งหลายคงจะต้องคิดแล้วว่าจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องเดินไปพร้อมกับประเทศไทยและถ้าไม่ เอเชียจะทิ้งไทย และไทยคงจะต้องจมกับอยู่หล่มปลักของความแย้งทางการเมืองในประเทศ </p>
<p><b>ซึ่งเมื่อสาวไปเบื้องลึกที่สุดของความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทยแล้ว มันก็ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับอุดมการณ์หรือหลักการประชาธิปไตยดังที่อ้างกันเลย</b></p>
<p><b>มันเป็นเรื่องผลประโยชน์ทั้งสิ้น</b>  และเมื่อแกนนำความขัดแข้งของกลุ่มการเมืองสมยอมประโยชน์กันได้ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องที่จะต้องมีม๊อบกันต่อ</p>
<p><b>นี่คือเหตุผล ทำไม ไทยจึงต้องเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งแล้วครั้งเล่าไม่จบไม่สิ้น</b></p>
<p>เพราะทุกครั้งที่อยู่เบื้องหลังการเรียกร้อง มันไม่ใช่เรื่องหลักการประชาธิปไตยเลย มันเป็นเรื่องผลประโยชน์ แต่คนที่ไปตายแทนและไปเจ็บตัวตลอดจนลำบากในการชุมนุมเป็นแค่<b>เบี้ยหมากหนึ่ง</b> ของแกนนำในการเรียกร้องผลประโยชน์หรือต่อรองกันทางการเมืองเท่านั้นเอง </p>
<p>ซึ่งสุดท้าย  เมื่อการเจรจาต่อรองผลประโยชน์ที่ลงตัวระหว่างคู่ขัดแย้งทางการเมืองทั้ง 2 ฝ่าย ลงตัวและนำไปสู่การยุติการชุมนุม  คนพวกนี้ พวกไปที่ชุมนุมจะไม่ได้หลักการประชาธิบไตย อะไรเลย เพราะในอนาคต เมื่อความขัดแย้งทางการเมืองปะทุขึ้น คนเหล่านี้ต้องกลับมาเรียกร้องในประเด็นประชาธิปไตยดังกล่าวไม่จบไม่สิ้นอีก </p>
<p>แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้น เอาเฉพาะในวันนี้มันมากเกินพอที่จะให้ประเทศไทยถอยหลังไปอีกหลายต่อหลายปี <b>โดยที่แกนนำของการชุมนุมหรือรวมทั้งคู่ขัดแย้งที่แท้จริงของพวกเสื้อแดงไม่ได้รับผลกระทบความเดือดร้อนใดๆเลยจากการดำเนินงานของพวกเสื้อแดงในวันนี้เลย เพราะคนทีได้รับความเดือดร้อนทีแท้จริงคือคนส่วนใหญ่ในประเทศ</b></p>
<p>แม้ส่วนตัวผมจะไม่พอใจอย่างมากต่อการกระทำของพวกเสื้อแดงในวันนี้เพราะได้ขยายขอบเขตความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไปสู่การเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ใดๆท้งสิ้น  แต่เมื่อคำนึงถึง &#8220;ความเขลาของสังคมไทยแล้ว&#8221;  ก็ต้องจำใจที่จะบอกว่าในเมื่อสังคมไทยมีสติปัญญาระดับนี้ก็ต้องสมควรรับผิดชอบต่อความเสียหายระยะยาวต่อโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศไทยแม้ว่าไม่ยุติธรรมเลย<b>ที่เมื่อหารเฉลี่ยความเสียหายจากการกระทำวันนี้แล้ว ผมประเมินว่าแกนนำของคู่ขัดแย้งทางการเมืองไทยในครั้งนี้แทบจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆเลยแต่สำหรับคนส่วนใหญ่ของประเทศไทย ต่อจากนี้ไปคือความเสียหายในระดับหายนะที่จะต้องเผชิญ</b></p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: kan</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/leader-new-asia-agenda/comment-page-1/#comment-2107</link>
		<dc:creator>kan</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Apr 2009 17:12:11 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=2617#comment-2107</guid>
		<description>วันนี้ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่า The Economist ออกคอลัมน์ใหม่ใน Section Asia ชื่อ &quot;Banyan&quot; (บานเย็น) หรือ &quot;ต้นไทร&quot; หากผมแปลผิดต้องขออภัยและขอคำแนะนำด้วยนะครับ 

ปกติใน Section Asia ของ The Economist จะมีเฉพาะรายงานเจาะลึกประเทศต่างๆ ที่ เขาคิดว่ามีความสำคัญพอที่จะหยิบขึ้นมาเป็นข่าว ซึ่งก็ต้องเลือกเอาเพราะพื้นที่มีจำกัด - ข่าวการประท้วงในไทยยังไม่ถูกหยิบขึ้นมาเลย เป็นไปได้ว่าเขามองเป็นเรื่องระยะยาว, ซึ่งผมก็มองแบบนั้น ยังเร็วไปที่จะพูดผลลัพธ์หรือการวิเคราะห์สถานการณ์ของ &lt;b&gt;&quot;ศึกสองทุน&quot;&lt;/b&gt; ของเมืองไทยในเวลานี้

คอลัมน์แรกของ &quot;ต้นไทร&quot; ตั้งชื่อว่า &lt;a href=&quot;http://www.economist.com/world/asia/displaystory.cfm?story_id=13446191&quot; rel=&quot;nofollow&quot;&gt;&quot;ใต้ร่มไม้ไทร&quot; (In the shade of the banyan tree)&lt;/a&gt;

ทำไมต้องเป็น &quot;ต้นไทร&quot; ? The Economist อ้างอิงถึงแนวคิด pan-Asianism (กระแสเอเชีย) ของกวี - นักปรัชญารางวัลโนเบลชาวอินเดีย - รพินทรนารถ ฐากูร ในเวลานั้นเข้าใจว่าเขาพูดในลักษณะการต่อต้าน แนวคิด &quot;จักรวรรดินิยม&quot; และ &quot;วัตถุนิยม&quot; ของโลกตะวันตก ซึ่งอาจทำร้าย &quot;จิตวิญญาณ&quot; ของชาวเอเชีย ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะในช่วงนั้นเขาเป็นคนหนึ่งที่รณรงค์ต่อต้านการปกครองของอังกฤษในอินเดียอย่างเปิดเผย และร่วมเคลื่อนไหวการประกาศเอกราชของประเทศอินเดีย

The Economist มองว่าการทะยานขึ้นครั้งใหม่ของเอเชีย มีลักษณะที่ต่างออกไปจากแนวคิดของรพินทรนารถ เขามองว่ามันมีความหลากหลาย แต่ก็มีความคล้ายกันอยู่ เขาจึงมองว่า &quot;ต้นไทร&quot; นั้นแทนที่ลักษณะเช่นนี้ของเอเชียได้ดีที่สุด 

อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นการยอมรับอย่างเป็นทางการของ The Economist ว่า ศักราชเอเชีย เริ่มต้นขึ้นแล้ว แม้ว่าจะยังไว้เชิงอยู่บ้าง (We have taken a while, but is this not, after all, to be the Asian century? We think probably so.)

บทความนี้พูดถึง การประชุมเอเชียซัมมิทที่กำลังจะเกิดขึ้นที่พัทยา (เช่นเดียวกับ The Leader ของ SIU) ในวันพรุ่งนี้ นี่เป็นสัญญาณว่า ทั้งโลกกำลังจับตาการประชุมครั้งนี้อยู่

&lt;blockquote&gt;
It’s time for a column about half the world’s people
&lt;/blockquote&gt;</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่า The Economist ออกคอลัมน์ใหม่ใน Section Asia ชื่อ &#8220;Banyan&#8221; (บานเย็น) หรือ &#8220;ต้นไทร&#8221; หากผมแปลผิดต้องขออภัยและขอคำแนะนำด้วยนะครับ </p>
<p>ปกติใน Section Asia ของ The Economist จะมีเฉพาะรายงานเจาะลึกประเทศต่างๆ ที่ เขาคิดว่ามีความสำคัญพอที่จะหยิบขึ้นมาเป็นข่าว ซึ่งก็ต้องเลือกเอาเพราะพื้นที่มีจำกัด &#8211; ข่าวการประท้วงในไทยยังไม่ถูกหยิบขึ้นมาเลย เป็นไปได้ว่าเขามองเป็นเรื่องระยะยาว, ซึ่งผมก็มองแบบนั้น ยังเร็วไปที่จะพูดผลลัพธ์หรือการวิเคราะห์สถานการณ์ของ <b>&#8220;ศึกสองทุน&#8221;</b> ของเมืองไทยในเวลานี้</p>
<p>คอลัมน์แรกของ &#8220;ต้นไทร&#8221; ตั้งชื่อว่า <a href="http://www.economist.com/world/asia/displaystory.cfm?story_id=13446191" rel="nofollow">&#8220;ใต้ร่มไม้ไทร&#8221; (In the shade of the banyan tree)</a></p>
<p>ทำไมต้องเป็น &#8220;ต้นไทร&#8221; ? The Economist อ้างอิงถึงแนวคิด pan-Asianism (กระแสเอเชีย) ของกวี &#8211; นักปรัชญารางวัลโนเบลชาวอินเดีย &#8211; รพินทรนารถ ฐากูร ในเวลานั้นเข้าใจว่าเขาพูดในลักษณะการต่อต้าน แนวคิด &#8220;จักรวรรดินิยม&#8221; และ &#8220;วัตถุนิยม&#8221; ของโลกตะวันตก ซึ่งอาจทำร้าย &#8220;จิตวิญญาณ&#8221; ของชาวเอเชีย ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะในช่วงนั้นเขาเป็นคนหนึ่งที่รณรงค์ต่อต้านการปกครองของอังกฤษในอินเดียอย่างเปิดเผย และร่วมเคลื่อนไหวการประกาศเอกราชของประเทศอินเดีย</p>
<p>The Economist มองว่าการทะยานขึ้นครั้งใหม่ของเอเชีย มีลักษณะที่ต่างออกไปจากแนวคิดของรพินทรนารถ เขามองว่ามันมีความหลากหลาย แต่ก็มีความคล้ายกันอยู่ เขาจึงมองว่า &#8220;ต้นไทร&#8221; นั้นแทนที่ลักษณะเช่นนี้ของเอเชียได้ดีที่สุด </p>
<p>อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นการยอมรับอย่างเป็นทางการของ The Economist ว่า ศักราชเอเชีย เริ่มต้นขึ้นแล้ว แม้ว่าจะยังไว้เชิงอยู่บ้าง (We have taken a while, but is this not, after all, to be the Asian century? We think probably so.)</p>
<p>บทความนี้พูดถึง การประชุมเอเชียซัมมิทที่กำลังจะเกิดขึ้นที่พัทยา (เช่นเดียวกับ The Leader ของ SIU) ในวันพรุ่งนี้ นี่เป็นสัญญาณว่า ทั้งโลกกำลังจับตาการประชุมครั้งนี้อยู่</p>
<blockquote><p>
It’s time for a column about half the world’s people
</p></blockquote>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: เจริญชัย</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/leader-new-asia-agenda/comment-page-1/#comment-2093</link>
		<dc:creator>เจริญชัย</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Apr 2009 05:54:12 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=2617#comment-2093</guid>
		<description>เขียนได้ดีครับ
ผมพึ่งอ่านผลงานเล่มใหม่ของ ดร. สมภพ ก็พูดคล้ายๆแบบนี้
รู้สึกว่า จะมีการจัดประชุมกลุ่มอาเซียนที่ประเทศจีน ในวันที่ 12 เมษายนนี้

&quot;พันธบัตรเอเชีย จะทำให้เงินออมของชาวเอเชีย ถูกย้อนกลับไปใช้ประโยชน์ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาให้เกิด ประโยชน์กับประเทศเอเชียเอง ในด้านหนึ่งข้อเสนอเหล่านี้จะกระทบกระเทือนกับผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งดำรงสถานะเป็นมหาอำนาจเดี่ยวของโลก&quot;

ผมได้ยินแว่วมาว่า การประชุมที่จะมาถึงนี้ อาจมีเรื่องที่ยิ่งกว่า &quot;พันธบัตรเอเซีย&quot; อีกนะครับ ดังนั้น จึงยิ่งน่าจะกระเทือนผลประโยชน์ของสหรัฐยิ่งกว่าเดิม

ผมคิดว่า &quot;จีน&quot; เลือกที่จะเปิดเกมส์ได้สวยมาก เพราะในยามที่สหรัฐอ่อนแอทางเศรษฐกิจนั้น คงมีอำนาจและเวลาที่น้อยลงในการเข้ามาแทรกแซงเรื่องนี้ เพราะแค่แก้ปัญหาตัวเองก็เหนื่อยแล้ว

อยากย้ำให้เข้าใจอีกครั้งว่า ในตอนนี้นั้น &quot;ผลประโยชน์ของสหรัฐ&quot; ไม่ใช่ผลประโยชน์ของโลกอีกต่อไป เพราะ &quot;จีน&quot; ก็กลายเป็นผู้บริโภครายใหญ่เหมือนกัน

ยิ่งถ้า &quot;เอเซีย&quot; เชื่อมกันเองยิ่งขึ้น ก็อาจชดเชยแรงซื้อที่หายไปของสหรัฐอเมริกาได้ในระดับหนึ่ง

อย่าลืมว่า &quot;จีน&quot; ยังเป็นประเทศกำลังพัฒนา ตลาดภายในยังโตได้อีกมาก ที่สำคัญ รัฐบาลจีนมีเงินเหลือมากพอที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน ซึ่งนอกจากจีนจะได้ประโยชน์แล้ว ประเทศในเอเซียที่ฉลาดในการเข้าไปร่วมก็อาจได้ประโยชน์ด้วย

แต่ทั้งหมดนั้น ก็ต้องเป็นแบบที่คุณกานต์ว่าไว้

&quot;นี่จึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ต้องการความกล้าหาญของผู้นำ ผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลง เพื่อผลประโยชน์กับประเทศ และภูมิภาคนี้ในระยะยาว&quot;

สำหรับประเทศไทยนั้น มันไม่ใช่เพียง &quot;ความกล้า&quot; เท่านั้น แต่มันคือ &quot;ความอยู่รอด&quot; ของประเทศชาติเลยทีเดียว เพราะเศรษฐกิจเราอิงกับต่างประเทศค่อนข้างมาก

ต้องติดตามดูว่า &quot;ผู้นำไทย&quot; จะเล่นเกมเป็นหรือไม่ จะกล้าสลับขั้วไปทางจีนหรือไม่

หากยังจำได้ ในสมัยที่อเมริกา ถอนตัวจาก &quot;สงครามเวียดนาม&quot; และหันมาเปิดสัมพันธ์กับจีนนั้น ทำให้ประเทศไทยถูกโดดเดี่ยวในภูมิภาค ไม่มีพี่เบิ้มคอยคุ้มกะลาหัวนั้น

ผู้นำไทยในเวลานั้น ก็ฉลาดพอที่จะหันมาเปิดสัมพันธ์ทางการฑูตกับจีนบ้าง ซึ่งทำให้ประเทศไทยพอจะเอาตัวรอดจากคอมมิวนิสต์มาได้

แต่ผมก็ไม่คิดว่าไทยควรจะต้องพึ่งคนอื่นเสมอไป เพียงแต่เรายังเป็นประเทศเล็ก ดังนั้น จึงยังต้องขอความช่วยเหลือคนอื่น เพื่อนำมาพัฒนาประเทศให้แข็งแกร่งพอที่จะยืนได้ด้วยตัวเอง อย่างน้อยก็ในระดับเดียวกับ เกาหลีใต้

ไทยจึงไม่ควรนิ่งนอนใจ ทั้งการเร่งพัฒนาประเทศ และการหยิบยืมแรงจากเหล่ามหาอำนาจ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>เขียนได้ดีครับ<br />
ผมพึ่งอ่านผลงานเล่มใหม่ของ ดร. สมภพ ก็พูดคล้ายๆแบบนี้<br />
รู้สึกว่า จะมีการจัดประชุมกลุ่มอาเซียนที่ประเทศจีน ในวันที่ 12 เมษายนนี้</p>
<p>&#8220;พันธบัตรเอเชีย จะทำให้เงินออมของชาวเอเชีย ถูกย้อนกลับไปใช้ประโยชน์ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาให้เกิด ประโยชน์กับประเทศเอเชียเอง ในด้านหนึ่งข้อเสนอเหล่านี้จะกระทบกระเทือนกับผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งดำรงสถานะเป็นมหาอำนาจเดี่ยวของโลก&#8221;</p>
<p>ผมได้ยินแว่วมาว่า การประชุมที่จะมาถึงนี้ อาจมีเรื่องที่ยิ่งกว่า &#8220;พันธบัตรเอเซีย&#8221; อีกนะครับ ดังนั้น จึงยิ่งน่าจะกระเทือนผลประโยชน์ของสหรัฐยิ่งกว่าเดิม</p>
<p>ผมคิดว่า &#8220;จีน&#8221; เลือกที่จะเปิดเกมส์ได้สวยมาก เพราะในยามที่สหรัฐอ่อนแอทางเศรษฐกิจนั้น คงมีอำนาจและเวลาที่น้อยลงในการเข้ามาแทรกแซงเรื่องนี้ เพราะแค่แก้ปัญหาตัวเองก็เหนื่อยแล้ว</p>
<p>อยากย้ำให้เข้าใจอีกครั้งว่า ในตอนนี้นั้น &#8220;ผลประโยชน์ของสหรัฐ&#8221; ไม่ใช่ผลประโยชน์ของโลกอีกต่อไป เพราะ &#8220;จีน&#8221; ก็กลายเป็นผู้บริโภครายใหญ่เหมือนกัน</p>
<p>ยิ่งถ้า &#8220;เอเซีย&#8221; เชื่อมกันเองยิ่งขึ้น ก็อาจชดเชยแรงซื้อที่หายไปของสหรัฐอเมริกาได้ในระดับหนึ่ง</p>
<p>อย่าลืมว่า &#8220;จีน&#8221; ยังเป็นประเทศกำลังพัฒนา ตลาดภายในยังโตได้อีกมาก ที่สำคัญ รัฐบาลจีนมีเงินเหลือมากพอที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน ซึ่งนอกจากจีนจะได้ประโยชน์แล้ว ประเทศในเอเซียที่ฉลาดในการเข้าไปร่วมก็อาจได้ประโยชน์ด้วย</p>
<p>แต่ทั้งหมดนั้น ก็ต้องเป็นแบบที่คุณกานต์ว่าไว้</p>
<p>&#8220;นี่จึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ต้องการความกล้าหาญของผู้นำ ผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลง เพื่อผลประโยชน์กับประเทศ และภูมิภาคนี้ในระยะยาว&#8221;</p>
<p>สำหรับประเทศไทยนั้น มันไม่ใช่เพียง &#8220;ความกล้า&#8221; เท่านั้น แต่มันคือ &#8220;ความอยู่รอด&#8221; ของประเทศชาติเลยทีเดียว เพราะเศรษฐกิจเราอิงกับต่างประเทศค่อนข้างมาก</p>
<p>ต้องติดตามดูว่า &#8220;ผู้นำไทย&#8221; จะเล่นเกมเป็นหรือไม่ จะกล้าสลับขั้วไปทางจีนหรือไม่</p>
<p>หากยังจำได้ ในสมัยที่อเมริกา ถอนตัวจาก &#8220;สงครามเวียดนาม&#8221; และหันมาเปิดสัมพันธ์กับจีนนั้น ทำให้ประเทศไทยถูกโดดเดี่ยวในภูมิภาค ไม่มีพี่เบิ้มคอยคุ้มกะลาหัวนั้น</p>
<p>ผู้นำไทยในเวลานั้น ก็ฉลาดพอที่จะหันมาเปิดสัมพันธ์ทางการฑูตกับจีนบ้าง ซึ่งทำให้ประเทศไทยพอจะเอาตัวรอดจากคอมมิวนิสต์มาได้</p>
<p>แต่ผมก็ไม่คิดว่าไทยควรจะต้องพึ่งคนอื่นเสมอไป เพียงแต่เรายังเป็นประเทศเล็ก ดังนั้น จึงยังต้องขอความช่วยเหลือคนอื่น เพื่อนำมาพัฒนาประเทศให้แข็งแกร่งพอที่จะยืนได้ด้วยตัวเอง อย่างน้อยก็ในระดับเดียวกับ เกาหลีใต้</p>
<p>ไทยจึงไม่ควรนิ่งนอนใจ ทั้งการเร่งพัฒนาประเทศ และการหยิบยืมแรงจากเหล่ามหาอำนาจ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>

