Practical Report จดหมายถึงพรรคประชาธิปัตย์: นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการปฏิรูปพรรค

ถึงสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทุกท่าน

ขอแสดงความเสียใจที่พรรคประชาธิปัตย์แพ้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2554 แต่ก็ขอให้กำลังใจว่าให้พรรคประชาธิปัตย์กลับมาแก้ตัวใหม่อีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ที่อยู่คู่ประชาธิปไตยไทยมานานที่สุด มีความเป็นสถาบันอันเข้มแข็งที่สุด มีโครงสร้างพรรคชัดเจน ไม่ใช่พรรคของนายทุนหรือกลุ่มทุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ถือเป็นทรัพย์สินอันมีค่าที่พรรคประชาธิปัตย์ควรรักษาไว้ต่อไป

แต่ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ ถือเป็นความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งเป็นครั้งที่ 6 ติดต่อกันนับตั้งแต่คุณชวน หลีกภัย ชนะการเลือกตั้ง ส.ส. 2535/2 และถ้าจะนับเฉพาะการขับเคี่ยวกับพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เราจะเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้ติดต่อกันถึง 4 ครั้ง และยังไม่เคยเอาชนะ “ระบอบทักษิณ” ได้สักครั้ง (ดูข้อมูลใน แผนภาพแสดงประวัติศาสตร์การเมืองไทย 2535-2554)

ความพ่ายแพ้ต่อเนื่องเหล่านี้ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่ามีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้องในพรรคประชาธิปัตย์เอง และถ้าพรรคยังมองข้ามหรือทำเมินเฉยปัญหาเหล่านี้ ก็คงไม่มีทางที่พรรคประชาธิปัตย์จะเอาชนะพรรคเพื่อไทยด้วยการเลือกตั้งในอนาคตอันใกล้ได้เลย

พรรคประชาธิปัตย์

SIU ขอทำตัวเป็น “กัลยาณมิตร” มองปัญหาภายในของพรรคประชาธิปัตย์จากสายตาคนนอก และแนะนำวิธีแก้ไขที่ดีที่สุดในสายตาของเรา โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ประชาธิปัตย์ปรับตัวเพื่อเป็นพรรคคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อของพรรคเพื่อไทยต่อไป

ข้อเสนอของเราแบ่งได้เป็น 5 ประเด็น ดังนี้

1. เลิกดำเนินกิจกรรมทางการเมืองโดยใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น

พรรคประชาธิปัตย์ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาในอดีต พรรคประชาธิปัตย์ใช้การใส่ร้ายป้ายสีคู่แข่งเพื่อให้ตัวเองได้เปรียบทางการเมืองมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นกรณีของนายปรีดี พนมยงค์ ที่ส่งคนไปตะโกนในโรงภาพยนตร์, วาทกรรม “จำลองพาคนไปตาย”, ประเด็นอภิปรายเรื่องสัญชาติของนายบรรหาร ศิลปอาชา ในขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่าไม่ใช่คนไทย, การให้สัมภาษณ์ของคุณเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคที่วางบทบาทไว้เป็น “ตัวชน” ฝ่ายตรงข้าม ไปจนถึงกรณีล่าสุดคือการจุดชนวน “ถอนพิษทักษิณ” โดยเลือกปราศรัยหาเสียงที่แยกราชประสงค์ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าเป็นพื้นที่ขัดแย้งและอ่อนไหวสูง

ปัจจุบันพรรคประชาธิปัตย์ยังยึดถือแนวทางนี้อย่างเหนียวแน่นไม่เสื่อมคลาย แน่นอนว่าในทางหนึ่ง การใช้วาทกรรมโจมตีคู่แข่งทำให้พรรคได้เปรียบทางการเมืองในทันที แต่ในทางกลับกัน การใส่ร้ายลักษณะนี้จะทำให้เกิดบรรยากาศการเมืองที่พรรคประชาธิปัตย์และคู่แข่งจะต้องเผชิญหน้ากันมากขึ้นเรื่อยๆ จนท้ายที่สุดจะเกิดความรุนแรงขึ้นดังที่ปรากฏมาแล้วในเหตุการณ์เดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553

การใช้วิธีการเช่นนี้ อาจพอใช้ประสบผลได้ในยุคสมัยหนึ่ง แต่ในยุคสมัยนี้ ที่สื่อมวลชนเองก็กำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง และมีช่องทางรับข้อมูลหลากหลาย แนวทางการโจมตีคู่แข่งแบบนี้ไม่เป็นผลดีกับใคร รวมถึงภาพลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์เองในระยะยาว เพราะประชาชนทั่วไป (ที่ไม่ใช่แฟนคลับของพรรค) จะเกิดความเบื่อหน่ายความขัดแย้งลักษณะนี้ และนี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่พรรคประชาธิปัตย์แพ้การเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย

ดังนั้น สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ควรทำเป็นอย่างแรก ก็คือยกเลิกแนวทางการโจมตีหรือให้ร้ายคู่ต่อสู้ทั้งหมด เปลี่ยนมาเป็นการเมืองที่อิงอยู่บนหลักฐานและข้อเท็จจริงตามหลักวิชาการ ยอมรับในสิ่งที่คู่แข่งทำได้ดีกว่า และพยายามเอาชนะด้วยผลงานหรือหลักวิชา มากกว่าจะเป็นวาทกรรมเชือดเฉือนอย่างที่เคยเป็นมา

2. กล้าเผชิญหน้ากับปัญหาที่เป็นเรื่องอื้อฉาวและนำมาซึ่งความขัดแย้ง

พรรคประชาธิปัตย์ต้องยอมรับอีกเช่นกันว่า ภายใต้การบริหารงาน 2 ปีครึ่งของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้สร้างปัญหาและประเด็นขัดแย้งระดับชาติที่ “รุนแรงมาก” หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร ประเด็นเรื่องความไม่โปร่งใสของกระบวนการยุติธรรมในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ทุกคดี และที่สำคัญคือเหตุการณ์ปราบปรามกลุ่มคนเสื้อแดงที่แยกราชประสงค์ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตถึง 91 ศพ

พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบในปัญหาทั้งหมดนี้ได้เลย แต่ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์กลับเลือกแนวทางหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ หรือโยนความผิดให้ผู้อื่น (ไม่ว่าจะเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงหรือสถาบันอื่นๆ) มาโดยตลอด ผลสุดท้ายกลับทำให้ปัญหาเหล่านั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยซ้ำ

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการที่คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ใช้วาทกรรม “ไม่มีคนตายที่ราชประสงค์” แล้วบอกว่าผู้เสียชีวิตที่บริเวณใกล้เคียงอื่นๆ ไม่ช่วยให้ความขัดแย้งในเรื่องนี้บรรเทาลงแม้แต่น้อย

ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์ควรสร้างกระบวนการภายในของพรรค เพื่อจัดการกับ “ประเด็นปัญหาที่ขัดแย้งรุนแรง” เหล่านี้เสียใหม่ พรรคประชาธิปัตย์จะต้องกล้ายืดอกรับผิด หาสาเหตุ หาผู้รับผิดชอบภายในพรรคที่จะต้องแสดงการรับผิดชอบด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง (ไม่ใช่การลอยนวลต่อไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น ด้วยเหตุผลเพียงว่า “ทำเพื่อพรรค”) และที่สำคัญคือ “แก้ไข” ไม่ให้เกิดปัญหาลักษณะเดียวกันซ้ำอีก

การที่พรรคมีกระบวนการเผชิญหน้าและแก้ไขปัญหาตามสภาพความเป็นจริง มีการตรวจสอบกันเองภายในพรรค ยิ่งจะทำให้ความเป็นสถาบันของพรรคเข้มแข็งขึ้น การดำเนินการของพรรคโปร่งใสมากขึ้น และเป็นผลดีต่อพรรคในระยะยาว

3. เลิกหวังพึ่งทางลัดทางการเมือง หันมาเล่นการเมืองโดยยืนบนขาของตัวเอง

ในรอบ 19 ปีที่พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้การเลือกตั้งมาโดยตลอด พรรคกลับได้เป็นรัฐบาลถึง 2 ครั้ง โดยเฉพาะครั้งหลัง ที่คนบางกลุ่มเชื่อกันว่าด้วย “อำนาจพิเศษ” ที่ถึงแม้จะถูกตามหลักกฎหมาย แต่กลับไม่สง่างามในแง่การบริหารประเทศ

ตัวอย่าง “ทางลัด” เหล่านี้ได้แก่ กรณี “กลุ่มงูเห่า” ที่ช่วยตั้งรัฐบาลชวน 2 หรือ “กลุ่มเพื่อนเนวิน” ที่ช่วยหนุนรัฐบาลอภิสิทธิ์ 1 รวมไปถึงอำนาจนอกระบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นทหาร การตั้งรัฐบาลในกองทัพ ศาล กกต. ฯลฯ

วิธีคิดลักษณะนี้ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่สนใจ “ผลงาน” ของตัวเองอย่างจริงจังนัก และคอยมองหาแต่ “อำนาจพิเศษครั้งต่อๆ ไป” มาช่วยพลิกขั้วเป็นรัฐบาลในอนาคต ดังจะเห็นได้จากการเลือกตั้งปี 2554 นี้ เราจะเห็นข่าว “พรรคอันดับสองตั้งรัฐบาลได้” ออกมาจากฝั่งพรรคประชาธิปัตย์อยู่ตลอดเวลา แสดงให้เห็นว่าพรรคไม่คิดจะเอาชนะด้วยวิธีตรงไปตรงมาตามระบอบรัฐสภา

ปัจจุบันผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีมุมมองและโลกทัศน์ที่ต่างไปจากเดิมมาก การใช้ “ทางลัดทางการเมือง” เพื่อตั้งรัฐบาลโดยไม่มีผลงานที่โดดเด่น เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้อีกต่อไป และผลการเลือกตั้งครั้งนี้น่าจะพิสูจน์ให้พรรคประชาธิปัตย์เห็นชัดเจนว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้แสดงออกความต้องการของตัวเองอย่างไร

พรรคประชาธิปัตย์ต้องเลิกหวังพึ่งทางลัดพิเศษ อำนาจนอกระบบทั้งหลาย หันมาเล่นการเมืองในระบอบรัฐสภา ผ่านการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ตามวิถีทางที่สากลยอมรับ เมื่อพรรคประชาธิปัตย์หันมายึดแนวทางการเมืองในสภาล้วนๆ ย่อมทำให้เกิดแรงกดดันต่อพรรค ให้ลงมาทำงานเพื่อสร้างผลงานอย่างจริงจัง และตรงกับความต้องการที่แท้จริงของผู้มีสิทธิออกเสียงเอง

4. เปิดกว้างและรับฟังความคิดเห็นจากมวลชนผู้สนับสนุนพรรค

พรรคการเมืองใหญ่ที่เก่าแก่อย่างพรรคประชาธิปัตย์ เคยเป็นรัฐบาลนับครั้งไม่ถ้วนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ย่อมมีกลุ่มผู้สนับสนุนแนวทางของพรรคเป็นจำนวนมาก แต่รูปแบบการบริหารงานของพรรคกลับยังรวมศูนย์อยู่ที่สมาชิกระดับแกนนำของพรรคเพียงไม่กี่คน ซึ่งหลายคนได้สถานะความเป็นผู้นำจากชาติตระกูล นามสกุล หรือความสัมพันธ์ระบบเครือญาติ ไม่ได้มาจากความสามารถหรือผลงาน ในขณะที่มวลชนของพรรคทำหน้าที่เป็นเพียงผู้สนับสนุนจากระยะไกลเท่านั้น การขับเคลื่อนภายในพรรคล้วนมาจากแกนนำเพียงกลุ่มเดียว

ในความเป็นจริงแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ยังมีบุคคลากรที่โดดเด่นและมีความสามารถอีกมากมาย และพรรคเองก็ควรจะดึงทรัพยากรทรงคุณค่าเหล่านี้มาใช้ให้เต็มประสิทธิภาพ พรรคจะต้องปรับโครงสร้างภายในใหม่ให้มีการถ่วงดุลกัน จัดให้กลุ่มผู้สนับสนุนพรรคคอยตรวจสอบ คอยควบคุม ให้คำแนะนำคณะผู้บริหาร กลุ่มคนทำงานของพรรค ให้ขับเคลื่อนพรรคไปในทิศทางที่ “สมาชิก” ของพรรคอยากให้ไป ไม่ใช่ทิศทางที่ “แกนนำพรรค” ต้องการจะไป

พรรคประชาธิปัตย์ได้เปรียบพรรคอื่นอย่างมหาศาลตรงที่มีกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคจำนวนมากอยู่แล้ว ไม่ต้องสร้างหรือหาใหม่ แถมกลุ่มผู้สนับสนุนเหล่านี้มีการศึกษา มีฐานะ สถานะทางสังคมอยู่ในระดับดีมากของสังคมไทย สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องทำมีเพียงเปิดกว้าง และสร้างกระบวนรับฟังความคิดเห็นอันมีประโยชน์จากกลุ่มมวลชนเหล่านี้เท่านั้น

5. ผลัดใบคณะกรรมการบริหารพรรคชุดเก่า เปิดให้คนรุ่นใหม่ขึ้นมาแทนที่

ข้อเสนอข้อสุดท้ายเป็นข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมที่สุด แต่ก็อาจจะต้องใช้ความกล้าหาญมากที่สุด

ในสายตาของคนนอก SIU มองว่าปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างหนึ่งของพรรคประชาธิปัตย์เกิดจาก “คนรุ่นเก่า” ที่เคยร่วมสร้างพรรคมาตลอดหลายสิบปีนี้ ยังคงมีอำนาจการตัดสินใจภายในพรรคเช่นเดียวกับสิบหรือยี่สิบปีที่แล้ว

แกนนำของพรรคประชาธิปัตย์กลุ่มนี้มีประสบการณ์ทางการเมืองสูงส่งอย่างไม่ต้องสงสัย และประสบการณ์เหล่านี้ก็ช่วยนำพาพรรคผ่านสถานการณ์ยากลำบากได้หลายครั้ง แต่ในทางกลับกันก็มีข้อเสียคือ “คนรุ่นใหม่” ที่มีไอเดียใหม่ๆ มีโลกทัศน์ใกล้เคียงกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ไม่สามารถก้าวขึ้นมามีบทบาทภายในพรรคได้มากนัก เพราะเส้นทางการเติบโตตีบตัน และที่ผ่านมาเราก็เห็นคนรุ่นใหม่ที่มีฝีมือ ทยอยออกจากพรรคประชาธิปัตย์ไปเติบโตที่พรรคการเมืองอื่นๆ เป็นจำนวนไม่น้อย

เนื่องในโอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์แพ้การเลือกตั้งครั้งนี้ ถึงแม้จะเป็นความพ่ายแพ้ที่น่าเศร้า แต่ก็เป็นโอกาสทองสำหรับการเปลี่ยนแปลง

เราขอเสนอให้คณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ และกรรมการที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ชุดปัจจุบัน ลาออกยกคณะเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการเลือกตั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ๆ ภายในพรรคที่มีฝีมือได้ก้าวขึ้นมาเป็นกรรมการบริหารพรรครุ่นใหม่แทน

การเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารพรรคไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งหมด อาจมีคนรุ่นใหม่ที่โดดเด่นบางคนกลับเข้ามาได้อีก แต่แกนนำระดับกรรมการบริหาร และกรรมการที่ปรึกษาที่มีอายุเกินกว่าที่กำหนด (เช่น อาจจะตกลงกันไว้ที่ 60 ปี ตามอายุการทำงานในองค์กรทั่วไป) อาจต้องแสดงมารยาททางการเมืองโดยประกาศไม่รับตำแหน่งใดๆ ในการตั้งคณะกรรมการบริหาร-คณะกรรมการที่ปรึกษาชุดหน้าอีก เพื่อป้องกันความเกรงใจตามลำดับอาวุโส ซึ่งจะทำให้คณะกรรมการชุดเก่าเกือบทั้งหมดได้กลับมาดำรงตำแหน่งดังเดิม

ข้อเสนอทั้ง 5 ข้อเป็นความจริงที่คนในพรรคอาจไม่อยากรับฟัง (inconvenient truth) แต่ SIU ก็ขอเสนอแนวทางเหล่านี้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพื่อที่จะเห็นพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะพรรคการเมืองเก่าแก่ ยังคงขีดความสามารถในการแข่งขันทางการเมืองต่อไปได้ในอนาคต

เราเชื่อว่าข้อเสนอเหล่านี้จะช่วยให้พรรคประชาธิปัตย์กลับมาเข้มแข็งได้ในระยะยาว แต่ก็ขึ้นกับว่าพรรคประชาธิปัตย์จะกล้า “ยอมเจ็บปวด” ในระยะสั้นหรือไม่

Siam Intelligence Unit

ค่ำคืนวันที่ 3 กรกฎาคม 2554

  • Nckz

    เอออ….ที่ผมไม่ได้เลือก ปชป คราวนี้ เพราะ ผมมองว่าคนที่กุมอำนาจตัดสินใจ คือ ปัจจัยในข้อ 5 นี่แหละ

    ทั้งๆที่จริงๆแล้ว คนรุ่นใหม่ของพรรคดูมีความสามารถและวิสัยทัศน์ที่เข้ากับยุคสมัย

    ไม่ ผมไม่ได้กำลังบอกว่าให้ออกไปแล้วไปเลย ทั้งสองส่วนต้องทำงานร่วมกัน

    คนหนุ่มไฟแรงมีวิสัยทัศน์ดี …. คนแก่เก่าแต่เก๋าประสบการณ์ ช่วยกันทำงาน

    ปรับรูปแบบองค์กรการทำงานให้คล่องตัวกว่าเดิม ลดอำนาจอาวุโสลงบ้าง ผู้ใหญ่ไม่ได้ถูกอยู่เสมอและตลอดเวลา

    สุดท้ายแล้วกระผมเห็นด้วยกับข้อเสนอทั้ง 5 ข้อที่กล่าวมาข้างต้น

  • ชาคร

    ขอเพิ่มข้อ 6 ผู้นำต้องมีความเหี้ยมหาญ เด็ดขาด ใครไม่ได้เรื่องต้องเปลี่ยนตัวออก ไม่ใช่ขี้เกรงใจ กลัวคนอื่นไม่รัก อย่างนี้เป็นผู้นำไม่ได้ ยกตัวอย่างกรณีสาธิต วงศ์หนองเตย คุมสื่อ ขอโทษครับ สุนัขไม่รัปประทาน แล้วก็ยังไม่ปลด เจ้าตัวก็หน้าหนาไม่ยอมลาออก แล้วเป็นไง รู้ทั้งรู้ คู่ต่อสู้แผลเต็มตัวยังเอาไม่ลง แถมสุดท้ายพ่ายแพ้อีก คนเป็นแม่ทัพต้องกล้าตัดหัวทหาร ไม่ใช้หยิกตูด สงครามนะครับ ไม่ใช่ตี่จับ

  • Democmen

    ปชป แพ้เพราะไม่แจกไอแพดเหรอคับ ลองชนะเข้ามาสิ รับรองว่าจะแจกคนละ 2 เครื่อง
    เขาเรียกว่าแค่จะแจกยังคิดเองไม่ได้ เพราะคราวที่เข้ามาก็ลอกแบบเค้ามาทั้งหมด แต่เพิ่มให้สองเท่า อุตส่าห์ดั้นด้นไปเรียนจบอังกฤษ กลับมาลอกการบ้านเขา แล้วยังด่าเขาอีกนะ ความจริงก็ยกท่านที่อยู่ดูไบเป็นที่ปรึกษาพรรคตัวเองเสียเลยจึงจะถูก นี่ยังไม่รวมทุจริต ที่ต่างประเทศระบุว่ามากกว่าทุกยุคทุกสมัยอีกต่างหาก พรรคนี้มีเก่งคับไม่ใช่ไม่มี คือเก่งที่จะให้อีกหลายคนเคารพบูชาและเชื่อว่าพรรคนี้ดี ขอโทษนะ ข้าพเจ้าก็เคยอยู่พรรคนี้มาแล้ว แต่ต้องละจากเพราะยังมีสติอยู่ พรรคบ้าบออะไร ไปให้กำลังใจม้อบที่ยึดทำเนียบ เป็นพรรคที่เชื่อมั่นรัฐสภาตรงใหน พรรคแมลงสาปสุโค่ย

  • Democmen

    นิวส์วีค นิตยสารชื่อดังของสหรัฐอเมริกาขึ้นปก 4 ผู้นำในเอเชียและมีรูปของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยเป็นหนึ่งในผู้นำทั้ง 4 คนรวมอยู่กับนายหม่า อิง จิ่ว ผู้นำของไต้หวันนายลี เมียง บัก ประธานาธิบดีนักธุรกิจของเกาหลีใต้ และ นายอันวาร์ อิบราฮิม อดีตรองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ภายใต้บทความที่นำเสนอในชื่อว่า The Politics of Practical Nostalgia หรือ การเมืองแห่งการโหยหาอดีตที่ทำได้จริง

    ล่าสุดนิตยสารนิวส์วีคฉบับประจำวันที่ 1 กันยายน 2553 ซึ่งออกวางตลาดในเร็วๆนี้ได้ลงตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับ พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยอีกครั้งในบทความที่มีชื่อว่า A Leader Who Looms/ ผู้นำที่ยังคงยืนเด่นเป็นตระหง่าน โดยเนื้อหาของบทความชิ้นนี้ได้ยกย่อง “ทักษิโณมิกส์” ว่าเป็นนโยบายที่ได้รับการยอมรับในภูมิภาคเอเชียอย่างกว้างขวาง มีผู้นำในแถบเอเชียหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียแม้กระทั่งประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีนและอินเดียก็ยังเดินตามรอย “ทักษิโณมิกส์” ของอดีตนายกรัฐมนตรีไทย

    แถมไม่พลาดที่จะเหน็บพวกปัญญาชนว่า “พวกปัญญาชนผู้รอบรู้เคยหัวเราะเยาะทักษิณแต่นโยบายเศรษฐกิจแบบประชานิยมของเขากำลังได้รับความนิยมแพร่หลายในเอเชีย”

    นอกจากนี้นิวส์วีคยังกล่าวยกย่องชมเชยกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจของทักษิณที่ออกมาในรูป “นโยบายคู่ขนานหรือทักษิโณมิกส์” ว่าเป็น“ความคิดที่ฉลาดหลักแหลม” พร้อมเอ่ยชมอดีตนายกฯทักษิณว่าเป็น “นักคิดทางเศรษฐกิจผู้ยิ่งใหญ่”

    โดยในตอนท้ายนิวส์วีคสรุปว่า “นโยบายคู่ขนานที่เฉียบแหลม” นั้นมันทำงานได้ผลจริงๆ

    สำหรับ George Wehrfritz แห่งนิตยสาร NEWSWEEK ผู้เขียนบทความ A Leader Who Looms/ ผู้นำที่ยังคงยืนเด่นเป็นตระหง่านนี้เคยเขียนบทความเรื่อง Buddhist Economics/พุทธเศรษฐศาสตร์ มาแล้วเมื่อต้นปี 2007

  • Democmen

    ลืม Reference คับ
    George Wehrfritz แห่งนิตยสาร NEWSWEEK ผู้เขียนบทความ A Leader Who Looms/ ผู้นำที่ยังคงยืนเด่นเป็นตระหง่านนี้เคยเขียนบทความเรื่อง Buddhist Economics/พุทธเศรษฐศาสตร์ มาแล้วเมื่อต้นปี 2007

  • Democmen

    ในชีวิตของผู้เขียนเสียน้ำตาให้กับนักการเมืองที่เป็น”ผู้นำ”ด้วยอยู่เพียงสองคน

    นักการเมืองคนแรกที่ผู้เขียนเสียน้ำตาให้คือ ผู้นำสหรัฐอเมริกา จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช เพราะผู้นำคนนี้ท่านเป็นนักการเมืองที่เป็นสุภาพบุรุษอย่างที่คนมองกระจกด้านเดียวไม่สามารถสัมผัสได้และท่านมีหัวใจรักประเทศที่ยิ่งใหญ่จริงๆ คนทั้งโลกและชาวอเมริกันบางส่วนอาจจะเกลียดท่านในวันนี้แต่อีกไม่นานหรอกค่ะโลกจะต้องหันมาขอบคุณเขาเหมือนกับที่คนอเมริกันต้องขอบคุณอับราฮัม ลินคอล์น ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของสหรัฐจากพรรครีพับลิกันมาแล้ว

    นักการเมืองคนที่สองเป็นนักการเมืองไทยคนแรกและคนเดียวที่ผู้เขียนเสียน้ำตาให้กับท่านหลายครั้งเพราะรักและสงสารท่านจับจิตกับการที่ท่านโดนรังแกอย่างซ้ำซากจาก “ชนชั้นสูงผู้มีอภิสิทธิของไทย” นักการเมืองคนนั้นก็คือ “พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของไทย ผู้นำที่ดีที่สุดที่ประเทศไทยเคยมีมาและเป็นผู้นำคนแรกที่เห็นความสำคัญของคนจนและชาวรากหญ้าโดยทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

    แนวความคิดและความทุ่มเทของ พ.ต.ท.ทักษิณจึงเปรียบเสมือนเทียนที่เผาตัวเองให้เกิดการเปล่งแสงสว่างขึ้นในสังคม ท่านจึงเป็นภัยอันใหญ่หลวงต่อ “ชนชั้นสูงผู้มีอภิสิทธิของไทยที่เชื่อในทุกอย่างยกเว้นประชาธิปไตย”

    ในวันนี้ผู้เขียนจึงขอรวบรวมมิวสิค วีดีโอทั้งหมดที่ “กลุ่มคนรักทักษิณ” ทำขึ้นมาเพื่อมอบให้แด่ท่านในช่วงก่อนและหลังรัฐประหาร 19 กันยาฯและมอบให้กับประชาชนที่ยังรักและศรัทธาท่านอดีตนายกฯทักษิณให้คลายความคิดถึงผู้นำในดวงใจลงบ้างมาฝากคุณผู้อ่านทุกท่านที่แวะเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซท์แห่งนี้ด้วยเพราะรู้จักหรือบังเอิญผ่านมาเจอให้ได้รับชมและฟังกันค่ะ

    เพราะประชาธิปไตยและดร.ทักษิณคือเนื้อเดียวกันที่มิอาจแยกจากกันได้เพราะท่านอดีตนายกฯทักษิณคือ “ผลผลิตของระบอบประชาธิปไตย” ซึ่งนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไม่ควรหลงลืมข้อเท็จจริงตรงนี้โดยเด็ดขาด

  • Democmen

    ที่ผมโพสต์เรื่องดังกล่าวนี้ ไม่ใช่เพราะรักทักษิณอะไรจนมากมาย เพียงแต่ว่า เราควรมีเวลาไตร่ตรองทุกอย่างที่ผ่านมา ถ้าไม่มากเกินเหตุ บ้านเมืองคงไม่วุ่นวาย เราทุกคนมีส่วนด้วยกันทั้งนั้น เพราะคิดกันว่า ต่างคนต่างรักบ้านเมืองมากกว่าผู้อื่นจนต้องทำลายกันเอง หาคนที่มีความสามารถมาช่วยบ้านเมือง ความสามารถดูได้ด้วยรูปธรรม ไม่ใช่คนที่บอกว่าดี แต่เป็นแค่นามธรรม

  • ืฟืเน

    ^^^^^

    แต่อีกไม่นานหรอกค่ะ

    ที่ผมโพสต์เรื่องดังกล่าวนี้

    ????????????

  • pawinh

    ผมว่าบทความนี้ เป็นความที่ดีมาก เป็นกลาง วิเคราะห์บนพื้นฐานความจริง ไม่มีอคติในใจ และจุดมุ่งหมายเพื่อให้ พรรค ได้ฉุกคิด ถึงความเป็นจริง ที่ ปชป.มองข้ามไป

    เอาเป้นว่า ถ้าผมเป็นมาร์ค และได้เข้ามาอ่านบทความนี้ บอกได้คำเดียวครับ ว่า……….อึ้ง….

  • สุ

    ดู 2 จดหมาย ใจความกับอารมณต่างกันดีแท้ อ่านจดหมายถึงคุณยิ่งลักษณ์ ฟังดุนอบน้อม หัวข้อ ดูดี มาอ่าน จดหมายถึง อภืสิทธิ์ ไหง์มีแต่ ข้อติติง เลยงงว่า พท ไม่มีข้อติเลย? เห็นด้วยกับคุณ ไม่รับคนเผาเมือง แต่ก็ยอมรับในเจตนากับกะทู้จดหมานี้ ถ้าคุณตั้งใจติเพื่อก่อ ไม่ใช่ติเพื่อก่อ(ให้เกิดความเกลียด) เห้นบางคนมาโพส พรรคแมงสาป บ้าง เยาะเย้ยถากถางบ้าง นี่รึคือผู้ชนะ ดิชั้นคิดว่า ไม่มีใครแพ้ใครชนะคะ ประเทศชาติคะ ที่แพ้ที่ชนะ ตอนเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมือง พวกแดงไม่ได้ชนะนะคะ พวกคุณแพ้ราบคาบ หรือตรรกะการคิด ต่างกัน อยากให้ผู้เขียนจดหมาย น่าจะวิเคาระห์จุดเสียของ พท ให้ชัดเจนด้วยคะ เพราะดิชั้นไม่คิดว่าเป็น พรรคการเมืองที่เพอรเฟค ที่สุด !!!

  • แอม

    คนที่โฟสข้อความนี้แน่ใจหรือคะว่าต้องการให้ ปชป.ไปปรับปรุงแก้ไขในข้อผิดพลากที่ผ่านมา หรือแค่ต้องการเติมชื้อฟืนลงไปในไฟมากกว่า แล้วข้อผิดพลาดของ พท.หละคะมีแค่นี้หรือ ทั้งนะโยบาบขายฝันต่างๆนาๆ แค่เรื่อที่จะให้ชาวนาทำบัตรเครดิต คุณคิดว่ามันเป็นการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องที่สุดแล้วหรือคะ และอื่นๆอีกมากมาย เห็นจดหมายถึง พท.แล้วเอามาเปรียบเทียบกันแล้วก็ทำให้รู้สึกได้ว่า ถึงคุณอาจจะไม่ได้ใส่เสื้อสีแดง แต่กางเกงในจีสตริงของคุณนั้นสีแดงอย่างแน่นอน ปล.ระวังมันจะปาดตูดแล้วเจ็บไปถึงปากนะคะ

  • ประชาชน

    ประเด็นใส่ร้ายป้ายสี จนได้ฉายาที่ผู้สื่อข่าวตั้งให้เป็นช่างทาสี หรือคู่แข่งทางการเมืองตอกกลับเป็นพรรคเอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้คนอื่นมาอย่างยาวนาน ทั้งยังไม่มีการแก้ไขจนปัจจุบันช่อง 11 ยังให้ทีนิวส์ออกมาเสนอข่าวแบบกระบอกเสียงรัฐบาล เสรี เจิมศักดิ์ยังออกมาจ้อช่วงรณรงค์การเลือกตั้ง เจตนาเอาชนะจนขาดมโนธรรม กรณีเอาเหตุเผาบ้านเผาเมืองมาโจมตีทั้งที่ยังเป็นที่น่าสงสัยอยู่ว่าฝ่ายไหนกันแน่ที่สั่งเผาแล้วมีอำนาจห้ามไม่ให้ดับได้ จนวอดวาย และเป็นที่น่าสังเกตุการเผาด้วยบันดาลโทสะน่าเสียหายเป็นวงกว้าง แต่ห้างเกษรตรงข้ามใกล้กันแม้แต่กระจกยังไม่แตกสักแผ่น เรื่องคนตายแม้แต่พ.อ.ร่มเกล้า ตายเพราะกระสุนอะไรกล้าเอาความจริงมาเปิดเผยหรือไม่ จะได้รู้กระสุนมาจากสังกัดไหน หรือกรณีปีก่อนบุกกระทรวงมหาดไทยทุบรถนายกฯเผารถเมล์ ร่วม 50 คันเอามาฉายซ้ำไปซ้ำมาวันนี้จับใครได้บ้าง ทหารยิงกันตายที่ทางลงดอนเมืองโทลเวย์เป็นอย่างไร ที่สำคัญทหารต้องติดสติกเกอร์สีชมพูเพราะกลัวยิงกันเอง แสดงว่าอะไร…ไม่กลัวชายชุดดำหรือ? หรือชุดดำชุดเขียวชุดเดียวกัน คนที่ใจเป็นกลางเป็นธรรมลองพิจารณา พรรคประชาธิปัตย์ทำอะไรไว้กับประเทศชาติและประชาชนผลจึงมาจากเหตุ

  • saisanom yuenyonga

    I think the crucial mistake for ปชป is depending too much on the party leader popularity. The party members are lazy and do not work hard enough to win the votes. Probably,they were careless and underestimated their opponents. Sorry for the disappointment,but I still am with you.

  • คอการเมือง

    ไม่แปลกใจอะไรเลย….เพราะพรรคประชาธิปัตย์แพ้มาตลอดอยู่แล้ว ไม่ใช่เพิ่งแพ้ แต่ก็ไม่คิดจะปรับปรุงพัฒนาอะไรเลย แม้แต่ทัศนคติ และความคิด การกระทำที่สร้างสรรค์ทางการเมือง…

  • คนใต้(กรุงเทพ)

    เห็นด้วยกะบทความน่ะ เมื่อก่อนเราก็เคยรู้สึกดีดีกับ ปชป. น่ะ ตั้งแต่เลือกตั้งครั้งที่ปชป.ไม่ส่งคนลงสมัครน่ะ เราเริ่มรู้สึกถึงความไม่มีอุดมการณ์ทางการเมืองในระบอบ ปชต. ของ ปชป. ผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เคยชื่นชอบกลับพูดจาแปลกๆ
    เราเริ่มไม่ชอบ ปชป.ตั้งแต่วันนั้น จนมาทุกวันนี้ก็พยายามยอมรับ ปชป.อยู่น่ะ แต่เขาก็ยังทำให้เราไม่รู้สึกดีขึ้นเลย กลับทำในสิ่งที่ในบทความเนี้เอ่ยถึงในข้อแรก แล้วทำให้เราเกลียด มากขึ้น เพราะเราไม่ใช่วัว ควายถึงจะได้ไม่รู้อะไร
    ทุกวันฟังข่าว ดูข่าวช่องฟรีทีวี แต่เนื้อหาทำให้เราจับโกหกได้โดยเฉพาะช่วงศอฉ.คุมมันโกหกรายวันเลย มันเลยทำให้เรารู้สึกว่าเกลียดเข้าใส้จนไม่คิดกลับหันไปมอง ปชป. อีก

  • หมอรักชัย หุโต

    เมื่อลาออกโดยเหตุผลว่า แพ้การเลือกตั้ง แต่เมื่อสมาชิกพรรคเลือกมาทำหน้าที่หัวหน้าใหม่ มันไม่ทำให้ชนะขึ้นมาครับ
    โปรดพิจารณา

  • olddrunk

    วันนี้คนไทยฉลาดขึ้น ประกอบกับการสื่อสารไร้พรมแดน หากสมาชิกพรรคต้องการให้ประชาธิปัตย์คู่ประเทศไทยต่อไป ต้องเปลี่ยนแปลง หน้าเดิม ๆ วิธีการเดิม ๆ คนไทยเขาไม่ฝากอนาคตไม่ฝากชีวิตไว้หรอกครับ เอาคนที่เป็นสุภาพบุรุษ เอาคนมีวิสัยทัศน์ มาบริหารพรรค ทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ รับรองได้กลับมาแน่ๆ ครับ

  • เฮ้อ

    ฉันเป็นคนหนึ่งที่ชอบคุณอภิสิทธิ์มาก แต่พอเป็นนายกการพัฒนาประเทศของท่าน เหมือนไม่สามารถตัดสินอะไรเองได้เลยทำตามคำสั่งอย่างเดียวกลับว่าคุณเหมือนไม่ใช่นายกแต่คุณคือตัวประกอบของพรรคคุณลุกขึ้นมากล้าที่ตะเป็นผู้นำกล้าท่จะทำอะไรด้วยต้วเองตัดสินใจเองแบบไม่เห็นแก่ไม่ดูถูกคนอื่นตัวคุณจะได้ใจของประชาชนอีกหลายคน

  • montanee

    นึกว่าพวกสันติวิธีจะมี “ปัญญา” อย่างที่ตั้งชื่อกลุ่ม Siam Intelligence แต่เห็นข้อเขียนเตือนฉันท์มิตร 5 ข้อก็ “เห็นธาตุแท้” อวดฉลาด แต่แท้จริงกลับโง่เง่าไร้สติอย่างที่สุด

    บ้านเมืองไทยเข้าสู่จุดอับเพราะพวกยกย่องว่าตัวเองฉลาดแต่ที่จริงอวิชชาสุดๆแบบพวกคุณนี่แหละ

    ส่วนคุณ Democmen อะไรนั่น แค่อ้างว่าเสียน้ำตาให้บุชก็แทบสำลักน้ำ มาเจอร่ำไห้ให้ทักษิณและอวยว่า “ท่าน” ช่างเป็นฮีโร่เสียหลือเกิน…..

    อย่ามาตั้งชื่อตัวเองว่าบุรุษประชาธิปไตยเลยคุณ คนชั่วคนดีคนเผด็จการหรือประชาธิปไตยยังแยกไม่ออก ฝรั่งเขายังแยกออกกว่าคุณอีก

    เฝ่ย!!!!

  • Democmen

    ปชป มาเอาคุณ montanee ไปอยู่ด้วยอีกคนนะคับ จะยินดีด้วยอย่างมากเลย
    ดีใจจริงๆ ที่พรรคนี้ไม่ต้องปรับปรุงอะไร มันจะได้ล่มจมกันไปตลอดกาล อ่านไม่รู้ความมาทำย้อน
    การเป็นพรรคการเมืองคือ ทำให้บ้านเมืองเจริญ ประชาชนอยู่ดี กินดี แค่นั้น
    อญู่มา สองปีกว่า ไม่ได้อะไร ก็ออกไปเสีย แค่นั้น ทำไม่ได้ คิดเองไม่เป็น ด่าสาดโคลนคนอื่น พรรคอะไรกันนี่ ชอบกันเข้าไปได้ยังไงกันนี้ คุณนึกออกมั้ย ว่าคุณมาย้อนเถียงทำไมเนี่ย
    แค่นี้ยังไม่รู้อีกว่าเขาอภิปรายกันอยู่ประเด็นใหน คนพรรคนี้ เข้ามา ไปที่ใหน ชิหัย หมดที่นั่น กำ

  • Democmen

    อีกไม่นาน ก็คงจะได้รู้ว่า ใครเผากันแน่
    ประกาศเลิกชุมนุม 11 โมง
    เที่ยงกองทัพเข้าพื้นที่ ยิง ยิง ยิง กวาด กวาด
    15.00 เผา ใครเผา ยิงตายไปเป็นเบือ
    ดับเพลิงถูกเรียกกลับ ใครสั่งไม่ให้ดับ
    รปภ ห้าง ถูกกันออก นอกห้าง
    เสื้อดำเผา รู้ด้วย แต่จับไม่ได้สักคน ทั้งที่ยิงเอา ยิงเอา
    ตรรกะ มีแค่นี้ ใช่หรือไม่

  • good

    ต้องกราบขอโทษที่อาจนอกเรื่อง
    พอดีบังเอิญไปเจอในyoutube
    เคยแจ้งกระทรวงICTไปหลายครั้งแล้ว
    บอกให้เขาไปเสริทคำว่า “ตระกูลไอ้”จากในyoutube
    สิ่งที่พบอาจทำให้คนไทยทั้งประเทศต้องน้ำตาไหล
    อยากเขียนเรื่องราวนี้ไปถึงพรรค พท
    เผื่อนายกหญิงคนแรกของเมืองไทย จะโชว์ผลงาน
    นำตัวกลุ่มคนที่ชั่วช้ามาลงโทษ ชาติบ้านเมืองจะได้กลับมาสงบสุขเสียที

  • Dhanachot

    ขออนุญาติ แชร์ บทความบางตอนของ คุณ Democmen หน่อยนะครับจะโพสต์ลงในกลุ่ม…ขอบคุณครับ..

  • Democmen

    กลุ่มใหนเหรอครับ

  • Democmen

    เมื่อไหร่ ปชป จะทำงานให้ประเทศชาติ ประชาชนเสียที 60 ปีแล้ว เริ่มได้แล้ว เอาคุณหญิงกัลยาขึ้นมาเหรอคับ คนนี้เคยลงสมัครผู้ว่า กทม ตอนหาเสียงก็สาดโคลนว่าทุกพรรคเตรียมเอางบไปทำมาหากิน ต้องเลือกอิสระเช่นเธอจะดีที่สุด ผลเลือกตั้ง เธอแพ้ ไม่ถึง 3เดือน มาซบพรรค ปชป พูดจากลับกลอกดีจริงๆ นี่คือว่าที่เลขาพรรคคนใหม่รึครับ เอาตามกระแสผู้หญิงเท่านั้นเอง หาผู้หญิงเก่งๆดีกว่ามั้ยครับ รุ่นป้ากลับกลอกมันน่าจะเหมือนเดิม
    เมื่อวานเธอว่า หากเป็นเรื่องที่ทำให้พรรคได้ประโยชน์ เธอยินดีทำอยู่แล้ว
    กรรม
    เรื่องส่วนรวมมาก่อนเรื่องส่วนตัว เรื่องประเทศชาตืมาก่อนเรื่องของพรรค เอามาใช้เถอะ
    พรรคการเมืองมีขึ้นมาเพื่อ งานอาสาเข้ามาพัฒนาชาติบ้านเมือง มันมีอยู่เพียงตรรกะเดียวเท่านั้น พรรคใหนที่สร้างความอยู่ดีกินดี พาประเทศชาติไปได้ดีกว่าพรรคใหน เลือกพรรคนั้น พรรคใหนทำผิด หรือทำพลาด ก็ไม่ได้รับเลือกตั้งครั้งต่อไป มีแค่นี้เอง ไอ้แย่งเขามาทำน่ะมันผิดปรกติวิสัย ผิดวัตถุประสงค์การมีพรรคการเมืองตั้งแต่แรกคิดแล้ว มีอย่างนี้ถือว่าเป็นรอยด่าง เป็นกาฝากของระบอบประชาธิปไตย พวกที่ไม่เชื่อในระบอบนี้เขาจะดูแคลนเอาได้ว่า ไม่กาลงให้ใครดีกว่า พวกนี้แหละคับที่ไม่ต้องการระบอบนี้ ส่วนจะเป็นระบอบใหน วันนึงถ้าพวก พรรค ในสาน ปชต ทำเน่าๆให้เห็นว่าระบอบบนี้ไม่ได้ความแล้ว ประชาชนก็คงจะสรรหาระบอบอื่นมาแทน ถึงวันนั้นรับกันให้ได้ก็แล้วกันคับ เอาแบบใหนล่ะ ลองเลือกดูเอาจากที่มีอยู่ในโลกนี้
    1.สังคมนิยม
    2.Communist ก้าวหน้าแบบจีน
    3.USA.
    4.Myanmar
    ถ้าคิดว่าอย่างที่เราเป็นอยู่ตอนนี้เกือบดีแล้ว ก็ต้องหัดอยู่ในกรอบ อยู่ในรอย เอามันสมองมาสร้างแนวคิดแข่งกับเขา ดีกว่าเขา ชนะไป นี่คิดเองไม่ได้ ทหารมายึด ก็ดันไปยินดีกับเขา มีม้อบมายึดทำเนียบ ก็ไปเยี่ยมเขา ปิดสนามบิน ก็ส่งคนไปขึ้นเวทีกับเขาด้วย ก็ทำได้นะเพราะทำไปแล้ว เวลาเลือกตั้ง คนเขาก็ไม่เลือกไงครับ จะว่าใคร ทักษิณเหรอ ใช้สติหน่อย พวกคุณคิดเองกันทั้งนั้น ไปโกรธเกลียดเขาราวกับเป็นเจ้ากรรมนายเวรมาแต่ชาติปางก่อน ด้วยเหตุผลอะไรยัง งง อยู่เลยทั้งทีลอกเอาของเขามาแท้ๆ เอาเป็นว่าเวลาประชุมพรรคครานี้ เริ่มที่สรุปปรัชญาการเป็นพรรคการเมืองของ ตนเองก่อนดีกว่า การตลาดเขาเรียก BRAND DNA. เอาให้ชัดๆก่อน อยากเข้าไปเป็นกรรมการพรรคนี้จริงๆ เชิญมาหน่อยก็ได้นะครับ

  • Democmen

    เพิ่มเติมครับ ไม่ได้ทับถมนะ แต่อยากเสนอพรรคว่า
    ตั้งแต่ ประชาธิปัตย์ผลัดใบมาบริหารพรรคนี่ พรรคตกต่ำไปมากเหลือเกินแล้ว พรรคอย่าเลือกคนมาเป็นผู้นำเพียงเพื่อภาพลักษณ์อีกต่อไปเลยครับ กรุณา
    REALISTIC
    อย่าเลือกเอาแค่…..
    PERCEPTION จำเอาไว้ เพราะ Realistic จะคิดถึงคนในชาติที่เรียกว่า ประชาชนของชาติ หากคุณรักพวกเขา คุณจะอยู่ในหัวใจของเขาตลอดไป
    หากเลือก Perception คุณก็จะได้กระพี้แบบใน กทม ที่พร้อมจะเลือก ไม่เลือกคุณได้ตลอดเวลา
    เลือกเอาคับ ใช้สมองตรองดู

  • http://ประชาธิปัตย์เหิมเกริมเพราะ????????? ืฟืเน

    ประชาธิปัตย์ เหิมเกริม เพราะ?????????

    คนภาคใต้ โง่ อภิมหาโง่

    เหมือน พ่อ มาร

  • Lagnfanvhin

    เก็บความความรู้สึก เสียใจ นั้นไว้ หากเก็บไว้ไม่ได้ ก็ร้องไห้ออกมา ผมคิดว่า กองเชียร์ ปชป.หลายคนร้องไห้ ส่วนผมนั้นแค่น้ำตาไหลเฉยๆ ครับ วันหนึ่ง ปชป. ที่เราเชียร์ ผมชื่อว่า ต้องชนะการเลือกตั้ง อย่างแน่นอน วันนั้น อาจเป็น รัฐบาลเสียงมากๆ พรรคเดียว ถึงเวลานั้น ผมจะดีใจ และ สะใจ อย่างที่สุดครับ

  • http://www.facebook.com/people/ล่างฟานหวิน-กระบี่มือหนึ่งในยุทธภพ/1113093604 ล่างฟานหวิน กระบี่มือหนึ่งในยุ

    Lagnfanvhin 0 นาที ที่แล้ว เก็บความความรู้สึก เสียใจ นั้นไว้ หากเก็บไว้ไม่ได้ ก็ร้องไห้ออกมา ผมคิดว่า กองเชียร์ ปชป.หลายคนร้องไห้ ส่วนผมนั้นแค่น้ำตาไหลเฉยๆ ครับ วันหนึ่ง ปชป. ที่เราเชียร์ ผมชื่อว่า ต้องชนะการเลือกตั้ง อย่างแน่นอน วันนั้น อาจเป็น รัฐบาลเสียงมากๆ พรรคเดียว ถึงเวลานั้น ผมจะดีใจ และ สะใจ อย่างที่สุดครับ

  • http://www.facebook.com/people/ล่างฟานหวิน-กระบี่มือหนึ่งในยุทธภพ/1113093604 ล่างฟานหวิน กระบี่มือหนึ่งในยุ

     SIU ขอทำตัวเป็น “กัลยาณมิตร” มองปัญหาภายในของพรรคประชาธิปัตย์จากสายตาคนนอก และแนะนำวิธีแก้ไขที่ดีที่สุดในสายตาของเรา โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ประชาธิปัตย์ปรับตัวเพื่อเป็นพรรคคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อของพรรคเพื่อไทยต่อไป <</ ใครอ่านข้อเขียน โปรดเข้าใจด้วยว่า ข้อเขียนนี้ไม่ออกจาก พรรค ปชป. แต่ออกจากคนนอก คนนอกนั้น อาจเป็น ปชป.หรือ พธม.โหวตโน หรือ พท.เสื้อแดง (ผมอ่านแล้ว ไม่เห็นด้วยมากๆ มาย สวนที่เห็นด้วย…ก็มีน้อยนิด ผมคิดว่า คนเขียนยกตนเองเป็น ฉลาด และไม่ได้ รู้ข้อเท็จ บางเรื่องเลย จริงๆ)1. เรื่องการเป็น รัฐบาลใน นายกชวน กรณี สื่อว่า งูเห่า และ ช่วง นายกอภิสิทธิ์ กรณี เนวินทรยศ สองกรณี จะโทษ ปชป. ไม่ได้แม้แต่นิดเดียว เพราะเป็นเรื่อง ขัดแย้งภายใน กันของพรรคอื่นๆ ผมคิดว่า ลองเปรียบเทียบ ทั่วไป เหมือน หญิงคนรัก ทิ้งเราไป หาแฟนใหม่ และจะโทษใคร ครับ โทษหญิงคนรัก โทษแฟนใหม่ โทษตัวเอง ผมคิดว่า หากสุภาพบุรุษต้องโทษตัวเอง ครับ2. สมัยนายกอภิสิทธิ์ ไม่ใช่เพิ่มความขัดแย้ง แต่แก้ไขปัญหาความขัดแย้งให้น้อยลง ยากย้อนนึกกลับไป ความขัดแย้งในสังคม แค่หนักๆ เริ่ม ปี 49 -ช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมานี้ นะ ความขัดแย้งระหว่างสี ระหว่างกลุ่มมีอยู่ก่อนแล้ว แต่ปะทุ ขึ้นเท่านั้น มันตั้งหลายสี แต่สี ที่กล่มใหญ่ และขัดแย้งกั้นสูง คือ เหลือง แดง และหากลองสังเกตุ กลุ่มแดง ประท้วง เดินตามรอยเหลือง เลียนแบบเหลือง ขัดแย่งระหว่างประชาชนกลุ่มสี แล้ว ยังขัดแย้ง ระหว่างประชาชนกับ เจ้าหน้าที่ กล่มเหลือง ขัดแย่งกับตำรวจ กับแดง ขัดแย้งกับทหาร ผมขอสรุปว่า การ สูญเสีย ทีผ่านมา นั้นถือว่า น้อยที่สุดแล้ว ครับ หากเทียบกับขัดแย้งที่สูง ดุเดือด 3. การผลัดเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรค ในพรรค ปชป. ผุ้เขียนเข้าใจว่า ในพรรค ปชป.ใครจะตั้งใครเก็น กรรมการบริหารพรรค หัวหน้าพรรคหรือเลขาพรรค คณะกรรมการ เป็นทีมได้ตามใจชอบ ตามที่ใครต้องการให้เป็น ซี่งเปล่าเลย ไม่ได้ ได้เป็นเช่นนั้นเลย ไม่มีใครคนใด คนหนึง ที่จะออกแบบทีมกรรมการบริหารได้ ตามใจต้องการของตนเอง เพราะระบบ ปชป.เขาใช้วิธีการเลือกตั้ง เป็นคะแนนลับ ผู้ที่มีสิทธิ์ เลือกก็ ผ่านกระบวนการต่างๆ ของพรรคมาหลายขั้นตอน และสมาชิก ที่มีสิทธิ์ เลือกกรรมการบริหารพรรค นั้นก็ มีจำนวนเยอะ ฉะนั้นถ้าใหเป็น เฉพาะคนรุ่นใหม่ หรือ รุ่นเก่า หมด คงไมได้เพราะอยู่ที่ มีสิทธิ์ เลือกจะเลือกใคร และมีใครเสนอ เข้าแข่งขันหรือไม่หากเข้าใจเรื่องที่ว่า ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายกอภิสิทธิ์ ไม่ใช่ ตำแหน่งเฉพาะสมาชิก ปชป. หรือ เฉพาะ พธม. แต่เป็น นายกรัฐมนตรี ของคนทั้งประเทศ รวมทั้ง คนเสื้อแดง เสือเหลือง เสื้อขาว เสื้อน้ำเงิน หลากสี จนถึงไม่มีเสื่อใส่ ก็จะเข้าใจ ในเรื่องนี้ การกระทำ เพื่อกลุ่มใด กลุ่มหนึ่งไม่ได้ แต่ต้องทำประโยชน์เพื่อทุกกลุ่ม ประชาชนทั้งประเทส หาก พธม.เข้าใจเรื่องนี้ ก็ เข้าใจ ถึง สาเหตุ ที่ขัดแย้ง กัน ระหว่าง พธม. กับ ปชป. มั้ง ครับคนที่เลือก คือคนที่เข้าใจ ผมมั่นใจ ใน ปชป. ทั้งหมด ยังเชื่อมีน นายกอภิสิทธิ์ ไม่ผิด และยังเชื่อมัน ในตัวนายกอภิสิทธิ์ อย่างเต็มเปี่ยม แต่ปัญหาคือ จะทำอย่างไร ให้ ข้อมูล และความเชื่อมัน ของฝ่าย ปชป. ต่อนายกอภิสิทธิ์ คนกลุ่มอื่น ๆ ที่ไม่เชื่อมั่น เลย ได้ เชื่อมั่น ด้วย นั่นเป็น การบ้าน ที่ ปชป. ทุกคน ต้องกระทำ ครับขัดแย้งระหว่าง กลุ่มสี มีก่อนแล้วครับ คำถามว่า ทำไม กลุ่มคนเสือแดงว่า นายกสองมาตรฐาน ส่วนกลุ่ม พธม.อาจว่า นายกอภิสิทธิ์ ไม่มีมาตฐานเลย กลุ่มคนเสื้อแดงว่า พธม. คือ ปชป. ส่วนคน พธม.ว่า ปชป. สมคบ กับคนเสื้อแดง คุณว่า เรื่องนี้ คนอยู่ตรงกลาง ของนายกอภิสิทธิ์ ปชป. ควรทำอย่างไรด้วยเหตุนี้ ทีทำให้ คนเสื้อแดง เข้าใจว่า พธม.คือ ปชป. เพราะตอนเกิดกลุ่ม พธม. สส.ปชป.หรือสมาชิกพรรค ปชป.อาจมาร่วมชุมนุม ฐานะ ส่วนตัวประชาชนทั่วไป หรือ อยากรู่อยากเห็น หรืออยากช่วยประชาชน เช่น คุณหญิงกัลยา คุณกรณ์ คุณรัชดา ฯ หรือ ส่วนหนึ่ง เพราะ ปชป.ไปนำคนที่เคยขึ้นเวที พธม. มาลง สมัคร สส. หรือ เป็น รมต. เช่น คุณสมเกียติ คุณกษิต สส. ชลบุร แทบทั้งชุด อย่างนี้เป็น ต้น ที่ทำให้ คนเสื้อแดง เข้าใจ ว่า พธม. คือ ปชป. แต่เมือ นายกอภิสิทธฺ มีตำแหน่ง ต้องทำเพื่อประชาชน ทุกกลุ่ม การจะทำเพื่อกลุ่มใด กลุ่มหนึงไม่ได้ นั่นคือ เหตุผลหนึง ของความขัดแย่ง ระหว่าง ปชป. กับ พธม. หรือ ปชป. กับ คนเสื้อแดงตรงนี้ เป็น กฏหมายตามกรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ขั้นพื้นฐาน กฏหมายบังคับใช้ได้ เหมือนกันไม่ว่า คนสีไหน กลุ่มไหนครับ ตรงนี้ น่าจะจบ เพราะยึดหลัก กม. ครับตรงนี้ ติดตามข้อมูล และทำความเข้าใจไปเรื่อย ๆ ครับ ผมมั่นใจ วันหนึ่ง ความเชื่อมัน คุณจะกลับมาเช่นเเดม ผมอยากบอกว่า หาก นายกไม่กล้าหาญ ไม่เสียสละ ไม่กล้ายุบสภา ให้มีการเลือกตั้งใหม่ อย่างแน่นอนครับ แต่นายกกล้าหาญ พอ ที่ให้ ประชาชน ตัดสิน(แพ้ก็ไม่เป็นไร ให้ประเทศเดินต่อไป ข้างหน้า ได้ นั่นคือ เป้าหมายของนายก ครับ )

  • sukhee meekhansap

    ไม่ได้แพ้การเลือกตั้งหรอก ได้ผู้แทนตั้ง 160-170 หาได้ที่ใหน  ต่ำกว่าเป้านิดเดียวเอง ถือว่าชนะขึ้นเรื่อยๆ หรือเสมอตัว ถ้าแพ้ สมัยที่แล้วจะได้เป็นรัฐบาลเหรอ   พรรคเล็กๆต่างหากที่แพ้ พรรเพื่อไทยยังมีสิทธ์แพ้เพราะพรรคแตกไม่มีเอกภาพเลย
    160 เสียงสามารถเป็นพรรคร่วมรัฐบาล มีอำนาจต่อรองมาก คำว่าแพ้ น่าจะเป็นความเห็นของฝ่ายตรงข้าม หรือคนเป็นกลาง หรือคนฝ่ายประชาธิปัต์ส่วนน้อย

  • คนปักษ์ใต้ ใจภาคเหนือ

    พรรค ปชป. บริหารประเทศแบบตามนํ้ามานานแล้ว ไม่แก้ไข ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่อะไรทุกอย่าง

    เพราะมัวแต่กลัว
    กลัวว่าถ้าทำอย่างโน้น เกรงว่ามันจะเป็นอย่างนี้
    ถ้าทำอย่างนี้ เกรงว่ามันจะเป็นอย่างโน้นก็เลยไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเป็นพรรคการเมืองที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยแต่ลองนึกย้อนกลับไปดู เราจะหาผลงานของ ปชป. ได้ยากมาก
    ยกเว้นเรื่อง สปก. (หาที่ทำกินให้นายทุน)ผิดกับพรรคของนายกทักษิณณ ปัจจุบัน 30 บาทรักษาทุกโรค โอท็อปหวยบนดิน การปราบปรามอาเสพติดแบบถอนรากถอนโคนสิ่งเหล่านี้ หลายโครงการประชาชนต้องการให้สานต่อยังอยู่ในมโนสำนึกของประชาชน

    “ถ้าตีนไม่ถึงดิน อย่าหวังเลย ว่าจะได้ดาวมาครอง”

  • คนปักษ์ใต้ ใจภาคเหนือ

    พรรคปชป. ถ้าคิดจะชนะเลือกตั้งในคราวหน้า
    ทำได้ไม่ยากหรอกครับ ถ้าคิดจะทำ

    อันดับแรก กำจัดต่อมอิจฉาให้ได้ก่อน
    ตอนนี้เห็นชัดเจนทั้งหัวหน้า แกนนำ ลูกพรรค
    ออกอาการอย่างเห็นได้ชัดเจน

    เลิกสกัดกั้นนายกทักษิณทุกวิถีทาง แล้วคะแนนสงสารจะกลับมาเอง
    มีแกนนำบางคนประกาศ จะสกัดกั้นทุกวิถีทาง ถ้านายกทักษิณจะกลับเข้าประเทศ
    คงจะลืมไปว่า ระหว่างนายอภิสิทธิ์ กับนายกทักษิณ คนส่วนมากเลือกข้างนายกทักษิณ
    ผลการเลือกตั้งมันฟ้องอยู่นะครับ

    ยิ่งออกอาการมากเท่าไหร่ แรงถีบลงพื้นจะมากขึ้นเท่านั้น แล้วปชป.จะโงหัวไม่ขึ้น

    ผมแนะทางออกง่ายๆให้ อยู่เฉยๆสะ มีองค์กรอื่นๆของรัฐ คอยตรวจสอบอยู่มากมาย
    แล้วจะไม่เปลืองตัวด้วย

    ข้อสอง อย่างสร้างกระแสมาล้มคนอื่นๆอีกเลยครับ
    สิ่งนี้เป็นเรื่องที่พรรค ปชป. ถนัดมากๆ ทั้งทำเองและอยู่เบื้องหลัง

    นายกบรรหาร ต้องลาออกเพราะเรื่องเตี่ยต่างด้าว
    ทั้งๆที่แกนนำพรรคปชป. ผู้สนับสนุนพรรค บางคน พ่อแม่ก็มาจากเมืองจีนทั้งนั้น

    ข้อสาม อย่าเป็นนักวิชาการ นักวิจารย์ ให้มันมากนัก
    คำพูดแต่ละคำที่ออกมา สวยหรูทางวิชาการ แต่จับต้องไม่ได้สักอย่าง

    สิ่งเหล่านั้นพูดมากไป ชาวบ้านเค้าฟังไม่รู้เรื่องหรอกครับ
    พูดภาษาชาวบ้านให้มากๆ หน่อย

    คงจะลืมไปว่าชาวบ้านจนๆ ในประเทศมีมากกว่าคนรวยหรือคนชั้นกลาง

  • คนปักษ์ใต้ ใจภาคเหนือ

    อดีต ท่านนายกชาติชาย เปลี่ยนสนามรบให้กลายเป็นสนามการค้า

    มายุคพรรคปชป. กลับเปลี่ยนสนามการค้าให้เป็นสนามรบ

    นายกปู กระชับความสัมพันธ์กับเขมร ให้กลับมาเหมือนเดิม

    แต่นายอภิสิทธิ์ กลับดักคอ กันท่าทุกวิถีทาง เกรงจะเสียหน้า

    ถ้า 2 คนไทยได้กลับบ้าน

    เลือกตั้งครั้งหน้า นายกปูจะอยู่ครบหรือจะไม่ครบเทอม

    พรรคปชป. ดูแล้วหามีวี่แววจะชนะการเลือกตั้งได้หรอก

    นโยบาย ก็ลอกเค้ามาทั้งดุ้น

    วันๆ มัวแต่พลาม กับกันท่า

    และถ้า… อนาคตข้างหน้า

    หากมีท่านนายกทักษิณ ลงมาเดินหาเสียงตามท้องถนนด้วย

    อย่าหวังเลยว่า พรรค ปชป. จะได้มาถึง 100 เสียง

    ขนาดนายกทักษิณอยู่ต่างประเทศ เลือกตั้ง 2 ครั้งก็ยังแพ้หลุดลุ่ย

    เป็นฝ่ายค้านนั้นแหละ เหมาะสมแล้ว

  • คนปักษ์ใต้ ใจภาคเหนือ

    ณ วันนี้ ผมทำนายใว้ให้เลย อนาคตข้างหน้าพรรคปชป. จะเลือกตั้งอีกซักกี่ครั้ง ก็ยังแพ้

    ถ้ายังสร้างกระแสใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นอยู่เรื่อยๆ แถมยกตัวเองเป็นเทพ กรูถูกทุกอย่าง คนอื่นผิดหมด

    ตอนนี้ ไม่ว่าไครทำอะไร พรรคปชป. นายอภิสิทธิ์ และเทพเทือก เกิดอาการผวา

    กินไม่ได้นอนไม่หลับ หาวิธีสกัด เบรค ทุกวิถีทาง

    นายอภิสิทธิ์ และพลพรรคปชป. รู้อยู่แก่ใจ

    ถ้านายกทักษิณ เข้าประเทศไทย และเดินหาเสียง ตามเกมส์ในสภาเมื่อไหร่

    พรรคปชป. ไม่มีหนทางที่จะได้เป็นรัฐบาล

    เรื่องนี้นายอภิสิทธิ์แค่ใช้หัวแม่เท้าคิด ก็รู้อยู่แก่ใจ

    อนาคตข้างหน้า เราจะได้เห็นพรรคปชป. สร้างกระแสมาล้มคู่ต่อสู้ทางการเมืองอย่างเต็มรูปแบบ

    ในอดีตก็มีให้เห็น ปัจจุบันประชาชนเค้าจับตามองอยู่ว่าปชป. กำลังทำอะไร คิดอะไร

    *** พรรคปชป. และนายอภิสิทธิ์ ตอนนี้เหมือนคนกำลังดิ้นอยู่ในปลักโคลน ***

    *** ยิ่งดิ้น มันก็ยิ่งจม ***

    *** เลือกตั้งครั้งหน้า ถ้าได้เป็นรัฐบาล มาเตะตูดผมได้เลย *** (ยกเว้นตั้งรบ. ในค่าย)

  • Somchai_ket

    เยียดหยาม…คารม…สร้างภาพ  หมดยุคแล้วสำหรับนักการเมืองและพรรคการเมืองแบบนี้  ประชาชนเขามองออกหมดแล้ว