Practical Report จดหมายถึงพรรคประชาธิปัตย์: นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการปฏิรูปพรรค

ถึงสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทุกท่าน

ขอแสดงความเสียใจที่พรรคประชาธิปัตย์แพ้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2554 แต่ก็ขอให้กำลังใจว่าให้พรรคประชาธิปัตย์กลับมาแก้ตัวใหม่อีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ที่อยู่คู่ประชาธิปไตยไทยมานานที่สุด มีความเป็นสถาบันอันเข้มแข็งที่สุด มีโครงสร้างพรรคชัดเจน ไม่ใช่พรรคของนายทุนหรือกลุ่มทุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ถือเป็นทรัพย์สินอันมีค่าที่พรรคประชาธิปัตย์ควรรักษาไว้ต่อไป

แต่ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ ถือเป็นความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งเป็นครั้งที่ 6 ติดต่อกันนับตั้งแต่คุณชวน หลีกภัย ชนะการเลือกตั้ง ส.ส. 2535/2 และถ้าจะนับเฉพาะการขับเคี่ยวกับพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เราจะเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้ติดต่อกันถึง 4 ครั้ง และยังไม่เคยเอาชนะ “ระบอบทักษิณ” ได้สักครั้ง (ดูข้อมูลใน แผนภาพแสดงประวัติศาสตร์การเมืองไทย 2535-2554)

ความพ่ายแพ้ต่อเนื่องเหล่านี้ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่ามีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้องในพรรคประชาธิปัตย์เอง และถ้าพรรคยังมองข้ามหรือทำเมินเฉยปัญหาเหล่านี้ ก็คงไม่มีทางที่พรรคประชาธิปัตย์จะเอาชนะพรรคเพื่อไทยด้วยการเลือกตั้งในอนาคตอันใกล้ได้เลย

พรรคประชาธิปัตย์

SIU ขอทำตัวเป็น “กัลยาณมิตร” มองปัญหาภายในของพรรคประชาธิปัตย์จากสายตาคนนอก และแนะนำวิธีแก้ไขที่ดีที่สุดในสายตาของเรา โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ประชาธิปัตย์ปรับตัวเพื่อเป็นพรรคคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อของพรรคเพื่อไทยต่อไป

ข้อเสนอของเราแบ่งได้เป็น 5 ประเด็น ดังนี้

1. เลิกดำเนินกิจกรรมทางการเมืองโดยใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น

พรรคประชาธิปัตย์ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาในอดีต พรรคประชาธิปัตย์ใช้การใส่ร้ายป้ายสีคู่แข่งเพื่อให้ตัวเองได้เปรียบทางการเมืองมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นกรณีของนายปรีดี พนมยงค์ ที่ส่งคนไปตะโกนในโรงภาพยนตร์, วาทกรรม “จำลองพาคนไปตาย”, ประเด็นอภิปรายเรื่องสัญชาติของนายบรรหาร ศิลปอาชา ในขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่าไม่ใช่คนไทย, การให้สัมภาษณ์ของคุณเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคที่วางบทบาทไว้เป็น “ตัวชน” ฝ่ายตรงข้าม ไปจนถึงกรณีล่าสุดคือการจุดชนวน “ถอนพิษทักษิณ” โดยเลือกปราศรัยหาเสียงที่แยกราชประสงค์ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าเป็นพื้นที่ขัดแย้งและอ่อนไหวสูง

ปัจจุบันพรรคประชาธิปัตย์ยังยึดถือแนวทางนี้อย่างเหนียวแน่นไม่เสื่อมคลาย แน่นอนว่าในทางหนึ่ง การใช้วาทกรรมโจมตีคู่แข่งทำให้พรรคได้เปรียบทางการเมืองในทันที แต่ในทางกลับกัน การใส่ร้ายลักษณะนี้จะทำให้เกิดบรรยากาศการเมืองที่พรรคประชาธิปัตย์และคู่แข่งจะต้องเผชิญหน้ากันมากขึ้นเรื่อยๆ จนท้ายที่สุดจะเกิดความรุนแรงขึ้นดังที่ปรากฏมาแล้วในเหตุการณ์เดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553

การใช้วิธีการเช่นนี้ อาจพอใช้ประสบผลได้ในยุคสมัยหนึ่ง แต่ในยุคสมัยนี้ ที่สื่อมวลชนเองก็กำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง และมีช่องทางรับข้อมูลหลากหลาย แนวทางการโจมตีคู่แข่งแบบนี้ไม่เป็นผลดีกับใคร รวมถึงภาพลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์เองในระยะยาว เพราะประชาชนทั่วไป (ที่ไม่ใช่แฟนคลับของพรรค) จะเกิดความเบื่อหน่ายความขัดแย้งลักษณะนี้ และนี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่พรรคประชาธิปัตย์แพ้การเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย

ดังนั้น สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ควรทำเป็นอย่างแรก ก็คือยกเลิกแนวทางการโจมตีหรือให้ร้ายคู่ต่อสู้ทั้งหมด เปลี่ยนมาเป็นการเมืองที่อิงอยู่บนหลักฐานและข้อเท็จจริงตามหลักวิชาการ ยอมรับในสิ่งที่คู่แข่งทำได้ดีกว่า และพยายามเอาชนะด้วยผลงานหรือหลักวิชา มากกว่าจะเป็นวาทกรรมเชือดเฉือนอย่างที่เคยเป็นมา

2. กล้าเผชิญหน้ากับปัญหาที่เป็นเรื่องอื้อฉาวและนำมาซึ่งความขัดแย้ง

พรรคประชาธิปัตย์ต้องยอมรับอีกเช่นกันว่า ภายใต้การบริหารงาน 2 ปีครึ่งของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้สร้างปัญหาและประเด็นขัดแย้งระดับชาติที่ “รุนแรงมาก” หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร ประเด็นเรื่องความไม่โปร่งใสของกระบวนการยุติธรรมในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ทุกคดี และที่สำคัญคือเหตุการณ์ปราบปรามกลุ่มคนเสื้อแดงที่แยกราชประสงค์ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตถึง 91 ศพ

พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบในปัญหาทั้งหมดนี้ได้เลย แต่ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์กลับเลือกแนวทางหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ หรือโยนความผิดให้ผู้อื่น (ไม่ว่าจะเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงหรือสถาบันอื่นๆ) มาโดยตลอด ผลสุดท้ายกลับทำให้ปัญหาเหล่านั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยซ้ำ

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการที่คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ใช้วาทกรรม “ไม่มีคนตายที่ราชประสงค์” แล้วบอกว่าผู้เสียชีวิตที่บริเวณใกล้เคียงอื่นๆ ไม่ช่วยให้ความขัดแย้งในเรื่องนี้บรรเทาลงแม้แต่น้อย

ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์ควรสร้างกระบวนการภายในของพรรค เพื่อจัดการกับ “ประเด็นปัญหาที่ขัดแย้งรุนแรง” เหล่านี้เสียใหม่ พรรคประชาธิปัตย์จะต้องกล้ายืดอกรับผิด หาสาเหตุ หาผู้รับผิดชอบภายในพรรคที่จะต้องแสดงการรับผิดชอบด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง (ไม่ใช่การลอยนวลต่อไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น ด้วยเหตุผลเพียงว่า “ทำเพื่อพรรค”) และที่สำคัญคือ “แก้ไข” ไม่ให้เกิดปัญหาลักษณะเดียวกันซ้ำอีก

การที่พรรคมีกระบวนการเผชิญหน้าและแก้ไขปัญหาตามสภาพความเป็นจริง มีการตรวจสอบกันเองภายในพรรค ยิ่งจะทำให้ความเป็นสถาบันของพรรคเข้มแข็งขึ้น การดำเนินการของพรรคโปร่งใสมากขึ้น และเป็นผลดีต่อพรรคในระยะยาว

3. เลิกหวังพึ่งทางลัดทางการเมือง หันมาเล่นการเมืองโดยยืนบนขาของตัวเอง

ในรอบ 19 ปีที่พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้การเลือกตั้งมาโดยตลอด พรรคกลับได้เป็นรัฐบาลถึง 2 ครั้ง โดยเฉพาะครั้งหลัง ที่คนบางกลุ่มเชื่อกันว่าด้วย “อำนาจพิเศษ” ที่ถึงแม้จะถูกตามหลักกฎหมาย แต่กลับไม่สง่างามในแง่การบริหารประเทศ

ตัวอย่าง “ทางลัด” เหล่านี้ได้แก่ กรณี “กลุ่มงูเห่า” ที่ช่วยตั้งรัฐบาลชวน 2 หรือ “กลุ่มเพื่อนเนวิน” ที่ช่วยหนุนรัฐบาลอภิสิทธิ์ 1 รวมไปถึงอำนาจนอกระบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นทหาร การตั้งรัฐบาลในกองทัพ ศาล กกต. ฯลฯ

วิธีคิดลักษณะนี้ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่สนใจ “ผลงาน” ของตัวเองอย่างจริงจังนัก และคอยมองหาแต่ “อำนาจพิเศษครั้งต่อๆ ไป” มาช่วยพลิกขั้วเป็นรัฐบาลในอนาคต ดังจะเห็นได้จากการเลือกตั้งปี 2554 นี้ เราจะเห็นข่าว “พรรคอันดับสองตั้งรัฐบาลได้” ออกมาจากฝั่งพรรคประชาธิปัตย์อยู่ตลอดเวลา แสดงให้เห็นว่าพรรคไม่คิดจะเอาชนะด้วยวิธีตรงไปตรงมาตามระบอบรัฐสภา

ปัจจุบันผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีมุมมองและโลกทัศน์ที่ต่างไปจากเดิมมาก การใช้ “ทางลัดทางการเมือง” เพื่อตั้งรัฐบาลโดยไม่มีผลงานที่โดดเด่น เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้อีกต่อไป และผลการเลือกตั้งครั้งนี้น่าจะพิสูจน์ให้พรรคประชาธิปัตย์เห็นชัดเจนว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้แสดงออกความต้องการของตัวเองอย่างไร

พรรคประชาธิปัตย์ต้องเลิกหวังพึ่งทางลัดพิเศษ อำนาจนอกระบบทั้งหลาย หันมาเล่นการเมืองในระบอบรัฐสภา ผ่านการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ตามวิถีทางที่สากลยอมรับ เมื่อพรรคประชาธิปัตย์หันมายึดแนวทางการเมืองในสภาล้วนๆ ย่อมทำให้เกิดแรงกดดันต่อพรรค ให้ลงมาทำงานเพื่อสร้างผลงานอย่างจริงจัง และตรงกับความต้องการที่แท้จริงของผู้มีสิทธิออกเสียงเอง

4. เปิดกว้างและรับฟังความคิดเห็นจากมวลชนผู้สนับสนุนพรรค

พรรคการเมืองใหญ่ที่เก่าแก่อย่างพรรคประชาธิปัตย์ เคยเป็นรัฐบาลนับครั้งไม่ถ้วนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ย่อมมีกลุ่มผู้สนับสนุนแนวทางของพรรคเป็นจำนวนมาก แต่รูปแบบการบริหารงานของพรรคกลับยังรวมศูนย์อยู่ที่สมาชิกระดับแกนนำของพรรคเพียงไม่กี่คน ซึ่งหลายคนได้สถานะความเป็นผู้นำจากชาติตระกูล นามสกุล หรือความสัมพันธ์ระบบเครือญาติ ไม่ได้มาจากความสามารถหรือผลงาน ในขณะที่มวลชนของพรรคทำหน้าที่เป็นเพียงผู้สนับสนุนจากระยะไกลเท่านั้น การขับเคลื่อนภายในพรรคล้วนมาจากแกนนำเพียงกลุ่มเดียว

ในความเป็นจริงแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ยังมีบุคคลากรที่โดดเด่นและมีความสามารถอีกมากมาย และพรรคเองก็ควรจะดึงทรัพยากรทรงคุณค่าเหล่านี้มาใช้ให้เต็มประสิทธิภาพ พรรคจะต้องปรับโครงสร้างภายในใหม่ให้มีการถ่วงดุลกัน จัดให้กลุ่มผู้สนับสนุนพรรคคอยตรวจสอบ คอยควบคุม ให้คำแนะนำคณะผู้บริหาร กลุ่มคนทำงานของพรรค ให้ขับเคลื่อนพรรคไปในทิศทางที่ “สมาชิก” ของพรรคอยากให้ไป ไม่ใช่ทิศทางที่ “แกนนำพรรค” ต้องการจะไป

พรรคประชาธิปัตย์ได้เปรียบพรรคอื่นอย่างมหาศาลตรงที่มีกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคจำนวนมากอยู่แล้ว ไม่ต้องสร้างหรือหาใหม่ แถมกลุ่มผู้สนับสนุนเหล่านี้มีการศึกษา มีฐานะ สถานะทางสังคมอยู่ในระดับดีมากของสังคมไทย สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องทำมีเพียงเปิดกว้าง และสร้างกระบวนรับฟังความคิดเห็นอันมีประโยชน์จากกลุ่มมวลชนเหล่านี้เท่านั้น

5. ผลัดใบคณะกรรมการบริหารพรรคชุดเก่า เปิดให้คนรุ่นใหม่ขึ้นมาแทนที่

ข้อเสนอข้อสุดท้ายเป็นข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมที่สุด แต่ก็อาจจะต้องใช้ความกล้าหาญมากที่สุด

ในสายตาของคนนอก SIU มองว่าปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างหนึ่งของพรรคประชาธิปัตย์เกิดจาก “คนรุ่นเก่า” ที่เคยร่วมสร้างพรรคมาตลอดหลายสิบปีนี้ ยังคงมีอำนาจการตัดสินใจภายในพรรคเช่นเดียวกับสิบหรือยี่สิบปีที่แล้ว

แกนนำของพรรคประชาธิปัตย์กลุ่มนี้มีประสบการณ์ทางการเมืองสูงส่งอย่างไม่ต้องสงสัย และประสบการณ์เหล่านี้ก็ช่วยนำพาพรรคผ่านสถานการณ์ยากลำบากได้หลายครั้ง แต่ในทางกลับกันก็มีข้อเสียคือ “คนรุ่นใหม่” ที่มีไอเดียใหม่ๆ มีโลกทัศน์ใกล้เคียงกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ไม่สามารถก้าวขึ้นมามีบทบาทภายในพรรคได้มากนัก เพราะเส้นทางการเติบโตตีบตัน และที่ผ่านมาเราก็เห็นคนรุ่นใหม่ที่มีฝีมือ ทยอยออกจากพรรคประชาธิปัตย์ไปเติบโตที่พรรคการเมืองอื่นๆ เป็นจำนวนไม่น้อย

เนื่องในโอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์แพ้การเลือกตั้งครั้งนี้ ถึงแม้จะเป็นความพ่ายแพ้ที่น่าเศร้า แต่ก็เป็นโอกาสทองสำหรับการเปลี่ยนแปลง

เราขอเสนอให้คณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ และกรรมการที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ชุดปัจจุบัน ลาออกยกคณะเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการเลือกตั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ๆ ภายในพรรคที่มีฝีมือได้ก้าวขึ้นมาเป็นกรรมการบริหารพรรครุ่นใหม่แทน

การเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารพรรคไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งหมด อาจมีคนรุ่นใหม่ที่โดดเด่นบางคนกลับเข้ามาได้อีก แต่แกนนำระดับกรรมการบริหาร และกรรมการที่ปรึกษาที่มีอายุเกินกว่าที่กำหนด (เช่น อาจจะตกลงกันไว้ที่ 60 ปี ตามอายุการทำงานในองค์กรทั่วไป) อาจต้องแสดงมารยาททางการเมืองโดยประกาศไม่รับตำแหน่งใดๆ ในการตั้งคณะกรรมการบริหาร-คณะกรรมการที่ปรึกษาชุดหน้าอีก เพื่อป้องกันความเกรงใจตามลำดับอาวุโส ซึ่งจะทำให้คณะกรรมการชุดเก่าเกือบทั้งหมดได้กลับมาดำรงตำแหน่งดังเดิม

ข้อเสนอทั้ง 5 ข้อเป็นความจริงที่คนในพรรคอาจไม่อยากรับฟัง (inconvenient truth) แต่ SIU ก็ขอเสนอแนวทางเหล่านี้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพื่อที่จะเห็นพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะพรรคการเมืองเก่าแก่ ยังคงขีดความสามารถในการแข่งขันทางการเมืองต่อไปได้ในอนาคต

เราเชื่อว่าข้อเสนอเหล่านี้จะช่วยให้พรรคประชาธิปัตย์กลับมาเข้มแข็งได้ในระยะยาว แต่ก็ขึ้นกับว่าพรรคประชาธิปัตย์จะกล้า “ยอมเจ็บปวด” ในระยะสั้นหรือไม่

Siam Intelligence Unit

ค่ำคืนวันที่ 3 กรกฎาคม 2554

  • คนไทย..เราอยู่ที่นี้มานาน

    ผมอ่านบทความเจ้าของกระทู้หลายๆกระทู้..ผมว่าเป็นบทความที่ดี และก็เขียนเป็นกลางๆตรงไปตรงมา อ่านแล้วรู้ได้เลยว่า เป็นผู้มีทัศนคติที่ดี..แต่หลายๆเม้นท์ดูแล้วเอียงสุดๆ..แบบโงหัวไม่ขึ้นเลย อ่านแล้วรู้ว่าแดงแจ๋ แบบไม่สร้างสรรค์..

  • ไบก้อน

    พรรคทนาย

  • A.Jaijam

    ผมไม่เห็นด้วยกับSIUในเรื่องนี้ เพราะถ้าเรามองจากความเป็นจริง ผมว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมานายกอภิสิทธิ์ก็พยายามทำงานเต็มที่ ทั้งๆที่เจอกับปัญหารอบด้านทั้งเสื้อแดง เสื้อเหลือง เขมร ปัญหาเศษฐกิจทั่วโลก ภัยธรรมชาติ สามจังหวัดภาคใต้ แรงกดดันจากพรรคร่วมรัฐบาล สื่อมวลชนที่ไม่วางตัวเป็นกลาง ทั้งหลายทั้งปวงล้วนเป็นปัญหาที่ต้องเผชิญทุกวัน แต่นายกก็พยายามทำงานเพื่อให้ประชาชนเห็น ซึ่งผมก็เชื่อว่าหลายคนก็ได้ประโยชน์จากนโยบายของท่านเช่น เงินผู้สูงอายุ เรียนฟรี ตำราฟรี เครื่องแบบฟรี การประกันราคาข้าว โฉนดชุมชน การตรีงราคานัำมัน การนำคนงานนอกระบบเข้าประกันสังคม โดยที่ตัวท่านเองไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง แต่ถ้าให้วิเคราะห์โดยไม่ต้องใช้วิชาการให้ยุ่งยากว่าทำไมประชาธิปัตย์ถึงแพ้เลือกตั้ง ผมว่ามีเหตุมาจาก
    1 คนที่ยังรักและเชื่อว่าทักษิณไม่ผิดยังมีอยู่มาก ทั้งที่เป็นเสื้อแดง และทีแอบชอบทักษิณ พวกนี้ยังไงก็เลือกเพื่อไทยแน่นอน
    2 คนที่คิดว่าราคาสินค้าแพงเป็นเพราะรัฐบาล คนพวกนี้จะไม่มานั่งสนใจปัจจัยอื่นที่ทำให้สินค้าราคาแพง
    3 คนที่ชอบอภิสิทธิ์ เพราะได้เบี้ยผู้สูงอายุ ได้ประกันรายได้ แต่ไม่กล้าเลือกอภิสิทธิ์เพราะคนในหมู่บ้านเลือกเพื่อไทยกันหมด
    4 คนที่คิดว่าปัญหาวุ่นวายในบ้าน้มืองเป็นเพราะอภิสิทธิ์ แต่ไม่อยากเลือกเพื่อไทยก็เลยหนีไปเลือกพรรคอื่นเช่นชูวิทย์ หรือ ปุระชัย
    5 กลุ่มที่โหวตโน และบางคนที่หมั่นไส้อภิสิทธิ์เพราะเป็นคนรูปหล่อ พูดเก่ง มีความรู้
    6 อภิสิทธิ์ไม่มีสื่อที่คอยเชียร์แบบเปิดเผบเช่น ไทยรัฐ มติชน ข่าวสด จะมีก็แต่รายการของ ดร.เจิมศักดิ์รายการเดียวที่กล้าเชียรแบบเต็มๆ
    ผมก็ว่าเหตุผลก็มีแค่นี้ จะต้องไปหาหลักวิชาการอะไไรมาคิดให้ลึกซึ้งปวดหัวทำไม

  • ออฟ

    ตัวผมเองเคนเป็นผู้ช่วย สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ สิ่งหนึ่งที่ สส.พรรคประชาธิปัตย์มักเป็นก็คือ การละเลยในเรื่องของพื้นที่เมื่อตัวเองได้เป็น สส. การดึงงบประมาณลงพื้นที่ไม่เก่งเมื่อเทียบกับ สส.พรรคการเมืองอื่น ๆ (ซึ่งเพราะมันไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของ สส.แต่ชาวบ้านชอบ)การจัดสรรผลประโยชน์ในรูปแบบของพรรคเองไม่มีความชัดเจนเหมือนพรรคการเมืองอื่นที่มีการแบ่งรูปแบบ แบบสวาปามที่ชัดเจนกว่า สส.ประชาธิปัตย์แต่ละคนต้องไปหากินกันเอง
    หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สังเกตให้ดีว่าภาพลักษณ์ทางการเมืองดีกว่าพรรคการเมืองอื่น ๆ ในเรื่องของผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ยุคนายควง อภัยวงศ์ เรื่อยมายุค มรว.เสนีย์ ปราโมช ผ่านยุคคุณชวนฯ และมาเล็กน้อยที่คุณบัญญัติ ตกลงที่คุณอภิสิทธิ์ เห็นได้ชัดว่า แต่ละยุคแต่ละสมัย หัวหน้าพรรคการเมือง เป็นนักการเมืองจริง ๆ ดังนั้นการจัดสรรผลประโยชน์ในพรรคจึงไม่มีความแน่นอน

  • กบเขียว

    ความเห็นของคุณออฟน่าสนใจครับ

    ผมสนใจข้อ 5 เป็นพิเศษครับ ถ้าเป็นอย่างที่ SIU เขียนจริง คนรุ่นเก่ามีอำนาจในพรรคมากแค่ไหน ในแง่ไหนบ้างครับ

  • นพ

    พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่มีอุคมการณ์ที่มั่นคง แบะไม่ใช่พรรคการเมืองเฉพาะกิจเหมือนพรรคการเมืองอื่นๆที่จัดตั้งมาชั่วคราวแล้วก็ล้ม(เลิกไป) เพราะฉะนั้นพรรคการเมืองอื่นๆคงให้รักษาความเป็นพรรคการเมืองให้ยาวนานที่สุดอย่างที่พรรคประชาธิปัตย์ทำมาและรักษาองค์กรนี้มาตลอดแล้วค่อยมาพูดกันต่อว่าพรรคการเมืองที่พวกคุณรักนั้นจะไม่ล่มสลายในอนาคต

  • คนอ่านผ่านมา

    พรรคประชาธิปปัตย์ เป็นพรรคเก่าแก่ เป็นต้นแบบของประชาธิปไตย ดำเนินการตามแบบประชาธิปไตย
    พรรคเพื่อไทย เป็นพรรคใหม่ เป้นต้นแบบของเผด็จการประชาธิปไตย ดำเนินการตามแบบเผด็จการ
    คนไทย เป็นคนที่ขอบเผด็จการประชาธิปไตย ต้องการคนมาออกคำสั่ง เชื่อฟังเจ้านาย ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจึง
    ถุกใจคนไทยมากกว่า พรรคประชาธิปปัตย์ แต่ ทั้งหลายทั้งมวลที่กล่าวมาในบทความ เป็นสิ่งถูกต้อง
    ประชาธิปปัตย์ ต้องนำสิ่งดีออกมาขาย ไม่ใช่พูดเก่งอย่างเดียว

  • mhoo

    ผมขอออกตัวก่อนว่าเป็นกลางนะครับ และก็ไม่ได้เกลียดพรรคใดหรือใครๆในแวดวงการเมืองและผมเองก็ชื่นชอบคุณอภิสิทธิ์ที่ไม่มีประวัติด่างพร้อยมาก่อน(ไม่เกี่ยวกับความหล่อนะครับ) ผมอ่านจดหมายของ SIU แล้วก็ขอให้ความเห็นจากการคุยๆกันในระดับประชาชนทั่วๆไปนะครับ เหตุที่พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้ครั้งนี้ผมขอฟันธงเลยว่าสาเหตุมาจาก ของกินของใช้ที่ขาดตลาดและแพงขึ้นอย่างรวดเร็วและพรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถแก้ได้ทันทีครับอันนี้จากชาวบ้านทั่วๆไปที่พูดคุยกันนะครับ)พวกเขาไม่ได้สนใจหรอกครับว่าการส่งออก หรือ GDP จะเพิ่มมากเท่าใด แต่พวกเขาสนใจว่าทำไมบรรดาอาหารในระดับล่างพากันขึ้นราคาแบบว่าไม่ได้มีความสงสารคนระดับรากหญ้ามากกว่าและเงินค่าแรงกับเงินเดือนข้าราชการที่เพิ่มขึ้นนั้นได้มาแล้วก็ไปจับจ่ายซื้อหาอาหารก็ยังไม่พอเหมือนเดิมนั่นแหละครับขึ้นมาเท่าไหร่ เจ้าของอุตสาหกรรม พ่อค้าแม่ค้าก็ขึ้นราคาทันทีตั้งแต่มีข่าวว่าเงินเหล่านี้จะขึ้น(ทุกยุค)เสมอ..ตอนนี้เงินพันมีค่าเท่ากับสิบแล้วครับไม่ใช่ร้อย

  • moko

    เห็นด้วยกับ บทความนี้ เพราะบางทีการที่เรามองหาแต่ความผิดของคนอื่นจนมองไม่เห็นสิ่งที่ทำให้เรากระทำผิดเสียเอง

  • satirarat

    เห็นด้วยบ้าง ไม่เห็นด้วยบ้าง แต่เชื่อเถอะ คนไทยที่ intelligence ทางด้านการเมืองอย่างคุณ นั้นยังน้อยมาก อ่านน้อย ฟัง(สถานีเดียว)มาก ดู(ละคร)มาก หาเช้ากินค่ำ ไม่สบายอย่างผมหรือคุณที่จะมาเล่นเน็ต

    ผมว่า สิ่งที่คุณเตือน ทางพรรคเขาคงคิดเหมือนกัน
    ผมไม่ได้นิยมพรรค ปชป. มากกว่าพรรคอื่นๆหรอกนะ
    แต่เที่ยวนี้ ผมอยากจะบอกว่า ถ้าเปรียบเทียบระหว่าง สองพรรคใหญ่ ผมเลือกพรรคที่เลวน้อยกว่า คือพรรค ปชป. และผมก็ประกาศตัวอย่างเปิดเผย

    เพราะ…..พรรค พท.มีเสื้อแดงหนุน ซึ่งผมถือว่า เป็นเหมือนพวกมาเฟีย ปาร์ตี้ลิสท์ มีแต่คนหนีความผิด มีผู้หญิง(ไม่ใช่ผมไม่ชอบผู้หญิงนะ) ที่รู้เรื่องการเมืองงูๆปลาๆเหมือนผม หวังจะมาเป็นนายกฯ ชั่วข้ามคืน ทุกคนเป็นนอมินี

    เขาเพียงแต่บอกพรรคอื่นๆชูประเด็นปรองดอง “ทุกคนที่ขึ้นเขียงอยู่ก็จะได้พ้นภัย ไม่ต้องคิดถึงผมหรอก เพราะผมไม่ได้อยู่บนพื้นที่” นั่นแหละส่วนหนึ่งที่ทำให้หลายพรรค หลายคนติดเบ็ดปรองดอง คนไทยใจซื่อ เชื่อว่า ปรองดองจะทำให้คนรักกัน ผมเชื่อเสมอว่า คนไทยรักกัน มีไมตรีต่อกันอยู่แล้ว แต่คนเสี้ยมนี่ซิ ต้องประนาม

    ความจริงแล้ว เวลานี้ เพียง ๒-๓ พรรคร่วมรัฐฯ ก็จัดตั้งรัฐฯได้แล้ว แต่มุ่งรวมทุกพรรค เพื่ออะไร? ถ้าไม่ใช่เพื่อแก้กฏหมายให้นิรโทษกรรมพวกพ้อง และตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่เลวร้ายของคนเล่นการเมือง ที่มุ่งมีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่น ไม่ยอมรับผิดแบบคนทั่วไป เอาความรู้ทางการเมืองและกฏหมายมาใช้เพื่อประโยชน์ของพวก และตัวเองไม่ยอมลดตัวเองให้เป็นที่พึ่งของประชาชนที่เลือกเขาขึ้นมา ถ้ายังอยู่ในวังวนอย่างนี้ ผมอยากให้วิญญาณสฤษดิ์ มาบริหารประเทศดีกว่า มีเงินใช้มีงานทำ ไม่ต้องกังวล ไม่มีผู้ร้าย ไม่มีคนเผาบ้าน

    “ผมไม่ได้ยุ่งกับพรรคตอนนี้” แต่โฟนอินมาตลอด ด้วยความห่วงใย มันหมายความว่าอย่างไร? ทุกคนคือสมุน นอมินี(เรียกสวยหน่อย) เหลวไหลครับ

    ก็คงจะมีแต่คนโง่ๆอย่างผม ที่ตามเขาไม่ทัน ๕๕๕

    สิ่งสำคัญของท่านเจ้าของ สยามอินเทลฯ นี้ ต้องให้ความรู้กับผมและเพื่อนของผมเยอะๆ นะครับ

  • ดิเรกพร

    ที่คุณsiuเขียนมาผมเห็นด้วยแต่ที่เป็นปัจจัยเหตุให้ปชป.แพ้ถล่มทลายเพราะผลงานที่ผ่านมาทั้งสองฝั่งไม่ว่าของฝั่งทักษิณหรือฝั่งปชป.มีเปรียบเทียบกัน…ฝ่ายทักษิณเป็นรัฐบาลชาวบ้านชนชั้นล่างถึงชนชั้นกลางอยู่ดีกินดีมีสวัสดิการข้าราชการอยู่ได้ด้วยความสุข..ปชป.เป็นรัฐบาลเดือดร้อนแสนสาหัสข้าวยากหมากแพงแต่รัฐบาลก็ลอยหน้าว่าไม่เป็นไรที่สำคัญไม่มีน้ำมันปาล์มยุคไหนแพงเท่ายุครัฐบาลปชป.เป็นไปได้ไงไข่ไก่ฟองละ๕บาทสมัยก่อนฟองละ๒บาทสื่อก็ด่ากันตรึมแต่รัฐบาลคุณอภิสิทธิ์สื่อถูกบล๊อคไว้หมดจากรมต.เอาใหม่นะปชป.ที่รักกลับลำตั้งสติที่สำคัญคุณแพ้ตั้งแต่คุณรับห้อยมาร่วมงานแล้ว

  • Nong

    ผมเคยคิดเอาไว้นานแล้วว่า ปชป. ต้องพังเพราะเลขาฯพรรคที่ชื่อนายสุเทพ
    และก็เป็นจริง
    บทความนี้มองอย่างใจเป็นกลางจริงๆ ผมยอมรับในตรรกะและเหตุผลโดยไม่มีข้อโต้แย้ง

  • Jam

    เห็นด้วยกับ SIU โดยเฉพาะข้อ 1 ที่เป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจ บางครั้งพูดดีมาตลอดแต่ลงท้ายเหน็ยบแนม..ไม่รู้เป็นโรคติดต่อหรืออย่างไรคนใหม่คนเก่าเอาอย่างกันมาโชว์คิดว่าสะใจหรือ…เท่าที่ผ่านมาถ้าอยากแก้ไข ให้เอาอย่างคุณพิชัย คุณศุภชัย หรือคุณอภิรักษ์ …น่าเป็นตัวอย่างได้ขอชม ชาวบ้านเขาตามดูอยู่นะมีจุดยืนนักประชาธิปไตยหน่อยอย่าฉกฉวยอย่างเช่น บอยคอตการเลือกตั้งใจถึงสู้คุณสมศักดิ์ แห่งการเมืองใหม่ก็ไม่ได้ หรือการยุบพรรคเพื่อนฉีกพรรคเนวินมาสะท้อนความกระหายอำนาจไร้สปิริต ฯลฯ

  • dejavu

    เมื่อได้อ่านบทความที่เสนอแนะให้กับ พท และ ปชป เปรียบเทียบกันแล้ว
    คำแนะนำที่ปรากฏต่อสาธารณชน ให้โทษกับ ปชป เช่น ข้อ 1 ให้ยกเลิกใสร้ายป้ายสี โดยลากอดีตฝังใจผู้เขียนที่มีต่อ ปชป ออกมาประจาน อย่างไรก็ตามจดหมายถึง ปชป นี้เกิดขึ้นหลังจากจดหมายถึง พท ซึ่งเกิดก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นข้อเสนอแนะเรื่องนโยบาย อย่างไรคงเปรียบเทียบกันตรงๆ ไม่ได้ เมื่อเสื้อแดงอ่านคงสะใจ แต่พออีกฝั่งอ่านคงเกิดคำถามว่าแล้วอีกฝ่ายที่ใส่ร้าย ก่อกวนทั้งปี ไม่เห็นมีใครพูดถึง อันนี้ SIU ควรคำนึงถึง นานๆสาวกที่เข้ามาอ่าน SIT จะมีแต่เสื้อแดง
    แต่ที่น่าเอะใจคือไม่เคยเห็น SIU เคยวิจารณ์การกระทำของแกนนำเสื้อแดงที่ใส่ร้ายป้ายสี พูดหมิ่นเหม่ ก่อกวน ตลอดช่วงที่รัฐบาลบริหารงาน หรือ SIU มองไม่เห็นว่า ปชป อดทนมาตลอด เราเป็นประชาชนตาดำๆ เราเห็น เพียงแต่ไม่มีกลุ่มคน เสียงไม่เอ๊ะอะโวยวาย อย่างไรก็ตามผลการเลือกตั้งออกมาแล้ว คนส่วนใหญ่เขาไม่สนเรื่องพวกนี้ ก็ต้องยอมรับ ในส่วนอื่นๆ นับว่าเป็นข้อเสนอแนะที่ดี
    และสุดท้ายหวังว่า SIU จะลากใส้ทั้งความสำเร็จและความพ่ายแพ้ ของ พท มาประจานเฉกเช่นเดียวกัน

  • thong

    ประชาธิปัตย์เเพ้เพราะอะไร ผมจะยกตัวอย่างการตอบคำถามประชาชนของ ผู้ลงสมัคร ส.ส. ของ ท่านนะครับ
    ที่ได้มาหาเสียงที่ตำบลของผม 1.ประชาชนถามว่าจะทำอะไรให้หมู่บ้านเขาบ้าง ถนนจากหมู่บ้าน ก ไป หมู่บ้าน ข ถ้าเลือกท่านเเละท่านมีวิธีการทำงานอย่างไร ส.ส ประชาธิปัตย์ตอบ ผมสามารถดึงงบประมาณมาทำให้ได้ไม่มีปัญหา
    ส่วน ส.ส. เพื่อไทยที่นั่งข้างๆ ตอบ ผมไม่ต้องใช้งบภาษีของท่านซักบาทเดียวก็สามารถสร้างถนนให้ท่านได้ บ้านเรามีสำนักงาน ทหารพัฒนา อยู่ทำไม ไม่ดึงมาทำ กับข้าวกับน้ำ เเละน้ำใจ ที่ชาวบ้านจะเลี้ยงข้าวหน่วยทหารพัฒนาก็ว่ากันไปจะช่วยกัน ก็ถือว่าเป็นน้ำใจ หลังตอบเสร็จ เสียงปรบมือก็ดังขึ้นอย่างดัง ชาวบ้านจึงสรุปว่า ส.ส. ท่านดีเเต่ใช้ตังค์เเละ ผลาญงบ ภาษีของพวกเขา ซึ่งผมก็เห็นด้วย ทั้งที่มีหน่วยงานราชการที่มีหน้าที่เเละเขาต้องทำอยู่เเล้วในฐานะกินเงินภาษีประชาชน มันเป็นตัวอย่างเล็ก ๆที่ผมเห็นเเล้วมันน่าเศร้า ที่คุณภาพที่ผ่านการคัดสรรมาจากพรรคประชาธิปัตย์ มีกึ๋นเเค่ใช้เงิน

  • SUNTRON

    ไม่เลือกประชาธิปัตย์เพราะ
    1.ไม่มีผลงาน ทำงานได้ตามหน้าที่ ตามกรอบเท่านั้น ไม่มีอะไรใหม่ๆมานำเสนอให้สะกิดใจ ไม่ชอบคำว่า ยังไม่ได้รับรายงาน สมัยนายกชวน อย่างนี้ทำให้มองไม่เห็นว่าประเทศจะเจริญก้าวหน้ามากกว่าเพื่อนบ้านได้อย่างไร
    2. ไม่ชอบอภิสิทธิ์ ที่ไม่เห็นหัวประเทศเพื่อนบ้าน แต่ตอนรับตำแหน่งใหม่ๆกลับไปแสดงโวหารอะไรไม่รู้ที่อังกฤษ คิดไม่ออกว่าจะเป็นประโยชน์อะไรกับประเทศไทย
    3. ไม่มั่นใจ อภิสิทธิ์ ไม่ใช่ลูกชาวบ้าน ชาวนา พ่อค้า ไม่เคยลำบาก กลัวว่าจะหาเงินเข้าประเทศไม่เป็น
    4. ไม่ชอบที่กลัวทักษิณมากๆ ต้องตามล้างตามจับทักษิณทั่วโลก ก็ยังไม่ได้ตัว เสียดายเวลา
    5. พรรคการเมืองไม่ว่าพรรคไหน เรื่องการคอรัปชั่น มีเหมือนกัน แต่ประชาธิปัตย์หาเงินไม่เป็น จึงต้องเลือกทักษิณ-เพื่อไทย

  • http://hotmail kondee

    comment ในบางประเด็นเห็นด้วย แต่รู้สึกว่าSIU จะเอียงไปทางแดงจริงๆ รู้ได้อย่างไรว่าเขาป้ายสี เทียบกับขบวนการของระบอบทักษินที่มีเงินล้นฟ้า คอยขัดแข้งขัดขานโยบายที่กลัวว่าผลงานของ ปชป.จะสำเร็จ แม้กระทั่งการเลือกตั้งในครั้งนี้ส่วนหนึ่งของชัยชนะของพท.คุณมั่นใจนะว่าไม่ได้มาจากการโปรยเศษเงินซื้อเสียงจากรากหญ้า ยังไงแล้วก็ขอให้SIUเป็นกลางจริงๆอย่ามีวาระซ่อนเร้น เราดูอยู่นะ

  • คนไทย

    ความคิดของผมเองนะ
    การบริหารประเทศ จำเป็นต้องอาศัยผู้นำที่มีประสบการณ์ มันก็เหมือนกับการบริหารบริษัทยักษ์ใหญ่
    ซึ่งจะต้องนำพาพนักงานให้รอดพ้นและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งประเทศก็ต้องการคำที่จะนำพาประชาชน
    ให้อยู่ได้อยู่ดีและมีความสุข สิ่งที่เห็นตั้งแต่เกิดมา มันไม่เคยมีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยในระบบการเมือง
    จนมีพรรคไทยรักไทย ที่เห็นว่าแตกต่าง จากการบริหารประเทศของพรรคการเมืองอื่น ซึ่งเผด็จการหรือไม่
    บางอย่างมันก็จำเป็น ไม่บังคับก็ไม่ได้ มันก็เหมือนกับบริษัทฯ ที่บางครั้งก็ต้องตัดสินใจให้เด็ดขาด กล้าคิด
    และกล้าทำ เมื่อประชาชนจำสิ่งที่แตกต่าง จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่เป็นข้อเปรียบเทียบระหว่าง ประชาธิปัตย์
    กับ เพื่อไทย ซึ่งค่อนข้างชัดเจน (ความคิดผมเอง)

  • คนไทยในต่างแดน

    จากทีอ่านดูหัวข้อทั้ง 5 มันเป็นเรื่องธรรมดา เปลี่ยนแปลงหรือไม่คิดว่าคงไม่มีผล

    คิดว่าคนไทยฉลาดพอที่จะมองเห็นว่าพรรคนี้ ไม่มีความสามารถ No Resolve,only promises

    จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงยังงัย ถ้าไม่มีผลงานดี ๆ ให้คนไทยได้เห็น ประเทศเจริญก้าวหน้า ก็คงไม่มีประโยชน์

    อีกอย่างภาพลักษณ์ และ past deeds ของพรรคนี้ไม่สู้ดี คิดว่ายุบพรรคแล้วตั้งพรรคใหม่ สรรหาคนทำงานจริง ซื้อสัตย์จะดีกว่า ดันทุรังนะ

  • Kitty_jubjib

    เห็นด้วยกับคุณ satirarat อย่างยิ่งค่ะ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ไม่มีใครเด่นเกิน แต่เลือกคนที่เลวน้อยกว่า และที่ SIU บอกว่าเลิกหวังพึ่งทางลัดทางการเมือง หันมาเล่นการเมืองโดยยืนบนขาของตัวเอง แล้วนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก มาได้ยังไงคะ???

  • จัดหนัก

    เห็นด้วยกับ SIU ในข้อคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะในข้อ 1-3 นะครับ ที่เหลือผมไม่เห็นด้วย เพราะผมคิดว่าพรรคนี้คงดำเนินการอย่างนั้นอยู่แล้ว เพียงแต่ทำได้ไม่ดีพอเท่านั้น แต่ผมก็หวังนะครับว่าพรรคนี้จะไม่รับฟังจดหมายฉบับนี้ เพื่อที่จะได้เห็นพรรคนี้ทำความผิดพลาดให้ตนเองไปอีกเรื่อยๆจนถึงจุดที่ประชาชนจะได้ตื่นรู้จากความจริงว่าควรจะให้พื้นที่พรรคนี้ในจิตใจตนอง ต่อไปดีหรือไม่ ด้วยความเคารพ

  • คนกทม.

    หัวหน้าพรรคและเลขาฯ.เป็นแบบอย่าง..เล่นลิ้นโวหารมากไป หมดยุคแล้ว ของจริงความจริงเป็นอย่างไร สื่อปัจจุบันไม่ได้มีแค่ 3,5,7,9หรือหอยม่วง เหตุการณ์ปิดตาประชาชนไม่ได้เหมือนปี2516 หรือ 2519…ถ้ายังดึงดันต่อไปแพ้ทั้งชาติ

  • Jingjok

    เห็นด้วยกับ คุณ ออฟ คุณ A.Jaijam และ คุณ satirarat เต็ม ๆ
    SIU แดงไปไหม เอ้ย แรงไปไหม

  • เส้นพลิก

    จุดยืนของประชาธิปัตย์ในอดีตถึงปัจจุบันต่างหากที่สะท้อนตัวตนของพรรค…..วันนี้ภาพที่ดูดี สวยงามหมดไปแล้ว
    ชะตากรรมของท่านปรีดี และพลตรีจำลอง ฯลฯ น่าเป็นคำตอบที่ดีที่สุด…เส้นใหญ่ค้ำฟ้าแต่ชาวประชาเขาไม่เลือก จบ

  • AThaiman

    หากเพื่อไทยมาอ่านความเห็น ของคนที่ชอบ ปชป. คงโล่งใจไปเยอะ
    เพราะปชป. ที่ไม่คิดแก้ไข มัวแต่แก้ตัวยังไงคราวหน้า มีแต่ลดลง
    ยิ่งรอบนี้ สื่อเพื่อไทยได้แถลงข่าวบ้าง ก็คงแสดงผลงานออกอากาศตลอด
    ในขณะที่ปล่อยให้ ปชป. ทำลายคะแนนเสียงตัวเองไปเรื่อยๆ ด้วยวาทะ ทั้งหลาย

    ปล. จริงๆ ผมก็ โล่งใจนึกว่า คนปชป. จะเป็นคนคิดก้าวไกลกว่านี้ในเมื่อซุกในกะลาแบบนั้น
    ครั้งต่อไป เพื่อไทยชนะอีกสมัยแน่

  • มินจู

    สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่ซิต้องบอกว่าคนในพรรคต้องเปลี่ยนคือ
    การแย่งชิง เคารพหัวหน้าพรรค
    ตอนประชาธิปัตย์ ตั้งรัฐบาลใหม่ๆ จะมี สส.ที่ไม่ได้ตำแหน่งออกมาโวยวาย
    ออกมาเรียกร้องตำแหน่ง
    แต่ถ้าเทียบเป็นประเด็นต่อประเด็นที่ SIU แบ่งไว้ ก็ขอเทียบเป็น
    1.เลิกดำเนินกิจกรรมทางการเมืองโดยใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น
    – ตัวหลักของ ปชป. คือเทพไท อาจนับรวมสุเทพด้วยก็ได้
    – ตัวหลักของ พท. พร้อมพงษ์ จตุพร นัฒวุฒิ นี่ยังไม่นับรวมพวกในสภา
    แต่ในสภาไม่น่ากังวลเพราะมีกฎข้อบังคับอยู่

    2.กล้าเผชิญหน้ากับปัญหาที่เป็นเรื่องอื้อฉาวและนำมาซึ่งความขัดแย้ง
    – เรื่องการตรวจสอบกันเองภายในพรรคนั้นมันเป็นเพียงในอุดมคติเท่านั้นแหละครับ
    สังคมไทย ไม่ใช่สังคมญี่ปุ่น สังคมไทยถูกชี้นำได้ง่ายโดยวาทะกรรม
    ยกตัวอย่างเรื่องนมโรงเรียน
    ไม่ลาออกก็หาว่าไม่ทำตามกฎเหล็ก
    พอลาออก ก็หาว่า ยอมรับว่าผิด
    สังคมไทยอยากเห็นการแสดงความรับผิดชอบจากผู้อื่น แล้วเคยถามตัวเองบ้างไหม
    ว่าได้แสดงความรับผิดชอบจากการกระทำของตัวเองยังไงบ้าง

    3. เลิกหวังพึ่งทางลัดทางการเมือง หันมาเล่นการเมืองโดยยืนบนขาของตัวเอง
    – ข้อนี้ผมเห็นด้วยที่สุด แต่ของอย่างนี้ตบมือข้างเดียวไม่ดัง
    เพราะพรรคประชาธิปัตย์ กับ กลุ่มเพื่อนเนวิน ไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้อยู่แล้ว
    ถ้าไม่มีพรรคอื่นร่วมอยู่ด้วย แต่ไม่ขอพูดถึง (SIU น่าจะมีจดหมายถึงพรรคเหล่านี้บ้าง)

    4.เปิดกว้างและรับฟังความคิดเห็นจากมวลชนผู้สนับสนุนพรรค
    – ในบรรดาพรรคการเมืองไทยขนาดกลางขึ้นไป จะเห็นได้ว่า อภิสิทธิ์ ไม่ได้เป็นผู้ชี้ทิศทางพรรค
    กำหนดนโยบาย เท่ากับ ทักษิณหรือบรรหารทำกับ พท.หรือ ชทพ.
    เรื่องการชี้นำทิศทางของพรรค มันไม่ได้ขึ้นอยู่ที่รับฟังความคิดเห็นจากมวลชนอย่างเดียว

    แต่มันขึ้นอยู่กับ “แกนนำ” ในพรรคมีระดับความสามารถ มีทีมงานที่ดีแค่ไหน
    ที่จะนำข้อมูลต่างๆมาสังเคาระห์ เป็นนโยบาย เป็นแนวทางของพรรค
    ซึ่งจุดนี้ ปชป. อ่อนกว่าเพื่อไทย

    5. ผลัดใบคณะกรรมการบริหารพรรคชุดเก่า เปิดให้คนรุ่นใหม่ขึ้นมาแทนที่
    – อันนี้ไม่รู้ว่าจะเป็นได้มากน้อยแค่ไหน เพราะวัฒธรรมองค์กร ปชป.
    ต่างกับพรรคอื่น ตรงที่พรรคอื่น มีนายใหญ่ ที่สามารถให้คุณให้โทษกับสมาชิกภายในพรรคได้
    นายใหญ่ว่ายังไงก็ต้องเป็นไปตามนั้น

  • ไม่เลือกประชาธิปัตย์สักครั้งในชีวิต

    เรียนฟรี มันเป็นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ พรรคไหนที่เขาจะกล้าจะเอา เรียนฟรี มาหาเสียงครับ เอามาหาเสียงแล้วยังทำได้ไม่ดีอีก นี่ไม่รู้จะว่าอย่างไรครับ

  • ดีใจได้เรียนหนังสือ

    ดีใจที่ได้เรียนหนังสือ พวกที่มองข้ามเรื่องนี้คือพวกไม่พัฒนา เราดีใจที่ยังมีพวกคุณเพราะถ้าทุกคนคิดได้และเก่งหมดคงไม่มีพวกทำงานใช้แรงงานปะปนกันปัญญาชน

  • http://TFN นังกาแดง ห่วงลูกหลาน

    ตกใจหมดเลย.. ที่มีคนวิเคราะห์ให้ขนาดนี้.. จุ๊ ๆ ๆ.. อย่าไปบอกเค้าจิ.. เด๋วมันพัฒนาขึ้นมา (ถ้าทำได้ตามคำแนะนำนะ) เป็นคู่แข่งที่สูสีกับเพื่อไทยหล่ะแย่เลย..

    ดีนะที่สาวกพวกนี้ ไม่ยอมรับข้อผิดพลาด และไม่คิดจะแก้ไข.. เฮ่อ!! โล่งอก.. *v*

  • ดาว แซ่จวง

    แล้วที่จตุพรพูดใส่ร้ายนายกอภิสิทธิตลอดเวลาแล้วทำไมมันยังได้เป็นสสฺ. ขนาดจับได้คาหนังคาเข่าเขายังไม่รูสึกผิดสักนิด. บทความไม่น่าเชื่อถื่เลย เหมือนกับหลอกด่าปชป.

  • แค่สงสัย

    สรุป เสื้อแดงจะล้มสถาบัน เพื่อทักษิณ ใช่ หรือ ไม่ใช่ SIU กรุณาวิเคราะห์ด้วย ขอบคุณล่วงหน้า

  • มดตะนอย อ้อยหวานฉ่ำ

    ประชาธิปัตย์บริหารแบบร้านโชห่วย แข่งกับเทสโก้โลตัสอย่างเพื่อไทยยากขึ้นเรื่อยๆ การประชาสัมพันธ์ก็ยอดแย่ นโยบายดีๆอย่างเช่น การประกันราคาข้าว ซึ่งสร้างความอุ่นใจให้เกษตรกร ก็ไม่สามารถชี้แจง(ทั้งที่ชอบโจมตี)ให้คนเข้าใจว่ามันเป็นประโยชน์มากกว่าการรับจำนำข้าว(ซึ่งโรงสีได้ประโยชน์,กระทบการส่งออก-ราคาแพงกว่าคู่แข่ง,ฯลฯ)

  • Democmen

    ให้ ปชป ปฏิบัตอตนตามที่สั่งสอนกันมานะคับ อย่าได้เปลี่ยนแปลงเลย และขอให้เชื่อขายคนนี้ เอาคนนี้ไปเป็น ผู้บริหารพรรคไปเลย คนนี้ไง ผมก้อปมาให้อ่านกันอีกครั้ง สติสตังเหมาะกับพรรคคุณดี เพราะคยยี้เขาคิดว่า คนอื่นเขาจะเหมือนตัวเอง พวกพหูสูตรเยี่ยงเดียวกัน ไม่มีใครไปอยากให้คุณเปลี่ยนไป ลงหรือขึ้นหรอกคับ ไม่ได้เป็นอะไรกัน ก็ให้คุณสุขสมหวังอย่างที่คุณคิดเช่นนี้ ก็ปฏิบัติตนเหมือนเดิมไป ไม่มีใครเขาว่าหรือแยแส เรื่องเผาเมืองเหรอคับ ลองดูให้เขาสืบหาความจริงก่อนเถิด คนที่เผาจริงจะต้องถูกเปิดเผยในเร็ววัน อย่าปรับปรุงนะ เก่งจริงก็จงยึดตัวของตัวเองเข้าไว้ ดีแล้ว

    หุหุ says: ตาบอดหรือเปล่าครับ การเมืองไทยเป็นกันทุกรัฐบาลครับ ไม่ว่าสมัยไหนๆ
    โยนขี้กันเป็นนิสัยของนักการเมืองอยู่แล้ว
    อย่าลืมนะครับว่า สส. ไม่ได้เกิดจากกระบอกไม้ไผ่นะครับ อิอิ ว่างๆ ไปดูรายการคุณจอนห์ ihere.tv บ้างนะครับ เผื่อตาสว่างขึ้นบ้าง

  • Democmen

    จนถึงวันที่ตกต่ำที่สุดแล้ว นิสัยยังไม่เคยเปลี่ยน กว่ายี่สิปปีมา ยังไม่เคยทำงานสำเร็จเลยสักครั้ง ว่าเขาสารพัด ก็สุดท้ายเอาของเขาไปทำตาม ไปลอกเลียน นี่มันอะไรกัน สุดท้ายคนเขาก็เลือกเอาคนที่เป็นต้นคิดดีกว่า อย่างที่ผลเลือกตั้งออกมานี่ไง ไม่รู้จักคิดเชิงบวกบ้าง อายุกันป่านนี้แล้ว

  • มนตรี วงศ์เกษม

    ผมเป็นสมาชิกประชาธิปัตย์ มาตลอด 28 ปี แม้ว่าช่วงนี้ จะลาออก จากพรรค ก้อด้วยต้องการทำงานการเมืองโดย ปลอดจากจากพรรคการเมือง 5 ปี ตามรัฐธรรมนูญ แต่ก็สนับสนุนพรรคฯทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ถึงจะไม่ค่อยพอใจกรรมการบริหารพรรคฯ ที่โบราณมากๆ ขอแสดงความคิดเห็นดังนี้
    -พรรคฯต้องเปลี่ยนระบบการดูแลสาขา และผู้สนับสนุนพรรคฯ ที่ผ่านๆมา ตอนเป็นพรรคฝ่ายค้าน จะมีแต่แฟนพันธุ์แท้ ของพรรคเท่านั้้น ที่คอยดูแลผูหลัก ผู้ใหญ่ ของพรรคฯ ที่ไปตามต่างจังหวัด แต่เมื่อใด ที่พรรคฯเป็นรัฐบาล พรรคก้อไม่เหลียวแล แฟนพันธุ์แท้ เพราะ ไปที่ไหนๆ ก็มีคนตามรุมล้อมเอาอกเอาใจ ไม่เห็นหัว คนที่ทำงานให้พรรคฯยามพรรคฯเป็นฝ่ายค้าน สส.ของพรรคการเมืองอื่น เค้าดึงพวกพ้อง เข้าไปเป็น กรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ คณะต่างๆ แต่ สส.ของพรรคฯ ไม่เคยดูดำดูดีกับผู้ที่ทำงานให้พรรคฯ กลับใช้วิธี ใครใกล้ชิด สอพลอเก่งๆ ก็ได้ดีไป
    -พรรคฯต้องเปลี่ยนวิธีการบริหารพรรคฯ โดยต้องไม่เกรงใจคนอาวุโส ที่มีประสบการณ์ก็จริง แต่ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว เมื่อก่อน สุทัศน์ เงินหมื่น คือ ขุนพลอีสาน,เทอดพงษ ไชยนันท์ คือขุนพลเหนือ แต่ถ้าผลงานไม่ดี ต้องกล้าเปลี่ยน ตัว เห็นการทำงาน ของเทอดพงษ์มาเกือบ 20ปี ก็เหมือนเดิม เป็นอย่างนี้ อีกกี่ครั้ง พรรคฯก็ไม่มีวันได้ สส.เชียงใหม่ ลำพูนเพิ่มขึ้น
    -ครั้งนี้ ก็เต็มที่กับพรรคฯ โดยหาเสียงให้ แม้ว่า จะทะเลาะ กับเพื่อนพันธมิตร ที่ต้องการ Vote No ทั้งๆที่หมั่นใส้ การ ทำงานของรัฐบาล ที่กล้าๆ กลัวๆ แม้กระทั่งจะถอดยศ นักโทษชาย ยังไม่กล้า รวมถึงการไม่จัดการ วิทยุชุมชน เสื้อแดง ,Voice TV ที่จาบจ้วงสถาบัน เกลื่อนไป ทั้งเหนือตอนบน และอีสาน ให้เด็ดขาด
    นายสุเทพ รองนายกฯฝ่ายความมั่่นคง ที่ดีแต่ตีฝีปาก ไม่สมราคาคุย ที่แย่ที่สุด คงที่ไฟเขียว ให้คนของรัฐ ไปให้การต่อศาลเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มผู้ก่อการร้าย จนได้ประกันตัวออกมา ปราศรัยหาเสียง โดยเฉพาะ ณัฐวุฒิ คงนึกขอบคุณนายกอภิสิทธิ์ตายเลย มีอีกมากมาย ที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ไม่กล้าทำ ก็รู้นะ ว่าการ เป็นรัฐบาล ที่มีพรรคฯร่วมนั้น ทำงานลำบาก แต่เรื่องสำคัญอย่าง ที่กล่าวมา ต้องจัดการให้ได้
    -ที่ร้ายกว่า คือ รีบประกาศยุบสภาทำไม นึกว่าได้เปรียบรึ?? ใช้ข้อมูลอะไร ชาวบ้าน ไม่สนใจ GDP. เค้าสนใจว่า อาหารสำหรับปากท้อง สำคัญกว่า โดยเฉพาะ ประเทศไทยปลูกปาล์มน้ำมัน แต่ต้องปันส่วนการซื้อน้ำมันปาล์ม มาปรุงอาหาร??
    -และคงไม่มีใครมาว่าผม เป็นแดง แอบเข้ามาเม้นท์นะครับ ท่านนายกชวน เห็นชื่อผมก็คงจะจำได้

  • pawinh

    เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ ทุกๆ ข้อ โดยเฉพาะ ข้อ 1 กับ ข้อ 3 วิเคราะห์ได้อย่างเป็นกลางมากๆ

  • เหตุผลเดียว

    ปัญหาต่างๆที่ประเทศประสบอยู่ยังพอทนได้
    คิดมาตลอด คิดจนถึงวันไปเลือกตั้ง ว่าจะเลือกพรรคใดดี
    แต่เหตุผลเดียวที่ตัดสินใจในนาทีสุดท้ายว่า ไม่เลือกประชาธิปัตย์
    เหตุผลเดียวจริงๆ

    “สุเทพ เทือกสุบรรณ”

  • นามสมมุติ

    ขอบคุณ สำหรับ SIU ที่เขียน จดหมายถึงพรรค ประชาธิปัตย์ นะคะเพราะถ้าีมีการปรับปรุงจริงๆ ประเทศไทย จะได้มีนักการเมืองหน้าใหม่ๆ ที่ตั้งใจจะเข้ามาทำงานเพื่อประชาชนจริงๆ เล่นการเมืองแบบสร้างสรรค์และทำงานเพื่อบ้านเมือง ถ้าหากประชาธิปัตย์ทำได้แบบนี้เชื่อแน่ว่าจะต้องมีคนไทยอีกหลายๆคนที่หันมาเลือกพรรคนี้แน่นอนค่ะเพราะว่า ในหลายๆเสียงที่หายไป ที่เลือกพรรคเล็ก ที่ไม่ใช่เพื่อไทย เค้าก็อาจจะอยากเลือก ประชาธิปัตย์ แต่ไม่กล้าเสี่ยง หากว่ามีการเปลี่ยนแปลงตรงนี้ เชื่อแน่ว่าต้องมีคนไทยอีกไม่ใช่น้อยตัดสินใจเลือกแน่นอนค่ะ ตรงนี้เรามองแบบเป็นกลางนะคะ ซึ่งในความเป็นส่วนตัว ไม่ใช่คนที่ชื่นชอบพรรคนี้เท่าไรแต่ถ้าหากว่าทำได้แบบนั้น ก็ไม่แน่ค่ะอาจจะปรับทัศนคติใหม่ๆ กับพรรคประชาิธิปัตย์ก็ได้ เพราะเรามองการเมืองเป็นกลาง ใครที่ทำงานเพื่อประชาชนได้เราก็เลือกพรรคนั้นค่ะ^^ ขอบคุณสำหรับความคิดดีดี ในกระทู้ที่แสดงความคิดเห็นด้วยนะคะ อาจจะมีทั้ง เป็นกลาง และเอียงบ้างก็ต้องยอมรับ เพราะ ยังไง เราทุกคนคงคิดไม่เหมือนกันค่ะ ยังไงก็อยากให้คนไทยรักกันไว้นะคะ

  • nat

    เห็นด้วยกับแค่ข้อ 4,5 นอกนั้นไม่เห็นด้วย

  • nat

    ดิฉันเพิ่งอ่านคอมเม้นท์ของคุณมนตรี ใช่เลยค่ะ พรรคยังมีนโยบายและแนวทางเก่าๆอยู่เช่นนั้น และก็ถูกต้องตรงใจมากเลยที่อยากจะพูดเรื่องนี้ที่สุด ทำไมต้องไปให้การเป็นประโยชน์กับคนร้าย ที่เราบอกว่ามันทำร้ายปชช. มันชวนคนมาเผามันยังรอด และเรื่องยุบสภา จะเป็นสุภาพบุรุษเกินไปไม๊ เรื่องการตัดสินใจช่วงเหตุการณ์อีกเหมือนกัน ซึ่งความจริงดิฉันรักความมั่นคงของพรรคในลักษณะคนมองภายนอกมานาน แต่เบื่อนายกมากๆ ตอนเหตุการณ์แดงเผาเมืองเมื่อเปรียบเทียบกับอีกคน ดิฉันได้แต่บอกคนในครอบครัวว่า นายกคงได้เป็นครั้งเดียวแล้ว ยากที่จะได้เป็นอีกหากทำได้แค่นี้ ถึงแม้พรรคปชป.เป็นพรรคเดียวที่จะปกป้องราชบัลลังก์ได้(จำเป็นต้องเห็นด้วยกับอำนาจพิเศษ) และถึงวันที่ต้องเลือก ไม่ได้เห็นใครดีกว่า และเป็นฝ่ายตรงข้ามที่จะข้ามคนๆนั้นไปได้ ถึงไม่ดีมาก แต่ไม่เลวไปกว่าคนที่จะล้มล้างแล้ว

  • คนชายขอบ

    พรรคประชาธิปัตย์…ต้องทบทวน ถึงวันนี้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง จุดยืนทางระบอบประชาธิปไตยก็ไม่ชัด เช่น ไม่สะท้อนการต่อต้านรัฐประหารที่ชัดเจน แถมเหมือนจะยอมรับประโยชน์ทางการเมืองจากกระบวนการนี้อย่างลิงโลดด้วยซ้า ขาดสปิริตเป็นพรรคการเมืองแต่บอยคอตไม่ยอมลงเลือกตั้ง ทุจริต แทรกแซงราชการหนักเพิ่มขึ้นไปอีกแต่ก็เฉยกันหมด ขาดวิสัยทัศน์การบริหารจัดการ ล้มเหลวตั้งแต่เช็คช่วยชาติ ยันมูมมามตอบแทนเทงบประมาณโครงการต่างๆ ก่อนยุบสภา…สมแล้วที่โดนคุณจิตรา ชูป้ายให้”ดีแต่พูด”

  • เล็ก เชียงใหม่

    ก็ควรต้องเดินหน้าต่อไป เพียงแต่ต้องปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์ ทัศนคติ กระบวนการ ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี กันใหม่ โดยรักษาสิ่งดีที่เป็นจุดแข็งของพรรค แต่ไม่ใช่ให้ความสำคัญสูงสุด และต้องปรับเปลี่ยนในสิ่งที่เป็นจุดอ่อนของพรรค แต่ไม่ใช่ตำหนิกล่าวโทษกัน ให้ความสำคัญกับสมาชิกให้มากขึ้น ละเอียดขึ้น ทบทวนดูว่า พรรคมีอายุยาวนานเท่าไหร่ สมาชิกพรรคเติบโตเท่าไหร่ และพรรคได้หล่อหลอมรวมใจกับสมาชิกมากน้อยแค่ไหน อย่างไร เท่าที่ทราบ สมาชิกพรรคได้รับข่าวสารจากพรรคน้อยมาก และการเข้าถึงข่าวสารของพรรคก็ไม่ชัดเจน สมาชิกพรรคที่ยังเหนียวแน่นอยู่ทุกวันนี้ อยู่ด้วยใจและอุดมการณ์จริงๆ ไม่ใช่เพราะการดูแลของพรรค ผมไม่ใช่สมาชิกพรรค เพียงแต่รู้จักคลุกคลีกับคนปชป.มาก เคยได้ยินสมาชิกพรรคบางคนพูดเหน็บว่า อย่าว่าแต่ดูแลสมาชิกเลย แลดูยังไม่แลเลย ยกเว้นตอนเลือกตั้ง ฟังแล้วสะท้อนใจครับ

  • ไม่ได้คังใจเลย

    พรรค น่าจะมีกลยุทธ ที่ดีกว่านี้ ในการเลือกตั้ง ครั้งที่ผ่านมารู้อยูแล้่วว่า ทางอีสานเป็นจุดออ่นยังทำอะไรไมม่ได้ เบื่อคนวางแผนจังเลย ไม่เคยพัฒนาเลย

  • ปราบอันธพาล

    ผมว่า ไม่ใช่อย่างที่เขียนเลยครับ อย่าหลงประเด็น ทุกอย่างที่ให้แก้ไขนั้น พรรคเผาไทย และพรรคอื่นเป็นยิ่งกว่า แต่เผาไทยก็ชนะได้ ผมไม่คิดว่า การไปแก้ที่พรรคนี้ไม่ถูกต้อง แค่ปรับปรุงบางอย่างก็ใช้ได้ แต่ไม่ใช่ 5 ข้อ นี้ แน่นอน ไปลองไตร่ตรองดูใหม่

    ปัญหา มันอยู่ที่ฐานความคิดของคนชนบท มันบ่งบอกว่า เราโกหกตัวเอง ยิ่งเลือกตั้งครั้งนี้ชัดมาก ประเทศเรายังเป็นประชาธิปไตยไม่ได้ครับ ความคิดของพลเมืองยังไม่ถึงขั้นประชาธิปไตย ….แค่ประชาธิปไตยพื้นฐานยังไม่รู้จักเลยครับ จะมาหวังภาพใหญ่ ๆ ได้อย่างไร …ประชาธิปัตย์เขาเดินตามประชาธิปไตย ตามรูปแบบ แต่ก็ต้องมีอันเป็นไป เพราะคนไทยจำนวนไม่น้อย ยังไม่รู้จัก ความหมายของระบบ และระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไอ้พวกเผาไทย ยิ่งมาเสี้ยมคนโดยไม่ใช่วิธีทางประชาธิปไตย แล้วอ้างประชาธิปไตย ล้วนแล้วแต่เป็นความอดสูของบ้านเมืองอย่างยิ่ง …อย่าค้านคำพูดผม ลองกลับไปพลิกดูประวัติศาสตร์แค่ปีเดียวให้หลัง มันชัดยิ่งกว่าชัดครับ..

    ดังนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยกับผู้เขียนจดหมายเปิดผนึกนี้ ผมคิดเป็นครับ และเชื่อว่า คนอีกจำนวนมากก็คิดเป็น ผมขอสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถือเป็นพรรคการเมืองเดียวของไทยที่มีอยู่ พรรคอื่นนอกจากการจดทะเบียนถูกต้องแล้ว ผมมองไม่เห็นการสร้างพรรคสร้างฐานประชาธิปไตยใด ๆ เลย …พรรคที่ขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรค และทายาท เท่านั้น แค่คุณลองหลับตานับและนึกดูก็จะได้คำตอบอันนี้ ล่าสุดก็กิจสังคมของท่านคึกฤทธิ์ดับไปอีกรายแล้ว มากับคนก็ไปกับคน ไม่ได้มาตามระบบ …ปชป นี้ไม่ใช่ของนายควง ของท่านเสนีย์ ของนายพิชัย ของนายบัญญัติ ของนายชวน ของนายอภิสิทธิ์ ฯลฯ แต่เป็นของคนไทยที่รู้จักประชาธิปไตยครับ…ขอให้พวกท่านยืนหยัดต่อไป อะไรบกพร่องภายในก็ปรับปรุงกันไป แต่อย่าเปลี่ยนรสชาต ตามที่มีผู้เสนอก็แล้วกัน มันไม่ใช่ทางออกครับ

    ปราบอันธพาล

  • บัง บางมด

    ถูกใจและเห็นด้วยอย่างมาก

  • ประชาชน

    ความเสื่อมของพรรคประชาธิปัตย์น่าจะมาจาก บ้าอำนาจ ช่อราษฎร์บังหลวง หลอกลวงชาวบ้าน ปกป้องคนพาล ระรานประชาชน

  • ปราบอันธพาล

    ทุกอย่างที่คุณ “ประชาชน”พูดมา มีหมดในพรรคเผาไทย ไม่ใช่หรือครับ

  • one voice

    คุณปราบอันธพาลพูดถูก ที่คุณประชาชนว่ามานั้น เป็นคุณสมบัติร่วมของทั้งพรรคเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ แต่คุณสมบัติที่ประชาธิปัตย์มีมากกว่าและทำให้พ่ายแพ้ต่อเพื่อไทยก็คือ ความหลงตัวเอง คิดว่าตัวเองดีเลิศ ใครๆ ก็ชั่วกว่าตนทั้งนั้น ไม่ว่าคนในพรรค หรือคนที่เชียร์พรรคก็ล้วนแล้วแต่คิดเหมือนกันหมด ฝ่ายตรงข้ามเขาอุตส่าห์มาชี้ทางสว่างให้แล้ว ก็ยังมืดบอดมองไม่เห็นอยู่นั่นเอง ขอสนับสนุนให้ยึดมั่นในแนวทางนี้ต่อไปเถิด….

  • ขอบคุณทหาร PK

    เห็นด้วยกับทหารรั้วของชาติ ขอให้มีกำลังใจทำหน้าที่ต่อไปครับ ผมจะเป็นคนส่งกำลังใจให้กับพวกคุณ
    และนี่เป็นความเห็นของผมต่อ คน ไทย => ทุกคนมีหน้าที่ที่สำคัญสำหรับประเทศไทย การที่ทหารเขามีหน้าที่ปกป้องประเทศ คุณคิดว่าเลว แล้วคุณคิดว่ายามที่่ บ้านเมืองไม่ว่าจะเป็นอดีตจะกี่ร้อยปีก็ตามหรือปัจจุบัน เมื่อมีคนรุกรานประเทศ ใช่ทหารทุกนายหรือไม่ที่เป็นด่านหน้า ที่เป็นกันชนให้ประชาชน อย่างพวกเราได้อยู่เพื่อที่จะได้ทำหน้าที่ของ คน อย่างสมบูรณ์ ประชาชนทุกคน หรือตำรวจทุกนาย ก็ต้องมีหน้าที่ ทุกคนต่างมีหน้าที่ เพียงแต่พื้นที่เขาทำงาน ของแต่ละคนได้รับมอบหมาย ให้ทำหน้าที่ ณ จุดไหน มันก็ต้องแยกให้ออก ไม่ใช่ว่าพื้นที่ชายแดนให้ตำรวจไปปกป้อง คุณว่าตำรวจมีกำลังพอไหม หรือให้ทหารเข้ามาดูแลพื้นที่ตอนในแทนตำรวจ คุณว่ามันถูกที่ถูกกาลเทศะไหม หรือให้ประชาชนแต่ละบ้านเรือนไปทำหน้าที่(ก็ยังรักชีวิตอยู่ จะไปหรือ)เป็นประชาชนก็ต้องคิดให้เป็น ให้รอบด้าน ให้ถ้วนทั่ว ทำหน้าที่ของตัวเองดีพอหรือยัง รู้จักคำว่าประชาธิปไตยอย่างลึกซึ้งหรือยัง อย่าให้คนที่เป็นแกนนำมาพูดพล่ามอะไรก็ไม่รู้(เพราะไม่อยากรู้ว่าจริงเท็จอะไร)เอามันอย่างเดียว ไอ้ยุคดิจิตอลเนี่ย คุณจะทำอะไรก็ได้ที่จะปลดปล่อยสิ่งที่อยู่ในใจคุณ แต่คุณก็ต้องรู้เท่าทันข้อมูลที่มันหลั่งไหลมาสู่ความคิดคุณ ต้องแยกแยะให้ออก(ซึ่งก็ยากสำหรับคนทั่วไป ที่ยัง กิน ขับถ่าย สืบพันธุ์ นอน)เมื่อแยกแยะออกแล้ว คุณก็จะเห็นเองว่าที่เที่ยวไปบอกให้คนอื่นทำน่ะ อันที่จริงตัวเองยังไม่ได้ทำเลย(สักอย่าง)

  • Un_ta_pan

    เข้าใจว่าทุกคนมีสิ่งที่ชอบมีสิ่งที่เลือก ทุกคนมีจุดยืนเป็นของตนเอง ธรรมดาคนเราถ้าสิ่งไหนที่เราชอบ สิ่งไหนที่เราศรัทธา เราต้องชื่นชมและยกย่องเป็นธรรมดา สิ่งไหนที่ไม่เห็นด้วย ก็จะพยายามหาเหตุผลร้อยแปดมาโต้แย้ง มาคัดค้าน บางทีคนที่นั่งฟังอย่างใจจดใจจ่อ ก็อาจจะไม่เชื่อก็เป็นได้ ชั่วโมงนี้แม้ผมจะไม่เห็นด้วย แต่ผมขอยอมรับความพ่ายแพ้ ต่อเสียงส่วนมาก และก็อยู่เก็บข้อมูลเก็บประสบการณ์และเตรียมตัว เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า