Practical Report Lifestyle Intelligence: นวัตกรรมใหม่ในศตวรรษที่ 21

สิ่งประดิษฐ์ยิ่งใหญ่ที่สุดในปลายศตวรรษที่ 20 ก็คือ Information Technology ที่ช่วยดลบันดาลให้มนุษย์มีความสะดวกสบายในชีวิตอย่างล้นเหลือ ตั้งแต่การค้นหาสินค้าและบริการเพื่อเติมเต็มความปรารถนาในทุกเสี้ยวอารมณ์ของชีวิต ไปจนกระทั่งการสร้าง “เครือข่ายมิตรภาพ” อันงดงามผ่านทางสังคมออนไลน์อย่าง Twitter และ Facebook

อย่างไรก็ตาม ระดับความสุขของมนุษย์ที่พุ่งสูงขึ้นตามการพุ่งทะยานของ Information ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ก็กลับมีอันต้องลดลงอย่างน่าใจหาย ในเมื่อปริมาณ Information ได้พุ่งทะลักเกินกว่า “เนื้อที่จำกัด” ในสมองของมนุษย์จะรับทราบและประมวลผลได้ จึงกลายเป็นว่ามนุษย์ในศตวรรษที่ 21 ต้องรับทัณฑ์ทรมานจากขยะข้อมูลที่ถาโถมเข้ามาในแต่ละวัน ในทุกทิศทางอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

Lifestyle Intelligence จึงอาจกลายเป็น “ธุรกิจใหม่” เพื่อตอบสนองวิถีชีวิตที่เร่งรีบของผู้คนในศตวรรษที่ 21 ซึ่งกระหายแต่จะเสพรับเฉพาะข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและความปรารถนาของตนเองเท่านั้น ในขณะเดียวกันก็เหนื่อยล้าเกินกว่าจะคัดกรองข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกับไลฟสไตล์ออกไปให้พ้นหูพ้นตาได้

การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์แบบ Lifestyle Intelligence เพื่อตอบสนองความต้องการอันยิ่งใหญ่ของมนุษย์ในยุคนี้ ย่อมไม่น่าจะสิ้นสุดลงเพียงแค่การ “คัดกรอง” ข้อมูลข่าวสารที่ไม่สำคัญต่อไลฟสไตล์ของมนุษย์แต่ละคนทิ้งไปเท่านั้น แต่สุดท้ายแล้ว ยังน่าจะต้องมีการบูรณาการข้อมูลในภาพกว้างเข้ามาอีกด้วย เพื่อเติมเต็มความกระหายใคร่รู้อันไม่สิ้นสุดของมนุษย์ในยุคที่อารยธรรมอันหลากหลายตระการตาได้มาบรรจบพบกันอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนเลย

แน่นอนว่า มนุษย์ส่วนใหญ่ยังคงหมกมุ่นในเรื่องแคบๆที่ตนเองสนใจเท่านั้น แต่การส่งมอบข้อมูลที่เฉียบคมที่สุด กระชับที่สุด เพื่อให้เกิดการตัดสินใจที่ดีที่สุดต่อชีวิตของลูกค้าแต่ละคนนั้น ย่อมไม่อาจได้มาโดยการศึกษาเพียงปรากฎการณ์เฉพาะหน้าที่ผิวเผินเท่านั้น หากยังต้องร้อยรัดบริบทแห่งโลกาภิวัตน์อันสลับซับซ้อนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการวิเคราะห์อีกด้วย เพื่อสกัดออกมาเป็น Lifestyle Intelligence ที่อร่อยล้ำและเคี้ยวกลืนง่าย แต่มีคุณค่าและวิตามินที่เข้มข้นกว่าข่าวสารธรรมดาทั่วไป ที่สำคัญยังใช้เวลาและที่ว่างในสมองน้อยกว่าอย่างเทียบกันไม่ได้เลย

นี่คือ ตัวอย่างของ Lifestyle Intelligence ซึ่งเป็นที่ต้องการในเมืองไทยแต่ยังไม่มีการตอบสนองที่เหมาะสม

1. สถาบันการศึกษาที่เหมาะสมกับ Lifestyle ของแต่ละครอบครัว

คนไทยยุคใหม่มีค่านิยมในการลงทุนทางการศึกษาให้ลูกหลานอย่างถึงไหนถึงกัน บางครั้งยินยอมกู้หนี้ยืมสินเพื่อให้ลูกหลานได้เรียนในโรงเรียนที่ดีที่สุด โดยไม่คำนึงว่าสถาบันการศึกษานั้นจะเหมาะสมสอดคล้องกับความถนัดของบุตรหลานหรือไม่

Lifestyle Intelligence ย่อมไม่ใช่เพียงการคัดเลือก “5 อันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุด” มาบอกเล่าให้ลูกค้าที่ยินดีจ่ายค่าบริการได้รับรู้เท่านั้น แต่บางครั้งอาจต้องประเมินไปถึงตำแหน่งหน้าที่การงานและรายได้ภายหลังสำเร็จการศึกษาอีกด้วย โดยมีการนำข้อมูลของ “พลวัตทางเศรษฐกิจโลกในอีก 10 ปีข้างหน้า” เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการคำนวณด้วย เพราะอาชีพที่ทำเงินได้ดีในวันนี้ อาจกลายเป็นอาชีพยอดแย่ในวันพรุ่งนี้ได้ เมื่อกระแสแห่งโลกาภิวัตน์ได้ปรับเปลี่ยนทิศทางไป

2. เสื้อเหลือง-เสื้อแดง: บริบทที่สลับซับซ้อนทางประวัติศาสตร์

คนไทยส่วนใหญ่มีรสนิยมที่หลีกเลี่ยงรังเกียจการเมือง แต่เหตุการณ์ความขัดแย้งในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ย่อมพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แม้แต่เรื่องการเมืองที่น่าเบื่อที่สุดนั้น ก็ยังสามารถทำให้เกิดกระแสความสนใจที่หลากหลายท่วมท้นขึ้นมาได้

แต่ที่น่าเศร้าใจก็คือ สื่อกระแสหลักนิยมนำเสนอข่าวแต่ในมุมมองที่ผิวเผินและมุ่งเน้นไปที่ความรุนแรง จึงทำให้คนไทยส่วนใหญ่เกิดอาการเครียดและกินไม่ได้นอนไม่หลับ ทำให้ดัชนีความสุขทรุดฮวบลงอย่างรวดเร็ว

Lifestyle Intelligence ย่อมเข้ามาตอบโจทย์ตรงจุดนี้ได้ โดยการนำเสนอ “ข่าวกรองเชิงลึก” ที่ประเมินสถานการณ์อย่างเฉียบแหลม ไม่ใช้ถ้อยคำยั่วยุของทั้งสองฝ่าย มาใส่สีให้รุนแรงเกินจริง เพื่อประสงค์จะขายข่าวให้ดูตื่นเต้นตึงเครียด

ที่สำคัญกว่านั้น Lifestyle Intelligence ยังอาจบอกเล่าเบื้องลึกของความขัดแย้งที่ย้อนอดีตไปยาวนานหลายสิบปี ด้วยสำนวนที่สนุกสนานประดุจนวนิยาย หากแฝงแง่คิดที่ลึกซึ้งสามารถประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ เพื่อให้ลูกค้าเกิดความดื่มด่ำเบิกบานและไม่หลงไปกับสถานการณ์เฉพาะหน้าที่จุดขึ้นมาโดยกลุ่มผลประโยชน์ที่แสวงหากำไรจากความไม่รู้ของประชาชน

3. หนังสือพิมพ์อัจฉริยะ (Intelligence Newspaper) ที่คัดเลือกเฉพาะข่าวสารที่เราใส่ใจ

การที่สื่อสิ่งพิมพ์มุ่งเน้นไปที่ผู้อ่านระดับ Mass ย่อมทำให้ต้องนำเสนอเนื้อหาให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ในยุคที่ผู้คนรีบเร่งและต้องการ “ที่ว่าง” ให้สมองได้ผ่อนคลายจากการงานอันเหนื่อยหนัก จึงไม่ควรมีปล่อยให้ข่าวสารที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาคุกคามความสุขและเบิกบานใจของมนุษย์

แน่นอนว่าการจัดทำข่าวสารเพื่อตอบสนองลูกค้าแต่ละรายโดยเฉพาะย่อมทำให้ราคาของสิ่งพิมพ์สูงเกินไป ดังนั้นจึงอาจต้องมีระบบที่ช่วยประมวลผลและแยกประเภทลูกค้าที่มี Lifestyle เดียวกันให้มาร่วมรับข่าวเดียวกัน เพื่อช่วยให้ Intelligence ที่ส่งมอบต่อแต่ละคนมีราคาถูกลง

ในศตวรรษที่ 21 การสร้างความมั่งคั่งร่ำรวยของมนุษย์มีลักษณะที่หลากหลายและเปิดกว้างมากขึ้น บางคนเป็นเพียงพนักงานกินเงินเดือนทั่วไป แต่ก็สามารถเพิ่มรายได้ด้วยการลงทุนในหลักทรัพย์ ทองคำ น้ำมัน และสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งหลายได้ ในขณะที่บางคนกลับค้นพบพรสวรรค์ด้านเสียงเพลงและสามารถไต่เต้าเข้าสู่วงการบันเทิงได้ในท้ายที่สุด

อย่างไรก็ตาม ในทางเลือกที่ล้วนแต่ดีเลิศ ไม่ว่าจะเป็นอัจฉริยะทางการลงทุน พรสวรรค์ด้านเสียงดนตรี หรือไหวพริบพลิกแพลงในเชิงธุรกิจ ก็ล้วนแต่ต้องอาศัยเวลาในการลงทุนทุ่มเทเพื่อพัฒนาให้เหนือกว่าคู่แข่งในวงการเดียวกัน ดังนั้น การค้นพบตัวเอง ดื่มด่ำกับสิ่งที่รัก รวมถึงการตามหาหนังสือและอาจารย์ที่ช่วยยกระดับความชำนาญในเส้นทางของตัวเรา จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ตัดสินชี้ขาดความสำเร็จและล้มเหลวของชีวิต

ท่ามกลางข้อมูลข่าวสารที่เต็มไปด้วยสิ่งดีๆให้เลือกมากมายในยุคนี้ การค้นพบสิ่งดีๆ 10 ประการ จึงไม่สำคัญเท่ากับการค้นพบสิ่งดีๆที่เหมาะสมกับตัวเราเพียง 1 ประการเท่านั้น

ในท้ายที่สุดแล้ว Lifestyle Intelligence จึงไม่ใช่เพียงบริการข่าวสารเพื่อการผ่อนคลายและเบิกบานทางจิตใจเท่านั้น แต่ยังเป็นเพื่อนและโค้ชที่แสนดีในการแนะนำเส้นทางที่เหมาะสมกับมนุษย์แต่ละคนในการเดินทางไปสู่การประสบความสำเร็จในชีวิตตามที่ใฝ่ฝันไว้

  • Man

    Lifestyle Intelligence ฟังดูน่าสนใจครับ มีตัวอย่างบ้างมั้ย

  • big

    ยังไม่มี “ตัวอย่าง” นะครับ

    เป็นสิ่งที่ผมคาดการณ์ “อนาคต” ที่จะเกิดขึ้น

    เพราะมนุษย์ทุกวันนี้เต็มล้นไปด้วยข่าวสาร จึงน่าจะมีความต้องการ (Demand) ที่จะหาคนมาช่วยจัดการข่าวสารให้พวกเขา

    อย่าลืมว่า “มนุษย์” มีขีดจำกัดในการรับรู้ในทุกประสาทสัมผัส ดังนั้น แนวโน้มใหม่ในอนาคตย่อมต้องเป็น Less is More เลือกเสพสุขอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดท่ามกลางกองสินค้าที่อัดแน่นเต็มกลืน

  • นคร

    อันที่จริงๆพวกเวบอย่าง amazon ก็ใช้วิธีแบบนี้มาพักใหญ่แล้วน่ะครับ คำนวนว่าลูกค้าแต่ละคนน่าจะชอบอะไร มีรสนิยมแบบไหนจากการเก็บข้อมูลของสิ่งที่เคยสั่งซื้อไป เลือกการลดราคาที่เหมาะกับลูกค้าแต่ละคนส่งมาให้ แทนที่จะส่งแบบกวาดเรียบ

    ส่วนเรื่องข่าวที่เลือกมาให้สมาชิคเฉพาะทางก็พอมีมานานแล้วน่ะครับ หรือแม้แต่การใช้พวก google reader ก็เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานกรองข้อมูลที่ตัวเองชอบเป็นพิเศษมาอ่่านในแต่ละวันอยู่แล้ว

    ผมว่าคอนเซปนี้มันผ่านจุดเริ่มต้นมาแล้ว แต่สิ่งที่จะเกิดในอนาคตน่าจะเป็นเรื่องของการสร้างประสบการณ์ที่พิเศษกว่าเดิม ด้วยเทคโนโลยี่ที่พิเศษขึ้นมากกว่า

  • big

    ขอบคุณคุณนคร ที่มาช่วย “เติมเต็ม” ความคิดดีๆให้ครับ

    ผมคิดว่า “ประสบการณ์ที่พิเศษกว่าเดิม” นี่แหละจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในอนาคต ประเทศไทยต้องจดจำและประยุกต์คำนี้ให้ดี

    ปอลิง ผมขอยืมคำนี้ไปใช้บ้างในบางโอกาสนะครับ

  • Maew Naam

    น่าสนใจค่ะ รวมถึงแนวคิดที่แตกตัวมาในภาค 2 ด้วย –>
    http://www.siamintelligence.com/lifestyle-intelligence-2/
    เห็นด้วยกับคุณนครว่าผ่านจุดเริ่มต้นมาแล้ว เช่นบางส่วนของCRM ตอนนี้ก็ LI คงเป็นเพียงตัวประกอบ/ตัวเสริมของอะไรซักอย่างอยู่ แล้วต่อไปค่อยๆก่อตัวแข็งแรงขึ้น เด่นชัดขึ้น ส่วนจะเร็วแค่ไหน โดดเด่นเพียงใด แพร่หลายหรือไม่ คงเป็นเรื่องของอุปสงค์ (และ/หรือ อุปทาน)ในอนาคต