Phenomenon: ปรากฏการณ์ (ไม่) ธรรมชาติ โดย chatechenko
1 กันยายนนี้ มีภาพยนตร์ไทยฟอร์มเล็กเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจกำลังจะเข้าฉาย ชื่อ “รักจัดหนัก” ของค่าย “ออกไปเดิน” ในเครือนิตยสารภาพยนตร์ Bioscope ซึ่งเป็นการนำภาพยนตร์สั้น 3 เรื่องมารวมกันเป็นภาพยนตร์ใหญ่ โดยมีผู้กำกับหน้าใหม่ที่มีชื่อเสียงจากวงการภาพยนตร์สั้น รวมไปถึง ทราย เจริญปุระ ในบทบาทผู้กำกับครั้งแรก และนักแสดงอย่าง มิวสิค – รัชพล แย้มแสง AF4 ร่วมด้วย จินตหรา สุขพัฒน์ โดยมี สุภาพ หริมเทพาธิป จากBioscope ผันตัวมาเป็นผู้อำนวยการสร้าง
โดยเนื้อเรื่องเป็นหนังที่สะท้อนปัญหาการท้องก่อนวัยอันควรของวัยรุ่น ซึ่งจากสถิติล่าสุดมีการสำรวจว่าในทุกๆ วัน จะมีคุณแม่วัยใสเพิ่มขึ้น 336 คน ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนมากและติดอันดับต้นๆของภูมิภาคเอเชีย คำถามที่สำคัญก็คือเกิดอะไรขึ้นกับการสอนเพศศึกษาในระบบการศึกษาไทย? และภาพยนตร์เรื่องนี้กำลังจะบอกถึงเรื่องอะไรเกี่ยวกับเพศศึกษาในวัยรุ่น?
เพศศึกษาในมายาคติการศึกษาไทย “การสั่ง” ไม่ใช่การสอน!!
ดูเหมือนว่าเพศศึกษาในแบบเรียนการศึกษาไทยนั้น มีความหยุดนิ่งและไม่ปรับให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป การสื่อสารระหว่างผู้เรียนและผู้สอนมีลักษณะเหมือนมี “ระยะห่าง” บางอย่างที่ไม่สามารถข้ามไปได้ ทั้งในเรื่องกรอบความคิดเรื่องวัย การสอนด้วยวิธีดังกล่าวอาจทำให้เกิดคำว่าอายกับผู้เรียนหรือไม่ก็ถูกตีความไปในแนวคะนอง

เมื่อนักเรียนเริ่มเอ่ยปากถามครูอย่างเปิดอกเกี่ยวกับเรื่องเพศ หลายๆครั้งกับถูกต่อว่าด้วยเหตุผลประเภทที่ว่า “ยังไม่ถึงวัยอันควร” “กำลังทำผิดศีลธรรมอันดีงาม” หรือ “มีรักในวัยเรียนเหมือนจุดเทียนกลางสายฝน” เป็นต้น ดังนั้นการเรียนรู้เรื่องเพศของเยาวชนจึงเป็นไปในลักษณะ “ลองผิดลองถูก” ด้วยตนเองและความเข้าใจผิดของมุขปาฐะที่เล่ากันมารุ่นสู่รุ่น เช่น หากผู้ชายหลั่งภายนอกระหว่างมีเพศสัมพันธ์แล้วไม่ท้อง หรือ การนับวันหน้า 7 หลัง 7 นั้นปลอดภัย 100 เปอร์เซนต์
ภาพยนตร์เรื่องนี้กำลังจะสื่อสารว่าทุกๆเรื่องนั้นย่อมเกิด “ข้อผิดพลาด” ได้สิ่งสำคัญก็คือการปรับทัศนคติว่า “เรื่องเพศสัมพันธ์นั้นไม่ใช่เรื่องที่ผิดศีลธรรมอันดี” เป็นเรื่องปรกติที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ได้ในทุกเพศวัย เพียงแต่จะทำอย่างไรให้เพศสัมพันธ์นั้นปลอดภัย รวมไปถึงเรื่องเพศนั้นสิ่งที่สำคัญก็คือการสั่งให้ทำความเข้าใจ เพราะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ
การสื่อสารด้วยภาพยนตร์ในแบบดังกล่าวอาจทำให้เข้าถึงวัยรุ่นได้มากกว่า การทำสารคดีที่มีเนื้อหาเข้มข้น จริงจัง และชวนหดหู่ สหรัฐอเมริกาเคยใช้วิธีการดังกล่าวปลุกกระแส “โลกร้อน” ได้สำเร็จเมื่อภาพยนตร์กึ่งสารคดีของ อัล กอร์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานธิบดีสมัย จอร์จ ดับเบิลยู บุช เรื่อง “An Inconvinient Truth” นำประเด็นกล่าวมาบอกเล่าอย่างที่ประชาชนทั่วไปสามารถสัมผัสได้
สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ถูกแฝงในหนัง “รักจัดหนัก” ก็คือ “การมีคนที่สามารถไว้ใจได้” ในขณะที่ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้น สิ่งที่ผู้ประสบสถานะ “ท้องไม่พร้อม” ต้องการ คือผู้ที่พร้อมจะเข้าใจ เปิดใจ และให้โอกาสในการพร้อมที่จะเผชิญปัญหาไปด้วยกัน
พ.ร.บ.คุ้มครองอนามัยเจริญพันธุ์ ปลายทางและโอกาสสำหรับคุณแม่วัยใส
เมื่อเกิดการตั้งครรภ์ ดูเหมือนภาระต่างๆ จะถูกถาโถมเข้าไปสู่ฝ่ายหญิงมากกว่าฝ่ายชาย ทั้งในด้านกฏของสังคมและกฏข้อบังคับทางราชการ เพราะเมื่อเพศชายทำให้เกิดการตั้งครรภ์นั้น นอกจากจะต้องทนเสียงซุบซิบนินทาจากสังคม ฝ่ายหญิงส่วนใหญ่จะต้องออกจากระบบการศึกษาเพื่อการผดุงครรภ์ และส่วนใหญ่เมื่อคลอดบุตรแล้วก็ไม่สามารถกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้

ประเด็นหนึ่งหลังจากชมภาพยนตร์สังคมต้องมี “พื้นที่” ให้กับคนท้องไม่พร้อม พวกเขาไม่ได้ทำผิดอาชญากรรมเพียงแต่อยู่ในสถานะที่ไม่สามารถที่จะเข้าศึกษาได้ในขณะนั้น ในสังคมที่วุฒิการศึกษากลายเป็นตัวตัดสินคนอย่างสังคมไทย โอกาสที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตนั้นก็คือการกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา
คำถามสำคัญจึงมีอยู่ 2 ประการ หนึ่ง สังคมมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าการกลับเข้ามาศึกษาในระบบหรือไม่? สอง ถ้าไม่มีแล้วคนกลุ่มนี้จะกลับเข้ามาสู่ระบบได้อย่างไร? เพราะถ้ากลุ่มผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อมไม่มีทางเลือก หลายๆคนเลือกที่จะ “ทำแท้ง” เพื่อตัดปัญหาและกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาอีกครั้งหนึ่ง โดยต้องแบกภาระความรู้สึกผิด รวมไปถึงการเสี่ยงต่อสุขภาพเนื่องจากในประเทศไทยการทำแท้งยังเป็นเรื่องผิดกฏหมาย ดังนั้นการลักลอบทำแท้งจึงไม่ได้ทำโดยการควบคุมของแพทย์
ตามตัวบทกฏหมายนั้นมี พ.ร.บ.คุ้มครองอนามัยเจริญพันธุ์ ที่กรมอนามัยเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีสมัยรัฐบาลนาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งมีสาระสำคัญคุ้มครองให้สถานศึกษาอนุญาตให้หญิงมีครรภ์ที่อยู่ในระหว่างเรียนต่อได้ในระหว่างตั้งครรภ์ และกลับมาศึกษาได้อีกครั้งหลังคลอดบุตรแล้วว่า กระทรวงสาธารณสุขจะตั้งกรรมการขึ้นมายกร่างกฎหมายฉบับพร้อมทำประชาพิจารณ์ แต่ยังคงติดอยู่สมัยประชุมยังไม่ถูกพิจารณา
ดังนั้นภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว จึงเป็นการสะท้อนเรื่องจริงที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตของคนทุกคนเป็นการสื่อสารเพื่อ “ความเข้าใจ” ไม่ใช่ “การสั่งสอน” SIU อยากเชิญชวนไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้ในฐานะกระบอกเสียงของสังคม ที่สะท้อนภาพที่เกิดขึ้นจริงในสังคม
บท(เรียน)รักที่โรงเรียนไม่เคยสอน ภาพยนตร์เรื่อง “รักจัดหนัก” ซึ่งตอนนี้ในแฟนเพจมีผู้เข้าชมเกินหนึ่งหมื่นคนแล้วติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ www.facebook.com/lovenotyet
