Luxury Natural Tourism สร้างบรรยากาศท่องเที่ยวที่สัมผัสได้ทั้งธรรมชาติและความสะดวกสบาย

May 28, 2009

โดย เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์

เมืองไทยเป็นประเทศที่มี “ความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ” (Comparative Advantage) ในด้านการท่องเที่ยว นั่นคือ ในขณะที่สังคมตะวันตกมีความเจริญก้าวหน้าทางวัตถุ แต่กลับขาดแคลนวิถีชีวิตที่รุ่มรวยชิดใกล้ธรรมชาติแบบสังคมเกษตรกรรม โดยถึงแม้ญี่ปุ่นจะมีชาวนา แต่ก็มีความทันสมัยแบบสังคมเมือง ในทำนองตรงกันข้าม ประเทศลาว เขมร ยังคงมีวิถีชีวิตแบบสังคมเกษตรเต็มที่ แต่ก็ขาดแคลนความสะดวกสบายหรูหราแบบสังคมเมือง

“สยามเมืองยิ้ม” ประเทศที่มีความลงตัวกล่มกล่อมในวิถีชีวิตชนบทและความน่าหลงใหลของสังคมเมือง จึงน่าจะใช้ความได้เปรียบนี้ให้เป็นประโยชน์สูงสุด

แต่ปัญหาของการท่องเที่ยวไทย คือ ไม่รู้จักสร้างสมดุลระหว่าง “ความลำบาก” และ “ความสะดวกสบาย”

1. การท่องเที่ยวแบบตามมีตามเกิด

นักท่องเที่ยวได้สัมผัสธรรมชาติ และวิีถีชีวิตในสังคมเกษตร ที่ยังเหลือในประเทศไทยอย่างเต็มอิ่ม แต่ขณะเดียวกัน จิตใจของนักท่องเที่ยว ก็ยังหวาดระแวงในเรื่องความสะอาดของอาหาร น้ำดื่ม ที่พักและห้องสุขา

ทำให้ “ประสบการณ์” ของผู้บริโภคไม่สามารถเข้าสู่จุดสูงสุด (Climax)

2. การท่องเที่ยวแบบไฮโซ

เราจะเห็นโรงแรม 5 ดาว ผุดขึ้นตามสถานที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศไทย แต่กระนั้น ในกระแสที่มนุษย์ได้รับความสะดวกสบายกันจนเอียนนั้น มนุษย์ต้องการยกระดับการเสพสุขเข้าสู่การเสพสุขทางใจ เข้าสู่การเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ดังนั้น การท่องเที่ยวแบบนี้จึงยังให้ความรู้สึกที่ “ขาดแคลน” ทางจิตใจบางประการ

3.การท่องเที่ยวแบบ Luxury Natural Tourism

การท่องเที่ยวที่ยังรักษาวิีถีชีวิตของสังคมเกษตรไว้ ขณะที่ใส่ “ความสะดวกสบาย” ของสังคมเมืองเข้าไป โดยดัดแปลงให้เข้ากับธรรมชาติมากที่สุด

เช่น ร้านส้มตำ ต้องไม่ใช่แบบรถเข็น ที่อาจไม่ได้มาตรฐานด้านความสะอาด ขณะเดียวกัน ต้องไม่เป็นสมัยใหม่แบบร้าน “ยำแซ่บ” แต่ให้มีการแต่งร้านที่คล้าย “ส้มตำนัว” ซึ่งยังรักษากลิ่นอายวัฒนธรรมอีสานในระดับหนึ่ง (ถ้าจะให้เด็ดดวง อาจต้องทำ “หมอนอิง” และ “ลานไม้” เพื่อให้การนั่งโจ้ข้าวเหนียว ประทับจิตผู้บริโภคถึงขีดสุด)

“ห้องน้ำ” อาจมีสุขภัณฑ์อำนวยความสะดวกครบครัน แต่ต้องทำด้วยวัสดุธรรมชาติ ที่สำคัญ ยังมีบางส่วนของห้องน้ำที่เปิดโล่งเข้าสู่ธรรมชาติอีกด้วย

จะมี “ความสุขสันต์หรรษา” ถึงปานใด ?

ถ้าจะให้ครบเครื่อง ยังต้องมี “โรงพยาบาล” ที่อาจตกแต่งสถานที่ให้ดูเหมือนกระท่อมหญ้า แต่ภายในนั้นเต็มไปด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ชั้นเลิศ

เมื่อเป็นเช่นนี้ “นักท่องเที่ยว” ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ จะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของเพื่อนพี่น้องชาวชนบทได้อย่างเต็มอิ่ม สามารถเข้าไปเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมที่เรียบง่ายพอเพียง เข้าไปซึมซาบวัฒนธรรมและน้ำใจอันรุ่มรวย โดยภายหลังเหน็ดเหนื่อยจากการท่องเที่ยวที่มีคุณค่าล้ำลึกนี้ นักท่องเที่ยวที่จิตใจอิ่มเอมทั้งหลาย ยังสามารถพักอาศัยในบริเวณใกล้เคียงอย่างหรูหราสะดวกสบายแต่ใกล้ชิดธรรมชาติยิ่ง

จากเดิมในสังคมอุตสาหกรรมนั้น มนุษย์สามารถเอาชนะธรรมชาติและแสวงหาความสะดวกสบายในชีวิต โดยการ “ตกแต่งธรรมชาติให้เข้ากับตัวเรา” แต่ในตอนนี้ ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำกว่าเดิม ด้วยสังคมฐานความรู้นั้น เราสามารถ “ตกแต่งตัวเราให้เข้ากับธรรมชาติ” โดยยังคงไว้ซึ่งความสะดวกสบายทั้งมวล

นี่คือ การปฏิวัติวงการท่องเที่ยวไทย ที่จะทำให้ “เมืองไทย” เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวโลก

Comments

Got something to say?






;