Phenomenon : ปรากฏการณ์ (ไม่) ธรรมชาติ โดย chatechenko
หากสุดสัปดาห์เราเปิด facebook ยามสุดสัปดาห์ มักจะเห็นเพื่อนของเราไม่คนใดก็คนหนึ่งกำลัง hang out ตาม ตลาด 100 ปี ตลาดน้ำ หรือถนนคนเดิน แล้วกำลังอัพรูปขึ้นอัลบั้ม ไลฟ์สไตล์แบบนี้กลายเป็นเรื่องปรกติไปแล้ว ตลาดน้ำอัมพวา ตลาด 100 ปีสามชุก และ ถนนคนเดินเชียงใหม่ กลายเป็น icon ของเมืองที่ผู้ไปเยี่ยมเยียนจังหวัดนั้นๆต้องแวะไปสักการะ
สิ่งเหล่านี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการใช้ชีวิตสำเร็จรูปตั้งแต่เมื่อไหร่? แล้วรูปแบบธุรกิจแบบนี้มีลักษณะเด่น – ด้อยอย่างไร และควรจะเพิ่มมูลค่าได้อย่างไร?
เปลี่ยนวิกฤตเศรษฐกิจ 2540 ให้กลายเป็นโอกาส
เชื่อหรือไม่ว่าในสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำจาก “โรคต้มยำกุ้ง” กลับกลายเป็นจุดกำเนิดให้กับ นวัตกรรมรูปแบบการใช้ชีวิตใหม่ๆ หลายๆคนอาจจำ “ตลาดนัดคนเคยรวย” ได้ที่กลายเป็นข่าวฮือฮาในขณะนั้น นั่นก็เป็นจุดกำเนิดของตลาดนัดเปิดท้ายขายของ
ต้นตำรับที่กลายเป็นโมเดลที่ทำให้เทรนด์ ตลาดน้ำและตลาด 100 ปี การเป็นที่แพร่หลายนั้น ต้องยกความดีความชอบให้กับ “ตลาดน้ำวัดดอนหวาย” อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นต้นตำรับ รัฐบาลในขณะนั้นแนะนำให้เป็นพื้นที่แหล่งสินค้าราคาถูก ตามนโยบาย “กินของไทย ใช้ของไทย ร่วมใจประหยัด” ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี สื่อมวลชนทำข่าวจนกลายเป็นสถานที่ยอดนิยม ร่ำลือกันว่าร้านเป็ดพะโล้นายหนับ และนายโอ นั้นร่ำรวยถึงขนาดสร้างบ้านใหญ่โต
ต่อมาในปี 2543 ราชพัสดุ กำลังจะรื้อถอนอาคารเก่าริมแม่น้ำสุพรรณบุรีเพราะเกรงว่าอาคารส่วนใหญ่ที่เป็นไม้ จะเสี่ยงต่อเหตุไฟไหม้และการค้าบริเวณนั้นก็ซบเซาตั้งแต่มีถนนตัดผ่าน แต่คนสามชุกรู้สึกรักและผูกพันกับบรรยากาศที่เป็นอยู่จึงได้จัดกลุ่มตั้ง “คณะกรรมการพัฒนาตลาดสามชุกเชิงอนุรักษ์” จึงชวนกันไปดูงานที่ตลาดดอนหวายและนำมาประยุกต์ จนกลายเป็นตลาด 100 ปี อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรีที่โด่งดัง
ส่วนถนนคนเดินนั้น ต้องยกความดีให้กับอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร สมัคร สุนทรเวช ที่ได้ริเริ่มโครงการนี้ในปี 2543 โดยได้ทดลองเปิดในพื้นที่สีลม และย่านบางลำพู ได้รับเสียงตอบรับพอสมควรแต่ก็ถูกยกเลิกในเวลาต่อมา แต่ถนนคนเดินกลับไปเจริญงอกงามที่เชียงใหม่ ที่เปิดทุกๆวันอาทิตย์ บริเวณประตูท่าแพ ได้รับความนิยมจนต้องเปิดวันเสาร์ที่ถนนวัวลายอีกแห่ง แต่ในเวลานี้แหล่งท่องเที่ยวไหนๆก็ล้วนจะมีถนนคนเดินเป็นของตัวเอง

ถนนคนเดินเชียงใหม่ ในบรรยากาศแสนโรแมนติกของลมหนาวเคล้าเสียงสะล้อ
ด้านตลาดน้ำนั้น วิถีชุมชนดั้งเดิมในหลายๆพื้นที่ของชุมชนไทยเกิดรอบๆบริเวณที่ราบลุ่ม ดังนั้นแม่น้ำจึงกลายเป็นที่สัญจร และแลกเปลี่ยนสินค้าจนเกิดเป็นตลาด เช่น ในพื้นที่สมุทรสงคราม หรือ ตลาดน้ำดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี
ความสุขสำเร็จรูป บนส่วนแบ่งที่ไม่ลงตัว
ถ้าให้หลับตาแล้วพูดถึงว่าเราจะพบเห็นอะไรในสถานที่แบบนี้ ถ้าให้ไล่เรียงก็คง จะเป็น น้ำอัดลมโบราณ ของเล่นโบราณ ร้านโปสการ์ด ร้านกาแฟเก๋ๆ และที่ขาดไม่ได้คือเสื้อยืดสกรีนข้อความจำพวก “เสื้อตัวนี้ซื้อมาจาก…..(ชื่อสถานที่)” หรือ “ไป…..(สถานที่)มา” ที่กลายเป็นสินค้าท็อปฮิตนิยมซื้อมาฝากกันเป็นสูตรสำเร็จ

เสื้อยืดที่ระลึกสามชุก ของฝากยอดนิยมอย่างหนึ่ง - ภาพจากเว็บ EDTguide
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ รายได้ดังกล่าวหมุนเวียนนท้องถิ่นเท่าไหร่? ในเมื่อรายได้ส่วนหนึ่งนั้นเกิดจากธุรกิจแบบ “ซื้อมา – ขายไป”ประมาณ 30 % ที่เหลือเกิดจากผลผลิตในพื้นที่ (Local content) ประมาณ 70% อัตรานี้เกิดในตลาดที่ได้รับความนิยม ส่วนตลาดที่เกิดขึ้นใหม่อาจจะมีผลผลิตพื้นที่ที่มีความสามารถในการดึงดูดน้อยกว่านี้ โดยส่วนใหญ่ยังคงต้องพึ่งพิงสินค้าจากภายนอกประเภทที่ได้ยกตัวอย่างในข้างต้นมาเพื่อเป็นตัวชูโรง
ผลผลิตจากท้องถิ่นที่สำคัญนั้นมีทั้งในส่วนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และมนุษย์สร้างขึ้น ยกตัวอย่างเทศกาลชมหิ่งห้อย ของตลาดน้ำอัมพวาที่นิยมในช่วงปลายฝนต้นหนาว อาคารไม้โบราณและพิพิธภัณฑ์ขุนจำนงค์ ในตลาดสามชุก หรือดนตรีพื้นเมืองที่ขับกล่อมในถนนคนเดินเชียงใหม่ หากตลาดอื่นๆต้องการจะก้าวข้ามสินค้าจากต่างพื้นที่ จำเป็นต้องหาจุดเด่นขึ้นมา

ตลาดน้ำอัมพวาคึกคักทุกวันสุดสัปดาห์
สิ่งที่ผมขอชื่นชมในการนำความคิดสร้างสรรค์มาประยุกต์ใช้ให้เกิดเสน่ห์ส่วนตัวของตลาดต่างๆ เช่น การทำแฮมเบอร์เกอร์ปลาจากปลาทูแม่กลอง ตลาดน้ำคลองมหาสวัสดิ์ที่มีบุฟเฟต์สวนผลไม้ให้ผู้มาเยี่ยมชมซื้อบัตรเพื่อเลือกชิมผลไม้สดๆจากสวน หรือตลาดน้ำคลองลัดมะยมที่เปิดโรงเรียนชาวสวนให้ศึกษา ผู้ที่จะจัดตลาดขึ้นมาใหม่จำต้องสร้างเสน่ห์ใหม่ๆ ไม่อย่างนั้นหน้าตาของตลาดแต่ละที่ก็จะเหมือนกันไปหมด ที่สำคัญไปกว่านั้นคือความซื่อสัตย์และการไม่พยายามตักตวงเอาผลประโยชน์จนเกินพอดีซึ่งจะกลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้นักท่องเที่ยวหนี เหมือนตลาดน้ำแห่งหนึ่งที่ปัจจุบันมีแต่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไปและขาดเสน่ห์ที่เคยเป็นตลาดน้ำที่เชิดหน้าชูตา
นักสังคมวิทยาเคยศึกษาว่า”ตลาด” ในมิติสังคมไทยนั้นเป็นมากกว่าพื้นที่ที่แลกเปลี่ยนสินค้า แต่เป็นจุดกำเนิดและเชื่อมร้อยความสัมพันธ์ของชุมชน ช่วยกันสนับสนุนตลาดของไทยเพื่อเพิ่มอัตราการบริโภคภายในประเทศก็เป็นวิถีทางหนึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจไทยเข้มแข็งได้ และสามารถยกระดับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับชาวต่างชาติได้ เมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนภาคการบริการ ในส่วนการท่องเที่ยวจะเป็นจุดแข็งของไทย
