Practical Report มติชนอ้าง หลักฐานจาก “Open secret” เชื่อมทักษิณ – ล้อบบี้ยิสต์

เว็บไซต์มติชนอ้างข่าว ทักษิณติดต่อล้อบบี้ยิสต์ ผ่านคนสนิท โดยอ้างอิงหลักฐานจากเว็บไซต์ OpenSecrets.org


เพื่อให้เกิดความกระจ่างในเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าว ” มติชน ” ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการว่าจ้างล็อบบี้ยิสต์ในเว็บไซต์ ” โอเพ่นซีเคร็ทส์ ” พบว่า การว่าจ้างล็อบบี้ยิสต์ที่เกี่ยวเนื่องกับพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและพวก แบ่งเป็น 2 ช่วง

ช่วงแรกเป็นการว่าจ้างโดยใช้ชื่อบริษัท ชินแซทเทลไลท์ เป็นผู้ว่าจ้าง บริษัทล็อบบี้ยิสต์ที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในเวลานั้นคือ บริษัท บาร์บูร์ กริฟฟิธ แอลด์ โรเจอร์ (บีจีอาร์) โดยเริ่มจดทะเบียนว่าจ้างในเดือนมกราคม ปี 2544 สิ้นสุดเดือนมิถุนายนปี 2547

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตุว่า นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เคยดำรงตำแหน่งรองประธานบริษัท ชินแซทฯ มาจนกระทั่งถึงปี 2543 หลังจากนั้นก็ไปเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท ซีเอส คอมมูนิเคชั่น ก่อนที่จะมาเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรีของพ.ต.ท.ทักษิณ ในปี 2545

ช่วงที่ 2 เป็นช่วงการว่าจ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์ ที่มีชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ว่าจ้าง เริ่มต้นในปลายปี 2549 โดยแรกสุดเป็นการว่าจ้างบริษัท บีจีอาร์ ซึ่ง ยื่นลงทะเบียนการทำหน้าที่เป็นล็อบบี้ยิสต์ให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ต่อวุฒิสภาสหรัฐเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนปีเดียวกัน มีผู้ทำหน้าที่ล็อบบี้ยิสต์ 3 คน คือ นายโรเบิร์ต แบลคเวลล์,นาย วอล์คเกอร์ โรเบิร์ตส์ และนายเอ็ดเวิร์ด เอ็ม. โรเจอร์ส จูเนียร์ รวมค่าใช้จ่ายเพื่อการนี้ที่รายงานต่อวุฒิสภาสหรัฐ 160,000 ดอลลาร์ หรือราว 5.6 ล้านบาท

ปี 2550 พ.ต.ท.ทักษิณ เพิ่มการใช้ล็อบบี้ยิสต์เป็น 2 บริษัท โดยว่าจ้าง บริษัท เบเกอร์ บ็อตต์ส เพิ่มเติมจากการใช้บริษัท บีจีอาร์ ที่ใช้อยู่เดิม ทั้งนี้ มีนาย เจมส์ เอ. เบเกอร์ ที่4 ทำหน้าที่เป็นล็อบบี้ยิสต์ให้

รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 80,000 ดอลลาร์ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมของ บีจีอาร์ เพิ่มสูงขึ้นเป็น 920,000 ดอลลาร์ รวมแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ใช้เงินเพื่อว่าจ้างล็อบบี้ยิสต์ในปี 2550 ทั้งสิ้น 1 ล้านดอลลาร์ หรือ 35 ล้านบาท

ในรายงานของ ” โอเพ่นซีเคร็ทส์ ” ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าจ้างล็อบบี้ยิสต์ให้ดำเนินการต่อไป โดยมีรายการลงทะเบียนเพื่อการว่าจ้างไว้ไม่ถึง 10,000 ดอลลาร์ แต่ลดจำนวนบริษัทว่าจ้างลงเหลือเพียง บีจีอาร์ เพียงบริษัทเดียว และค่าใช้จ่ายรวมยังไม่เปิดเผย เนื่องจากจะมีการรายงานต่อวุฒิสภาในวันที่ 20 มกราคมนี้

ที่มา – มติชน

ความเห็น SIU
SIU ตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ OpenSecrets.org

พบว่ามีบันทึกการใช้งาน lobbyist ของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร จริง แต่เป็นการบันทึกข้อมูลของปี 2549 (2006) จำนวน 160,000 เหรียญสหรัฐ (5.6 ล้านบาท) ผ่านบริษัท Barbour, Griffith & Rogers (อีกบริษัทคือ Baker Botts LLP ไม่ได้มีบันทึกมูลค่าสัญญาไว้) สำหรับการ lobby จะทำกับ Dept of State และ US House of Representatives อย่างละ 1 ครั้ง



ส่วนปี 2550 (2007) มีสัญญากับบริษัท BGR Holding มูลค่า 920,000 เหรียญสหรัฐ (32.2 ล้านบาท) และ สัญญากับบริษัท Baker Botts LLP มูลค่า 80,000 เหรียญสหรัฐ (2.8 ล้านบาท) ในปีนี้มีการ lobby กับ วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ จำนวน 3 ครั้ง, Dept of state, National Security Council และ US Agency for International Development อย่างละ 1 ครั้ง



ในขณะที่ปี 2551 (2008) มีชื่อบริษัท BGR Holding แต่ไม่มีมูลค่าสัญญา แต่อย่างใด (เป็นข้อมูลเดียวกับปี 2006 ที่เป็นการว่าจ้าง Baker Botts LLP ที่ไม่ปรากฎมูลค่าการว่าจ้าง) แต่เว็บไซต์หนังสือพิมพ์มติชนอ้างว่า

พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าจ้างล็อบบี้ยิสต์ให้ดำเนินการต่อไป โดยมีรายการลงทะเบียนเพื่อการว่าจ้างไว้ไม่ถึง 10,000 ดอลลาร์ แต่ลดจำนวนบริษัทว่าจ้างลงเหลือเพียง บีจีอาร์ เพียงบริษัทเดียว และค่าใช้จ่ายรวมยังไม่เปิดเผย เนื่องจากจะมีการรายงานต่อวุฒิสภาในวันที่ 20 มกราคมนี้

มติชนเคยออกมาเปิดเผยข้อมูลเรื่อง “แก๊งค์ออฟโฟร์” ในพรรคพลังประชาชนมาก่อน และในขณะนั้นยังมีความสับสน แต่ในที่สุดก็ต้องถือว่ารายงานข่าวของมติชนมีมูล ในครั้งนี้แม้ลักษณะการรายงานข่าวจะมีท่าทีเป็นการโจมตี พ.ต.ท. ทักษิณ ตามพล็อต “ทุนสามานย์สามัคคีกับซ้ายอกหัก” เรายังต้องติดตามต่อไปว่ามติชนจะรักษาความเที่ยงตรงและเป็นกลางของสื่อ โดยรายงานการใช้ Lobbyist ของทุกฝ่าย อย่างเท่าเทียมกันหรือไม่

ที่น่าสนใจคือการพยายาม lobby ผ่านล้อบบี้ยิสต์อเมริกาจำนวนมากต่อกลไกรัฐสหรัฐอเมริกา ของ พ.ต.ท. ทักษิณ โดยเฉพาะในช่วงปี 2550 นั้น เป็นไปด้วยเหตุผลใด เรื่องนี้อาจมีความเชื่อมโยงกับการ “ขอลี้ภัย” และ “ขอการสนับสนุนทางการเมือง” ผ่านรัฐสภาสหรัฐฯ ซึ่งอาจไม่ประสบความสำเร็จ เราจึงเห็นการใช้อังกฤษเป็นฐานจนกระทั่งล่าสุดเขาถูกถอนวีซ่าไปเมื่อไม่นานนี้

อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท. ทักษิณ ได้ออกมาให้ข่าวผ่าน นายพงษ์เทพ เทพกาญจนาว่า

เมื่อตอนที่มีการยึดอำนาจใหม่ๆ ได้ว่าจ้างบริษัททนายความให้อธิบายความในสิ่งที่ถูกกล่าวหา ไม่ได้ว่าจ้างให้ไปทำลายชื่อเสียงของประเทศ หรือให้ข่าวกระทบเบื้องสูง ซึ่งการว่าจ้างดังกล่าวสิ้นสุดไปแล้วตั้งแต่ปลายปี 2550 หลังจากนั้นไม่ได้ว่าจ้างบริษัทใดเลย