Practical Report เอกสารนำเสนองาน “จินตนาการปฏิรูปสื่อในทศวรรษหน้า”

จาก งานสัมมนาสาธารณะ นำเสนอผลการศึกษาเรื่อง “จินตนาการปฏิรูปสื่อในทศวรรษหน้า” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ธค. 2552 ที่โรงแรมบางกอกชฎา กรุงเทพ โดยคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส) เครือข่ายพลเมืองเน็ต มูลนิธิหนังไทย สนับสนุนโดย Heinrich Boll Foundation (HBF)

กลุ่มสื่ออินเทอร์เน็ตโดยอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ เครือข่ายพลเมืองเน็ต และ Siam Intelligence Unit ได้นำเสนอภาพอนาคตของสื่ออินเทอร์เน็ตไทย ดังเอกสารนำเสนอ

นอกจากนี้ยังมีเอกสารของ กานต์ ยืนยง จาก Siam Intelligence Unit พูดถึงภาพรวมของสื่อไทยในปี 2020 และสรุปสาระสำคัญของโครงการ

ภาพประกอบ

Media 2020

อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ และ ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ผู้อำนวยการวิจัยเศรษฐกิจยุคสารสนเทศ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

Media 2020

สุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส) และ รศ.ดร.พนา ทองมีอาคม คณบดี คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ผู้ได้รับการคัดเลือกให้เป็น คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)

Media 2020

สัณชัย โชติรสเศรณี มูลนิหนังไทย

รายงานข่าวงานสัมมนา จากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

นักวิชาการชี้ 10 ปีบรอดแบนด์ขึ้นแท่นสิ่งจำเป็น

นักวิชาการระบุ ทศวรรษหน้า บรอดแบนด์ คือสาธารณูปโภคพื้นฐาน อุปกรณ์พกพาเป็นช่องทางเชื่อมต่อหลัก วงการทรัพย์สินทางปัญญาต้องปฏิรูปใหม่

นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ นักวิชาการ นักคิดด้านสื่อและเทคโนโลยีอิสระ นำเสนองานศึกษาเรื่อง “อินเทอร์เน็ตในทศวรรษหน้า” ว่า ผลการศึกษาสื่ออินเทอร์เน็ต จากการสำรวจกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีโดยตรง และกลุ่มผู้สนใจทั่วไปกว่า 400 คน พบว่า กว่า 82.4% เห็นว่าการแพร่หลายของสื่ออินเทอร์เน็ตที่เข้าไปมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิต ในทุกๆ ด้านของคนไทย จะส่งผลให้ภายในปี 2563 โดยอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง จะกลายเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ

ขณะที่ 80.69% เห็นว่าการแพร่หลายของอุปกรณ์ดิจิทัลพกพา จะส่งผลให้กลายเป็นอุปกรณ์สำคัญที่จะใช้เป็นช่องทางหลักในการเชื่อมต่ออิน เทอร์เน็ต โดยเฉพาะความแพร่หลายของสมาร์ทโฟน และคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ทั้งโน้ตบุ๊ค และเน็ตบุ๊ค กว่า 87.13% เห็นด้วยว่าวงการทรัพย์สินทางปัญญาจะต้องถูกปฏิรูป เพื่อให้เหมาะกับยุคสมัยของพัฒนาการด้านอินเทอร์เน็ต จากปัจจุบันเริ่มมีปัญหาเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์เพลง และภาพยนตร์ทางสื่อออนไลน์เพิ่มขึ้น ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาต้องปรับแนวคิด และวิธีการรักษาทรัพย์สินทางปัญญาของแต่ละบุคคลหรือหน่วยงาน

นอกจากนี้ ผลการศึกษายังระบุด้วยว่า ผู้ตอบแบบสำรวจกว่า 79% เห็นว่าทักษะการใช้อินเทอร์เน็ต จะกลายเป็นทักษะที่จำเป็น เช่นเดียวกับการรู้หนังสือ และจะเป็นที่ต้องการของหน่วยงาน และองค์กรธุรกิจต่างๆ หรือเป็นปัจจัยหลักในการคัดเลือกบุคคลเข้าทำงาน และอาจต้องบรรจุลงในหลักสูตรการเรียนการสอนอย่างจริงจังมากขึ้นกว่าปัจจุบัน

นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ผู้อำนวยการวิจัยเศรษฐกิจยุคสารสนเทศ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า หากบทบาทของอินเทอร์เน็ตอีก 10 ปีข้างหน้า เป็นไปตามผลการศึกษาวิจัย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะภาครัฐที่เป็นกำกับดูแลนโยบายด้านไอซีทีประเทศ ต้องส่งเสริมอุตสาหกรรมบนอินเทอร์เน็ตด้านต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะการเร่งออกใบอนุญาตเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง 3 จี และไวแม็กซ์ โดยเร็ว เพราะถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้ไอซีทีของประเทศเกิดการพัฒนา และบรอดแบนด์ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ ผลการศึกษา ระบุด้วยว่า ปัจจุบันภาครัฐยังลงทุนกับอินเทอร์เน็ตในฐานะโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ได้ไม่ดีเท่าที่ควร อินเทอร์เน็ตยังมีราคาสูง และคุณภาพต่ำ ขณะที่บริการที่จำเป็นต่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ตไทยที่เป็นภาษาไทยยังมีไม่เพียงพอ และรัฐเองก็ยังไม่สนใจมากเท่าที่ควรด้านการคุ้มครองผู้บริโภค

“หากอินเทอร์เน็ตในไทย ได้รับการส่งเสริมให้พัฒนาการที่รวดเร็ว ไม่ขัดขวาง และภาครัฐใส่ใจส่งเสริมในเทคโนโลยีใหม่ๆ ก็จะทำให้ในอนาคต อินเทอร์เน็ตสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมืองได้โดยตรงของประชาชนมากขึ้น ที่สำคัญ อินเทอร์เน็ตจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ และยังส่งผลให้อินเทอร์เน็ตกลายเป็นสื่อที่มีอิทธิพลเหนือกว่าสื่อดั้งเดิม ด้วย” นายอิสริยะกล่าว