<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:itunes="http://www.itunes.com/dtds/podcast-1.0.dtd"
xmlns:rawvoice="http://www.rawvoice.com/rawvoiceRssModule/"
	>
<channel>
	<title>Comments on: ชนชั้นกลาง คือ รากฐานของการสร้างชาติ</title>
	<atom:link href="http://www.siamintelligence.com/middle-class/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.siamintelligence.com/middle-class/</link>
	<description>Dare to Think</description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Feb 2012 02:43:28 +0000</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
	<item>
		<title>By: เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/middle-class/comment-page-1/#comment-2570</link>
		<dc:creator>เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์</dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Jul 2009 06:19:52 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=3650#comment-2570</guid>
		<description>ผมยังไม่พร้อม แต่อนาคตไม่แน่ครับ 555</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ผมยังไม่พร้อม แต่อนาคตไม่แน่ครับ 555</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: บดินทร์</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/middle-class/comment-page-1/#comment-2566</link>
		<dc:creator>บดินทร์</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Jul 2009 19:50:56 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=3650#comment-2566</guid>
		<description>ที่ผมไม่ค่อยเข้าใจ คุณ กุลิศ 
คือ ทำไมต้องเอาชื่อคนอื่น มาผวนแล้วตั้งเป็นชื่อตัวเอง

big:
ว่าแต่เรามาจัดตั้ง “พลังทางเลือกที่ 3″ กันดีไหมครับ คุณบดินทร์ ?

555 ผมไม่ถนัดงานการเมืองหรอกครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ที่ผมไม่ค่อยเข้าใจ คุณ กุลิศ<br />
คือ ทำไมต้องเอาชื่อคนอื่น มาผวนแล้วตั้งเป็นชื่อตัวเอง</p>
<p>big:<br />
ว่าแต่เรามาจัดตั้ง “พลังทางเลือกที่ 3″ กันดีไหมครับ คุณบดินทร์ ?</p>
<p>555 ผมไม่ถนัดงานการเมืองหรอกครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: เจริญชัย</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/middle-class/comment-page-1/#comment-2433</link>
		<dc:creator>เจริญชัย</dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Jul 2009 09:14:12 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=3650#comment-2433</guid>
		<description>อ่านความเห็นนี้แล้วนึกถึงเพลง &quot;ยิ้มเย้ยยุทธจักร&quot;
บางทีอุดมการณ์ของบทเพลงนี้ อาจเป็นคำตอบและทางออกก็ได้ครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>อ่านความเห็นนี้แล้วนึกถึงเพลง &#8220;ยิ้มเย้ยยุทธจักร&#8221;<br />
บางทีอุดมการณ์ของบทเพลงนี้ อาจเป็นคำตอบและทางออกก็ได้ครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: กุลิศร์ สายประดาบ</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/middle-class/comment-page-1/#comment-2432</link>
		<dc:creator>กุลิศร์ สายประดาบ</dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Jul 2009 15:43:28 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=3650#comment-2432</guid>
		<description>“เราอาจดำรงอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งได้” ไอ้ได้น่ะมันได้อยู่แล้ว ผมว่านะ
แต่ทว่า จะดีหรือไม่ดี ดีมากดีน้อย ก็อีกเรื่องหนึ่ง
ถ้าเรามีจุดมุ่งหมายง่ายๆ สั้นๆ แค่เพื่อให้ดำรงอยู่ได้ ก็คงไม่มีปัญหาอะไรมาก
แต่ถ้าหากเราเกิดมีความคิดอ่าน มีมโนธรรมสำนึกขึ้นมา มันก็จะอีกอย่าง
จริงอยู่ แม้เราจะให้เหตุผลกับตัวเองได้ว่า การดำรงอยู่ของเรา สำคัญกว่าอื่นใด
อย่างที่ว่า “คิดเฉพาะหัวแม่ตีน” นั่นแหละ (คงอันเดียวกับหัวแม่เท้า นะผมว่า)
แต่เราจะถึงขั้นไม่รู้สึกรู้สากับชะตากรรมของแผ่นดิน ของผู้คนเลยหรือ
ส่วนว่า รู้สึกไปก็เท่านั้น คิดไปก็เท่านั้น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
สรุปก็คงอย่างที่ว่า คือ “คิดเฉพาะหัวแม่ตีน” ด้วย “เข้าใจบริบทแวดล้อม” ด้วย

ที่พูดกันไปพูดกันมานี่ ก็ไม่ใช่อะไรหรอก ก็เพื่อปรับทุกข์กันเป็นสำคัญ
ให้รู้สึกว่า เรายังคิดได้ รู้สึกได้ ไม่ใช่กลายเป็นแบคทีเรียกันไปหมด
ไม่ว่าจะโครงสร้างอย่างไร สถานการณ์วิกฤติแค่ไหน แต่ความฝันจะยังไม่เปลี่ยน
คือฝันจะเห็นสังคมที่ไม่ต้องมาเข่นฆ่าล้างผลาญกันอย่างโง่ๆ
ไอ้ประเภทคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางอำนาจ ใครจะละเมิดมิได้ ต้องฆ่า ผมว่าโง่นะ
ใคร ภายใต้โครงสร้างนี้จะเกินเลยกว่า “เรา” ไม่ได้ นี่ก็โง่นะ
ตัวเองโง่ไม่พอ ยังพลอยทำให้คนอื่นๆ ต้องโง่ตามไปด้วย
ผมนึกไม่ออกว่า คนอย่างบิลเกตต์จะอยู่ร่วมกับพวกเราได้อย่างไร?
หรือพวกที่ได้รับรางวัลโนเบลจะอยู่ร่วมกับพวกเราอย่างไร?
ท่าจะอยู่ลำบากนะผมว่า แสดงว่าสภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อคนพวกนี้
ถ้ามันไม่เอื้อต่อการอยู่ มันก็ต้องไม่เอื้อต่อการให้กำเนิดด้วย นะผมว่า
มันไม่ดีเลย ผมว่า จะมาจำกัด ปิดกั้น ครอบงำ ควบคุมกันไว้

เอาน่ะ อย่างน้อยๆ ก็ได้ฝันถึง คิดถึง พูดถึง
แค่นี้ ก็ดีมากแล้ว นะผมว่า แสดงว่าไม่ได้ถูกครอบงำโดยสิ้นเชิง
ดูๆ ภายนอก อาจเหมือนกับว่าเราติดอยู่ในคุกโครงสร้าง
แต่ถ้าฟังที่เราคิด เราพูดแล้ว ก็จะเห็นว่า ใจเราไม่ได้ถูกกักขังด้วย
ใจเรายังเป็นอิสระ เจตจำนงของเรายังเสรี (เพียงแต่ต้องพอเพียง)
เรื่องจะไป “สร้างเครือข่าย พันธมิตร เพื่อสร้างพื้นที่และฐานอำนาจ” นั้น
ผมว่า มันเป็นการสร้างความลำบากให้กับ “ท่าน” นะ
ลำบาก “ท่าน” ต้องมาระแวงสงสัย ต้องมาหาทางกวาดล้างทำลาย
มันจะเป็นการไม่ “พอเพียง” นะผมว่า

พูดก็พูดเถอะ เรื่องอย่างนี้ ไม่เคยมีในมโนทวารผมเลยนะ จริงๆ 
เพราะผมไม่อยากสร้างความลำบากให้กับ “ท่าน” (อย่างที่ว่า) นี่ข้อหนึ่ง 
ผมไม่ถนัดกับการใช้อำนาจเพื่อล้มล้างอำนาจ นี่อีกข้อหนึ่ง
ผมว่า เราเป็นคน “ท่าน” ก็เป็นคน น่าจะพูดภาษาคนกันรู้เรื่อง
ทำอย่างไร พวกเราทั้งหลายจะหลุดพ้นชะตากรรมที่เป็นโศกนาฏกรรม
ทำอย่างไร พวกเราทั้งหลายจะเป็นผู้เป็นคนอย่างที่ควรจะเป็นกันเสียที
เรื่องพวกนี้ อย่าให้ต้องใช้กำลังหรืออำนาจอะไรเลย นะผมว่า
หรือผมจะหน่อมแน้ม ไร้เดียงสา ไป ก็ไม่รู้</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>“เราอาจดำรงอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งได้” ไอ้ได้น่ะมันได้อยู่แล้ว ผมว่านะ<br />
แต่ทว่า จะดีหรือไม่ดี ดีมากดีน้อย ก็อีกเรื่องหนึ่ง<br />
ถ้าเรามีจุดมุ่งหมายง่ายๆ สั้นๆ แค่เพื่อให้ดำรงอยู่ได้ ก็คงไม่มีปัญหาอะไรมาก<br />
แต่ถ้าหากเราเกิดมีความคิดอ่าน มีมโนธรรมสำนึกขึ้นมา มันก็จะอีกอย่าง<br />
จริงอยู่ แม้เราจะให้เหตุผลกับตัวเองได้ว่า การดำรงอยู่ของเรา สำคัญกว่าอื่นใด<br />
อย่างที่ว่า “คิดเฉพาะหัวแม่ตีน” นั่นแหละ (คงอันเดียวกับหัวแม่เท้า นะผมว่า)<br />
แต่เราจะถึงขั้นไม่รู้สึกรู้สากับชะตากรรมของแผ่นดิน ของผู้คนเลยหรือ<br />
ส่วนว่า รู้สึกไปก็เท่านั้น คิดไปก็เท่านั้น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง<br />
สรุปก็คงอย่างที่ว่า คือ “คิดเฉพาะหัวแม่ตีน” ด้วย “เข้าใจบริบทแวดล้อม” ด้วย</p>
<p>ที่พูดกันไปพูดกันมานี่ ก็ไม่ใช่อะไรหรอก ก็เพื่อปรับทุกข์กันเป็นสำคัญ<br />
ให้รู้สึกว่า เรายังคิดได้ รู้สึกได้ ไม่ใช่กลายเป็นแบคทีเรียกันไปหมด<br />
ไม่ว่าจะโครงสร้างอย่างไร สถานการณ์วิกฤติแค่ไหน แต่ความฝันจะยังไม่เปลี่ยน<br />
คือฝันจะเห็นสังคมที่ไม่ต้องมาเข่นฆ่าล้างผลาญกันอย่างโง่ๆ<br />
ไอ้ประเภทคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางอำนาจ ใครจะละเมิดมิได้ ต้องฆ่า ผมว่าโง่นะ<br />
ใคร ภายใต้โครงสร้างนี้จะเกินเลยกว่า “เรา” ไม่ได้ นี่ก็โง่นะ<br />
ตัวเองโง่ไม่พอ ยังพลอยทำให้คนอื่นๆ ต้องโง่ตามไปด้วย<br />
ผมนึกไม่ออกว่า คนอย่างบิลเกตต์จะอยู่ร่วมกับพวกเราได้อย่างไร?<br />
หรือพวกที่ได้รับรางวัลโนเบลจะอยู่ร่วมกับพวกเราอย่างไร?<br />
ท่าจะอยู่ลำบากนะผมว่า แสดงว่าสภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อคนพวกนี้<br />
ถ้ามันไม่เอื้อต่อการอยู่ มันก็ต้องไม่เอื้อต่อการให้กำเนิดด้วย นะผมว่า<br />
มันไม่ดีเลย ผมว่า จะมาจำกัด ปิดกั้น ครอบงำ ควบคุมกันไว้</p>
<p>เอาน่ะ อย่างน้อยๆ ก็ได้ฝันถึง คิดถึง พูดถึง<br />
แค่นี้ ก็ดีมากแล้ว นะผมว่า แสดงว่าไม่ได้ถูกครอบงำโดยสิ้นเชิง<br />
ดูๆ ภายนอก อาจเหมือนกับว่าเราติดอยู่ในคุกโครงสร้าง<br />
แต่ถ้าฟังที่เราคิด เราพูดแล้ว ก็จะเห็นว่า ใจเราไม่ได้ถูกกักขังด้วย<br />
ใจเรายังเป็นอิสระ เจตจำนงของเรายังเสรี (เพียงแต่ต้องพอเพียง)<br />
เรื่องจะไป “สร้างเครือข่าย พันธมิตร เพื่อสร้างพื้นที่และฐานอำนาจ” นั้น<br />
ผมว่า มันเป็นการสร้างความลำบากให้กับ “ท่าน” นะ<br />
ลำบาก “ท่าน” ต้องมาระแวงสงสัย ต้องมาหาทางกวาดล้างทำลาย<br />
มันจะเป็นการไม่ “พอเพียง” นะผมว่า</p>
<p>พูดก็พูดเถอะ เรื่องอย่างนี้ ไม่เคยมีในมโนทวารผมเลยนะ จริงๆ<br />
เพราะผมไม่อยากสร้างความลำบากให้กับ “ท่าน” (อย่างที่ว่า) นี่ข้อหนึ่ง<br />
ผมไม่ถนัดกับการใช้อำนาจเพื่อล้มล้างอำนาจ นี่อีกข้อหนึ่ง<br />
ผมว่า เราเป็นคน “ท่าน” ก็เป็นคน น่าจะพูดภาษาคนกันรู้เรื่อง<br />
ทำอย่างไร พวกเราทั้งหลายจะหลุดพ้นชะตากรรมที่เป็นโศกนาฏกรรม<br />
ทำอย่างไร พวกเราทั้งหลายจะเป็นผู้เป็นคนอย่างที่ควรจะเป็นกันเสียที<br />
เรื่องพวกนี้ อย่าให้ต้องใช้กำลังหรืออำนาจอะไรเลย นะผมว่า<br />
หรือผมจะหน่อมแน้ม ไร้เดียงสา ไป ก็ไม่รู้</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Anonymous</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/middle-class/comment-page-1/#comment-2429</link>
		<dc:creator>Anonymous</dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Jul 2009 06:25:50 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=3650#comment-2429</guid>
		<description>น่าสนใจดีนะครับ

ผมว่าการทำธุรกิจ โดยละเลยโครงสร้างทางการเมือง ก็เป็นอันตรายอย่างยิ่ง
แต่กระนั้น ภายใต้โลกาภิวัตน์ที่โครงสร้างมีความซับซ้อนย้อนแย้ง เราอาจดำรงอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งได้

สำหรับ คิดเฉพาะหัวแม่ตีน ผมก็เห็นด้วย การคิดเพื่อสังคมโดยไม่มองตัวเรานั้น เป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ แต่การจะอยู่รอดในสังคมได้นั้น นอกจากมองตัวเราแล้ว ยังต้องเข้าใจบริบทแวดล้อมด้วย รู้จักสร้างเครือข่าย พันธมิตร เพื่อที่จะสร้างพื้นที่และฐานอำนาจของตัวเรา</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>น่าสนใจดีนะครับ</p>
<p>ผมว่าการทำธุรกิจ โดยละเลยโครงสร้างทางการเมือง ก็เป็นอันตรายอย่างยิ่ง<br />
แต่กระนั้น ภายใต้โลกาภิวัตน์ที่โครงสร้างมีความซับซ้อนย้อนแย้ง เราอาจดำรงอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งได้</p>
<p>สำหรับ คิดเฉพาะหัวแม่ตีน ผมก็เห็นด้วย การคิดเพื่อสังคมโดยไม่มองตัวเรานั้น เป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ แต่การจะอยู่รอดในสังคมได้นั้น นอกจากมองตัวเราแล้ว ยังต้องเข้าใจบริบทแวดล้อมด้วย รู้จักสร้างเครือข่าย พันธมิตร เพื่อที่จะสร้างพื้นที่และฐานอำนาจของตัวเรา</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: กุลิศร์ สายประดาบ</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/middle-class/comment-page-1/#comment-2428</link>
		<dc:creator>กุลิศร์ สายประดาบ</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Jul 2009 17:44:13 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=3650#comment-2428</guid>
		<description>การอยู่เฉยๆ เป็นยุทธศาสตร์ที่ดี ในภาวะที่ซับซ้อนสับสนหรือ?
อาจจะดีในแง่ “รู้รักษาตัวรอด เป็นยอดดี”
แต่มันมีทางที่ดีกว่าจริงหรือ? ในภาวะเช่นเดียวกันนี้
ยุทธศาสตร์ส่วนตัวท่ามกลางวิกฤติ ที่ไม่จำเป็นต้อง “การเมือง”
เกรงว่าปัญหามันจะไม่ได้จำกัดอยู่แค่ “การเมือง” น่ะสิครับ
เพราะนี่มันคือ “โครงสร้างที่กำหนดชะตากรรมของแผ่นดินและผู้คน”
แล้วมันยังจะมีอะไร ที่ไม่ถูกกำหนดภายใต้โครงสร้างนี้
จะไปทำธุรกิจอะไรอย่างไร ที่ไม่ถูกกำหนดโดยโครงสร้างนี้
จะไปทำกิจกรรมทางสังคมอะไรอย่างไร ที่ไม่ถูกกำหนดโดยโครงสร้างนี้
ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ว่า “จะทำอะไร?” แต่มันอยู่ที่ว่า “จะทำอย่างไร?”
ภายใต้โครงสร้างอย่างนี้ จะทำอะไรก็ได้ แต่ขอให้ “พอเพียง”
จะเป็น “การเมือง” ก็ได้ “ธุรกิจ” ก็ดี “สังคม” ก็โอเค แต่ต้อง “พอเพียง”
ทำธุรกิจให้ร่ำรวยมั่งคั่งก็ได้ แต่อย่าให้รวยกว่า “เรา”
ทำกิจกรรมทางสังคมก็ได้ แต่อย่าให้เด่นเกินหน้าเกินตา “เรา”
ไม่มีทางหนีไปไหนพ้นหรอกครับ เพราะมันเป็นชะตากรรมที่ถูกกำหนดไว้แล้ว
แต่ผมก็ชื่นชมนะ กับความพยายามจะนำเสนอ
แต่ที่นำเสนอน่ะ มันไม่ใช่การหลุดพ้นจากโครงสร้างชะตากรรมอะไรเลย

สรุปแล้ว มันก็ต้อง “ผะอืดผะอม” “หวานอมขมกลืน” กันไป
แต่ภาวะอย่างนี้ จะไม่เกิดกับคน ๒ ประเภท คือ
พวกที่คิดว่า “สู้ไม่ได้ ก็ยอมตายดีกว่า” ก็จบไป
อีกพวกที่คิดว่า “สู้ไม่ได้ ก็ยอมรับใช้ดีกว่า” ก็จบไป
แต่ที่เป็นปัญหา “อีหลักอีเหลื่อ” “กลืนไม่เข้า คายไม่ออก”
หนึ่งก็เพราะ ถ้าสู้ก็ต้องโหดกว่า เลวกว่า และดีกว่า เลยไม่สู้ดีกว่า
หนึ่งก็เพราะ ถ้าต้องยอมรับใช้ เท่ากับสนับสนุนส่งเสริม เลยไม่ยอมรับใช้ดีกว่า
แล้วจะอยู่อย่างไร ถ้าจะอยู่แบบ “จะสู้ก็ไม่สู้” “จะยอมรับใช้ก็ไม่ยอมรับใช้”
ก็มีแต่ต้องอยู่แบบ “ผะอืดผะอม” “หวานอมขมกลืน” เท่านั้นเอง

ผมว่าเล่าปี่ขงเบ้ง ยอมๆ โจโฉไปเสีย คนก็จะไม่ต้องล้มตายมากมายอย่างนั้น
หรือใครควรจะยอมใคร โจโฉ ควรจะเป็นฝ่ายยอมอย่างนั้นหรือ
มันก็ไม่มีใครอยากยอมให้ใคร สงครามมันจึงเป็นสิ่งจำเป็น ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

แล้วที่พูดกันว่า “เราไม่เล่นการเมือง การเมืองนั่นแหละจะเล่นเรา” จะว่าอย่างไร?
จะ “ไม่ (เกี่ยว) การเมือง” ได้อย่างไร? 
เราน่ะ “ไม่ (เกี่ยว) การเมือง” ได้ แต่การเมือง “ไม่ (เกี่ยว) เรา” ไม่ได้

คือถ้าไม่คิดมาก มันก็ไม่มีปัญหาอะไรนะ ที่มันมีปัญหาเพราะมันคิดนี่แหละ
อย่าไปคิดอะไรมากนะผมว่า คิดมันแค่หัวแม่เท้าตัวเองนี่ก็พอ ก็ตัวใครตัวมันนั่นแหละ
เอาเข้าจริงๆ แล้ว โครงสร้างมันมีผลต่อความคิดคนโดยตรงนะผมว่า
จะคิดไม่คิด คิดมากคิดน้อย คิดเป็นคิดไม่เป็น ผมว่าก็ไอ้โครงสร้างนี่แหละ ตัวสำคัญ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>การอยู่เฉยๆ เป็นยุทธศาสตร์ที่ดี ในภาวะที่ซับซ้อนสับสนหรือ?<br />
อาจจะดีในแง่ “รู้รักษาตัวรอด เป็นยอดดี”<br />
แต่มันมีทางที่ดีกว่าจริงหรือ? ในภาวะเช่นเดียวกันนี้<br />
ยุทธศาสตร์ส่วนตัวท่ามกลางวิกฤติ ที่ไม่จำเป็นต้อง “การเมือง”<br />
เกรงว่าปัญหามันจะไม่ได้จำกัดอยู่แค่ “การเมือง” น่ะสิครับ<br />
เพราะนี่มันคือ “โครงสร้างที่กำหนดชะตากรรมของแผ่นดินและผู้คน”<br />
แล้วมันยังจะมีอะไร ที่ไม่ถูกกำหนดภายใต้โครงสร้างนี้<br />
จะไปทำธุรกิจอะไรอย่างไร ที่ไม่ถูกกำหนดโดยโครงสร้างนี้<br />
จะไปทำกิจกรรมทางสังคมอะไรอย่างไร ที่ไม่ถูกกำหนดโดยโครงสร้างนี้<br />
ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ว่า “จะทำอะไร?” แต่มันอยู่ที่ว่า “จะทำอย่างไร?”<br />
ภายใต้โครงสร้างอย่างนี้ จะทำอะไรก็ได้ แต่ขอให้ “พอเพียง”<br />
จะเป็น “การเมือง” ก็ได้ “ธุรกิจ” ก็ดี “สังคม” ก็โอเค แต่ต้อง “พอเพียง”<br />
ทำธุรกิจให้ร่ำรวยมั่งคั่งก็ได้ แต่อย่าให้รวยกว่า “เรา”<br />
ทำกิจกรรมทางสังคมก็ได้ แต่อย่าให้เด่นเกินหน้าเกินตา “เรา”<br />
ไม่มีทางหนีไปไหนพ้นหรอกครับ เพราะมันเป็นชะตากรรมที่ถูกกำหนดไว้แล้ว<br />
แต่ผมก็ชื่นชมนะ กับความพยายามจะนำเสนอ<br />
แต่ที่นำเสนอน่ะ มันไม่ใช่การหลุดพ้นจากโครงสร้างชะตากรรมอะไรเลย</p>
<p>สรุปแล้ว มันก็ต้อง “ผะอืดผะอม” “หวานอมขมกลืน” กันไป<br />
แต่ภาวะอย่างนี้ จะไม่เกิดกับคน ๒ ประเภท คือ<br />
พวกที่คิดว่า “สู้ไม่ได้ ก็ยอมตายดีกว่า” ก็จบไป<br />
อีกพวกที่คิดว่า “สู้ไม่ได้ ก็ยอมรับใช้ดีกว่า” ก็จบไป<br />
แต่ที่เป็นปัญหา “อีหลักอีเหลื่อ” “กลืนไม่เข้า คายไม่ออก”<br />
หนึ่งก็เพราะ ถ้าสู้ก็ต้องโหดกว่า เลวกว่า และดีกว่า เลยไม่สู้ดีกว่า<br />
หนึ่งก็เพราะ ถ้าต้องยอมรับใช้ เท่ากับสนับสนุนส่งเสริม เลยไม่ยอมรับใช้ดีกว่า<br />
แล้วจะอยู่อย่างไร ถ้าจะอยู่แบบ “จะสู้ก็ไม่สู้” “จะยอมรับใช้ก็ไม่ยอมรับใช้”<br />
ก็มีแต่ต้องอยู่แบบ “ผะอืดผะอม” “หวานอมขมกลืน” เท่านั้นเอง</p>
<p>ผมว่าเล่าปี่ขงเบ้ง ยอมๆ โจโฉไปเสีย คนก็จะไม่ต้องล้มตายมากมายอย่างนั้น<br />
หรือใครควรจะยอมใคร โจโฉ ควรจะเป็นฝ่ายยอมอย่างนั้นหรือ<br />
มันก็ไม่มีใครอยากยอมให้ใคร สงครามมันจึงเป็นสิ่งจำเป็น ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้</p>
<p>แล้วที่พูดกันว่า “เราไม่เล่นการเมือง การเมืองนั่นแหละจะเล่นเรา” จะว่าอย่างไร?<br />
จะ “ไม่ (เกี่ยว) การเมือง” ได้อย่างไร?<br />
เราน่ะ “ไม่ (เกี่ยว) การเมือง” ได้ แต่การเมือง “ไม่ (เกี่ยว) เรา” ไม่ได้</p>
<p>คือถ้าไม่คิดมาก มันก็ไม่มีปัญหาอะไรนะ ที่มันมีปัญหาเพราะมันคิดนี่แหละ<br />
อย่าไปคิดอะไรมากนะผมว่า คิดมันแค่หัวแม่เท้าตัวเองนี่ก็พอ ก็ตัวใครตัวมันนั่นแหละ<br />
เอาเข้าจริงๆ แล้ว โครงสร้างมันมีผลต่อความคิดคนโดยตรงนะผมว่า<br />
จะคิดไม่คิด คิดมากคิดน้อย คิดเป็นคิดไม่เป็น ผมว่าก็ไอ้โครงสร้างนี่แหละ ตัวสำคัญ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: เจริญชัย</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/middle-class/comment-page-1/#comment-2422</link>
		<dc:creator>เจริญชัย</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Jul 2009 11:54:04 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=3650#comment-2422</guid>
		<description>ผมไม่ได้คิดว่า &quot;ชนชั้นกลาง&quot; โง่เขลา การอยู่เฉยๆ ก็เป็นยุทธศาสตร์ที่ดี ในภาวะที่ซับซ้อนสับสนนี้

แต่มันยังมีทางที่ดีกว่า คือ การหายุทธศาสตร์ส่วนตัวท่ามกลางวิกฤตที่รุมเร้า

สิ่งที่อยากเสนอคือ ไม่จำเป็นต้อง &quot;การเมือง&quot; อาจจะเป็นธุรกิจ สังคม ทุกอย่างเคลื่อนไหวได้หมด แต่ต้องมีวิธีการที่เหมาะสม

การท้อถอย และคิดว่า &quot;ทำไม่ได้&quot; เป็นการมองแบบเหมารวมเกินไป

หากได้ฝึกฝนกลยุทธ์และมีจิตวิญญาณของนักสู้จะพบว่า

&quot;ท่ามกลางความมืดมน มีแสงสว่าง&quot;</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ผมไม่ได้คิดว่า &#8220;ชนชั้นกลาง&#8221; โง่เขลา การอยู่เฉยๆ ก็เป็นยุทธศาสตร์ที่ดี ในภาวะที่ซับซ้อนสับสนนี้</p>
<p>แต่มันยังมีทางที่ดีกว่า คือ การหายุทธศาสตร์ส่วนตัวท่ามกลางวิกฤตที่รุมเร้า</p>
<p>สิ่งที่อยากเสนอคือ ไม่จำเป็นต้อง &#8220;การเมือง&#8221; อาจจะเป็นธุรกิจ สังคม ทุกอย่างเคลื่อนไหวได้หมด แต่ต้องมีวิธีการที่เหมาะสม</p>
<p>การท้อถอย และคิดว่า &#8220;ทำไม่ได้&#8221; เป็นการมองแบบเหมารวมเกินไป</p>
<p>หากได้ฝึกฝนกลยุทธ์และมีจิตวิญญาณของนักสู้จะพบว่า</p>
<p>&#8220;ท่ามกลางความมืดมน มีแสงสว่าง&#8221;</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: กุลิศร์ สายประดาบ</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/middle-class/comment-page-1/#comment-2417</link>
		<dc:creator>กุลิศร์ สายประดาบ</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Jun 2009 09:46:57 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=3650#comment-2417</guid>
		<description>วันนี้ ผมลองเว้นช่องว่างระหว่างบรรทัดดู สำหรับการแสดงความคิด ปรากฏว่าทำไ้ด้
ครั้งก่อนๆ ผมไม่รู้ว่าทำได้ ผมก็โพสต์ติดกันยาวเหยียด เต็มพรืด น่าจะอ่านยาก
ครั้งต่อๆ ไป ผมก็จะจัดวรรคตอนให้ดี ให้อ่านได้ง่ายๆ ให้น่าอ่านยิ่งๆ ขึ้น
เพราะการสื่อสาร นอกจากจะต้องรู้ชัดเจนว่าจะสื่อสารอะไรแล้ว
ยังต้องรู้ด้วยว่า จะทำให้คนรู้เรื่องหรือเข้าใจได้ง่ายๆ ได้อย่างไร
ไม่ยังงั้น มันไม่มีประโยชน์</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้ ผมลองเว้นช่องว่างระหว่างบรรทัดดู สำหรับการแสดงความคิด ปรากฏว่าทำไ้ด้<br />
ครั้งก่อนๆ ผมไม่รู้ว่าทำได้ ผมก็โพสต์ติดกันยาวเหยียด เต็มพรืด น่าจะอ่านยาก<br />
ครั้งต่อๆ ไป ผมก็จะจัดวรรคตอนให้ดี ให้อ่านได้ง่ายๆ ให้น่าอ่านยิ่งๆ ขึ้น<br />
เพราะการสื่อสาร นอกจากจะต้องรู้ชัดเจนว่าจะสื่อสารอะไรแล้ว<br />
ยังต้องรู้ด้วยว่า จะทำให้คนรู้เรื่องหรือเข้าใจได้ง่ายๆ ได้อย่างไร<br />
ไม่ยังงั้น มันไม่มีประโยชน์</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: กุลิศร์ สายประดาบ</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/middle-class/comment-page-1/#comment-2416</link>
		<dc:creator>กุลิศร์ สายประดาบ</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Jun 2009 09:30:12 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=3650#comment-2416</guid>
		<description>ชนชั้นกลางคือรากฐานของการสร้างชาติ
ผมจะยังไม่เถียงล่ะว่า มันจริงตามที่ว่ามาหรือไม่? หรือถ้าจริงมันจริงแค่ไหน? จริงเพียงเท่านี้หรือ?

เอาเป็นว่า สำหรับผมแล้ว ชนชั้นไหนๆ ก็ต้องเป็นรากฐานของการสร้างชาติด้วยกันทั้งนั้น
ปัญหาคือแล้วทุกวันนี้ ที่เป็นอยู่ ไม่มีใครหรืออะไรเป็นรากฐานหรือ? ทำไม? เพราะอะไร?
สำหรับผู้เขียนคือ ชนชั้นกลางไม่เป็นรากฐานของการสร้างชาติ คือไม่สร้างชาติ ทำไม?
สำหรับผมคือ ชนชั้นไหนๆ ก็ไม่เป็นรากฐานของการสร้างชาติ คือไม่สร้างชาติ ทำไม?
ก็ชาติคืออะไร? อย่างไร? เรายังไม่อาจจะแน่ใจกันได้เลย แล้วเราจะไปสร้างชาติกันได้อย่างไร?
เราสามารถคิดกันเองได้หรือครับว่า ชาติคืออะไร? แบบไหน? อย่างไร?
แล้วถ้าเกิดคิดกันไปว่า อย่างนี้แหละใช่ แล้วก็สร้างๆ กันไป 
แต่ปรากฏว่าไม่โดนใจพระเดชพระคุณแล้วจะเป็นอย่างไร?
ผมว่าที่ไม่มีการสร้างชาติกัน ไม่ใช่เพราะว่าเราไม่ฉลาดอะไรหรอก แต่เป็นเพราะว่าเราฉลาดกันมากนั่นเอง

ฉลาดอย่างสุภาษิตที่ว่า “รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี” อย่าทะลึ่งไปทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าเดี๋ยวภัยจะถึงตัว

“เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม” “จงทำดีแต่อย่าเด่น จะเป็นภัย” ก็อยู่กันมาเรื่อยๆ ไปเรื่อยๆ
ตัวอย่างมันมีให้เห็น ไม่ใช่ว่าเขาจะสอนกันลอยๆ 
อย่างหนังเรื่องวอร์ลอร์ด ๓ อหังการ์เจ้าสุริยา นั่นก็ใช่ ผางชิงหยุนไม่ใช่อยากจะสร้างชาติหรอกหรือ?

แล้วผลมันเป็นยังไง? ชาติมันเป็นของที่คนอย่างผางชิงหยุนจะมาสร้างได้ตามอำเภอใจอย่างนั้นหรือ?

คณะราษฎรไม่ใช่อยากจะสร้างชาติกันหรอกหรือ? แล้วผลมันเป็นยังไง?
ขบวนการนักศึกษาในอดีต ก็อยากจะสร้างชาติกันไม่ใช่หรือ? แล้วผลมันเป็นยังไง?
“นักศึกษาเดี๋ยวนี้ไม่สนใจปัญหาบ้านเมือง” เขาพูดกันเหยียดๆ ก็ดีแล้วนี่ครับ สงบเรียบร้อยดี ปลอดภัยดี

ผมไม่ได้ประชดประชันอะไร ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ ภายใต้โครงสร้างอำนาจอย่างที่เป็นอยู่นี้
และผมก็ไม่มีความคิดจะไปกระตุ้น ไปปลุกระดมให้มีแรงบันดาลใจ จนลุกขึ้นมาสร้างชาติกัน
อย่าเลยครับ ภายใต้กรอบโครงสร้างอำนาจอย่างนี้ ก็อยู่ๆ กันไปอย่างนี้แหละดีแล้ว
อ้าว แล้วกัน อย่างนี้มันก็มีแต่เสื่อมลงเรื่อยๆ สิ แล้วโลกมันยิ่งต้องแข่งขันกันแล้วจะอยู่อย่างไร?
ก็ไม่รู้จะว่ายังไง เพราะตราบใดที่ไทเฮาไม่คิด ๓ ขุนนางผู้เฒ่านั่นไม่คิด ผางชิงหยุนก็ไม่ควรจะคิด
ถ้าผางชิงหยุนคิด โดยที่ไทเฮาไม่คิด ๓ ขุนนางผู้เฒ่าไม่คิด มันก็จะเป็นโศกนาฏกรรมของผางชิงหยุน

อย่าหาว่าผมมาพูดจาบั่นทอนกำลังใจอะไร หรือขวางทางความเจริญรุ่งเรืองอะไรเลย
เอาเป็นว่าถ้าจะทำ ก็ขอให้พอเพียง คือพอประมาณ สมเหตุสมผล มีภูมิคุ้มกัน และเป็นประโยชน์
ก็ยังไม่ชัดเจนใช่มั้ยครับ ยังคลุมเครือ ยังไม่รู้แน่ชัดว่ายังไงแน่ ประมาณไหนแน่
ถ้าให้ชัดต้องนี่ครับ คืออย่าให้ไปกระทบอำนาจของไทเฮา และ ๓ ขุนนางผู้เฒ่า
คือเราดูหนังมาแล้ว พูดอย่างนี้ก็เข้าใจ อยากจะทำอะไรก็ทำไป อยากจะสร้างชาติก็สร้างไป
แต่ต้องดูตาม้าตาเรือให้ดี ตราบใดที่ยังพอเพียงอยู่ มันก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าไม่พอเพียงมันก็มีปัญหา

มันก็น่าอึดอัดใจ สำหรับคนที่มีความคิดอ่าน มีมโนธรรมสำนึก จะไม่สร้างชาติก็ไม่ดี แต่จะสร้างก็ไม่ควร

มันอีหลักอีเหลื่อ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ผะอืดผะอม ยักตื้นติดกึกยักลึกติดกัก
นี่แหละ ปัญหาใหญ่ของเราทั้งหลาย ไม่ใช่แค่ชนชั้นใดชนชั้นหนึ่ง แต่เป็น “ปัญหาแห่งชาติ”
คือ “อีกหลักอีเหลื่อ” “กลืนไม่เข้าคายไม่ออก” “ผะอืดผะอม” “ยักตื้นติดกึกยักลึกติดกัก”
ถ้าทำให้ภาวะอย่างที่ว่าหมดไป รับรองว่าเราจะโลดทะยานไปอย่างไม่เคยคาดคิดมาก่อน
อย่าเอาแต่โทษชนชั้นล่าง ชนชั้นกลาง ไม่มีความคิดอ่าน ไม่มีแรงบันดาลใจ ไม่มีปณิธาน
ทำไมไม่โทษคนอย่างไทเฮา อย่าง ๓ ขุนนางผู้เฒ่านั่นบ้างว่า ไม่มีความคิดอ่าน ไม่มีแรงบันดาลใจ ไม่มีปณิธาน

หมกมุ่นงมงายอยู่แต่กับอำนาจ ราชศักดิ์ มายาการ การประจบสอพลอ การฉ้อฉล หน้าอย่างหลังอย่าง

ชนชั้นล่าง ชนชั้นกลาง มีความคิดอ่านแล้วยังไง มีแรงบันดาลใจแล้วยังไง มีปณิธานแล้วยังไง
ผมไม่ค่อยห่วงว่าพวกเขาจะไม่มี แต่ผมเกรงมากกว่าว่าพวกเขาจะมี
และกลัวมากๆ ว่าพวกเขาจะมีอย่างแรงกล้า แล้วลุกขึ้นมาทำอะไร อย่างไม่เกรงกลัวอะไร</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ชนชั้นกลางคือรากฐานของการสร้างชาติ<br />
ผมจะยังไม่เถียงล่ะว่า มันจริงตามที่ว่ามาหรือไม่? หรือถ้าจริงมันจริงแค่ไหน? จริงเพียงเท่านี้หรือ?</p>
<p>เอาเป็นว่า สำหรับผมแล้ว ชนชั้นไหนๆ ก็ต้องเป็นรากฐานของการสร้างชาติด้วยกันทั้งนั้น<br />
ปัญหาคือแล้วทุกวันนี้ ที่เป็นอยู่ ไม่มีใครหรืออะไรเป็นรากฐานหรือ? ทำไม? เพราะอะไร?<br />
สำหรับผู้เขียนคือ ชนชั้นกลางไม่เป็นรากฐานของการสร้างชาติ คือไม่สร้างชาติ ทำไม?<br />
สำหรับผมคือ ชนชั้นไหนๆ ก็ไม่เป็นรากฐานของการสร้างชาติ คือไม่สร้างชาติ ทำไม?<br />
ก็ชาติคืออะไร? อย่างไร? เรายังไม่อาจจะแน่ใจกันได้เลย แล้วเราจะไปสร้างชาติกันได้อย่างไร?<br />
เราสามารถคิดกันเองได้หรือครับว่า ชาติคืออะไร? แบบไหน? อย่างไร?<br />
แล้วถ้าเกิดคิดกันไปว่า อย่างนี้แหละใช่ แล้วก็สร้างๆ กันไป<br />
แต่ปรากฏว่าไม่โดนใจพระเดชพระคุณแล้วจะเป็นอย่างไร?<br />
ผมว่าที่ไม่มีการสร้างชาติกัน ไม่ใช่เพราะว่าเราไม่ฉลาดอะไรหรอก แต่เป็นเพราะว่าเราฉลาดกันมากนั่นเอง</p>
<p>ฉลาดอย่างสุภาษิตที่ว่า “รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี” อย่าทะลึ่งไปทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าเดี๋ยวภัยจะถึงตัว</p>
<p>“เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม” “จงทำดีแต่อย่าเด่น จะเป็นภัย” ก็อยู่กันมาเรื่อยๆ ไปเรื่อยๆ<br />
ตัวอย่างมันมีให้เห็น ไม่ใช่ว่าเขาจะสอนกันลอยๆ<br />
อย่างหนังเรื่องวอร์ลอร์ด ๓ อหังการ์เจ้าสุริยา นั่นก็ใช่ ผางชิงหยุนไม่ใช่อยากจะสร้างชาติหรอกหรือ?</p>
<p>แล้วผลมันเป็นยังไง? ชาติมันเป็นของที่คนอย่างผางชิงหยุนจะมาสร้างได้ตามอำเภอใจอย่างนั้นหรือ?</p>
<p>คณะราษฎรไม่ใช่อยากจะสร้างชาติกันหรอกหรือ? แล้วผลมันเป็นยังไง?<br />
ขบวนการนักศึกษาในอดีต ก็อยากจะสร้างชาติกันไม่ใช่หรือ? แล้วผลมันเป็นยังไง?<br />
“นักศึกษาเดี๋ยวนี้ไม่สนใจปัญหาบ้านเมือง” เขาพูดกันเหยียดๆ ก็ดีแล้วนี่ครับ สงบเรียบร้อยดี ปลอดภัยดี</p>
<p>ผมไม่ได้ประชดประชันอะไร ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ ภายใต้โครงสร้างอำนาจอย่างที่เป็นอยู่นี้<br />
และผมก็ไม่มีความคิดจะไปกระตุ้น ไปปลุกระดมให้มีแรงบันดาลใจ จนลุกขึ้นมาสร้างชาติกัน<br />
อย่าเลยครับ ภายใต้กรอบโครงสร้างอำนาจอย่างนี้ ก็อยู่ๆ กันไปอย่างนี้แหละดีแล้ว<br />
อ้าว แล้วกัน อย่างนี้มันก็มีแต่เสื่อมลงเรื่อยๆ สิ แล้วโลกมันยิ่งต้องแข่งขันกันแล้วจะอยู่อย่างไร?<br />
ก็ไม่รู้จะว่ายังไง เพราะตราบใดที่ไทเฮาไม่คิด ๓ ขุนนางผู้เฒ่านั่นไม่คิด ผางชิงหยุนก็ไม่ควรจะคิด<br />
ถ้าผางชิงหยุนคิด โดยที่ไทเฮาไม่คิด ๓ ขุนนางผู้เฒ่าไม่คิด มันก็จะเป็นโศกนาฏกรรมของผางชิงหยุน</p>
<p>อย่าหาว่าผมมาพูดจาบั่นทอนกำลังใจอะไร หรือขวางทางความเจริญรุ่งเรืองอะไรเลย<br />
เอาเป็นว่าถ้าจะทำ ก็ขอให้พอเพียง คือพอประมาณ สมเหตุสมผล มีภูมิคุ้มกัน และเป็นประโยชน์<br />
ก็ยังไม่ชัดเจนใช่มั้ยครับ ยังคลุมเครือ ยังไม่รู้แน่ชัดว่ายังไงแน่ ประมาณไหนแน่<br />
ถ้าให้ชัดต้องนี่ครับ คืออย่าให้ไปกระทบอำนาจของไทเฮา และ ๓ ขุนนางผู้เฒ่า<br />
คือเราดูหนังมาแล้ว พูดอย่างนี้ก็เข้าใจ อยากจะทำอะไรก็ทำไป อยากจะสร้างชาติก็สร้างไป<br />
แต่ต้องดูตาม้าตาเรือให้ดี ตราบใดที่ยังพอเพียงอยู่ มันก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าไม่พอเพียงมันก็มีปัญหา</p>
<p>มันก็น่าอึดอัดใจ สำหรับคนที่มีความคิดอ่าน มีมโนธรรมสำนึก จะไม่สร้างชาติก็ไม่ดี แต่จะสร้างก็ไม่ควร</p>
<p>มันอีหลักอีเหลื่อ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ผะอืดผะอม ยักตื้นติดกึกยักลึกติดกัก<br />
นี่แหละ ปัญหาใหญ่ของเราทั้งหลาย ไม่ใช่แค่ชนชั้นใดชนชั้นหนึ่ง แต่เป็น “ปัญหาแห่งชาติ”<br />
คือ “อีกหลักอีเหลื่อ” “กลืนไม่เข้าคายไม่ออก” “ผะอืดผะอม” “ยักตื้นติดกึกยักลึกติดกัก”<br />
ถ้าทำให้ภาวะอย่างที่ว่าหมดไป รับรองว่าเราจะโลดทะยานไปอย่างไม่เคยคาดคิดมาก่อน<br />
อย่าเอาแต่โทษชนชั้นล่าง ชนชั้นกลาง ไม่มีความคิดอ่าน ไม่มีแรงบันดาลใจ ไม่มีปณิธาน<br />
ทำไมไม่โทษคนอย่างไทเฮา อย่าง ๓ ขุนนางผู้เฒ่านั่นบ้างว่า ไม่มีความคิดอ่าน ไม่มีแรงบันดาลใจ ไม่มีปณิธาน</p>
<p>หมกมุ่นงมงายอยู่แต่กับอำนาจ ราชศักดิ์ มายาการ การประจบสอพลอ การฉ้อฉล หน้าอย่างหลังอย่าง</p>
<p>ชนชั้นล่าง ชนชั้นกลาง มีความคิดอ่านแล้วยังไง มีแรงบันดาลใจแล้วยังไง มีปณิธานแล้วยังไง<br />
ผมไม่ค่อยห่วงว่าพวกเขาจะไม่มี แต่ผมเกรงมากกว่าว่าพวกเขาจะมี<br />
และกลัวมากๆ ว่าพวกเขาจะมีอย่างแรงกล้า แล้วลุกขึ้นมาทำอะไร อย่างไม่เกรงกลัวอะไร</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: big</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/middle-class/comment-page-1/#comment-2414</link>
		<dc:creator>big</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Jun 2009 05:12:42 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=3650#comment-2414</guid>
		<description>อันนี้ยังไม่เศร้าเท่าไรครับ เพราะโม้อย่างเดียว ไม่ได้ทำ
แต่ที่สุดซึ้งคือ ทำตามๆกันไป แต่ไม่ทุ่มเทเต็มที่ ไม่มีแผนกลยุทธ์
สุดท้ายก็เน่า

ว่าแต่เรามาจัดตั้ง &quot;พลังทางเลือกที่ 3&quot; กันดีไหมครับ คุณบดินทร์ ?</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>อันนี้ยังไม่เศร้าเท่าไรครับ เพราะโม้อย่างเดียว ไม่ได้ทำ<br />
แต่ที่สุดซึ้งคือ ทำตามๆกันไป แต่ไม่ทุ่มเทเต็มที่ ไม่มีแผนกลยุทธ์<br />
สุดท้ายก็เน่า</p>
<p>ว่าแต่เรามาจัดตั้ง &#8220;พลังทางเลือกที่ 3&#8243; กันดีไหมครับ คุณบดินทร์ ?</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>

