Practical Report ปฏิบัติการร่วมโจมตีลิเบียของกองกำลังผสม

“กองกำลังของสหรัฐอเมริกาและยุโรปโจมตีลิเบียรุนแรงมากขึ้นทั้งทางอากาศ ทางทะเล เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อย่างที่ทราบกันดีว่า มีการปิดน่านฟ้าของลิเบีย และทำลายกองกำลังภาคพื้นดินของลิเบีย” เจ้าหน้าที่จากกองกำลังผสมกล่าว

ขณะเดียวกัน กองกำลังของผู้ต่อต้านลิเบียที่ถูกโจมตีจากกลุ่มทหารของรัฐบาลลิเบียกำลังเริ่มรวมกลุ่มขึ้นใหม่ในทางตะวันออก ที่กองกำลังผสมได้นำเครื่องบินรบเข้าทำลายรถหุ้มเกราะของรัฐบาลลิเบียราว 12 คัน ทั้งในเมืองเบงกาซี (Benghazi) เหลือเพียงซากปรักหักพังที่ถูกเผาตลอดชายฝั่งจนถึงตัวเมือง

ขณะที่กองกำลังผสมยิงโจมตีเป้าหมายในบริเวณรอบตัวเมืองตริโปรลี (Tripoli) ฝ่ายกองทัพลิเบียก็ได้ทำการตอบโต้ด้วยปืนต่อสู้อากาศยาน (antiaircraft guns) เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

1 วันภายหลังการประชุมสุดยอดผู้นำในกรุงปารีสเพื่อปฏิบัติการทางทหาร ชาติอาหรับบางส่วนแสดงความไม่เห็นด้วยกับการโจมตีนัก ขณะที่อดีตประธานกลุ่มอาหรับลีก นาย Amr Moussa กล่าวกับสื่ออียิปต์ว่า เขาจะเรียกประชุมด่วนเพื่อหารือสถานการณ์ในโลกอาหรับ โดยเฉพาะในลิเบีย

เขากล่าวว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นในลิเบียแตกต่างจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ในการปิดน่านฟ้าหรือการกำหนดเขตห้ามบิน และ สิ่งที่เราต้องการ คือการปกป้องพลเมืองและไม่ต้องการโจมตีด้วยการกระหน่ำยิงหรือใช้ระเบิดที่มีผลกระทบต่อพลเมืองในจำนวนมากขึ้น”

“ในช่วง 4 ทุ่ม มีการทิ้งระเบิดนับพันลูกจากกองทัพของกัดดาฟี ทำให้เกิดกลุ่มควันตลบอบอวนในบริเวณเมืองตริโปรลี จึงเสนอให้กองทัพฝ่ายสัมพันธมิตรโจมตีบริเวณสถานที่พำนักของกัดดาฟี หรือบริเวณค่ายทหารของเขา


ขณะที่ William E. Gortney เสนาธิการกองทัพสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า “สหรัฐฯ ไม่ได้พยายามที่จะสังหารผู้นำลิเบีย ผมสามารถรับประกันได้เลยว่า เขา (กัดดาฟี) ไม่ใช่เป้าหมาย และกองทัพสหรัฐฯ ต้องการทำให้ศักยภาพของกองทัพลิเบียอ่อนแอลง มากกว่าจะกำจัดเขา”

Mike Mullen ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมสหรัฐอเมริกา มุ่งเป้าไปที่การหารือกับกองกำลังผสมถึงการใช้กำลังเข้าโจมตีกองกำลังภาคพื้นดินของกัดดาฟีให้สำเร็จและสามารถปกป้องพลเมืองไปด้วย ทั้ง 2 ปัจจัยนั้นผ่านการเห็นชอบจาก UNSC ในการปฏิบัติการทางทหาร และกล่าวกับสำนักข่าว Fox News ว่า “เราโจมตีเป้าหมายได้เป็นจำนวนมาก โดยเน้นไปที่กองบัญชาการและการควบคุม ทั้งในส่วนของระบบป้องกันทางอากาศ และการโจมตีกองกำลังลิเบียในบริเวณใกล้กับเมืองเบงกาซี”

อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการดังกล่าวต้องทำให้เป้าหมายที่หลากหลายมีความสมดุล ไม่ว่าจะเป็นของประธานาธิบดีบารัค โอบามา หรือรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ ฮิลลารี คลินตัน รวมทั้งผู้นำอังกฤษและฝรั่งเศส ล้วนเห็นว่าพันเอก (พิเศษ) กัดดาฟี ต้องลงจากอำนาจ

กองกำลังของสหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศสต่างกล่าวว่า ประเทศกาตาร์อาจจะเป็นอาหรับชาติแรกที่เข้าร่วมปฏิบัติการทางทหาร เพราะมีการลงนามอย่างเปิดเผย แต่ก็ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับบทบาทที่ได้รับของกองกำลังกาตาร์

สหรัฐฯ, อังกฤษ และฝรั่งเศส และชาติอื่นๆ ร่วมปฏิบัติการโจมตีลิเบีย โดยใช้เรือยิงขีปนาวุธโจมตีอาวุธยุทโธปกรณ์หลักของลิเบีย และใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ (B2)

มีคุณสมบัติพิเศษคือ ตรวจจับไม่พบ บินได้ทั่วโลกโดยไม่ต้องหยุดพัก รวมทั้งใช้เครื่องบินขับไล่ F-15, F-16 และ เครื่องบินขับไล่ Harrier เพื่อโจมตีกองกำลังภาคพื้นดินของลิเบีย ระบบป้องกันทางอากาศ และลานบิน

นอกจากนี้ยังใช้เครื่องบิน EA-18G Growler ที่สามารถค้นหาและป้องกันการรบกวนเรดาร์ของเครื่องบินรวมทั้งก่อกวนคลื่นสัญญาณของฝ่ายตรงข้ามได้

ช่วงเช้าของวันอาทิตย์ พันเอก (พิเศษ) กัดดาฟี กล่าวทางโทรศัพท์กับสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า “เราจะสู้กับคุณ ถ้าคุณยังโจมตีเราอย่างต่อเนื่อง” “ใครที่สามารถดำรงอยู่บนผืนแผ่นดินได้ คนนั้นก็จะเป็นผู้รับชัยชนะจากการต่อสู้กัน” และ “น้ำมัน จะไม่ตกเป็นของสหรัฐฯ ฝรั่งเศส และอังกฤษ”

มีรายงานจากสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า พลเมืองชาวลิเบียเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศ ราว 12 คน และกองกำลังผสมได้ทำลายล้างโรงไฟฟ้าไปแล้ว 2 สถานี

 

New York Times