Practical Report มือถือเพื่อปวงชน: บทเรียนของสมาร์ทโฟนเครื่องละ 2,400 บาทในเคนยา

ภาพที่คุ้นตาอย่าง “iPhone เป็นสินค้าฟุ่มเฟือยสำหรับคนรวย” อาจไม่เป็นจริงอีกต่อไป เมื่อ “สมาร์ทโฟน” เริ่มมีราคาถูกลงถึงระดับที่ใครๆ ก็เป็นเจ้าของได้ และมันอาจเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของหลายๆ คนด้วยซ้ำ

ถึงแม้ตอนนี้คนไทยจะยังคุ้นเคยกับภาพคนชั้นกลางจำนวนมาก ต่อคิวข้ามคืนเพื่อจองสมาร์ทโฟนราคาเกินสองหมื่น แต่เรื่องราวในเคนยากลับต่างไปอย่างสิ้นเชิง

สมาร์ทโฟนสำหรับมหาชน

หัวเหว่ย (Huawei) ยักษ์ใหญ่ทางด้านโทรคมนาคมจากประเทศจีน ที่ช่วงหลังหันมาเอาดีเรื่องการขายโทรศัพท์มือถือ ได้วางขายสมาร์ทโฟนรุ่น IDEOS ด้วยราคาเพียงเครื่องละ 80 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,400 บาท)

สมาร์ทโฟน IDEOS ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของกูเกิล ทำงานได้ทุกอย่างเช่นเดียวกับสมาร์ทโฟนราคาเกินหมื่น (หรือบางรุ่นเกินสามหมื่น) ที่วางขายอยู่ทั่วโลกในขณะนี้

หน้าตาของ Huawei IDEOS

แน่นอนว่า Huawei ลดสเปกฮาร์ดแวร์ที่หรูหราลงเพื่อควบคุมต้นทุน แต่ IDEOS เครื่องนี้ก็มีจอสัมผัสขนาด 2.8 นิ้ว, กล้องถ่ายภาพความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล, หน่วยความจำ 256MB, พื้นที่เก็บข้อมูล 512MB, ระบบจับสัญญาณดาวเทียม GPS, Bluetooth และ Wi-Fi ไม่ต่างอะไรกับสมาร์ทโฟนราคาแพงที่หรูหรากว่านั้นมาก แน่นอนว่ามันเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและแอพกว่า 300,000 ตัวในระบบของกูเกิล เช่นเดียวกับมือถือแอนดรอยด์ตัวอื่นๆ ทั่วโลก

Huawei ขายโทรศัพท์ผ่านเครือข่ายมือถือ Safaricom ของเคนยา และทำยอดขายได้น่าประทับใจที่ 350,000 เครื่อง

ตัวเลขนี้จะน่าประทับใจมากยิ่งขึ้น หากเราทราบข้อมูลว่า 40% ของประชากรในเคนยา มีรายได้น้อยกว่า 2 ดอลลาร์ (60 บาท) ต่อวัน

คำถามคือ Huawei ทำต้นทุนถูกขนาดนี้ได้อย่างไร?

คำตอบเกิดจากปัจจัยหลายประการ ตั้งแต่ต้นทุนการผลิตชิปมือถือที่ถูกลงมาก เพราะเทคโนโลยีสมัยใหม่สามารถรวมส่วนประกอบที่สำคัญแทบทุกชิ้น (ยกเว้นจอภาพ กล้อง ไมโครโฟน) ลงในเซอร์กิตบอร์ดแผ่นเดียว ง่ายต่อการผลิตในจำนวนมากๆ เพราะปั๊มได้ออกมาทีละล็อตใหญ่

นอกจากนี้เรายังต้องไม่ลืมค่าแรง (ที่ยัง) ราคาถูกของโรงงานในจีน (ถึงแม้จะมีปัญหาเรื่องคุณภาพชีวิตของแรงงาน และประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชน ซึ่งบริษัท Foxconn ที่ผลิต iPhone ให้แอปเปิลเคยโดนรุมถล่มอย่างหนัก) ที่มีผลต่อต้นทุนไม่น้อย

ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของกูเกิลก็เป็นปัจจัยอีกอย่างที่ช่วยกดราคา เพราะโมเดลการทำธุรกิจผ่านโฆษณาของกูเกิล ทำให้ค่าใช้งานแอนดรอยด์เป็นศูนย์ และบริษัทผู้ผลิตมือถือก็มีอิสระพอที่จะปรับแต่งระบบให้เหมาะสมกับตลาดได้

สุดท้ายเป็นเรื่องช่องทางการจัดจำหน่ายและวิธีการทำตลาด เรื่องนี้เราต้องยกเครดิตให้ Huawei และ Safaricom ที่มองเกมขาด เห็นช่องว่างอันแสนใหญ่ทางการตลาดที่ถูกละเลยจากโลกตะวันตกและบริษัทไฮเทคทั้งหลาย ออกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพตลาดเป็นอย่างยิ่ง และประสบความสำเร็จอย่างที่เห็น

โอกาสแห่งการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร

IDEOS กลายเป็น “คอมพิวเตอร์เพื่อมวลชน” ของชาวเคนยาจำนวนมาก และลดความยุ่งยากในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารบนอินเทอร์เน็ต

จากเดิมที่จะต้องซื้อคอมพิวเตอร์ราคาหลักหมื่น ติดตั้งอินเทอร์เน็ตที่บ้านซึ่งต้องเสียค่าบริการรายเดือน และครอบคลุมเฉพาะพื้นที่ที่สายโทรศัพท์เข้าถึงเท่านั้น

แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปเมื่อสมาร์ทโฟนที่มีความสามารถระดับ “น้องๆ คอมพิวเตอร์” วางขายในราคาที่ถูกมากพอจนเอื้อมถึง ผนวกกับโครงข่ายโทรคมนาคมแบบไร้สายที่ก้าวไกลไปมาก ทำให้คนเคนยาเริ่มเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้เยอะอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ทางการเคนยาประเมินว่าสถิติตัวเลขผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในเคนยา (ซึ่งเกือบทั้งหมดใช้ผ่านเครือข่ายไร้สาย) จะเพิ่มขึ้น 8 เท่าตัวในระยะเวลา 1 ปี ระหว่างเดือนกันยายน 2010-กันยายน 2011

ตัวเลขผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กลายเป็นปัจจัยหนุนต่อเนื่องให้ผู้ประกอบการไอทีชาวเคนยาหันมาพัฒนา “แอพ” เพื่อจับตลาดลูกค้าในประเทศ มีโครงการประกวดแอพที่มีผู้สมัครกว่า 100 ราย โดยผู้ชนะคือแอพ Medkenya แอพสำหรับแนะนำข้อมูลด้านสุขภาพ และคอยเชื่อมต่อผู้ป่วยกับแพทย์ผ่านเครือข่ายมือถือ

แอพ Ushahidi บนมือถือ

นอกจากนี้เคนยายังมีแอพระดับโลกอีก 2 ตัวที่กระจายไปยังประเทศอื่นๆ ด้วย ได้แก่ Ushahidi แอพสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินและภัยธรรมชาติ (ซึ่งเกิดจากความวุ่นวายทางการเมืองของเคนยาในปี 2008) และ M-Pesa แอพธนาคารบนมือถือที่ตอนนี้มีผู้ใช้กว่า 14 ล้านราย โอนเงินผ่านมือถือกันเป็นเรื่องปกติ

Christoph Hess ผู้พัฒนาแอพ Infonet Biovision จากมูลนิธิ Bionet ในสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งช่วยเกษตรกรในเคนยาบริหารจัดการพืชผลและปศุสัตว์ ให้ความเห็นว่า “โทรศัพท์มือถือช่วยแก้ปัญหาหลายอย่างในเคนยา เราชื่อว่าการเข้าถึงบริการเหล่านี้จะพัฒนาขึ้น แอพบนแอนดรอยด์เป็นเพียงก้าวแรกของเราเท่านั้น ในระยะสั้นเราไม่หวังที่จะเห็นเกษตรกรซื้อมือถือแอนดรอยด์มาใช้ แต่เมื่อราคามันถูกพอ ทุกอย่างก็เป็นไปได้”

หน้าตาของ Ushahidi บน Android

Dr. Bitange Ndemo รัฐมนตรีกระทรวงไอซีทีของเคนยาให้ความเห็นว่า “เมื่อเริ่มศตวรรษที่ 21 มือถือเป็นของที่สงวนไว้สำหรับชนชั้นสูง และหน้าที่ของมันคือโทรศัพท์กับส่งข้อความเท่านั้น แต่วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว โทรศัพท์เปลี่ยนจากสิ่งฟุ่มเฟือยมาเป็นของจำเป็น และมันก้าวข้ามรูปแบบการใช้งานแรกเริ่มที่ใช้แค่สนทนาด้วยเสียง กลายมาเป็นธนาคาร คอมพิวเตอร์ วิทยุ ทีวี และอีกสารพัดอย่าง มันเข้ามาอยู่ในวิถีชีวิตทุกด้านของเราไปเรียบร้อยแล้ว”

ถึงแม้วันนี้ IDEOS ราคา 80 ดอลลาร์จะถูกพอสำหรับคนจำนวนไม่น้อย แต่มันก็ยังแพงไปอยู่ดีสำหรับคนอีกมาก ถ้าราคามันกดลงไปได้อีก โอกาสที่คนจะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารย่อมเพิ่มตามไปด้วย เราไม่มีทางรู้ว่าราคาจะลงไปได้ถึงแค่ไหน แต่ตัวเลข 80 ดอลลาร์ในวันนี้ก็แสดงให้เราเห็นแล้วว่า โลกเทคโนโลยีกำลังหมุนไปในทิศทางที่ถูกต้อง

ข้อมูลจาก Technology Review, Singularity Hub

คลิปโฆษณา M-Pesa ที่ฉายทางทีวีในเคนยาเมื่อปี 2009

  • Sithisak Songsean

    พิมพ์ตกนะครับ

    IDEOS กลายเป็น “คอมพิวเตอร์เพื่อมวลชน” ของชาวเคนยาจำนวนมาก และ”ลัด” < ลดความยุ่งยากในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารบนอินเทอร์เน็ต

    ตกเยอะจัง -.-

    ซึ่งช่วยเกษตรกรในเคนยาบริหารจัดการพืชผลและปศุสัตว์ ให้วามเห็นว่า << ให้ความเห็น -.-

  • C-harit

    ลดช่องว่าง ระหว่างคนจน กับคนรวย ได้…เยี่ยมมาก..

  • Kasemsak2007

    มีขายที่ไทยมั้ยครับ
    มีที่ไหน
    อย่างไร