โดย … Sheradia
Passion is universal humanity. Without it religion, history, romance and art would be useless.
— Honore de Balzac
คงจำกันได้ว่า รี่มีเคยเขียนถึงผลิตภัณฑ์ Moleskine ไปแล้ว (Going Solo with Moleskine) ด้วยเพราะความชื่นชอบส่วนตัว เนื่องจากสมัยเรียนหนังสืออยู่ต่างประเทศ เดินเข้าร้านหนังสือทีไร อดไม่ได้ที่ต้องแวะเวียนไปเดินเล่นแผนกเครื่องเขียน เพราะด้วยความเป็นคนชอบเขียนบันทึก เลยมักสนใจเสาะแสวงหาสมุดบันทึกที่มีดีไซน์น่าสนใจ และ Moleskine คือสิ่งที่เรียกว่าความ “คลาสิก” ของการดีไซน์สมุดบันทึก
ทีนี้พอกลับมาทำงานที่เมืองไทย ชีวิตช่างห่างหายจากการเดินเข้าร้านหนังสือมาก แถมร้านหนังสือที่อยู่แถวที่ทำงาน ก็ไม่ได้มีผลิตภัณฑ์ Moleskine วางขาย ทำให้ไม่ได้มีโอกาสติดตามความเป็นไปว่า เขามีผลิตภัณฑ์อะไรออกมาใหม่บ้าง จนเมื่อไม่นานมานี้ รี่เพิ่งไปกดรับข่าวสาวของ Moleskine ผ่านทาง Facebook เลยได้มีโอกาสรู้จักผลิตภัณฑ์ใหม่อันหนึ่งของ Moleskine
(อันที่จริง ต้องเรียกว่า ‘ใหม่’ สำหรับคนอยู่หลังเขาอย่างรี่เท่านั้นอะค่ะ เพราะเขาออกมาแต่ปี 2009 นู้นแล้ว ^^’)

.: Moleskine Passions :.
เป็น collection ที่มีชื่อว่า Passions ค่ะ เป็นสมุดบันทึก (journal) สำหรับบันทึกสิ่งที่เราชื่นชอบใน 6 หัวข้อค่ะ ได้แ่ก่
- Recipe Journal สำหรับบันทึกสูตรอาหาร
- Wellness Journal สำหรับบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพ
- Film Journal สำหรับบันทึกรายละเอียดของภาพยนตร์ที่เราได้ดู
- ฺBook Journal สำหรับบันทึกรายละเอียดของหนังสือที่เราได้อ่าน
- Music Journal สำหรับบันทึกรายละเอียดของดนตรีที่เราได้ฟัง
- Wine Journal สำหรับบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับไวน์ชนิดต่าง ๆ
แล้ว แน่นอนว่า ตามสไตล์ของ Moleskine ล่ะค่ะ ที่สมุดบันทึกของเขาตัองมีรายละเอียดกระจุกกระจิก เป็นเสน่ห์ให้เราอดอมยิ้มไม่ได้ เวลาได้หยิบจับ อาทิ การจัดวางหน้า รายละเอียดเนื้อหาที่ให้บันทึก สติกเกอร์สำหรับแปะในหน้าที่เราอยากเขียนอะไรเองเพิ่มเติม ฯลฯ
ลองดูตัวอย่างรายละเอียดของหน้าบันทึกใน Wine Journal นะค่ะ บัันทึกรายละเอียดของไวน์
.: ตัวอย่างการเขียนบันทึกของไวน์ใน Wine Journal :.
tab ด้านข้าง จะแบ่งชนิดของไวน์ต่าง ๆ ได้แก่ ไวน์ขาว ไวน์แดง ไวน์ปรุงแต่ง (fortified wine) และ สปิริต โดยแต่ละหน้า มีรายละเอียดต้องบันทึกยิบย่อยมาก อาทิ สายพันธุ์องุ่น แหล่งที่มา ปริมาณแอลกอฮอล์ กลิ่น รสชาติ แก้วที่ใช้เสริฟ์ อาหารที่คู่กัน จนท้ายสุด เป็นความเห็นส่วนตัวของเรา และมีดาวให้เราฝนด้วยว่า จะให้กี่ดวงดีน้อ? ^.^
สำหรับ Moleskine Passions เล่มอื่น ก็มีรายละเอียดแตกต่างกันไปค่ะ ส่วนตัว รี่มีอยากได้แค่เล่มเดียวเท่านั้นแหละค่ะ และคิดว่าหลายคนที่พอรู้จักกับรี่ คงทายกันถูก นั่นก็คือ ฺBook Journal ค่ะ
.: Book Journal หนึ่งในคอลเลกชั่น Moleskine Passions … ลองสังเกตรายละเอียดลายพิมพ์นูนที่ปกสมุด เป็นรายชื่อหนังสือต่าง ๆ :.
เอาแค่ลายบนหน้าปก ก็กิ๊บเก๋สุด ๆ ค่ะ เป็นปกปั๊มลายนูนที่เต็มไปด้วยรายชื่อหนังสือต่าง ๆ
ส่วนรายละเอียดหน้าบันทึกด้านในนั้น จะมี tab ด้านข้างเรียกจาก A – Z เหมือน address book เพื่อให้เราแบ่งบันทึกหนังสือ ตามชื่อหนังสือที่ขึ้นต้นด้วยอักษรตามหน้าที่ระบุ
สำหรับ รายละเอียดที่บันทึกของหนังสือ อาทิิ ชื่อเรื่อง ผู้แต่ง ปีที่ตีพิมพ์ สำนักพิมพ์ ประโยคกินใจอ้างอิงจากหนัง และสุดท้ายความคิดเห็นของเรา พร้อมทั้งการให้ดาว
(อิ อิ ชอบอันสุดท้ายมากที่สุด รี่ว่ามันทำให้การบันทึก สนุกสนานกันน่าดูทีเดียวเชียว ^^)
ลองดูตัวอย่างการเขียนบันทึกรายละเอียดของหนังสือ Anna Karenina ของ Tolstoy ดูนะค่ะ แล้วก่อนจะดู ลองนึกทายเล่น ๆ ดูสิค่ะว่า ประโยคไหน เขาจะเรียกบันทึกลงใน ‘Quote’ จากหนังสือเล่มนี้? แฟนพันธุ์แท้ ต้องทายกันถูกนะค่ะ ;)
.: ตัวอย่างการเขียนบันทึกถึงหนังสือ Anna Karenina ของ Tolstoy ลงใน Book Journal :.
ใครสนใจ รี่อยากชักชวนให้ไปดูโฆษณาของเขาค่ะ
Moleskine Passions: Book Journal
เป็นโฆษณาที่ทำได้น่ารักทีเดียวค่ะ แถมเนื้อหาที่บันทึก มีการล้อกันเล่นตลอด ลอง สังเกตดูตั้งแต่หน้าแรกของสมุดเลยนะค่ะ อันเป็นหน้าสัญลักษณะของ Moleskine ทุกเล่มเลย ที่จะให้เขียนชื่อเจ้าของสมุด และรางวัลที่จะให้ ถ้าเกิดหายแล้วมีผู้นำส่งคืน ลองดูสิ ว่าเขาให้รางวัลเป็นอะไร (มันทำให้รี่ผู้ซึ่งไม่เคยเขียนกรอกรางวัลอะไรไว้ที่ Moleskine หน้าแรกเลย กำลังเกิดแรงบันดาลใจคิดจะหันกลับไปกรอกแบบนั้นมั่ง ^o^)
ถัดไปแต่ละหน้า เขากรอก ชื่อ หนังสือและรายละเอียดข่างไม่เหมือนใครอื่นเลยบนโลกใบนี้ อาทิ คนอื่นอ่าน Catcher In The Rye ของเขาเป็น Catcher in The Wheat หรือ The Old Man and The Sea กลายเป็น Grandpa and The Sea ไปเสียนั่น ยังไม่นับการกลับตาลปัดชื่อ นักเขียนเรียงนามได้อย่างสนุกสนาน
.: ตัวอย่างโฆษณา Moleskine Passions (Book Journal) โดยหน้าที่บันทึกในรูป ล้อเลียนชื่อหนังสือ Fear and Loathing in Las Vegas ของ Hunter S. Thompson และ The Old Man and The Sea ของ Ernest Hemingway :.
…………………………………………
ส่วนตัว ยิ่งดูยิ่งเกิดกิเลสอยากได้ค่ะ ถึงขนาดว่า สุดสัปดาห์นี้ รี่จะเข้าไปในเมืองกรุงเสียหน่อย หลังจากไม่ได้เข้าไปเปิดหูเปิดตามาเป็นเดือนกว่าแล้ว ว่าจะลองแวบไปดูที่ร้าน Kinokuniya เสียหน่อย ว่าเขามีเอาเข้ามาขายหรือยัง แต่ถ้าใครพอรู้ว่าที่ไหนมี ช่วยบอกกันได้นะค่ะ รี่จะได้ไปเดินตามหาถูก
เกี่ยวกับเพลง
Que Reste-t-il De Nos Amours เป็นเพลงฝรั่งเศสเก่าแก่ค่ะ คิดว่าหลายคน คงเคยได้ยิน หรือได้ฟังผ่านหูกันมาบ้าง ในรูปแบบเสียงร้องดั้งเดิมของ Charles Trenet เจ้าของเพลงฮิต La Mer หรือพอถูกแปลงมาเป็นรูปแบบขับร้องในภาษาอังกฤษคือ Beyond The Sea นั่นเอง แต่รี่เลือกเอารูปแบบร่วมสมัยหน่อย ออกเป็นสไตล์แจ๊ซฟังสบาย ๆ ขับร้องโดยนักร้องสาวชาวอเมริกัน Stacey Kent
อันที่จริง Que Reste-t-il De Nos Amours ก็มีรูปแบบร้องในภาษาอังกฤษเหมือนกันนะค่ะ นั่นคือเพลง I Wish You Love รี่เลยหาเอามาลงเป็นเพลงที่สองในเอนทรีวันนี้ด้วยค่ะ แต่เลือกเอาเป็นเสียงของนักร้องสาวจากยุคเก่ากรุ Rosemary Clooney สไตล์การร้องฉีกแนวออกไปจากฉบับแรกไปเลย จะได้หลากหลายอารมณ์ดี
ไปแล้วค่ะ จนกว่าเราจะกลับมาพบกันอีก เมื่อไร เมื่อนั้น …
