GT200 ต้องไม่ให้เป็นเพียงเรื่องลูบหน้าปะจมูก

February 17, 2010

SIU เคยเตือนหลายครั้งแล้วว่า สังคมไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน

คำว่าช่วงเปลี่ยนผ่าน เรามิได้มีความหมายพิเศษอื่นใด นอกเหนือไปจากการเติบโตของมวลชน “ชนชั้นกลาง” และ “ชนชั้นรากหญ้า”

“ชนชั้นกลาง” กำลังเริ่มตระหนักถึงสิทธิหน้าที่และความเป็นพลเมือนของตนเอง การปกครองพลเมือนจะยกให้เป็นเรื่องผู้เชี่ยวชาญ เรื่องว่ากันไปเองของหน่วยงานราชการเหมือนสมัยก่อนๆ ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว หากแต่เป็นเรื่องที่ต้องทำกระบวนการทำหน้าที่นั้นๆ ให้โปร่งใส เปิดเผย และสามารถตรวจสอบได้

มิติในการบริหารหน้าที่สาธารณะจะต้องเปลี่ยนแปลงจาก แนวทาง “ผู้ใหญ่” – “ผู้น้อย” ไปเป็นความเป็นพลเมืองที่มีสิทธิ-หน้าที่ อันเท่าเทียมกัน กระบวนการตรวจสอบผู้ทำหน้าที่สาธารณะจึงเป็นสิ่งที่ละเลยมิได้ หากพบว่าผู้ทำหน้าที่สาธารณะทำหน้าที่บกพร่อง ก็สามารถเอาผิด กระทั่งถอดถอนออกจากตำแหน่งหน้าที่ได้

ชนชั้นรากหญ้าก็เช่นเดียวกัน พวกเขากำลังตระหนักว่า “คะแนนเสียงของตน” กำลังส่งผลสะเทือนต่อเวทีการเมือง อันอาจเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่ในทางที่ดีขึ้น โดยผ่านการเลือกนโยบายจากพรรคการเมือง ที่เป็นรูปธรรม และสามารถปฏิบัติได้ มิใช่เป็นการเลือกโดยผ่านหัวคะแนน ผู้อุปถัมป์ท้องถิ่นเหมือนดังสมัยก่อนอีกต่อไป

เรื่องของ GT200 ก็เช่นเดียวกัน เป็นผลสะท้อนของการตื่นรู้ในการเป็นพลเมืองโดยแท้



ที่มา andrew-drummond.com

จุดเริ่มแรกของการตรวจสอบ GT200 กำเนิดมาจากการรายงานข่าวของสำนักข่าวอิศราตั้งแต่ช่วงต้นเดือนดุลาคม ปีที่แล้ว ที่รายงานการตรวจสอบระเบิดของ GT200 ผิดพลาด จนทำให้เกิดเหตุระเบิดและมีผู้เสียชีวิต

ผู้ใช้บอร์ดพันทิพห้องหว้ากอท่านหนึ่งเกิดความสงสัยจึงติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกับสำนักข่าวอิศรา จนนำไปสู่การสืบหาความจริงเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงาน GT200 ขึ้น

บอร์ดพันทิพห้องหว้ากอ เคยมีบทบาทในการตรวจสอบประสิทธิภาพของ “แท่งประหยัดน้ำมัน” มาก่อนหน้านี้แล้ว เป็นความพยายามรวบรวม หลักฐาน และการวิเคราะห์โดยใช้ตรรกะทางวิทยาศาสตร์ ว่าแท่งประหยัดน้ำมัน น่าจะเป็นเรื่องหลอกลวง ฝ่ายเจ้าของผลิตภัณฑ์โต้กลับด้วยการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย สะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการตรวจสอบมิอาจได้มาได้โดยง่าย

ครั้งนี้ก็เช่นกัน

การตรวจสอบ GT200 จากบอร์ดพันทิพห้องหว้ากอ ต้องเจออุปสรรคหนักหนาสาหัสกว่าครั้งการตรวจสอบ “แท่งประหยัดน้ำมัน” มาก ไม่เพียงแต่การออกมาโต้กลับ ตลอดจนยืนยันว่าเครื่อง GT200 ใช้งานได้ ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาล หรือแม้แต่ แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม

กระบวนการพยายามตรวจสอบ GT200 ยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างแน่วแน่ โดยการประสานความร่วมมือจากผู้มีใจเป็นธรรมและต้องการความจริงจากหลายฝ่ายด้วยกัน จนกระทั่งนำไปสู่การ “สร้างกระบวนการทดสอบ” โดยใช้แนวทางแบบ Double Blind Test ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากลในที่สุด

ในฐานะที่ SIU ได้รับทราบข่าวจากวงใน ทราบว่ากระบวนการผลักดันให้เกิดการทดสอบ ก็มิได้เป็นไปได้อย่างสะดวกสบายง่ายดาย หากแต่ต้องผ่านการผลักดันอย่างหนัก จนกระทั่งแม้แต่ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบบางคน แสดงท่าทีหลีกเลี่ยงที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

น่าเสียดายแม้ก่อนการทดสอบจะเกิดขึ้น แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ยังเขียนบทความเรื่อง “จีที 200″ ในหนังสือพิมพ์เนชั่นสุดสัปดาห์ฉบับ 924 โดยยังคงมุมมองที่ว่า “หมอเชื่อว่าการออกมาต้านการใช้เครื่องมือนี้มีเบื้องหลังมาจากความต้องการให้เจ้าหน้าที่รัฐทำงานยากขึ้น

น่าเสียดายที่คุณหญิงหมอ ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่เคยเข้าใจกระแสสังคม มีจิตใจทำงานเพื่อสาธารณประโยชน์ หากแต่กลับไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นและข้อมูลอย่างรอบด้านตามที่ควรจะเป็น

น่าเสียดายยิ่งกว่าที่คุณหญิงหมออ่านไม่ออกว่าในเวลานี้ สังคมกำลังต้องการให้มีการตรวจสอบเครื่อง GT200 ว่าใช้งานได้จริงหรือไม่

เมื่อผลการทดสอบออกมา ก็พบว่าเครื่องมือ GT200 มีประสิทธิภาพแย่กว่าการเดาสุ่ม ซึ่งอันที่จริงก็มิได้เหนือความคาดหมายของผู้ติดตามข่าวนี้อย่างใกล้ชิดเท่าใดนัก เพราะแม้กระทั่งประเทศที่เป็นต้นกำเนิดของบริษัทผู้ผลิต นอกจากจะสั่งแบนการจำหน่ายอุปกรณ์ชิ้นนี้แล้ว ยังมีการจับกุมผู้บริหารบริษัทในข้อหาหลอกลวงประชาชนอีกด้วย

ในเวลานี้ข้อสงสัยของสังคม กำลังพุ่งไกลไปกว่าการยอมรับประสิทธิภาพของเครื่อง GT200 แล้ว

เพราะไม่เป็นที่สงสัยแล้วว่า GT200 เป็นเรื่องหลอกลวง

แต่กระแสสังคมกำลังลุกลามไปถึง ข้อสงสัยเรื่องความไม่ชอบมาพากลในเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างด้วย เนื่องเพราะประกาศการจัดซื้อจัดจ้าง (TOR) ดูเหมือนมีการกำหนดล็อคคุณสมบัติของเครื่องมือให้ระบุลงเป็นอุปกรณ์ชิ้นนี้โดยเฉพาะ ดังปรากฎใน ประกาศสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และ ตัวอย่าง TOR จาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อีกด้วย

4.3 คุณลักษณะเฉพาะทางวิชาการ
4.3.1 สามารถตรวจหาสารเสพติดในระยะ 6 ถึง 200 เมตร หรือดีกว่า และต้องสามารถตรวจผ่านยานพาหนะต่างๆ รวมถึงสิ่งกีดขวางที่มีความหนา เช่น ผนังกำแพงภายในตัวบ้านหรืออาคารได้
4.3.2 สามารถใช้งานโดยไม่ต้องต่อสายไฟตรง หรือทำงานโดยไม่ต้องใช้แบตเตอรี่
4.3.3 ตัวเครื่องมีก้านชี้แสดงทิศทางของสารเสพติดที่ค้นหา
4.3.4 สามารถตรวจหาสารเสพติดได้ทั้งด้านซ้ายและขวา (180 องศา) ในเวลาเดียวกัน โดยไม่ต้องเปลี่ยนหรือสลับมือที่ถืออุปกรณ์ ด้วยการเดินทิศทางตรงเพียงทิศทางเดียว
4.3.5 เครื่องต้องมีขีดความสามารถค้นหาสารเสพติด ไม่น้อยกว่า 6 ชนิด ได้แก่ เฮโรอีน ยาบ้า ไอซ์ (เมทแอมเฟตามีน) โคคาอีน (โคเคน) เอ็คซ์ตาซี (ยาอี) และกัญชา โดยทางราชการจะเป็น ผู้กำหนดไว้ใช้งานจำนวน 3 ชนิด ในวันทำสัญญา

เป็นที่ทราบกันมานานในวงการ แล้วว่ามีการล็อคสเป็คการจัดซื้อจัดจ้างในวงราชการ เทคนิคการล็อคเหล่านี้กำหนดไว้หลากหลายตั้งแต่คุณสมบัติของผู้จำหน่าย – ตลอดจนไปถึงสเปคอุปกรณ์

เช่นเดียวกับ การอำพรางชื่อผู้ถือหุ้น การใช้ประโยชน์จากบริษัทจดทะเบียนในแหล่งฟอกภาษีอย่างเกาะเคย์แมน ซึ่งทำกันเป็นล่ำเป็นสันในบรรดาผู้ถือหุ้นรายใหญ่

SIU ไม่เชื่อว่าภายหลังการตรวจสอบการถือหุ้นของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร สิ้นสุดลงแล้ว จะมีการตรวจสอบผู้ถือหุ้นทุกรายทุกบริษัทอย่างเท่าเทียมกัน เพราะการขับเคลื่อนเรื่องนี้มีเหตุผลส่วนใหญ่เป็นวาระการเมือง พลังการตรวจสอบของประชาชน ถูกหยิบยืมไปใช้เพื่อหักโค่นทำลายศัตรูทางการเมือง และยุติเพื่อมิให้กระทบกับผลประโยชน์ในแวดวงของพวกตนเอง

แต่กรณี GT200 นั้น SIU เชื่อว่าจะต้องมีความแตกต่างกันออกไป

เพราะกรณีนี้เป็นการขับเคลื่อนของผู้มีจิตสำนึกพลเมืองโดยบริสุทธิ์ ต้องการผลักดันการตรวจสอบ และแสวงหาความจริงให้ปรากฎ

ในด้านหนึ่งพลังตรวจสอบครั้งนี้จะต้องเดินต่อเนื่องไปถึงเรื่อง ความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างในวงราชการ

ในด้านหนึ่งพลังตรวจสอบครั้งนี้ จะต้องนำเสนอทางออกให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ซึ่งกำลังทำหน้าที่เสี่ยงภยันตรายในเขตสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย ทางออกที่ควรจะเป็นคือการสนับสนุนเทคโนโลยีการตรวจค้นที่เป็นการคิดค้นจากสถาบันวิจัยในประเทศไทยของเราเอง อาทิการนำผลงานวิจัยจากสถาบันวิจัยเรื่องหุ่นยนต์ให้มาช่วยในการกู้ระเบิดเพื่อช่วยป้องกันเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจากการเสี่ยงภัยอันตราย

หรือแม้แต่การลงทุนสนับสนุนงานวิจัย ของสถาบันวิจัยไทย ร่วมกับสถาบันวิจัยต่างชาติที่เชื่อถือได้ เพื่อพัฒนาเครื่องตรวจสอบสารระเบิดแบบพกพา

และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ที่ผ่านมาอุปกรณ์ GT200 จะถูกใช้เป็นเพียงเครื่องมือนำร่องเพื่อสืบค้นหาหลักฐานวัตถุระเบิดโดยกระบวนการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์อื่นๆ ที่ได้รับการทดสอบแล้ว มิใช่ถูกนำไปใช้ไปยืนยันความถูกผิดทางนิติวิทยาศาสตร์เอง โดยอ้างว่าเป็นเครื่องมือวิทยาศาสตร์

เพราะมิเช่นนั้นจะต้องมีการรื้อกระบวนการยุติธรรมที่ได้มีการพิจารณาไปแล้วในเขตพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งใหญ่

เพราะนิติวิทยาศาสตร์จะต้องเป็นเรื่องสามารถพิสูจน์ถูกผิดได้ โดยเหตุผลอย่างเป็นวิทยาศาสตร์!

Comments

3 Responses to “GT200 ต้องไม่ให้เป็นเพียงเรื่องลูบหน้าปะจมูก”

  1. 1. GT200...Sign . Of . Sad (S.O.S) on February 17th, 2010 20:50

    อ้างถึง GT200 และ การ ตรวจสอบ

    หลายคนหลายเว็บบอร์ดถามว่า

    1.) GT200 ตรวจหา สารระเบิด,ยาเสพติด,สารต้องสงสัย ได้อย่างไร ด้วยหลักการ อะไร ???

    คาดว่าผู้ผลิต/จำหน่ายจะตอบว่า — หลักการของ gt200 ประกอบขึ้นจาก เทคโนโลยีหลัก 3 อย่าง

    : เทคโนโลยีแรก : ไฟฟ้าสถิตย์จากร่างกายสู่มือคนที่ใช้(ผู้ถือ) gt200 เพื่อเป็นแหล่งพลังงานสำหรับขับเคลื่อนเทคโนโลยีที่สอง

    :: เทคโนโลยีที่สอง :: สสารทุกชนิดบนโลกจะมีสนามแม่เหล็กไฟฟ้าในรูปแบบเฉพาะตัว gt200 จะใช้หลักการค้นหาสนามแม่เหล็กไฟฟ้าซึ่งตรงกับสนามแม่เหล็กไฟฟ้าจากสสารในการ์ดซึ่งเหนี่ยวนำโดยไฟฟ้าสถิตย์จากมือคนที่ใช้(ผู้ถือ)

    ไปยังเสาอากาศที่ติดกับแกนหมุน

    ::: เทคโนโลยีที่สาม ::: ผลจากแรงแม่เหล็กดูด/ผลัก (dia/para magnetic) ที่เกิดจากสนามแม่เหล็กไฟฟ้าในรูปแบบเฉพาะตัวจากสสารในการ์ด กับ สสารประเภทต่างๆ ที่ต้องการค้นหา เมื่อรูปแบบสนามแม่เหล็กตรงกัน
    จึงส่งแรงดูดเสาอากาศเข้าหาทิศทางของสสารต้องการค้นหาอยู่

    นักวิทยาศาสตร์ตอบว่า — หลักการของ gt200 ประกอบขึ้นจาก เทคโนโลยีหลัก 3 อย่าง

    : เทคโนโลยีแรก : จิตใจคนที่ใช้(ผู้ถือ) gt200 เพื่อเป็นแหล่งพลังงานสำหรับขับเคลื่อนเทคโนโลยีที่สอง

    :: เทคโนโลยีที่สอง :: คนทุกคนบนโลกจะมีความเชื่อในรูปแบบเฉพาะตัว gt200 จะใช้หลักความเชื่อเฉพาะตัวของคนที่ใช้(ผู้ถือ) ส่งแรงบิดผ่านกล้ามเนื้อมือผู้ถือไปยังเสาอากาศที่ติดกับแกนหมุน

    ::: เทคโนโลยีที่สาม ::: ผลจากแรงบิดผ่านกล้ามเนื้อมือ (cherring force) ที่เกิดจากความตื่นเต้น+ความเชื่อเฉพาะตัวจากคนที่ใช้(ผู้ถือ) เมื่อรูปแบบความเชื่อตรงกันถึงขีดสุด ส่งแรงบิด(+แรงสั่นเล็กน้อย)ผ่านกล้ามเนื้อมือผู้ถือไปยังเสา

    อากาศ หมุนเสาอากาศเข้าหาทิศทางที่คิดว่า สสารที่ต้องการค้นหาอยู่

    2.) GT200 มีวงจร หรือ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิค ภายใน รึเปล่า ???

    คาดว่าผู้ผลิต/จำหน่ายจะตอบว่า — gt200 ประกอบขึ้นจาก เทคโนโลยีหลัก 3 อย่าง ที่เหลือเป็นความลับทางการค้าและสิทธิบัตรการประดิษฐ์ !

    นักวิทยาศาสตร์ตอบว่า — gt200 ทำขึ้นจาก วัสดุหลัก 3 อย่าง คือ พลาสติก(ตัวกระบอก) ,โลหะ(เสาชี้ตำแหน่ง/เสาอากาศ) และ กระดาษ(การ์ดสสารแต่ละชนิด) แค่นั้นแหละ ! . . . ไม่เชื่อ เอา GT200 ไป เอ็กซเรย์ ดูซิ

    3.) GT200 มี ราคา ตั้งแต่ หลายแสน ถึง ล้านกว่าบาท คุ้มรึเปล่า กับประสิทธิภาพการค้นหา 20 ครั้ง เจอ 4 ครั้ง ???

    คาดว่าผู้ผลิต/จำหน่ายจะตอบว่า — gt200 คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม ค้นหาเจอครั้งเดียว ก็ยังดีกว่าไม่เจอ ส่วนครั้งที่หาไม่เจอ คนที่ใช้(ผู้ถือ)ทำผิดพลาดเอง !

    นักวิทยาศาสตร์ตอบว่า — gt200 คุ้มดีคุ้มร้าย ! . . . ไม่เชื่อ เอา กระดาษ มาเขียน ก – ข – ค – ง ทั้งหมด 20 ข้อ แล้ว ลองกามั่ว แบบทำข้อสอบดูซิ โดยให้ใครสักคนกำหนดคำตอบ 20 ข้อไว้ล่วงหน้า แล้วนับข้อที่กา(มั่ว)ถูก [เทียบกับ

    gt200 คือ หาระเบิดเจอ] – แล้วจะพบว่า คำตอบมันคุ้ม มั้ยละเนี่ย !!

    4.) GT200 ใช้ไม่ได้ แล้ว จะเอาอะไร มาใช้แทนได้ ???

    คาดว่าผู้ผลิต/จำหน่ายจะตอบว่า — พวกคุณคิดกันไปเอง คนที่ใช้(ผู้ถือ)ทำผิดพลาดเอง !

    นักวิทยาศาสตร์ตอบว่า — อะไรก็ได้ ที่มีหลักการ ทางวิทยาศาสตร์รองรับ มีอยู่จริง ทำได้จริง ไม่ใช่แค่เชื่อว่า คิดว่า หรือ น่าจะได้ … สุนัขตำรวจเพียง 1 ตัวราคาตัวละ 10 ถึง 20 ล้านบาท ยังดีกว่า gt200 20 ล้านตัว ราคา 1 บาท!!

    ”””””””””””เข็มทิศ ที่ ดี ชี้ เหนือ ชี้ ใต้ … gt200 ที่ดี ชี้ทางรวยของคนขี้โกง ชี้ถูกให้ผิด ชี้ทางหนีให้โจร ชี้หายนะให้ผู้บริสุทธิ์ ”””””””””’
    ”””””””””””เข็มทิศ ที่ ดูไม่มีอะไร แต่มี วิทยาศาสตร์ อยู่ภายใน … gt200 ดูไม่มีอะไร เพราะ ข้างในมันไม่มีอะไรไง”””””””””””””””””’

  2. 2. Oakyman’s Weekly Tweets for 2010-02-21 | Oakyman's blog on February 21st, 2010 22:00
  3. 3. พัพี้ด่ on March 5th, 2010 9:56

    รีนรนีรรีนรนรนีรน้รนร

Got something to say?






;