โดย Sheradia
ใครก็ตามที่ชื่นชอบเสียงพริ้วไหวของเส้นสายกีตาร์คลาสสิก ชื่อของ Francisco Tárrega นักประพันธ์ดนตรีสำหรับกีตาร์คลาสสิก คงเป็นหนึ่งในชื่อที่คุ้นหูกันดี และหนึ่งในบทเพลงอันเลื่องชื่อของเขาก็คือ Recuerdos de la Alhambra
สำหรับผู้ที่หลงใหลชื่นชอบบทเพลงนี้ รี่เชื่อว่าในห้วงหนึ่งของความคิดยามเมื่อได้ดื่มด่ำกับบทเพลง คงอดที่จะถามตัวเองไม่ได้ว่า พระราชวังแห่ง Alhambra นั้น จะงามสักเพียงใด เหตุใดถึงเป็นแรงบันดาลใจให้คนคนหนึ่ง ถ่ายทอดความทรงจำออกมาเป็นบทเพลงที่ไพเราะงดงามเช่นนี้ออกมา
รี่เป็นคนหนึ่งที่เคยตั้งคำถามเช่นนั้นครั้งแล้วครั้งเล่า และมีความรู้สึกว่า สักวันหนึ่ง ต้องเดินทางไปค้นหาคำตอบนั้นให้กับตัวเอง แล้ววันหนึ่ง โอกาสนั้นก็มาถึง แม้จะเป็นการเดินทางที่ยาวนานกว่าจะไปถึงเมือง Granada อันเป็นที่ตั้งของพระราชวัง Alhambra เพราะเริ่มจากการท่องเที่ยวในฝรั่งเศส ค่อยลัดเลาะลงมาสเปน จนกระทั่งถึงแถบ Andalucía (มณฑลทางใต้ของสเปน) ระหว่างทางพบพานอุปสรรคหลายอย่าง จนมีความคิดแวบหนึ่งว่า อยากล้มเลิกแผนการเดินทางและกลับบ้าน แต่ในที่สุด ความตั้งใจเดิมของการที่ต้องไปเยี่ยมชม Alhambra เข้มแข็งกว่า และจึงฉุดพาตัวเองให้ไปถึงที่นั่นได้ในที่สุด
การเดินทางทั้งหมดก่อนถึง Granada เป็นแค่ทางผ่าน แม้จะได้พบได้เห็นสิ่งสวยงามต่าง ๆ แต่สุดยอดแห่งสุดยอดก็คือ Alhambra สิ่งที่ได้ไปเห็นด้วยตาตัวเองมันช่างสวยงามเกินกว่าที่เคยเห็นจากภาพถ่ายใดที่ว่าสวย หรือภาพสารคดีที่เคยทำให้รี่หลงใหลมากนัก มันมีอะไรบางอย่างที่สิ่งเหล่านั้นไม่สามารถ่ายทอดได้ มีเพียงแต่เราต้องไปอยู่ ณ ที่นั้นเท่านั้น จึงจะได้สัมผัสความงามที่ซ่อนอยู่นั้นได้
ความงดงามของ Alhambra ไม่ใช่ความยิ่งใหญ่ตระการตา หรือการเน้นการประดับตกแต่งอย่างหรูหรา แต่เป็นความงามของความลงตัว ทุกอย่างถูกออกแบบอย่างลงตัว ตำแหน่งของสิ่งก่อสร้างทุกอย่าง การจัดในตำแหน่งที่ทำให้ผู้ที่อยู่ไปในสถานที่แห่งหนึ่ง รู้สึกเกิดความสุขในจิตใจได้อย่างน่าประหลาด ศิลปะของ Alhambra เต็มไปด้วยงานที่ละเอียดงดงาม แฝงด้วยความนุ่มนวลและความสงบ
และถ้ามีคนมาถามให้เลือกสิ่งเดียวเท่านั้นในการไปเยี่ยมชมในสเปน คำตอบของรี่ก็คือ Alhambra เท่านั้น …

:: วิวของ Alhambra เมื่อมองมาจาก Mirador San Nicolas ในย่าน Albayzin แห่งเมือง Granada ::
Alhambra เป็นเสมือนอาณาจักรย่อย ๆ ที่ประกอบด้วยพระราชวังและป้อมปราการของพวกแขกมัวร์ในอดีตที่เคยครอบครองดินแดนแถบทางใต้ของสเปน
Alhambra ตั้งอยู่บนเขา Sabika ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขา Sierra Nevada มีนักกวีมุสลิมคนหนึ่งกล่าวไว้ว่า ถ้าเปรียบเขา Sabika คือมงกุฏ Alhambra ก็คือสุดยอดแห่งทับทิมที่ประดับบนมงกุฏนั้น
ชื่อ Alhambra มาจาก al-qala’at al-hamra ซึ่งหมายถึง ปราสาทสีแดง ซึ่งเป็นสีของอิฐที่ใช้ในการก่อสร้าง ส่วนที่งดงามที่สุดและน่าทึ่งที่สุดของ Alhambra ก็คือ Palacio Nazaries ที่นี่เหมือนสรวงสวรรค์ของเทพยดาเลย ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเสาหิน ฝาผนัง เพดาน ถูกแกะสลักเสลาออกมาอย่างสวยงาม

:: Patio del Cuarto Dorado ::
ลานตรงนี้เป็นทางเข้าสู่เขตพระราชวังข้างใน Palacio de Comares ที่ façade ถูกแกะสลักอย่างวิจิตรตระการตามาก สร้างขึ้นในสมัยสุลต่าน Muhammad V ในปี 1370 เพื่อฉลองการรบชนะที่ Algeciras
ลักษณะงานศิลปะของพวกอิสลามจะไม่มีการสร้างรูปภาพ แต่จะใช้การตกแต่งด้วยรูปทรงเรขาคณิตและการแทรก inscription ในภาษาอาราบิก ซึ่งเป็นการบอกเล่ารายละเอียดของงานก่อสร้างบ้าง บทกวีบ้าง หรือคำสอนจากพระคัมภีร์บ้าง

:: รายละเอียดของ façade ::

:: รายละเอียดของโค้งและหัวเสาที่อยู่รอบ Patio del Cuarto Dorado ::

:: และอีกรายละเอียดของโค้งและหัวเสาที่อยู่รอบ Patio del Cuarto Dorado ::

:: งานแกะสลักตกแต่งทางเดินภายในก่อนจะออกไปสู่ Patio de los Arrayanes สังเกตุที่ขอบช่องทางเดิน เป็น inscription ในภาษาอาราบิก ::

:: Patio de los Arrayanes หรือ Patio of the Myrtles ซึ้งตั้งชื่อตามพุ่ม Myrtle ที่ล้อมรอบสระน้ำหน้าลาน ::

:: รายละเอียดของงานตกแต่งของทางเดินรอบ Patio de los Arrayanes ::

:: Mocárabe หรืองานแกะสลักที่ทำเป็นรูปทรงปริซึมซ้อนกัน ที่ใช้ตกต่างเพดานของโค้งประตูหรือห้องในพระราชวัง เป็นลักษณะงานตกแต่งที่พบเห็นทั่วตลอดทั้งพระราชวัง ::

:: อีกรายละเอียดของโค้งและประตูรอบ Patio de los Arrayanes ::

:: และอีกรายละเอียดของโค้งและประตูรอบ Patio de los Arrayanes ::

:: Salon de Comares ที่รายละเอียดของฝาผนังตกแต่งด้วย inscription สรรเสริญพระอัลเลาะห์ ::

:: รายละเอียดของห้อง Salon de Comares ::

:: เพดานของห้องนี้ เป็นสุดยอดศิลปะงานไม้ที่งดงามมาก แสดงสวงสวรรค์ทั้งหมดเจ็ดชั้นตามความเชื่อของศาสนาอิสลาม ที่ดวงวิญญาณจะผ่านก่อนที่จะไปพบกับพระอัลเลาะห์ในชั้นที่แปด ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของเพดาน ::
แต่ส่วนที่รี่ประทับใจมากที่สุด คือที่นี่ค่ะ Patio de los Leones ซึ่งเป็นลานของพระราชวังชั้นใน Palacio de los Leones และถ้าเห็นน้ำพุที่อยู่ตรงกลางลานคงไม่ต้องบอกกระมังว่า ชื่อของพระราชวังและลานแห่งนี้ ได้แต่ใดมา

:: Palacio de los Leones ::
น้ำพุกลางลานที่แกะสลักจากหินอ่อนเป็นรูปสิงโต ในอดีต สิงโตเหล่านี้จะถูกทาสีทองสว่างสุกใส เพื่อให้ตัดกับพื้นหลังสีขาว ส่วนขอบที่อ่างของน้ำพุ ประดับด้วย inscription ที่สรรเสิรญ ระบบน้ำไฮดรอลิกของน้ำพุนี้ ที่ว่าไว้ว่า
Blessed be He who gave to the Imam Muhammad, noble ideas with which to grace his mansions.
For are there not marvels in this garden
which Allah has made incomparable in beauty and a sculpture of pearls of transparent clarity whose edges are trimmed with dewdrops?
Melted silver runs between the pearls, one as the other in beauty, white and pure.
Water and marble seem as one, so we know not which of the two flows.
Do you not see how the water spills over the basin, but is hidden forth-with in the channels?
It is a lover whose eyelids brim with tears; tears which then hide in fear of betrayal.
Is it not, in reality, but a white mist emptying its waters on the lions and resembling the hand of the caliph which in the morning lavishes favours on the lions of war?
He who beholds the lions in menacing attitude, [know that] only respect [for the Emir] contains the fury
Oh, descendent of the Companions [of the Prophet Muhammad], and by no indirect lineage, a heritage of nobility, which even the conceited esteem, may the peace of Allah be with you and keep you safe, repeating over your celebrations and casting down your enermies!
[ที่มา: จากหนังสือ Official Guide of The Alhambra and Generalife]

:: น้ำพุกลางลาน Palacio de los Leones ::
สิ่งที่มีความสุขที่ได้ทำที่นี่ คือการเดินรอบลานแห่งนี้ และสังเกตภาพเสาโดยรอบที่เห็น ที่มันจะดูสวยงามแปลกตาแตกต่างกันไปเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่เราเปลี่ยนมุมมอง

:: รายละเอียดของงานแกะสลักโค้งประตูรอบ Patio de los Leones ::

:: และอีกรายละเอียดของงานแกะสลักโค้งประตูรอบ Patio de los Leones ::
ห้องหนึ่งที่ชื่อ Sala de los Abencerrajes เป็นห้องที่มีเพดานตระกาลตามาก เป็นโดมรูปดาวแปดเหลี่ยมที่แกะสลักด้วยลักษณะลวดลายรวงผึ้ง

:: เพดานของห้อง Sala de los Abencerrajes ::
ข้ามมีอีกฝากหนึ่งของลานจะมีห้องลักษณะคล้ายกับ Sala de los Abencerrajes นั่นคือ Sala de Dos Hermanas หรือ Hall of Two Sisters ซึ่งตั้งชื่อตามรูปสลักที่เคยตั้งขนาบข้างสองฝั่งของน้ำพุที่อยู่กลางห้องนี้

:: รายละเอียดภายในของ เพดานของ Sala de Dos Hermanas ::
เพดานของห้องนี้ถูกสลักเสลาอย่างวิจิตรตระการตาอย่างมาก

:: เพดานของ Sala de Dos Hermanas ::
ที่ผนังกลางห้องนี้ทั้งสี่ด้าน มี inscription ที่อาจถือได้ว่า เป็นหนึ่งใน inscription บนผนังที่ยาวที่สุดใน Alhambra เนื้อหาก็เป็นการชื่นชมความตระการตาของสถานที่

:: ส่วนหนึ่งของ inscription ที่ยาวต่อเนื่องบนผนังทั้งสี่ด้านของ Sala de Dos Hermanas ::
งานสลักเสลาที่สวยงามของพระราชวังแห่งนี้ ทำให้หวนนึกถึงที่มาของชื่อ Alhambra ที่เกี่ยวพันกับสีแดง ซึ่งบางทีก็ว่า สีแดงนั้นอาจเกี่ยวพันถึงแสงไฟสีแดงที่สว่างโชติช่วงไม่เคยดับ ซึ่งคนแถบนั้นจะเห็นจนคุ้นตา แสงไฟสำหรับเหล่าช่างที่ต้องทำงานทั้งวันและทั้งคืน ในช่วงระหว่างการก่อสร้างอันยาวนานของพระราชวังแห่งนี้นั่นเอง
นอกจากพระราชวัง Palacio Nazaries แล้ว ส่วนที่สำคัญและพลาดไม่ได้ของ Alhambra ก็คือ Genelife หรือ Architectect’s Garden

:: Patio de la Acequia หรือ Court of Water Channel ::

:: Jardin de la Sultana ::

:: Escalera del Agua ขั้นบันไดที่ราวบันไดทั้งสองข้างเป็นเส้นทางที่นำน้ำจากด้านบนส่งมาสู่ด้านล่าง ::

:: Jadines Nuevos ส่วนของ Genelife ที่ใหม่สุด สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 20 นี้เอง ::
และขอปิดท้ายด้วยรูปดอกกุหลาบแห่ง Genelife ซึ่งหอมมาก ๆ รี่เดินผ่านไปมา ก็ยื่นหน้ายื่นจมูกไปดมเล่นอยู่เรื่อย

:: ดอกกุหลาบแห่ง Genelife ::
แม้รูปที่ถ่ายมาจะดูงามสักเพียงใด แต่พวกมันก็เป็นเพียงแค่ภาพร่างอย่างหยาบของพระราชวัง Alhambra เท่านั้น และไม่สามารถถ่ายทอดความสวยงามแม้แต่เศษเสี้ยวของพระราชวัง Alhambra
ในความคิดเห็นของรี่ ตัวตนของพระราชวัง Alhambra ไม่สามารถถ่ายทอดผ่านออกมาทางรูปภาพได้ หรือแม้จะใช้กล้องวิดีโอก็ตาม ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่อยากจะบอกคุณผู้อ่านทุกท่่านคือ สักครั้งหนึ่งในชีวิต หาโอกาสเดินทางไปที่นั่น ไปอยู่ ณ ตรงนั้น เพื่อจะได้สัมผัสความงดงามอันละเมียดละไมของ ‘สุดยอดทับทิม’ แห่งภูผา Sabika …
Recuerdos de la Alhambra
หมายเหตุ
เลือกบทเพลง Recuerdos de la Alhambra ที่มาลงในหน้านี้ ให้ แตกต่างจากงานกีตาร์คลาสิกที่คุ้นเคยกัน ลองมาเป็นงานในลักษณะ vocalise โดยผู้ขับร้องคือ Sarah Brightman ค่ะ
Podcast: Play in new window | Download


