Practical Report อ่านการเมืองโสมแดง โครงการปล่อยดาวเทียม : ถ่ายอำนาจผู้นำใหม่

เกาหลีเหนือขู่ถล่ม “เป้าหมายสำคัญ” ในญี่ปุ่นหากรัฐบาลญี่ปุ่นพยายามยิงสกัดการปล่อยดาวเทียมของตน ขณะซีเอ็นเอ็นเผยการเตรียมการของโสมแดงคืบหน้าถึงขั้นเติมเชื้อเพลิงจรวดแล้ว คาดปล่อยได้อย่างเร็วสุดสัปดาห์นี้

“หากญี่ปุ่นบุ่มบ่ามยิงสกัดดาวเทียมซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสันติของเรา กองทัพประชาชนเกาหลีจะจู่โจมอย่างไร้ความปรานี ไม่เพียงแต่ถล่มเครื่องมือการยิงสกัดกั้นเราที่ประจำการอยู่แล้วเท่านั้น แต่รวมถึงเป้าหมายสำคัญๆ ด้วย” สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) ของทางการเปียงยางอ้างแถลงการณ์ของกองทัพประชาชนเกาหลี (เคพีเอ) เมื่อวันพฤหัสบดี



View Larger Map
แผนที่แสดงโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุน ฐานปล่อยจรวดมูซูดัน-รี

สำนักข่าวยอนฮัพของเกาหลีใต้รายงานด้วยว่า เกาหลีเหนือได้เคลื่อนย้ายฝูงบินขับไล่มิก-23 ราว 12-24 ลำ มายังฐานทัพใกล้กับฐานปล่อยจรวดมูซูดัน-รีแล้ว ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการตอบโต้ที่ญี่ปุ่นส่งเรือพิฆาตติดระบบเอจิสต่อต้าน ขีปนาวุธมาประจำการในทะเลตะวันออก แต่ไม่มีคำยืนยันจากกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ต่อข่าวนี้



ภาพฐานยิงจรวดที่ มูซูตัน-รี, ที่มา – globalsecurity.org

คำแถลงของเกาหลีเหนือยังเตือนไปถึงสหรัฐด้วยว่า ควรถอนเรือรบที่ส่งเข้ามาประจำการกลับไปในทันทีถ้าไม่อยากถูกลูกหลงหากตน โจมตีตอบโต้ญี่ปุ่น

เกาหลีเหนือประกาศไว้ว่าตนจะส่งดาวเทียมสื่อสารขึ้นสู่วงโคจรระหว่างวันที่ 4-8 เม.ย. แต่สหรัฐ, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้มองว่านี่เป็นข้ออ้างในการยิงทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปแต โปดอง-2 ที่ออกแบบให้โจมตีได้ไกลถึงรัฐอะแลสกาหรือรัฐฮาวายของสหรัฐ

มีรายงานของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นอ้างแหล่งข่าวนายทหารของสหรัฐเมื่อวันพุธ ด้วยว่า เกาหลีเหนือได้เริ่มเติมเชื้อเพลิงใส่จรวดแล้ว ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการเตรียมปล่อยจรวด ซึ่งผู้เชี่ยวชาญกล่าวกันว่าเสร็จจากนี้เกาหลีเหนือสามารถปล่อยจรวดได้ ภายใน 3-4 วัน อย่างไรก็ดี รัฐบาลสหรัฐและญี่ปุ่นไม่ยืนยันรายงานนี้ ขณะที่กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ไม่ให้ความเห็น

เว็บไซต์ของทำเนียบขาวเผยว่า ระหว่างการประชุมนอกรอบจี 20 กับประธานาธิบดีหูจิ่นเทาของจีนเมื่อวันพุธ ประธานาธิบดีบารัก โอบามา กล่าวถึงแผนการปล่อยจรวดของเกาหลีเหนือว่าเป็น “พฤติกรรมยั่วยุ” และฝ่าฝืนข้อมติของยูเอ็น ในวันพฤหัสบดี โอบามายังได้พบหารือนอกรอบกับประธานาธิบดีลี มุงบัก ของเกาหลีใต้ โดยเจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐเผยว่าผู้นำทั้งสองเห็นพ้องกันว่าการปล่อยจรวด เป็นการละเมิดข้อมติยูเอ็นและเห็นว่าควรพยายามเกลี้ยกล่อมชักจูงอย่าง เต็มที่เพื่อให้เกาหลีเหนือเปลี่ยนใจ.

ที่มา – ไทยโพสต์

ปฏิกิริยานานาชาติ
ลีมุงบัก ผู้นำเกาหลีใต้เรียกร้อง ความเห็นร่วมในการต่อต้านการปล่อยดาวเทียม และท่าทีคุกคามของเกาหลีเหนือ ในครั้งนี้ ทั้งยังเรียกร้องให้จีนและรัสเซียซึ่งเป็นสมาชิกถาวรสภาความมั่นคงสหประชาชาติใช้อำนาจคัดค้านการกระทำของเกาหลีเหนือด้วย ด้านนายกอร์ดอน บราวน์ ผู้นำอังกฤษ และนายเควิน รัดด์ ผู้นำออสเตรเลีย ให้การสนับสนุนท่าทีของยูเอ็น ญี่ปุ่นก็เป็นอีกประเทศที่กังวลกับท่าทีของเกาหลีเหนือในครั้งนี้ และพวกเขาก็กล่าวว่า “จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องดินแดนของตนเอง”

ทั้งนี้ กลุ่ม International Crisis Group ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมอง (Think tank) ชั้นนำได้กล่าวว่า จีนและรัสเซียควรตัดสินใจใช้อำนาจคัดค้านการกระทำของเกาหลีเหนือ เนื่องจากไม่มีสัญญาณแสดงให้เห็นเลยว่าโครงการปล่อยดาวเทียมของเกาหลีเหนือมีส่วนเกี่ยวข้องกับ โครงการเพื่อสันติภาพ

ความเป็นมาของการปล่อยดาวเทียมเกาหลีเหนือ
เกาหลีเหนือเคยมีแผนปล่อยดาวเทียมโดยใช้จรวด แตโปดอง-1 ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2541 แต่ประสบความล้มเหลว แต่ภายหลังเกาหลีเหนือมีความร่วมมือโครงการมิสไซล์ใกล้ชิดกับประเทศอิหร่าน (รวมทั้งปากีสถาน) และเนื่องจากความสำเร็จของอิหร่านจากการใช้จรวด ซาเฟร์ โอมิด ส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรได้ ทำให้ในระยะหลังเกาหลีเหนือใช้เทคโนโลยีสกั๊ด และแบบแปลนของอิหร่านในการสร้างโครงการมิสไซล์ใหม่ ที่ชื่อ อันฮา-2 (หรือแตโปดอง-2) เพื่อใช้ส่งดาวเทียมกวางยงซง-2 ขึ้นสู่วงโคจรเร็วๆนี้

วิเคราะห์
ตามปกติการทดสอบมิสไซล์ของเกาหลีเหนือจะเป็นโครงการลับ แต่ครั้งนี้มีการแจ้งกำหนดการล่วงหน้า ซึ่งเป็นไปได้ว่าเกาหลีเหนือต้องการส่งสัญญาณทั้งในระดับนานาชาติ และในประเทศของตนเอง

ในระดับนานาชาติ เกาหลีเหนือต้องการส่งสัญญาณให้ ทั้งสหรัฐฯ, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และจีนทราบว่านี่เป็นโครงการส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร และไม่ได้เป็นการทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีิป เพื่อไม่ต้องการให้มีการสกัดกั้นโครงการส่งดาวเทียมในครั้งนี้ ทั้งนี้เกาหลีเหนือเห็นตัวอย่างความสำเร็จการส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรของอิหร่าน ซึ่งไม่ได้พบปัญหาการสกัดกั้นแต่อย่างใด

สำหรับในประเทศ : แม้จะเป็นที่รับรู้กันนอกเกาหลีเหนือว่า มีโครงการนิวเคลียร์และโครงการขีปนาวุธ แต่สำหรับข่าวสารในประเทศเป็นที่รับทราบกันน้อยมาก การปล่อยข่าวการส่งดาวเทียมในประเทศ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลเปียงยางมีความมั่นใจในการส่งดาวเทียมครั้งนี้เป็นอย่างมากและดูเหมือนจะมีการเตรียมการเป็นอย่างดี หลังจากที่เคยล้มเหลวมาก่อนเมื่อปี 2541 เป้าหมายของการส่งดาวเทียมครั้งนั้นคือเพื่อแสดงว่าคิมจองอิลได้กระชับอำนาจในเกาหลีเหนือเป็นอย่างดีภายหลังการอสัญกรรมของบิดาเขาสี่ปีก่อนหน้านั้น



3 ทายาททางการเมืองที่เป็นไปได้ของคิมจองอิล, ที่มา Stratfor

เป็นไปได้สูงว่าคิมจองอิลอาศัยโอกาสนี้ ประกาศทายาททางการเมืองคนใหม่ของเขา ภายหลังการเลือกตั้งสภาสูงสุดของเกาหลีเหนือในเดือนมีนาคมที่เพิ่งผ่านไปนี้ หลังจากที่มีข่าวลือว่าคิมจองอิลจะประกาศตัวทายาทคนใหม่ของเขาหลายครั้ง จนกระทั่งข่าวลือว่าเขาเสียชีวิตไปแล้ว ทำให้ทางการเกาหลีเหนือต้องนำภาพการปรากฎตัวของคิมจองอิลในที่สาธารณะออกมาเผยแพร่หลายครั้ง

การข่มขู่กันของเกาหลีเหนือ และการตอบโต้กันระหว่างประเทศต่างๆ เป็นเพียงการบลัฟกัน และโครงการปล่อยดาวเทียมของเกาหลีเหนือคงดำเนินไปได้โดยไม่มีปัญหา แต่อย่างไรก็ตามนี่ก็แสดงให้เห็นว่าเกาหลีเหนือสามารถพัฒนาเทคโนโลยีขีปนาวุธข้ามทวีปได้แล้ว และสำหรับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ นี่ก็คือฝันร้าย

  • มนตรา—ตรีเมฆ—หมู—นนทบุรี

    สวัสดีครับ—ทุกท่าน—-แวะเยี่ยมชม——-