สำนักข่าวเกียวโด อ้างการเปิดเผยของรัฐมนตรีญี่ปุ่นหลายคนเมื่อวันอังคาร (23 ส.ค.) ว่านายนาโอโตะ คัง นายกรัฐมนตรี ได้แจ้งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการว่า จะประกาศลงจากตำแหน่งทันที ที่รัฐสภาผ่านร่างกฎหมายสำคัญที่เหลืออีก 2 ฉบับเกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูประเทศจากภัยพิบัติในวันศุกร์นี้ และคาดว่านายกรัฐมนตรคนใหม่จะเข้าบริหารประเทศได้ในภายใน 30 สิงหาคม
นายคัง จะพ้นจากตำแหน่งพร้อมกับคะแนนนิยมดิ่งลงที่ 15.8 % เท่านั้น ตกต่ำสุดขีดนับจากเข้าบริหารประเทศในมิถุนายน 2553
พรรคประชาธิปไตยแห่งญี่ปุ่น(ดีเจพี) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล จะจัดประชุมภายใน เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ในวันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม ซึ่งจะหมายถึงผู้ที่จะมานั่งเก้าอี้แทนนายคังวัย 64 ปีด้วย เพราะพรรคดีเจพีครองที่นั่งส่วนใหญ่ในสภาผู้แทนราษฎร และสภาฯจะเปิดประชุมลงมติเลือกนายกฯคนใหม่ ซึ่งจะเป็นคนที่ 6 ในรอบ 5 ปีในวันอังคารนี้

ล่าสุด นายเซจิ มาเอฮาระ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น ได้ตัดสินใจลงชิงเก้าอี้ผู้นำพรรคดีเจพีในครั้งนี้ด้วยนายมาเอฮาระ เคยได้ฉายาว่า โทนี่ แบลร์แห่งญี่ปุ่นเพราะความมีสเน่ห์และท่าทีสบายๆต่อหน้ากล้อง สังกัดปีกอนุรักษ์นิยมของพรรคดีเจพี เป็นผู้ที่มีจุดยืนแข็งกร้าวต่อจีนและเกาหลีเหนือ ในช่วงที่นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีต่างประเทศ ก่อนลาออกอย่างกะทันหัน ไม่กี่วันก่อนญี่ป่นประสบภัยแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อเดือนมีนาคม จากกรณีรับเงินบริจาค 250,000 เยน (ประมาณ 9 หมื่นบาท) จากเพื่อนชาวเกาหลีที่พำนักในญี่ปุ่น ซึ่งผิดกฎหมายเงินสนับสนุนพรรคการเมืองของญี่ปุ่น
การตัดสินใจลงช่วงชิงเก้าอี้นายกฯของนายมาเอฮาระ ทำให้นายโยชิฮิโกะ โนดะ รัฐมนตรีคลังที่ถูกยกตัวเก็งมาตลอด ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากทันที เพราะนายมาเอฮาระได้ชื่อว่าเป็น ส.ส.ดีพีเจ ที่ได้รับความนิยมสูงคนหนึ่งจากผลสำรวจเมื่อไม่นานมานี้ และหากชนะการเลือกตั้งในพรรค ก็จะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีหนุ่มที่สุดในยุคหลังสงครามด้วยมีวัยเพียง 49 ปีเท่านั้น
SIU วิเคราะห์ว่าญี่ปุ่นกำลังประสบปัญหาวิกฤตภาวะผู้นำ ตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1990 ที่พรรคแอลดีพี ที่เคยครองอำนาจเด็ดขาดมาตลอดตั้งแต่หลังสงครามโลกเสียความน่าเชื่อถือ หลังจากนั้นรัฐบาลชุดต่อๆมาประสบปัญหาเรื่องเสถียรภาพเพราะไม่สามารถครองอำนาจได้เด็ดขาด ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับจุดเริ่มต้นการถดถอยของเศรษฐกิจของญี่ปุ่นที่ต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลามากกว่า 20 ปี และมีหนี้สาธารณะมีระดับเกินกว่า 200%ต่อจีดีพี แต่ยังมีอัตราการออมเงินและตลาดภายในประเทศที่ใหญ่ ก่อนที่จะมาโดนปัญหาภัยธรรมชาติอย่างสึนามิเมื่อต้นปีซ้ำอีก น่าจับตาว่าผู้นำคนต่อไปของญี่ปุ่นจะแก้ปัญหาที่สะสมมายาวนานได้อย่างไร?
ข่าวจาก : คมชัดลึก
